<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้าน รุมประณาม สว.ทำองค์ประชุมล่ม เตะถ่วงร่างพรบ.ประชามติ กระทบรื้อรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.64 -&amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงองค์ประชุมล่มระหว่างพิจารณาร่างพรบ.ประชามติว่า ส.ว.ท่านหนึ่ง เสนอตรวจสอบองค์ประชุมโดยการขานชื่อ แม้จะมีการอธิบายกัน แต่เมื่อมีการประชุมในมาตราต่อไป มีสมาชิกรัฐสภาส่วนหนึ่ง นั่งอยู่นอกห้องประชุมโดยไม่ยอมเข้าห้องประชุม เหมือนมีเจตนาทำให้องค์ประชุมลม ทั้งที่ส.ส.ของพรรคฝ่ายค้านในอยู่ในห้องประชุมครบ และพร้อมพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว รู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งที่ ส.ว.บางคนไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุม จนทำให้องค์ประชุมล่มลงไป ทำให้ร่างพ.ร.บ.ที่รัฐบาลเสนอขึ้นมาเอง ในฐานะกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูป แต่กลับปล่อยให้การประชุมเป็นภาระของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ส่วนการพิจารณาคงตต้องนำไปพิจารณาในสมัยสามัญซึ่งต้องรออีก 2 เดือน รู้สึกผิดหวังต่อการทำหน้าที่ของรัฐสภา ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก หากพ.ร.บ.ประชามติฉบับนี้ไม่ผ่านการพิจารณาในวาระ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่คิดว่าการประชุมจะจบลงแบบนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า มีผู้ที่อยู่ในห้องประชุม แต่ไม่ยอมลงชื่อเป็นองค์ประชุม และอยู่นอกห้องประชุมแต่ไม่ยอมเป็นองค์ประชุม ทำให้กฎหมายประชามติที่เราพยายามผลักดันเพื่อมาแก้ปัญหาต้องรอไปอีก ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายปฏิรูปที่เสนอโดยรัฐบาล จึงเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายรัฐบาล ทั้งยังเป็นการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องรับผิดชอบ ขอเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิธรรม กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า การมีสมาชิกรัฐสภาที่ไม่ได้มากจากพี่น้องประชาชน แต่มาจากผู้มีอำนาจจึงมุ่งเน้นทำตามที่ผู้มีอำนาจต้องการ ไม่ใช่ทำตามที่ประชาชนต้องการ ไม่ได้ไขข้อข้องใจให้พี่น้องประชาชนในเรื่องที่มีปัญหา รัฐบาลขอพระบรมราชโองการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ แต่สุดท้ายองค์ประชุมก็ล่ม แสดงให้เห็นว่าส.ว และส.ส.ซีกรัฐบาลทำตามใจชอบ รัฐบาลและส.ว.ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น การมีวุฒิสภาแบบนี้ไม่รู้ประเทศจะมีไปทำไมฝากให้พิจารณาตัวเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช กล่าวว่า กรณีนี้มีเจตนาต้องการเตะถ่วง และขัดขวางไม่ให้มีช่องทางในการทำประชามติ เพื่อให้มี ส.ส.ร. ทั้งที่ก่อนหน้านี้อ้างมาตลอดว่า ต้องไปฟังเสียงประชาชนก่อน เป็นการเล่นกล เล่นปาหี่ ลุแก่อำนาจ ขอเตือนส.ว. และพล.อ.ประยุทธ์ว่า ถ้ายังเป็นแบบนี้ต้อไปอีก ประชาชนกำลังจะหมดความอดทน และการขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ และส.ว.จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะทั้งปัญหาโควิด และเศรษฐกิจท่านก็แก้ไม่ได้ ถ้าท่ายังเป็นแบบนี้อีก ตนคิดว่าคงต้องขับไล่รัฐบาล และส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องขอบคุณนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ที่พยายามไกล่เกลี่ย แต่ทางส.ว.มีท่าทีบ่ายเบี่ยง ไม่รับ สุดท้ายแล้ว แม้ประธานสภาฯขอให้ประชุมต่อ ถ้าไม่ไหวค่อยเลิก พอเข้าห้องประชุม ส.ว.ก็เลิกจริงๆ แสดงให้เห็นว่า เขากลัวการถามประชาชนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เลยพยายามหนี ทางเดียวที่หนีได้ก็คือการพยายามทำให้พ.ร.บ.ประชามติช้าออกไปให้ได้มากที่สุด ถ้าทำให้กฎหมายตกไปได้ก็คงทำไปแล้ว ตนจึงขอประณามอีกเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับประชาชน แต่ฝ่ายค้านยืนยันว่า เราจะยืนเคียงข้างประชาชน จะทำทุกวิถีทางที่จะนำประชาธิปไตยกลับคืนมาให้ประชาชนให้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98806</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.ประชามติ, องค์ประชุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606ed15d06356.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิด-19ป่วนกฎหมายประชามติ’ชวน’ขอดูองค์ประชุมร่วมรัฐสภาก่อน   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.2564 - นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.และ ส.ว. สุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 จนอาจไม่สามารถเข้าร่วมประชุมรัฐสภาในวันนี้ ว่าทางรัฐสภามีมาตรการป้องกันโควิดที่เข้มงวด ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ส่วนใครที่เป็นกลุ่มเสี่ยงก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่าไปใกล้ชิดเอกอัคราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยก็ได้ไปตรวจหาเชื้อครบทุกคนแล้ว ไม่พบว่าบุคคลใดติดเชื้อ อีกทั้งท่านทูตก็ติดเชื้อหลังจากงานเลี้ยงดังกล่าวด้วย แต่สำหรับกรณีล่าสุดที่ไปร่วมกิจกรรมวันเกิดพรรคภูมิใจไทย และมี ส.ส.ขอกักตัว 14 วันนั้นยังไม่ทราบ เพียงแต่วันนี้เราก็ต้องประชุมร่วมกันตามปกติ และต้องรอดูเรื่ององค์ประชุมว่าจะมีปัญหาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หาก ส.ส.ไปตรวจแล้วไม่พบว่าติดเชื้อ ก็สามารถเข้าร่วมประชุมรัฐสภาได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
เมื่อถามว่าหากองค์ประชุมไม่ครบมีแผนรองรับหรือไม่ อย่างไร นายชวนกล่าวว่า ไม่มีแผนรองรับ เพราะสมาชิกรัฐสภาไม่สามารถสำรองได้ แต่เชื่อว่าสมาชิกไม่ได้ติดเชื้อโควิดกันทุกคน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98596</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, ประธานรัฐสภา, องค์ประชุม, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d12966e9fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวิดวุ่น!เปิดประชุมไม่ได้ ฝ่ายค้าน รุมจวกส.ส.ซีกรัฐบาล ต้องรักษาองค์ประชุม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.63 - เวลา 9.30 น.ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม โดยให้ ส.ส. จำนวน 30 คนปรึกษาหารือถึงความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อการหารือแล้วเสร็จ เวลา 10.30 น. แต่ไม่สามารถเปิดประชุมได้ เนื่องจากต้องรอให้ครบองค์ประชุมที่ต้องใช้ 244 คน ทำให้นายชวน แจ้งต่อส.ส.​ที่ร่วมประชุมในกรรมาธิการชุดต่างๆ มีประมาณ 12 คณะ ให้ร่วมลงชื่อเข้าร่วมประชุมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หารือต่อที่ประชุมเพื่อซักถามต่อการเซ็นชื่อเข้าร่วมประชุมที่คาดว่า ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านจะลืมลงชื่อ ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ ส่วนส.ส.ของรัฐบาลส่วนใหญ่ เป็นส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ ต้องลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ส.ส.พรรคฝ่ายค้านลุกตอบโต้ โดยนายขจิต ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามระเบียบวาระ เป็นร่างกฎหมายของรัฐบาล หากฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถหาสมาชิกเพื่อลงชื่อเป็นองค์ประชุมได้ ไม่ต้องพิจารณา ดังนั้นไม่มีเหตุผลหรือคำอธิบายอื่นเพื่อแก้ตัว &amp;nbsp;หากจะออกกฎหมายต้องเอาสมาชิกมาให้พอตามที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ส่วนฝ่ายค้านเป็นฝ่ายตรวจสอบ กรณีองค์คณะไม่ครบถ้วนตามข้อบังคับ เป็นสิ่งที่ต้องระวังเมื่อเป็นรัฐบาล ต้องรักษาองค์ประชุมเพื่อออกมติ เมื่อสภาฯ ใช้สัดส่วนอำนาจของฝ่ายรัฐบาลอยู่เหนือ ต้องทำหน้าที่ให้ครบถ้วน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้นายชวน กล่าวว่า รัฐบาลอยู่ได้ด้วยเสียงข้างมาก &amp;quot;การทำหน้าที่ของสภา เป็นของทุกฝ่าย ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ&amp;rdquo; จากนั้นไม่มีฝ่ายค้านคนใดลุกตอบโต้กรณีดังกล่าวอีก มีเพียงการหารือในประเด็นอื่นๆ อีกเกือบ 1 ชั่วโมงจึงเข้าสู่ระเบียบวาระประชุมตามปกติ รวมใช้เวลารอองค์ประชุมเพื่อเปิดประชุมตามปกติกว่า 2 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85841</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ประชุมสภา, ส.ส., องค์ประชุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc877275c3cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้างผิดพลาดทางเทคนิค!สภาฯวุ่นซ้ำซาก&#039;ชวน&#039;สั่งโหวตร่างพรบ.งบฯใหม่ตั้งแต่มาตราแรก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานหลังจากที่พักประชุมไปนานกว่า 1 ชั่วโมง ปรากฏว่าที่ประชุมยังไม่สามารถกลับมาเปิดประชุมได้ เนื่องจากต้องไปหารือถึงปัญหาการลงมติมาตรา 6 งบกลาง ที่อาจเกิดข้อผิดพลาด มีองค์ประชุมไม่ครบระหว่างการโหวตลงมติ เนื่องจากตอนโหวตลงมติเห็นชอบในมาตราดังกล่าวด้วยคะแนนเสียง 237 ต่อ 0 นั้น มีจำนวนผู้อยู่ในห้องประชุมแค่ 245 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ต้องทักท้วงกลางที่ประชุม &amp;nbsp;แต่นายชวนยืนยันว่า ดำเนินการถูกต้องแล้ว และให้ดำเนินการประชุมต่อไป ทั้งนี้ที่ประชุมใช้เวลาหารือแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นเวลา 1.30 ชั่วโมง จึงกลับมาประชุมใหม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 14.15 น. ที่ประชุมกลับมาเปิดประชุมใหม่ โดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือว่า มีข้อเคลือบแคลงเรื่องการโหวตมาตรา 6 ที่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุมครบถ้วนหรือไม่ เนื่องจากเมื่อเวลา 11.17 น. ได้มีการเช็กองค์ประชุมก่อนลงมติโหวตพบว่า มีองค์ประชุม 253 เสียงถือว่าครบองค์ประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ต่อมาเวลา 11.18 น. ซึ่งห่างกันเพียง 1 นาที ได้มีการโหวตลงมติมาตรา 6 ปรากฏว่า มีองค์ประชุมเหลือแค่ 245 เสียง หายไป 8เสียง ซึ่งได้สอบถามทั้ง 8 คนแล้ว ยืนยันว่าอยู่ในห้องประชุมครบโดยตลอด จึงเป็นไปได้อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ใน 3 ประการได้แก่ 1.ปัญหาเครื่องลงคะแนนที่กดบัตรแล้ว คะแนนไม่ขึ้น 2 ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนผิด และ3.เสียบบัตรแสดงตนเป็นองค์ประชุมแล้ว แต่ลืมกดปุ่มตอนลงมติ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะลืมกดพร้อมกัน 8คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้คุยกับหลายคนแล้ว เพื่อให้การดำเนินการถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ จึงขอหารือให้โหวตลงมติกันใหม่ตั้งแต่มาตรา 6 เป็นต้นไป จะได้ไม่มีใครไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยอีก ถ้าไปเริ่มโหวตตั้งแต่มาตรา6 ใหม่ คงไม่ทำให้เกิดความล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า การแสดงตนเป็นองค์ประชุมในทุกมาตราที่ผ่านมามีเสียงเกิน 249 เสียงมาตลอด แต่ความผิดพลาดในมาตรา 6 ที่ตอนแสดงตนเป็นองค์ประชุม เมื่อเวลา 11.17 น. มีผู้แสดงตนเป็นองค์ประชุม 253 เสียง แต่ตอนลงมติมาตรา 6 เวลา 11.18 น. กลับมีองค์ประชุมหายไป 8 คน จึงอาจมีความผิดพลาด 3ประการ ทั้งความผิดพลาดเรื่องเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;เรื่องการเสียบบัตรผิดพลาด และการหลงลืมในการเสียบบัตร &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าการแสดงตนเป็นองค์ประชุมครบถ้วนมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ส.ส.8 คน ที่มีชื่อหายไประหว่างการโหวตลงมติมาตรา 6 อาทิ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติ ไทยพัฒนา &amp;nbsp;นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;ต่างยืนยันว่าได้อยู่ในห้องประชุมและได้ร่วมการแสดงตนเป็นองค์ประชุม และโหวตลงมติด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายชวน ได้ขอความเห็นจากสมาชิกว่า ควรจะย้อนกลับไปลงมติใหม่ตั้งแต่มาตรา 6 เป็นต้นมาหรือไม่ เพื่อมิให้ใครไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งสมาชิกได้แสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง อาทิ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ และนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เสนอให้โหวตใหม่เฉพาะมาตรา6 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในอดีต ที่เคยวินิจฉัยให้ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 7ฉบับ ช่วงปี 2551 ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีองค์ประชุมไม่ครบระหว่างลงมติรายมาตรา ดังนั้นจึงไม่ต้องไปหาสาเหตุว่า ความผิดพลาดเกิดจากอะไร แต่ต้องไปแก้ไขให้ถูกต้องตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเสนอให้แก้ไข จึงอยากให้เริ่มโหวตใหม่ตั้งแต่มาตรา 1ชื่อร่างพ.ร.บ.เป็นต้นมา เพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสมาชิกอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม เสนอความเห็นให้ไปโหวตใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่มาตรา 1 ซึ่งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านก็เห็นด้วยกับแนวทางของนายชวน ในที่สุดที่ประชุมจึงเห็นพ้องต้องกันให้ไปเริ่มโหวตลงมติใหม่ตั้งแต่มาตรา 1 ว่าด้วยชื่อร่างพ.ร.บ. เป็นต้นมา โดยเริ่มโหวตใหม่ในเวลา 15.00 น. ซึ่งนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตกมธ.เสียงข้างน้อย ได้ขอถอนการอภิปรายที่สงวนความเห็นไว้ตั้งแต่ มาตรา1-31 &amp;nbsp;เพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความราบรื่นและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้ส.ส.ในห้องประชุมพากันปรบมือแสดงความพอใจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57100</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ประชุมสภา, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2563, องค์ประชุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e450bcdb8b46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัวคุก!ไม่แตะป้อม เหลิมปัดซูเอี๋ยนาฬิกาหรูจบแลว้ /4งูเห่าบี้กกต.แจงสถานะส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ป้อม&amp;rdquo; โต้ข่าวล็อบบี้ &amp;ldquo;เหลิม&amp;rdquo; ไม่ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ลั่นพร้อมชี้แจง &amp;quot;เฉลิม&amp;quot; โบ้ยไม่รู้จัก &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; เป็นการส่วนตัวอ้างไม่ซักฟอก หวั่นทีมงานติดคุก จะเสียชื่อหากเอาเรื่องเก่า ป.ป.ช.ตีตกไปแล้ว เท่ากับไม่ยอมรับองค์กรอิสระ โฆษก พท.ปูดนายกฯ เตรียมยุบสภาหนีการซักฟอก ผลสอบ พท.ลงดาบ 3 ส.ส.งูเห่าไม่ส่งสมัคร ส.ส. &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; พลิ้วเช็กองค์ประชุม อนค.ขับงูเห่าอ้างเอาเวลาไปสู้คดีให้พรรค &amp;quot;กวินนาถ&amp;quot; ขู่ฟ้อง อนค.หากโดนแกล้ง &amp;nbsp;กกต.เผยฐานข้อมูล 4 ส.ส.ยังเป็นสมาชิก อนค.อยู่ ส่อส่งศาล รธน.วินิจฉัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 15 มกราคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีตนเองจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ก็ไม่ได้รู้สึกโล่งใจหรืออะไร เพราะตนทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส ทั้งนี้ หากฝ่ายค้านอภิปรายเกี่ยวโยงมาถึงตน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม พร้อมที่จะชี้แจง สบายอยู่แล้ว ตอบได้ ไม่มีปัญหา เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ตอบได้ทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องของงานด้านความมั่นคง อาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีการซื้อ ก็ยืนยันว่าดำเนินการถูกต้องตามระเบียบการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจว่าจะไม่ถูกล้มในการอภิปรายใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;จะไปล้มได้อย่างไร มีแต่เดินอยู่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าว ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย (พท.) ส่งคนมาพูดคุยว่าจะไม่อภิปรายตนเอง พล.อ.ประวิตรกล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้พูดคุยกับเขา จะไปรู้อะไร จะมีชื่อหรือไม่มีชื่อตนในการถูกอภิปรายครั้งนี้ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวว่ามีการพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพื่อให้ตัดชื่อ พล.อ.ประวิตร ออกจากญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยพบหรือพูดคุยใดๆ กับ พล.อ.ประวิตรเลย ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยคุยกันสักครั้งเดียว หากจะพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร สู้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เลยจะดีกว่า ส่วนที่ไม่เห็นด้วยในการใส่ชื่อ พล.อ.ประวิตรในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้นั้น เนื่องจากเห็นว่าหากเป็นข้อมูลเก่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างเรื่องบัญชีทรัพย์สิน แหวนและนาฬิกา ประเด็นนี้ถือว่ามันจบไปแล้ว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการชี้มูลวินิจฉัยแล้วว่าไม่ผิด ดังนั้นหากฝ่ายค้านจะไปอภิปรายในประเด็นนี้ ก็เท่ากับว่าไม่ยอมรับการตัดสินของ ป.ป.ช.ที่เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หนำซ้ำคนที่อภิปรายต้องรับผิดชอบตัวเอง อาจจะมีความผิดติดคุกกันได้ ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยมอบหมายให้ผมเป็นกุนซือการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ อ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น ถ้าพาทีมงานไปจบแบบนั้นเสียชื่อตาย แต่หากใครมีข้อมูลใหม่ที่จะอภิปราย พล.อ.ประวิตร จะไม่คัดค้านเลย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.เฉลิมยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีหมัดเด็ดอย่างแน่นอน ได้ติว ส.ส.ที่จะอภิปรายในส่วนของพรรคเพื่อไทยไปแล้ว ก็หวังว่า ส.ส.ที่เป็นตัวแทนในการอภิปรายจะพรีเซนต์ตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ตนเองไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งใดๆ กับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนจะทำงานรวบรวมข้อมูลในส่วนของ พล.อ.ประวิตรต่อไป ร.ต.อ.เฉลิมพูดว่าจะไม่อภิปราย พล.อ.ประวิตร ในประเด็นนาฬิกา แต่ข้อมูลของตนไม่ใช่เรื่องนาฬิกา ร.ต.อ.เฉลิมเป็นผู้ใหญ่ทางการเมือง อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยมาตลอด เป็นคนมีอุดมการณ์สูง ถ้าได้เห็นข้อมูลจะเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ คงพร้อมทำเพื่อประโยชน์ประเทศชาติด้วยเช่นกัน ส่วนข้อมูลเป็นเรื่องใดนั้น ขอไว้รอฟังในวันอภิปรายทีเดียว มั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน เมื่อทำการบ้านเสร็จแล้วคงได้มีการพูดคุยกัน การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทำเล่นๆ ไม่ได้ ข้อมูลต้องชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะไม่อภิปราย เพราะทำอะไรต้องมีความรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ข้อมูลที่มีถ้าเป็นประเทศอื่นรัฐบาลคงอยู่ไม่ได้ แต่สำหรับประเทศไทยต้องยอมรับว่า ที่นี่ประเทศไทย ประเทศกูมี ไม่เหมือนอย่างที่คิด อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น&amp;quot; นายศรัณย์วุฒิกล่าว
ปูดนายกฯ ยุบสภาหนีซักฟอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะอภิปรายรัฐมนตรีแน่นอน 5 คน ส่วนความเห็นส.ส.เพื่อไทยกับ ร.ต.อ.เฉลิมเรื่อง พล.อ.ประวิตร ต้องดูว่าหากจะอภิปรายในเรื่องนาฬิกาตามที่ ป.ป.ช.ใช้กำปั้นทุบดินตอบกลับมาจะทำได้เพียงแค่ดิสเครดิตเท่านั้น เป้าหมายหลักของฝ่ายค้านคือ นายกรัฐมนตรีและเรื่องเศรษฐกิจ แต่ถ้าเรามีข้อมูลมีหลักฐานใหม่ของ พล.อ.ประวิตร ก็ควรอภิปราย ร.ต.อ.เฉลิมไม่ได้ระบุชัดเจนเสียทีเดียวว่าจะไม่อภิปราย เพราะยังต้องรอความเห็นจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอรายชื่อรัฐมนตรีที่ควรถูกอภิปรายเพิ่มเติมเข้ามา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวออกมาจากพรรคร่วมรัฐบาลเองว่า พล.อ.ประยุทธ์เตรียมจะยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แทนการปรับ ครม.เพราะสารพัดปัญหาของรัฐบาลมาถึงจุดที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ในส่วนพรรคเสรีรวมไทยยืนยันจะขออภิปราย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, นายวิษณุ เครืองาม &amp;nbsp;รวมถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่อาจอยู่ในโควตาของพรรคอนาคตใหม่ อย่างไรก็ตาม คงต้องตกลงกับพรรคเพื่อไทยก่อนเพื่อหาข้อสรุปในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านภายในสัปดาห์นี้อีกครั้ง ยืนยันไม่มีการล็อบบี้พรรคเสรีรวมไทย เพราะเราเป็นพรรคเล็ก เขาคงไม่มองเรา เขาคงคุมเราได้แค่เรื่องการจัดสรรเวลาอภิปราย แต่คุมเราไม่ได้ว่าจะอภิปรายหรือไม่อภิปรายใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวถึงเนื้อหาที่จะอภิปราย พล.อ.ประวิตร ว่า จะเป็นเรื่องเก่าๆ อาทิ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ การละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่ตรวจสอบการย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล จากผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) มาเป็นที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี ปกติจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ากระทำผิดอะไร แต่ปรากฏว่าไม่มีการตรวจสอบอะไรรวมถึงเรื่องคดีนาฬิกายืมเพื่อนที่ขณะนี้ กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กำลังขอหลักฐานจาก ป.ป.ช.อยู่ ยืนยันว่าการตรวจสอบเรื่องเก่าที่ไม่ใช่ในรัฐบาลนี้ทำได้ เพราะที่ผ่านมาสมัยรัฐบาล คสช.ไม่เคยมีการตรวจสอบ จึงต้องถูกตรวจสอบความผิดเรื่องการทุจริต จะเอาผิดเมื่อไรก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ส.ของพรรคไม่ปฏิบัติตามมติของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่มีพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นประธาน ได้เปิดเผยเอกสารผลสรุปการสอบ 3 ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรค ดังนี้ 1.กรณีนางพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี เชื่อได้ว่าเป็นการได้รับการร้องขอและมีประโยชน์ตอบแทนส่วนตน ถือว่าเป็นการกระทำความผิดวินัยพรรคอย่างร้ายแรง ซ้ำซาก ควรลงโทษสถานหนัก อย่างไรก็ตามการลงโทษถึงขั้นขับออกจากสมาชิกพรรคตามรัฐธรรมนูญ ผู้นั้นสามารถไปหาพรรคใหม่สังกัดได้ภายในสามสิบวัน จึงเห็นว่ายิ่งจะเป็นการสมประโยชน์ของฝ่ายรัฐบาลมากขึ้นไปอีก จึงเสนอให้กรรมการวินัยและจรรยาบรรณลงโทษทางวินัยในระดับภาคทัณฑ์ และใช้มาตรการทางปกครองที่เด็ดขาดคือไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของพรรค และไม่ส่งสมัครในการเลือกตั้งครั้งต่อไปโดยไม่มีเงื่อนไขผ่อนปรนใดๆ ทั้งสิ้น
พท.ลงดาบ 3 สส.งูเห่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กรณีนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กรุงเทพฯ ได้มีพฤติกรรมและการกระทำที่ฝ่าฝืนมติพรรคแม้จะอ้างเหตุผลด้วยความจำเป็น และเหตุผลส่วนตัว ก็ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างหักร้างแนวทางของพรรคและจริยธรรมทางการเมือง การจะพิจารณาลงโทษสถานหนักก็ยังมีเหตุผลเช่นเดียวกันว่า ในที่สุดก็จะเข้าทางความต้องการของฝ่ายรัฐบาล จึงเห็นควรให้ภาคทัณฑ์ และไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของพรรคเป็นเวลาหนึ่ง และพิจารณาไม่ส่งเป็นผู้สมัครของพรรคในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เว้นแต่จะสามารถพิสูจน์ให้พรรคมั่นใจหรือมีการกระทำที่น่าเชื่อถือว่าจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองให้อยู่ในระเบียบวินัยของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.กรณีนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี ถือว่าได้กระทำผิดวินัยร้ายแรงเช่นกัน ข้ออ้างและเหตุผลที่ชี้แจงถือว่าฟังไม่ขึ้น แต่พฤติกรรมคือเพียงแสดงตนให้เป็นองค์ประชุม แต่ในความประพฤติต่อมา ยังไม่เห็นแจ้งชัดว่ายังจงใจที่จะกระทำผิดเช่นเดิม จึงเสนอให้ดำเนินการภาคทัณฑ์ ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมพรรคในระยะเวลาหนึ่ง และพิจารณาไม่ส่งลงเลือกตั้งในครั้งต่อไป จนกว่าจะมีข้อเสนอหรือพิจารณาเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสรุปทั้ง 3 กรณีนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ จะส่งผลการพิจารณาให้คณะกรรมการจริยธรรมของพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาในวันพฤหัสบดีที่ 16 ม.ค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พร้อมนายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยื่นสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบความชัดเจนกรณีถูกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) มีมติให้ขับออกจากพรรค แต่ไม่ได้มีการทำหนังสือพ้นสมาชิกภาพเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ทราบว่า น.ส.ศรีนวลยื่น กกต.แล้ว และ กกต.กำลังจะดำเนินการ ก่อนหน้านี้ตนถึงได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า น.ส.ศรีนวลรู้ได้อย่างไรว่าปลดแล้ว จะอ้างว่ารู้จากสื่อคงจะชอบกล ซึ่งปกติควรจะต้องทัน กรอบเวลาหาพรรคสังกัดเพราะมีวิธีนับอยู่ว่าแจ้งเมื่อไร และนับอย่างไร ซึ่ง กกต.กำลังดำเนินการเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ทั้ง 4 คนซึ่งถูกขับออกจากพรรคและมีปัญหาในการหาพรรคการเมืองสังกัดว่า ตอนนี้รอให้สภารายงานเรื่องนี้เข้ามา ซึ่งที่จริงแล้วความเป็น ส.ส.ขึ้นอยู่กับการตัดสินของกกต. อย่างไรก็ตาม ถ้าเรื่องมาถึงสภา ก็จะดูแลเรื่องนี้ให้ 1-2 วัน ทางสภาจะรายงานเรื่องสถานภาพของ ส.ส.ทั้ง 4 คน ทั้งนี้ เข้าใจว่าพรรคที่จะรับ ส.ส.ทั้ง 4 คนกำลังรอหนังสือการพ้นสมาชิกพรรคจากอีกพรรคการเมืองหนึ่งอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ต้องถามพรรคการเมืองที่จะรับ ส.ส.ทั้ง 4 คนว่าสาเหตุคืออะไร กรณีดังกล่าวยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นต้องรอความชัดเจนเกี่ยวกับ ส.ส.ที่ไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่ง น.ส.ศรีนวลแสดงเจตจำนงชัดเจนในการเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค ภท. โดยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนว่า เมื่อ ส.ส.ถูกขับออกจากพรรคเดิมจะต้องหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการลงวันที่ในหนังสือที่พรรคอนาคตใหม่จะดำเนินการยื่นให้กับ กกต. และรอ กกต.ดำเนินการ จากนั้นพรรค ภท.จะลงวันที่ในหนังสือเพื่อรับเป็นสมาชิกพรรคต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อ น.ส.ศรีนวลถูกขับออกจากพรรคเดิม และได้แสดงความจำนงเข้าร่วมทำงานกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทุกวันนี้ น.ส.ศรีนวลก็ได้เข้ามาให้ความคิดเห็นช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ของพรรคภูมิใจไทย เพราะถือว่าเป็นคนในบ้านเดียวกันแล้ว&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวถึงกรณีมติขับออกจากพรรค อนค.อาจไม่สมบูรณ์ เนื่องจากมีรายงานว่าองค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ไม่ครบ และจะครบกำหนด 30 วัน เพื่อสังกัดพรรคใหม่ภายใน 15 ม.ค.ว่า เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น เพราะการประชุมใหญ่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า หากองค์ประชุมไม่ครบ ก็ไม่สามารถประชุมได้ ซึ่งนี่คือวิถีปฏิบัติ ทั้งนี้ไม่ทราบเจตนากลั่นแกล้งให้สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.หรือไม่ แต่ยืนยันว่ามติพรรคสมบูรณ์ 100% เพราะขณะนี้ตนไม่สามารถเข้าสู่ระบบในเว็บไซต์ของพรรค อนค.ได้แล้ว อีกทั้งในเว็บไซต์ก็ระบุข้อมูล ส.ส.ชัดว่าตนถูกขับออกจากพรรค อนค. แม้จะไม่มีเอกสารจากพรรคออกมา&amp;nbsp;
งูเห่าอนค.ขู่ฟ้องโดนแกล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดิฉันได้นำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท และ กกต.ก็รับรองการเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท &amp;nbsp;และได้แจ้งต่อประธานสภาฯ แล้ว จึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหา หากเรื่องนี้มีปัญหา ผู้ที่รับผิดชอบควรเป็นพรรคอนาคตใหม่ แต่ถ้ามีปัญหา ก็คงจะฟ้องร้องต่อไป&amp;rdquo; น.ส.กวินนาถกล่าว พร้อมแนะนำให้ น.ส.ศรีนวลเดินหน้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เพื่อรักษาสิทธิ์ เพราะวันที่ 15 ม.ค. เป็นวันสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีความไม่ชัดเจนของพรรคในการขับ 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรคว่า เรื่องนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน ตกใจอยู่ที่เห็นข่าวนี้ แต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เดิมที่ประชุมวิสามัญเสนอให้ขับ 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรค แต่ตามรัฐธรรมนูญจะต้องใช้มติที่ประชุม ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค ซึ่งพรรคได้จัดประชุมพรรคทันทีในวันรุ่งขึ้น และมีมติขับออก มติที่เกิดขึ้นจะต้องตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม และจัดทำรายงานการประชุมให้ กกต.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้รับรายงานการประชุมเรื่องการขับอดีต 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรค เนื่องจากมีปัญหาการประชุม ส.ส.อนาคตใหม่ในวันดังกล่าวมีองค์ประชุมไม่ครบ ขาดตัวแทนภาคร่วมประชุม นายปิยบุตรกล่าวว่า กำลังตรวจสอบ แต่ขั้นตอนในวันดังกล่าวค่อนข้างรีบเร่ง จึงต้องไปตรวจสอบรายละเอียดและลายเซ็นผู้เข้าร่วมประชุมว่าครบองค์ประชุมหรือไม่ มิเช่นนั้นจะกลายเป็นมติไม่ชอบ ส.ส.เหล่านั้นจะไม่ถูกขับออกจากพรรคจริงๆ ทั้งนี้ เป็นเรื่องของ กกต.จะระบุว่าใครจะอยู่ในสังกัดพรรคใด แต่ถ้ามีชื่อซ้ำซ้อนกันทั้งสองพรรค ถือว่าหลุดจาก ส.ส.ทั้งสองพรรค เป็นแนวที่ กกต.ดำเนินการมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้กำลังตามเรื่องอยู่ทุกวัน พรรคเรามีหลายเรื่องมาก ถ้าลดจำนวนคดีให้เราน้อยๆ จะได้มีเวลาไปทำเรื่องพวกนี้ ขณะนี้เราต้องแก้คดีทุกวันเต็มไปหมด ทั้ง 4 คนคงไม่ต้องกังวลใจอะไร เพราะประกาศตัวชัดเจนแล้ว ถ้าไปปรากฏชื่อซ้อนกัน 2 พรรคก็เป็นหน้าที่ของ กกต.&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าพรรคไม่ยืนยันใช่หรือไม่ว่าทั้ง 4 คนยังไม่พ้นจากสมาชิกพรรคตามกฎหมาย นายปิยบุตรตอบว่า ต้องไปเช็กว่าวันนั้นมีการเซ็นชื่อเข้าประชุมครบองค์ประชุมหรือไม่ พอมีมติเกิดขึ้นไม่ใช่ว่าจะมีความสมบูรณ์ทันที ต้องรอการส่งเอกสารหนังสือรับรองให้ กกต.เพื่อยืนยันอย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะทำไปทำไม ภารกิจของเราคือการจัดทำเอกสารให้ครบถ้วน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของพรรคอนาคตใหม่ แต่เป็นเรื่องของทั้ง 4 คนที่ต้องรับผิดชอบเองต่อสิ่งที่กระทำไป แต่กลายเป็นว่าพรรคอนาคตใหม่ต้องไปตามรับผิดชอบให้ ทั้ง 4 คนคงต้องดูแลตัวเองด้วย ขอให้เย็นๆ ดูแล้วออกอาการไปนิด&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าวเมื่อถามว่า ตั้งใจหรือไม่ที่ต้องให้ 4 ส.ส.มีชื่อซ้ำซ้อนกัน 2 พรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงาน กกต. น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พร้อมด้วยนายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี 2 ใน 4 ส.ส.ที่พรรค อนค.มีมติขับพ้น ส.ส. และได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไทแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 และ 26 ธ.ค. ได้เดินทางเข้าหารือกับเจ้าหน้าที่ด้านกิจการพรรคการเมืองกรณีที่พรรค อนค.ระบุว่ามติขับ 4 ส.ส. พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคอาจไม่สมบูรณ์เพราะองค์ประชุมไม่ครบ แต่ตนและนายจารึกได้ไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไทแล้ว การกระทำของพรรค อนค.จะถือเป็นการกลั่นแกล้ง ส.ส.ทั้ง 4 คนหรือไม่
อึ้ง! 4 ส.ส.ยังเป็นสมาชิกอนค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงาน กกต. ขณะนี้รอการรายงานการเพิ่มลดจำนวนสมาชิกพรรคไตรมาสสุดท้ายปี 62 คือตั้งแต่ 1 ต.ค.-31 ธ.ค.62 ที่ทุกพรรคการเมืองต้องส่งมายัง กกต.ภายในวันที่ 15 ม.ค. โดยในส่วนของพรรค อนค. ณ เวลา 16.30 น. สำนักงาน กกต.ยังไม่ได้รับเอกสารรายงานดังกล่าว แต่อาจจะมีการจัดส่งทางไปรษณีย์ตามที่ กกต.เปิดให้ดำเนินการได้ แต่ในระบบฐานข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ขณะนี้ยังพบว่ามีชื่อของ 4 ส.ส.เป็นสมาชิกพรรคอยู่ ขณะเดียวกันทางพรรคพลังท้องถิ่นไทก็ได้มีหนังสือแจ้งมายังสำนักงาน กกต.แล้วว่า น.ส.กวินนาถและนายจารึกได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้ว พร้อมหลักฐานประกอบครบถ้วน ดังนั้นในส่วนปัญหาของ น.ส.กวินนาถและนายจารึก ขณะนี้เท่ากับว่ามีชื่อเป็นสมาชิกพรรคการเมือง 2 พรรคการเมือง อาจถูกนายทะเบียนพรรคการเมืองลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิกทั้งสองพรรคการเมืองตามมาตรา 26 วรรคสอง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งก็จะมีผลให้ต้องสิ้นสภาพการเป็นส.ส.เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของนางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ และพ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี ที่มีการเปิดตัวจะเข้าพรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังไม่ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกนั้น หากทางพรรคอนาคตใหม่ใช้เวลาในการตรวจสอบองค์ประชุมร่วมระหว่างกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคในวันที่ 17 ธ.ค. ที่มีมติขับ 4 ส.ส.พรรคล่าช้าหรือยอมเสียค่าปรับจากการแจ้งรายงานการเพิ่มลดจำนวนสมาชิกพรรคไตรมาสสุดท้ายของปี 62 เพราะแจ้งช้าแล้วต่อมามีการแจ้งต่อ กกต.ยืนยันว่าองค์ประชุมในวันที่ 17 ธ.ค. ครบถ้วนและมติขับพ้นสมาชิกพรรคถูกต้อง ทั้ง 4 คนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่แล้วก็จะเกิดปัญหาว่าทั้ง 4 คนหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดไม่ทันภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคมีมติขับพ้นสมาชิก คือต้องหาพรรคการเมืองสังกัดภายในวันที่ 16 ม.ค. และกลายเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าทั้ง 4 คนหลุดจากการเป็น ส.ส.เขตแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งอาจจะต้องมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องให้ กกต.ตรวจสอบกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เปิดเผยข้อมูลว่ามีพรรคการเมืองจำนวน 34 พรรค ที่ปรากฏรายการกู้เงินในเอกสารงบการเงินของพรรคประจำปี 2561 แต่เนื่องจากพรรคไทยรักษาชาติถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไปแล้ว และพรรคอนาคตใหม่ กกต.ได้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว วันนี้ตนจึงยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบพรรคการเมือง 32 พรรคที่เหลือ โดยขอให้ตรวจสอบว่าทั้ง 32 พรรคการเมืองดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 62 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่ หากเข้าข่ายก็จะต้องมีการเอาผิดตามมาตรา 72 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่ง กกต.เคยวินิจฉัยกรณีเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ไปแล้ว และส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคตามมาตรา 92 (3) พ.ร.ป.พรรคการเมืองต่อไป แต่กรณีนี้อาจจะยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ เพราะถ้อยคำที่พรรคการเมืองใช้มีถ้อยคำที่แตกต่างกัน ทั้ง &amp;ldquo;เงินกู้&amp;rdquo; &amp;ldquo;เงินยืม&amp;rdquo; &amp;ldquo;เงินทดรองจ่าย&amp;rdquo; ซึ่ง กกต.จะต้องวินิจฉัยคำเหล่านี้เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ สำนักงาน กกต.ออกชี้แจงและให้ข้อมูลการดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบรายได้ของพรรคการเมืองว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ว่านายทะเบียนพรรคการเมืองอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งปรากฏตามงบการเงินประจำปี 2557 ถึงงบการเงินประจำปี 2561 หากตรวจสอบแล้ว พบว่าพรรคการเมืองใดกระทำการเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมืองจะต้องแจ้งให้พรรคการเมืองดังกล่าวชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยในแต่ละปีช่วงปี 57-61 จึงมีเงินทดรองจ่ายเข้ามา เพื่อจัดการเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายเหล่านั้น ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเป็นการใช้กฎหมายฉบับเดิมที่ไม่ได้ห้ามยืมเงินหรือห้ามมีเงินทดรองจ่าย ซึ่งอนุญาตให้ทำได้ แต่หลังจากที่ พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 บังคับใช้โดยการปลดล็อกหรืออนุญาตโดย คสช. เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.61 ที่มีการใช้กฎหมายฉบับใหม่ พรรคภูมิใจไทยก็ไม่ได้มีเงินทดรองจ่ายหรือมีการยืมเงินมาใช้อีกเลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่พยายามบอกว่าพรรคภูมิใจไทยเหมือนกับพรรคการเมืองที่กำลังจะถูกดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้นั้น ยืนยันว่าแตกต่างกัน เพราะสิ่งที่พรรคการเมืองที่กำลังถูกดำเนินการอยู่นั้นเป็นการถูกกล่าวหาว่ามีการทำนิติกรรมอำพราง ก็ต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอน และเข้าใจว่าเป็นการใช้เพื่อหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเป็นคนละกรณีกับพรรคภูมิใจไทย&amp;rdquo; นายศุภชัยกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54665</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ยุบสภาหนีการซักฟอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์ประชุม, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, เฉลิม อยู่บำรุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1f28d08ea26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุดิษฐ์&#039; ซัดรัฐบาลเสนอกล้วย ส.ส.ฝ่ายค้าน ทำการเมืองถอยหลังเหมือนปี 2518</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ธ.ค.62 - น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าจากการติดตามความเคลื่อนไหวการเตรียมของฝ่ายรัฐบาลก่อนการพิจารณาญัตติดังกล่าว ทราบว่าเขาพยายามระดม ส.ส.ทั้งหมดเพื่อเปิดประชุมโดยเงื่อนไขต้องมีองค์ประชุมให้ครบ 249 เสียงเพื่อเปิดประชุมโหวตล้มมติตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบ ม.44 ที่แพ้ไปก่อนหน้านี้ให้ได้ และต้องหาหนทางพลิกเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ 6 เสียงที่โหวตสวนทางของรัฐบาล ซึ่งตนเองได้รับรายงานจาก ส.ส.หลายคนของพรรคที่ถูกทาบทามจากบุคคลสำคัญของรัฐบาลที่เสนอผลประโยชน์บางอย่างเพื่อให้สนับสนุนรัฐบาลแก้ไขข้อขัดข้องที่รัฐบาลมีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังได้ยินข่าวปล่อยว่า หากสภาฯล้มในครั้งนี้อาจมีการยุบสภาฯ ดังนั้นเมื่อผลออกมาตามที่เห็นกันก็ไม่คิดว่าการเมืองไทยจะเดินมาถึงจุดที่มีความเสื่อมได้รวดเร็วขนาดนี้ ตนไม่เคยเชื่อว่าการเมืองวันนี้ผู้มีอำนาจเลือกใช้วิธีข่มขู่พรรคตัวหรือพรรคร่วมเพื่อควบคุมลูกน้องหรือทีมงานให้เกิดความเกรงกลัวจนต้องทำตามผู้มีอำนาจไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม เพราะหากเป็นเช่นนี้จริงๆมันก็เท่ากับสะท้อนให้เห็นว่าผู้มีอำนาจของบ้านเมืองในตอนนี้ไม่ได้ยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างที่พยายามกล่าวอ้างมาโดยตลอด เพราะตนดูอย่างไรก็แล้วแต่ก็เห็นภาพการต่อรองกดดันข่มขู่เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสนอกล้วย เพื่อจูงใจให้กับส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ย่อมไม่ใช่การปฏิรูปการเมืองให้ดีขึ้นอย่างที่กล่าวอ้างแต่เป็นการนำการเมืองไทยถอยหลังไปเหมือนปี 2518&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทย 3 เสียงที่แสดงตนเป็นองค์ประชุม น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่พรรคจะปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกไม่ได้ ส่วนตัวเห็นว่าพรรคต้องกำหนดมาตรการในการดำเนินการกับบุคคลที่สวนมติพรรค พรรคเพื่อไทยมีระเบียบข้อบังคับและวิธีการในเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บุคคลดังกล่าวได้ชี้แจงกับพรรคเสียก่อน ส่วนจะมีมาตรการอย่างไรเมื่อได้ข้อยุติจะรายงานผ่านสื่อให้ประชาชนทราบเพราะคนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยอยู่ในขณะนี้ต่างรู้สึกผิดหวังกับการกระทำของสมาชิกที่สวนมติพรรคในครั้งนี้เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51842</URL_LINK>
                <HASHTAG>งูเห่า, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, ประชุมสภา, ล้มมติตั้งกมธ., องค์ประชุม, เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, โหวตสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d148eaeb86bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุทิน&#039; ชี้ &#039;พลภูมิ&#039; โผล่เป็นองค์ประชุมรัฐบาลเพราะผลประโยชน์ต่างตอบแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ธ.ค.62 - นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กรณีมีเสียงส.ส.ของฝ่ายค้านไปแสดงตัวเป็นองค์ประชุมในการพิจารณาตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบม.44 ว่า การหาเสียงแสดงองค์ประชุมของรัฐบาลครั้งนี้เป็นการลงทุนลงแรงทุกวิธีการซึ่งเป็นการลงทุนที่สูงมากถือว่าไม่ผิดคาด เพราะเราเชื่อว่าถ้ารัฐบาลทำทุกวิถีทางก็คงต้องออกมาเป็นเช่นนี้ ในส่วนของวิปฝ่ายค้านหลังจากนี้คงมีการประชุมเปิดอกคุยกันว่าใครจะยังคงจุดยืนและทำงานร่วมกันต่อหรือใครจะประสงค์ทำงานการเมืองในแนวทางอื่น ซึ่งเราไม่มีการบังคับกันเพราะการมาทำงานร่วมกันของฝ่ายค้านเป็นเพราะกระแสสังคมส่งมา ถ้าใครจะวิเคราะห์ว่ากระแสสังคมเปลี่ยนไปจะเลือกการเดินการเมืองแนวทางอื่นเป็นสิทธิหลังจากนี้เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ เราเหลือเท่าไหร่ก็ทำงานได้ เพราะถึงอย่างไรจำนวนเสียงก็สู้ไม่ได้อยู่แล้ว แต่คุณภาพและจุดยืนที่แน่วแน่เท่านั้นที่จะเป็นอาวุธของฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่แสดงตัวเป็นองค์ประชุม 3 คนนั้น นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. เราไม่แปลกใจเพราะเข้าใจและทราบมาก่อนว่าเขามีบุญคุณต่อกันเรื่องคดีก่อนหน้านี้ ส่วนที่เหลืออีก2 คนถือว่าผิดคาดเราจึงยังต้องรอฟังเหตุผลของเขาก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51840</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ. ศึกษาผลกระทบคำสั่ง ม.44, งูเห่า, ประธานวิปฝ่ายค้าน, สุทิน คลังแสง, องค์ประชุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d6872f78a3ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
