<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10งูเห่าค้ำรัฐบาล! สภาไม่ล่มเสียงทะลุ259ตีตกตั้ง‘กมธ.ศึกษาม.44’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ปัดไม่เคยพูดจะปรับ ครม.-ยุบสภา ฝ่ายค้านอิสระพลิกกลับมาร่วมรัฐบาลหลังนายกฯ กล่อมให้มาช่วยกัน &amp;nbsp;โล่งอก! สภาไม่ล่มรอบสาม องค์ประชุมครบแสดงตน 259 เสียง ไม่ถอนญัตตินับคะแนนใหม่ ทำให้ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ ที่ประชุมโหวตคว่ำตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบจาก คสช. 244 ต่อ 5 เสียง งูเห่าโผล่ 10 ตัว ขณะที่ ปชป.คุมกันเองไม่อยู่โหวตสวน 4 เสียง &amp;nbsp;&amp;quot;สุทิน&amp;quot; แฉมีแจกกล้วย 20 ส.ส.ฝ่ายค้าน เสนอตัวเลข 8 หลักแลกโหวตเป็นองค์ประชุม &amp;quot;ไวพจน์&amp;quot; โผล่ประชุมด้วย &amp;quot;ชวน-วิษณุ&amp;quot; ชี้ไร้เอกสิทธิ์ตำรวจจับได้ถ้าจะจับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 4 ธันวาคม ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีการพิจารณาญัตติด่วนเรื่อง ขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ต่อจากการประชุมสัปดาห์ที่แล้ว ปรากฏว่าองค์ประชุมสภาครบ และโหวตไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) และยุบสภา หากพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่มีเอกภาพทำให้สภาล่มรอบที่ 3 ว่า &amp;quot;ฉันไม่เคยพูดเลย พูดกันไปเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการรับประทานอาหารร่วมกันกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลมีความมั่นคงอยู่แล้ว และก็จะอยู่ยาวเพื่อบริหารประเทศต่อไป ซึ่งกับพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวานก็ไม่ได้คุยอะไรกันเป็นพิเศษ เป็นเพียงการรับประทานอาหารร่วมกันเฉยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจว่าสภาจะไม่ล่มรอบที่ 3 หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ถ้าล่มก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ การรับประทานอาหารร่วมกันไม่ได้มีการพูดคุยนอกรอบ นายกฯ ไม่ได้กล่าวอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่เดินไปทักทายแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่นั่งประจำโต๊ะต่างๆ เท่านั้น บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ไม่มีเกาเหลา ส่วนที่นายกฯ ระบุว่าอยู่ได้เพราะ 3 ป. ต้องไปถามนายกฯ ความจริงเราช่วยในการทำงานเฉยๆ แต่การบริหารงานหลักก็เป็นในส่วนของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ซึ่งเป็นฝ่ายอิสระ ไปร่วมรับประทานอาหารด้วย จะมีการย้ายกลับมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ก็แล้วแต่นายมงคลกิตติ์ &amp;nbsp;ส่วนที่นายกฯ ระบุว่านายมงคลกิตติ์จะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ในเดือนม.ค.ปี 63 นั้น พล.อ.ประวิตรพูดติดตลกว่า &amp;ldquo;เขาก็จะเป็นคนดี เพราะตอนนี้ดูเป๋ๆ ไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะสามารถดึงฝ่ายค้านอิสระกลับมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลเป็นปึกแผ่น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า แค่นี้ก็เป็นปึกแผ่นอยู่แล้ว นายกฯ ไม่ได้ขู่ว่าจะปรับ ครม. แต่พูดว่าถ้าดำเนินการไม่ดีก็ต้องปรับ ครม.และเตรียมยุบสภา โดยนายกฯพูดแบบนี้ยืนยันว่าเราคุยกันรู้เรื่องตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคปชป.ถูกจับตาเป็นพิเศษจะควบคุมเสียง ส.ส.พรรคไม่ได้ ว่าทุกพรรคก็ต้องช่วยกัน ไม่ใช่เฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ละพรรคก็ต้องทราบภารกิจดีอยู่แล้ว ส่วนเสียงของ ส.ส.ในพรรค นายกฯ ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะเข้าใจดีว่าแต่ละพรรคจะต้องทำอะไรบ้าง และเป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาล ที่ประกอบด้วยทุกพรรค จะต้องทำงานร่วมกันในการรวบรวมเสียงให้เป็นไปตามเป้าหมายในสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มติพรรคให้โหวตตามมติวิปรัฐบาล ส่วนถ้า ส.ส.ฝืนมติจะลงโทษอย่างไรนั้น เป็นหน้าที่ของเลขาธิการพรรคที่จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป&amp;quot; นายจุรินทร์กล่าว&amp;nbsp;
ฝ่ายค้านอิสระพลิกร่วมรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย เปิดเผยถึงการมีตติ้งพรรคร่วมรัฐบาลค่ำวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดีมากๆ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่นายกฯ มาพบกันพรรคการเมืองต่างๆ ที่ไม่ใช่ภาพของทหาร ท่านได้มาคุยกับพรรคขนาดเล็กที่มีจำนวน ส.ส. 15 เสียง นานมาก โดยขอบคุณทุกคนที่มา ท่านนายกฯ บอกว่า 1 เสียงถือว่าสำคัญมากๆ ต่อรัฐบาลชุดนี้ ขอให้ทุกๆ คนช่วยกันเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ถ้าผมอยู่ไม่ได้ พวกท่านก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราต้องมาทำงานช่วยกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;นายกฯ ได้คุย 2 พรรคฝ่ายค้านอิสระคือผมและนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ว่าพรรคฝ่ายค้านพูดอะไรนายกฯ ก็ต้องฟัง ยิ่งฝ่ายค้านอิสระพูดยิ่งต้องฟังให้มาก และขอให้ทำงานร่วมกันต่อไป โดยขอให้กลับมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเหมือนเดิม ซึ่งผมทั้ง 2 คนก็รับปากจะมีการไปขอมติกรรมการบริหารพรรค คาดว่าภายในเดือน ธ.ค.นี้ก็เสร็จเรียบร้อย ไม่มีฝ่ายค้านอิสระแล้ว&amp;quot; นายพิเชษฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสข่าวนายกฯ ขู่ปรับ ครม.หรือยุบสภาว่า คิดว่าคงเป็นคำขู่มากกว่า คงไม่กล้ายุบหรอก การจะยุบสภาปกติต้องเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบทางการเมือง มองไปถึงถ้ามีการเลือกตั้งแล้วตัวเองจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกรอบ ถ้ายุบสภาแล้วมีการเลือกตั้งจริง พรรคเพื่อไทยไม่กลัว กลัวยุบแล้วจะไม่มีการเลือกตั้ง แล้วจะปฏิวัติอีกรอบเพื่อที่จะอยู่ในอำนาจต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในฐานะโฆษก กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ว่าปฏิบัติหน้าที่เป็นกลางตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2562 และรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยให้ตรวจสอบการตีความข้อบังคับข้อที่ 83 และ 85 ว่าด้วยการลงคะแนนและการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากสั่งให้นับคะแนนใหม่ตามข้อ 85 คือการให้ลงคะแนนใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กลุ่มนักศึกษาติดตามสถานการณ์บ้านเมืองนำโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ เพื่อขอให้ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง และปฏิบัติตามกฎหมาย โดยบอกว่าขอมอบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้แก่ประธานสภาฯ ได้ศึกษาคำว่า การนับคะแนนใหม่ กับการออกเสียงใหม่ ว่าแตกต่างกันอย่างไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสมบูรณ์กล่าวภายหลังรับมอบหนังสือว่า ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อบังคับการประชุมถูกต้องแล้ว แต่ตนแปลกใจว่า ส.ส.หลายคนกลับตีความข้อบังคับการประชุมไม่ถูกต้อง ไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมาย กลับใช้ความรู้สึก และความไม่รู้ โดยการไม่ศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายสมบูรณ์แถลงข่าว นายพริษฐ์ได้ขึ้นมาพูดบนโพเดียมแถลงข่าวอีกครั้ง จากนั้น นายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะทำงานประธานสภาฯ ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ ได้ขึ้นมาบนโพเดียม แถลงตอบโต้ทันที พร้อมคืนพจนานุกรมให้ รวมถึงจะมอบข้อบังคับการประชุมสภาฯ ให้ไปศึกษาด้วย หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเชิญตัวนายพริษฐ์ออกจากพื้นที่แถลงข่าว โดยนายพริษฐ์ได้นำพจนานุกรมไปวางไว้ตรงโต๊ะประชาสัมพันธ์ด้านหน้าแทน
แฉแจกกล้วย 20 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ ว่า มีการเคลื่อนไหวจากฝ่ายรัฐบาลในการพยายามล็อบบี้ฝ่ายค้าน เพื่อให้ ส.ส.ฝ่ายค้านมาร่วมเป็นองค์ประชุมของสภา ทั้งๆ ที่องค์ประชุมสภาเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายรัฐบาลโดยตรง โดยเวลานี้มีการพยายามยื่นข้อเสนอด้วยการแจกกล้วยให้ ส.ส.ฝ่ายค้าน 20 คน ด้วยเงินจำนวน 8 หลักต่อคน ซึ่งในพรรคฝ่ายค้านจะมีการตรวจสอบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สถานการณ์ขณะนี้ทำให้เกิดความไม่สบายใจ เพราะมีการทำลายวัฒนธรรมทางการเมืองและประชาธิปไตย หากมีการตีความข้อบังคับเพื่อให้มีการลงคะแนนใหม่ทุกครั้ง จะทำให้เสียเวลาของสภา เพราะต้องนับองค์ประชุมทุกครั้ง เวลานับองค์ประชุมทุกครั้ง รัฐบาลก็เสียวทุกครั้ง ทำให้สภาเดินหน้าไม่ได้ หากเป็นแบบนี้ต่อๆ ไป จะไปเข้าทางฝ่ายที่ต้องทำลายประชาธิปไตย&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ที่บอกว่าฝ่ายที่ต้องทำลายประชาธิปไตยหมายถึงการนำไปสู่การรัฐประหารใช่หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ก็คงเป็นเช่นนั้น เพราะหากสภาเดินไปไม่ได้ ก็จะเป็นข้ออ้างที่จะมีการกล่าวหาว่านักการเมืองชั่ว สภาเดินหน้าไม่ได้ จนทำให้เกิดการรัฐประหารในที่สุด ส่วนการขู่ว่าจะยุบสภาและปรับ ครม. เป็นการแสดงให้เห็นถึงความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล จนไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวถึงกรณีที่นายสุทินระบุว่ามีการล็อบบี้ฝ่ายค้านกว่า 20 คน ด้วยการเสนอผลประโยชน์เป็นตัวเลขสูงถึง 8 หลักต่อคนว่า เรื่องนี้ต้องไปถามนายสุทิน ตนไม่ทราบ เเละนายสุทินคงคิดไปเอง การจะพูดอะไรต้องมีหลักฐานและพยาน เมื่อถามว่าเราไม่จำเป็นต้องซื้องูเห่า หรือมี ส.ส.ฝากเลี้ยงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรถามกลับว่า &amp;ldquo;มีฝากเลี้ยงที่ไหน จะไปมีได้อย่างไร คิดกันไปเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวเช่นกันว่า ไม่ทราบเรื่องนี้ ซึ่งตนเองยังประสานงานกับพรรคเล็กที่ร่วมรัฐบาลเหมือนเดิม แต่ไม่มีการประสานงานหรือพูดคุยกับฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงสถานการณ์ก่อนที่ประชุมสภา จะพิจารณาญัตติขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ส.ส.ฝั่งรัฐบาลและบรรดารัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ทยอยเดินทางมาถึงรัฐสภากันอย่างต่อเนื่อง ตามที่วิปรัฐบาลสั่งการให้ทุกคนมาอยู่พร้อมเพรียงกันบริเวณห้องประชุมสภา หรือบริเวณรอบๆ ห้องประชุมตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป พร้อมกับมีการให้วิปรัฐบาล 1 คน เช็กเสียง ส.ส. 6 คนที่อยู่ในการดูแลอยู่ตลอดเวลาว่ามาครบถ้วนแล้วหรือยัง โดยให้วิปแต่ละพรรคแจ้งมายังวิปรัฐบาลว่าแต่ละพรรคยังขาดใครบ้าง กระทั่งเวลา 16.00 น. หลังจากที่วิปรัฐบาลเช็กเสียงจากทุกพรรครัฐบาลเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;จึงได้คอนเฟิร์มว่าได้เสียงครบองค์ประชุมแล้ว 250 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพปชร. ซึ่งถูกศาลฎีกาสั่งให้ออกหมายจับกรณีไม่มาฟังคำพิพากษาคดีบุกล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยาเมื่อปี 2552 โดยนัดให้ฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 15 ม.ค.2563 ได้เดินทางมาร่วมประชุมสภาตั้งแต่ช่วงเช้า โดยขึ้นลิฟต์ตรงไปยังห้องประชุมสภาทันที ไม่ได้ผ่านทางที่สื่อมวลชนปักหลักอยู่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ตร.จับ&amp;quot;ไวพจน์&amp;quot;ได้ถ้าจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้สมาชิกภาพส.ส.ของ พ.ต.ท.ไวพจน์ยังมีอยู่ สามารถมาประชุมสภาได้ แต่ไม่มีความคุ้มกันหรือสิทธิที่จะไม่ถูกนำตัวไปดำเนินคดี หากเจอที่ไหนก็จับได้ถ้าจะจับ แต่ปกติในสภาเขาจะไม่จับ ช่วยรออยู่หน้าประตูได้หรือไม่ และไม่จำเป็นต้องขอมติที่ประชุมสภา เพราะตอนนี้ พ.ต.ท.ไวพจน์ไม่มีความคุ้มกันแล้ว อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนวันนัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา หากยังไม่ถูกจับกุม สามารถปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ได้ตลอด ลงมติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญการให้เอกสิทธิ์ในการคุ้มครอง ส.ส.กรณีที่ถูกดำเนินคดีต้องอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน แต่กรณีนี้เลยขั้นตอนนี้ไปแล้ว เพราะศาลได้ตัดสินคดีถึงที่สุดแล้ว อีกทั้งศาลได้ออกหมายจับแล้ว ซึ่งตอนนี้ พ.ต.ท.ไวพจน์ไม่ได้เข้ามาปรึกษาอะไร เมื่อถามว่าหากพ.ต.ท.ไวพจน์ปรากฏตัว สามารถจับตัวได้เลยหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า &amp;ldquo;ใช่ครับๆ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงที่มีการทักท้วงถึงการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า ความตามข้อบังคับได้กำหนดไว้เพียงอย่างเดียวคือ หากมีการนับใหม่จะต้องใช้ข้อบังคับข้อที่ 85 คือต้องใช้ 83 (2) นั่นคือต้องขานชื่อ ตามวิธีการที่ประธานกำหนด แต่จะทำให้เสียเวลา โดยวันนั้นก็มีคนประท้วงว่าตนทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง แต่ในที่สุดคนที่ประท้วงก็ได้ส่งคนมาขอโทษ ทั้งนี้ จะตีความเข้าข้างฝ่ายใดไม่ได้ เพราะถ้าทำผิดประธานต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.40 น. ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาญัตติด่วน ขอให้สภาตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่ง คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ซึ่งมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้เสนอ โดยก่อนหน้านี้องค์ประชุมไม่ครบทำให้การประชุมสภาล่มมาแล้ว 2 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเข้าสู่ญัตติด่วนดังกล่าว ส.ส.ฝ่ายค้าน อาทิ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย, นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย, นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นต้น ได้ทักท้วงว่าการวินิจฉัยของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เมื่อครั้งที่ผ่านมาไม่ถูกต้อง เพราะคำว่าลงคะแนนใหม่ตามข้อบังคับข้อที่ 85 ไม่ใช่การนับคะแนนใหม่ หากประธานวินิจฉัยและยังยืนยันจะดำเนินการต่อ ฝ่ายค้านจำเป็นต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะความจริงการนับคะแนนใหม่และลงคะแนนใหม่แตกต่างกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ขอให้ฝ่ายรัฐบาลถอนญัตตินับคะแนนใหม่ ซึ่งนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล ในฐานะผู้เสนอญัตตินับคะแนนใหม่ ยืนยันไม่ถอน จากนั้น นายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในฐานะที่พวกเราเป็นเสียงข้างน้อยในสภา และสภายังยืนยันจะนับคะแนนใหม่ พวกตนจึงไม่มีทางออก นอกจากขอไม่อยู่ในที่ประชุม หลังจากนั้น ส.ส.ฝ่ายค้านเดินออกจากห้องประชุม&amp;nbsp;
งูเห่าโผล่ 10 ตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุชาติ ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมขณะนั้นกล่าวว่า เมื่อครั้งที่ผ่านมาประธานสภาฯ ได้วินิจฉัยไปแล้ว ประกอบกับข้อบังคับข้อดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแม้แต่คำพูดเดียว เป็นการลอกของเก่ามาโดยตลอด และประเพณีปฏิบัติการนับคะแนนใหม่คือการลงคะแนนใหม่ ปฏิบัติแบบนี้มาโดยตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า ไม่ใช่ว่าอดีตทำถูกต้องเสมอ และหากไม่วินิจฉัยให้ถูกต้องในวันนี้ จะยิ่งทำให้เป็นปัญหาไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์เสียงปริ่มน้ำแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 18.10 น. นายสุชาติกดสัญญาณเรียก ส.ส.เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ซึ่งระหว่างนั้น ส.ส.ฝั่งฝ่ายค้านบางส่วนได้ทยอยเดินออกจากห้องประชุม บางส่วนยังคงอยู่ในห้องประชุมแต่ไม่แสดงตน ทั้งนี้ มีผู้แสดงตนทั้งสิ้น 259 คน เป็นอันว่าองค์ประชุมครบ ที่ประชุมสามารถดำเนินการต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อนายสุชาติประกาศผลการแสดงตน มีเสียงเฮลั่นและปรบมือกลางที่ประชุมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการแสดงตนดังกล่าวพบว่ามี ส.ส.ของซีกฝ่ายค้านแสดงตนร่วมด้วยจำนวน 10 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 3 คน ได้แก่ นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี, น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี, นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.,พรรคอนาคตใหม่ 2 คน ได้แก่ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส. จันทบุรี นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี, พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน ได้แก่ นายภาสกร เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และพรรคประชาชาติ 1 คน ได้แก่ นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่งดออกเสียง 6 คน ได้แก่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ, นายสุชาติ ตันเจริญ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ, &amp;nbsp;นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่, พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี และนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ที่ประชุมได้ขานชื่อเพื่อลงมติจะตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ดังกล่าวหรือไม่ กระทั่งเวลา 19.10 น. นายสุชาติ ประธานการประชุมแจ้งผลว่า เห็นด้วย 5 ไม่เห็นด้วย 244 งดออกเสียง 6 เสียง ถือว่าที่ประชุมสภาไม่เห็นด้วยให้ตั้งคณะ กมธ.วิสามัญฯ ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาที่ประชุมกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาญัตติด่วน ขอให้ตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ลุกขึ้นหารือว่า ขอให้เลื่อนไปพิจารณาในสัปดาห์หน้า ซึ่งนายสุชาติทำหน้าที่ประธานการประชุมขณะนั้นก็เห็นด้วย และสั่งปิดการประชุมในเวลา 19.15 น.
ปัดงูเห่าอ้างเสียบบัตรคาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.ที่ลงมติเห็นด้วยให้ตั้ง กมธ.วิสามัญฯ จำนวน 5 คน แบ่งเป็น พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 4 คน คือ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง, นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี และนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอีก 1 เสียงจากฝ่ายค้าน คือ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ส.ส.ฝ่ายค้านไปร่วมเสียบบัตรเป็นองค์ประชุมให้รัฐบาล ว่า ขอฟังเหตุผลก่อน ยังไม่สรุปเป็นงูเห่าหรือไม่ ถ้าเชื่อได้ว่าไม่มีอามิสสินจ้าง ไม่ถือเป็นงูเห่า แต่หากฟังเเล้วเชื่อได้ว่ามีการเเลกเปลี่ยน การซื้อ จ่ายเงิน อาจเรียกเป็นงูเห่าได้ ต้องให้ความเป็นธรรม และให้เขาชี้แจงก่อน ส่วน 10 เสียงของฝ่ายค้าน ในที่ประชุมฝ่ายค้านจะต้องถามกันตามตรง หรือว่าจะเปลี่ยนจุดยืนก็ต้องถามกัน รวมถึงเสียงของพรรคเศรษฐกิจใหม่ก็ต้องคุยกัน ต่อไปจะทำงานร่วมกันต่อหรือไม่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย หากไปรับเงินมาเรามีมาตรการ เรื่องนี้ต้องให้พรรคและผู้หลักผู้ใหญ่ดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เสียดายเวลาในสภาเหลือกว่า 2 ชั่วโมง เเทนที่จะพิจารณาวาระต่อไปคือเรื่องรัฐธรรมนูญ ก็ไปปิดประชุม และยิ่งฟังเหตุผลของประธาน ก็ไม่มีตรรกะที่บอกว่าวันนี้เราเหนื่อยมามากเเล้ว เราปิดเลย ผมก็งง เมื่อรับปากกันไปแล้วว่าจะเอาญัตตินี้เข้าที่ประชุมต่อ ก็ไม่ทำ จึงเห็นอีกเจตนาคือกลั่นเเกล้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ให้เข้าที่ประชุม หรือหากนำเข้าก็เข้าช้าที่สุด ผมขอทายไว้ล่วงหน้า&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่มี ส.ส.ของพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ทำตามมติพรรค เป็นเรื่องแต่ละพรรคที่จะต้องไปพูดคุยกับ ส.ส.ตัวเอง ส่วนตัวรู้ตั้งแต่ก่อนการนับองค์ประชุมแล้วว่าฝ่ายรัฐบาลต้องมาเกมนี้ เพียงแต่ไม่คิดว่าจะมีมากถึง 10-11 คน ซึ่งเราประเมินว่ามีเพียง 6-7 คนเท่านั้น แม้ในจำนวนนี้จะมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยอยู่ด้วย ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น รู้สึกแปลกใจกับบางคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากองค์ประชุมครบแล้วตนก็ไปลงชื่อว่ามาประชุม เพราะไม่มาประชุมไม่ได้ ซึ่งไม่ได้มีผลอะไรแล้วนี่ เสร็จแล้วก็ขึ้นไปประชุม กมธ.งบประมาณ ปกติเวลาลงชื่อมาร่วมประชุมแล้วเราก็จะรับบัตรแสดงตนมา ก็เอามาเสียบไว้ ซึ่งเราเสียบไว้ทุกวัน ตนไม่ได้เทใจให้รัฐบาล ตนเสียใจด้วยซ้ำที่พรรค พท.ไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในเดือนธันวาคมนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีเจตนา ครั้งก่อนก็เหมือนกัน บัตรไม่เคยเอาออกจากที่กด เพราะผมเสียบบัตรคาไว้ เมื่อรีบบัตรมาก็เสียบไว้ ไม่เคยเอาคืน พอเลิกประชุมเจ้าหน้าที่เขาก็มาดึงกลับไป ไม่เคยจงใจเป็นงูเห่า ถ้าผมจะทำ ผมก็จะประกาศไปเลย ผมยังประหลาดใจว่าผมได้ไปแสดงตนด้วยที่ไหน แต่เมื่อเกิดแบบนี้ ครั้งต่อไปก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น ไม่มีงูเห่า ไม่วอร์รีวิตกอะไรเลย&amp;rdquo; นายขจิตรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51814</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., กมธ. ศึกษาผลกระทบคำสั่ง ม.44, ปรับครม.-ยุบสภา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์ประชุมครบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191204/image_big_5de7cb258523c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
