<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ยื่นกม.แก้พรบ.เลือกตั้งท้องถิ่น เปิดทางส.ส.-ส.ว.-ขรก.การเมืองช่วยหาเสียงได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - ที่รัฐสภา นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นหนังสือ เพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ... ต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจ กล่าวว่า ขอเสนอแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 34 เพื่อให้ ส.ส. ส.ว. และข้าราชการการเมือง สามารถไปช่วยหาเสียงได้ กรณีส่งผู้สมัครในนามพรรคการเมือง เพราะในมาตรา 34 บัญญัติไว้ว่า กรณีปรากฎข้อเท็จจริงข้าราชการการเมือง ส.ส. และส.ว. กระทำใดๆ โดยมิชอบในทางหน้าที่ กลั้นแกล้งผู้สมัครหรือดำเนินการใดๆเป็นโทษแก่ผู้สมัคร โดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกรรมการการเลือกตั้ง หรือผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมาย มีอำนาจสั่งให้ยุติหรือระงับการกระทำนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เดิมกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นไม่มีการบัญญัติ คำว่า &amp;ldquo;หรือดำเนินการใดๆ ที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร&amp;rdquo;&amp;nbsp; แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการแก้ไขให้มีคุณมีโทษ จึงทำให้ ส.ส. ส.ว.และข้าราชการทางการเมืองไม่สามารถไปช่วยรณรงค์หาเสียงได้ เพราะถ้าไปช่วยหาเสียงเท่ากับเป็นคุณ ขณะเดียวกันหากไปขึ้นเวทีปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์ผู้สมัครฝ่ายตรงข้ามก็ถือเป็นการให้โทษ เท่ากับเป็นปัญหาและอุปสรรคในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น มาตรา 34 ถือได้ว่าเป็นการปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน และพรรคการเมือง ไม่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120070</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., สภา, องอาจ คล้ามไพบูลย์, แก้กม.เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d121444909.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป. ยกร่างแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นให้ ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมืองช่วยรณรงค์หาเสียงได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องการแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นให้ ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมืองช่วยรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นได้ว่า ก่อนปิดสมัยประชุมสภา ที่ประชุม ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ได้เห็นชอบให้มีการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อให้ ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมืองช่วยหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นได้ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ยกร่างกฎหมายเสนอเข้าที่ประชุมสภา ขณะนี้คณะกรรมการกฎหมายได้ยกร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนำเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าในเมื่อพรรคการเมืองส่งผู้สมัครท้องถิ่นทุกระดับได้ แต่มีกฎหมายห้ามไม่ให้บุคคลในพรรคที่มีตำแหน่ง ส.ส. และข้าราชการการเมือง เช่น รัฐมนตรี เลขารัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีไปช่วยรณรงค์หาเสียงซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง กฎหมายควรเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคที่เป็น ส.ส. และข้าราชการการเมืองช่วยรณรงค์หาเสียงได้ตามปกติเหมือนที่ผ่านมา ยกเว้นว่าถ้าใช้อำนาจหน้าที่กลั่นแกล้ง หรือทำอะไรก็ตามที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครใด นอกเหนือจากการรณรงค์หาเสียงตามปกติ ก็มีกฎหมายระงับยับยั้งการกระทำนั้นๆ หรือลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายได้
พรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่าการเปิดโอกาสให้ ส.ส. และ ข้าราชการการเมืองช่วยหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นได้จะช่วยทำให้การเมืองระดับท้องถิ่นมีความเข้มแข็งเป็นรากฐานสำคัญของการเมืองระดับชาติที่มีส่วนทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็งอีกทางหนึ่งด้วย และช่วยทำให้สถาบันพรรคการเมืองหยั่งรากลึกลงระดับท้องถิ่นอันเป็นส่วนสำคัญของการเสริมสร้างประชาธิปไตยโดยรวมต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119968</URL_LINK>
                <HASHTAG>ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, แก้ไขกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_613570a734dfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;องอาจ&#039; ฝากผู้ว่าฯกทม.เร่งลอกท่อระบายน้ำป้องกันน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมการป้องกันน้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานครว่า จากการเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคกลาง ทำให้ชาวบ้านใน กทม. เริ่มวิตกกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมใน กทม. หรือไม่ แต่ทางผู้ว่าฯ กทม. ได้ยืนยันว่า กทม. จะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2554 จึงทำให้คลายความวิตกกังวลลงไปได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ขณะนี้ได้มีชาวบ้านจากหลายพื้นที่ได้ร้องเรียนผ่านตัวแทนของพรรค ทั้งอดีต ส.ส. กทม. และอดีต ส.ก. ผู้สมัคร ส.ก. ในพื้นที่เขตต่างๆ ว่า เมื่อมีฝนตกติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจะเกิดปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ทั้งถนนสายหลัก และตรอกซอกซอยต่างๆ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้สัญจรไปมาและผู้พักอาศัยตามบ้านเรือนต่างๆ เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำท่วมขังเป็นเวลานานเมื่อฝนตก นอกจากบางพื้นที่จะมีสภาพเป็นแอ่งกระทะที่น้ำท่วมขังง่ายเป็นกรณีพิเศษแล้ว ยังพบว่าหลายปีที่ผ่านมาไม่ค่อยมีการลอกท่อระบายน้ำเท่าที่ควร ทำให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เพราะน้ำไหลไม่สะดวก จึงขอฝากผู้ว่าฯ กทม. ช่วยเร่งรัดการลอกท่อระบายน้ำเป็นการเร่งด่วน ทำให้การระบายน้ำรวดเร็วขึ้น เพื่อทำให้ความเดือดร้อนของชาวบ้านลดน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นฝากผู้ว่าฯ กทม. ช่วยกวดขันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตามประตูระบายน้ำต่างๆ ต้องเปิดปิดประตูระบายน้ำให้ทันสถานการณ์ ไม่ควรปล่อยให้เกิดเหตุการณ์กุญแจเปิดปิดประตูน้ำหายจนทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างหลายพื้นที่ รวมทั้งกรณีที่ไม่มีน้ำมันเติมเครื่องสูบน้ำ ถึงแม้เรื่องเหล่านี้จะดูเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น แต่ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วจนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างไม่ควรจะเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่าผู้ว่าฯ กทม. จะกวดขันการทำงานของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องการป้องกันน้ำท่วมให้เอาใจใส่เป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. ในช่วงหน้าฝนนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118595</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, เร่งลอกท่อระบายน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_613570a734dfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;องอาจ&#039;จี้นายกฯคุมฉีดวัคซีนให้เด็กเพื่อให้ทันเปิดเรียนได้จริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการฉีดวัคซีนให้เด็กว่า นับเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีการเร่งฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียน อายุ 12 ปีขึ้นไป ด้วยความยินยอมของผู้ปกครองให้ทันก่อนเปิดเทอม ภาคเรียนที่ 2/2564 เพราะจากการลงพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชนทั่วประเทศของ ส.ส. อดีต ส.ส. สก. สข. ของพรรคได้รับการร้องเรียนจากพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กจำนวนมากที่อยากให้ลูกกลับไปใช้ชีวิตเรียนหนังสือที่โรงเรียนมากกว่าเรียนออนไลน์แบบที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้ เพราะมีปัญหาอุปสรรคในการเรียนมากหลายด้าน โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวที่มีฐานะยากจนก็ยิ่งมีปัญหาเพิ่มขึ้นจากความไม่พร้อมในทุกๆด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจะให้เด็กกลับไปเรียนหนังสือได้ตามปกติที่โรงเรียนก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ คือการได้ฉีดวัคซีนอย่างทั่วหน้าก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 หรือไม่ อีกทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กก็รู้สึกไม่แน่ใจว่าลูกจะได้ฉีดทันก่อนเปิดเรียน กลัว &amp;ldquo;ถูกเท&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ถูกแกง&amp;rdquo; ซ้ำซาก เพราะข่าวสารของทางราชการเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้เด็กตลอดเวลาที่ผ่านมายังสับสนอลหม่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอยากเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบสูงสุดของ ศบค. ช่วยบริหารจัดการเรื่องฉีดวัคซีนให้เด็กให้ชัดเจนว่า เด็กอายุเท่าไหร่ถึงอายุเท่าไหร่จะได้ฉีดวัคซีนอะไร จะได้ฉีดเมื่อไหร่ เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองเกิดความมั่นใจว่า ลูกจะได้ฉีดวัคซีนทันก่อนเปิดเรียนเดือนพฤศจิกายน และจะได้ไม่ต้องทนเรียนออนไลน์ไปตามยถากรรมเหมือนที่ทำอยู่ในปัจจุบัน เพราะการเรียนที่โรงเรียนถือเป็นการเรียนรู้ที่มีความเหมาะสมมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงหวังว่าท่านนายกฯ จะตระหนักถึงปัญหานี้และช่วยจัดการให้เป็นไปตามความต้องการของพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กส่วนใหญ่ของประเทศด้วย เพื่อช่วยให้เด็กไทยได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพสามารถใช้ชีวิตภายใต้สถานการณ์โควิด-19 อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116430</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมฉีดวัคซีนให้เด็ก, องอาจ คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_613570a734dfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.นัดถกส.ส.โหวตรธน.วาระ3 ยันบัตรสองใบทำปชต.เข้มแข็งขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ได้นัด ส.ส. ของพรรครวมทั้งรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องเข้าประชุมร่วมกันในวันอังคารที่ 7 ก.ย. นี้ เวลา 13.30 น. เพื่อเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) ซึ่งเป็นการพิจารณาเพื่อลงมติในวาระที่สาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เราได้พิจารณาให้ความเห็นชอบตั้งแต่วาระรับหลักการ จนถึงการพิจารณาในวาระที่สอง ไม่ใช่เพราะเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเป็นผู้เสนอ และผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาในวาระรับหลักการเท่านั้น แต่เป็นเพราะการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะช่วยทำให้รัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้การแก้ไขครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งมองโดยทั่วไปแล้วดูเหมือนว่า ส.ส. แก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตัวเอง แต่เมื่อมองอย่างถี่ถ้วนแล้วจะเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประชาชนเพราะการเลือกตั้งแบบเดิมจะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เลือกทั้ง ส.ส. เขต และ ส.ส. บัญชีรายชื่อไปพร้อมกัน แต่เมื่อแก้ไขแล้วจะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ เลือก ส.ส. เขต 1 ใบ เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือเลือกพรรคอีก 1 ใบ เท่ากับเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงเจตจำนงในการเลือกตั้งได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพเพิ่มมากขึ้น และทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างให้ประชาธิปไตยเข้มแข็งตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่บางฝ่ายวิตกว่าการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะทำให้พรรคการเมืองขนาดใหญ่ได้เปรียบว่าเราไม่ควรมองการได้เปรียบเสียเปรียบเฉพาะการเลือกตั้งแต่ละครั้ง แต่เราควรมองเรื่องของหลักการพื้นฐานเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยระยะยาวมากกว่าการคิดถึงประโยชน์จากการเลือกตั้งเฉพาะหน้าเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการที่พรรคการเมืองบางพรรคจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ทำได้หรือไม่ ก็เป็นสิทธิที่จะยื่นเรื่องให้วินิจฉัย แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่มีอะไรขัดรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115750</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรสองใบ, ปชป., องอาจ คล้ามไพบูลย์, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_613570a734dfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปชป.&#039; นัด ส.ส.ประชุมรับมือศึกซักฟอก &#039;องอาจ&#039; มั่นใจ รมว. เฉลิมชัยชี้แจงได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ส.ค. 2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านว่า ตนได้นัดประชุม ส.ส. ของพรรคในวันอังคารที่ 31 ส.ค. 2564 เวลา 8.30 น. ก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเริ่มในเวลา 9.30 น. เพื่อสรุปการเตรียมความพร้อมของพรรคอีกครั้งก่อนที่การอภิปรายจะเริ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ มีรัฐมนตรีของพรรคที่ถูกอภิปรายคือ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตร และเลขาธิการพรรค ซึ่งเมื่อดูเนื้อหาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รมว.เกษตรแล้ว ไม่น่ามีอะไรมาก รัฐมนตรีเฉลิมชัยยืนยันว่าสามารถตอบชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านได้เพราะยึดหลักการทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก มีเป้าหมายให้ประชาชนได้ประโยชน์ ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด จึงมั่นใจว่าจะสามารถนำเสนอข้อมูลต่างๆ มาทำให้ ส.ส. ในสภา และประชาชนที่ติดตามการประชุมสภาเข้าใจได้อย่างชัดเจน และเชื่อมั่นว่าจะได้รับความไว้วางใจจาก ส.ส. เสียงข้างมากในสภา หลังจากได้ฟังคำชี้แจงต่างๆ แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ถือเป็นภารกิจที่สำคัญในการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นการถ่วงดุลในระบบรัฐสภาตามระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผลการลงมติว่าใครจะได้รับความไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจด้วยคะแนนเสียงเท่าไหร่นั้น ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะโดยทั่วไปของการลงมติไม่ไว้วางใจจากการอภิปรายที่ผ่านมาในอดีต เสียงไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านมักได้เสียงไม่พอเอาชนะเสียงของฝ่ายรัฐบาล แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ฝ่ายค้านทำงานสมศักดิ์ศรี มีข้อมูลเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นตามข้อกล่าวหาหรือไม่ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจะสามารถชี้แจงแสดงเหตุผลหักล้างข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านได้อย่างมีน้ำหนักน่าเชื่อถือหรือไม่ ซึ่งถือเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114888</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, ประชุมพรรคประชาธิปัตย์, รับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ, องอาจ คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f531be4daf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป. นัดประชุม ส.ส. ถกแก้รัฐธรรมนูญ &#039;องอาจ&#039;มั่นใจผ่านแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมร่วมกันของรัฐสภาที่จะมีขึ้นในวันอังคารที่ 24 และวันพุธที่ 25 ส.ค.นี้ว่า ตนได้นัด ส.ส. ของพรรคประชุมในวันจันทร์ที่ 23 ส.ค. เวลา 16.00 น. เพื่อเตรียมความพร้อมในการพิจารณากฎหมายที่สำคัญหลายเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เรื่องสำคัญที่จะพิจารณาคือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอและคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งมีประเด็นที่จะต้องถกแถลงกันพอสมควร โดยเฉพาะประเด็นที่มีบางส่วนท้วงติงว่าการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเป็นการแก้ไขเกินหลักการจากที่ผ่านการรับหลักการจากที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นว่าสามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในส่วนของประชาธิปัตย์เรามีความเชื่อมั่น ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านรัฐสภาวาระแรกมีความสมบูรณ์ และการพิจารณาของคณะกรรมาธิการก็ไม่ได้ขัดหลักการแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนที่มีการพรรคการเมืองบางพรรคเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำขัดหลักการ จะยื่นให้มีการตีความก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่เพราะมีพรรคการเมืองบางพรรคไม่เห็นด้วยนั้น นายองอาจกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเห็นพ้องต้องการของฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา เพราะรัฐธรรมนูญได้บัญญัติถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้ต้องมี ส.ส. จากฝ่ายค้านเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน และมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นนี้จะผ่านความเห็นชอบของสมาชิกรัฐสภาเพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในการใช้สิทธิเลือก ส.ส. และพรรคการเมืองที่เห็นว่าเหมาะสมด้วยบัตร 2 ใบ ซึ่งทำให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเสรีภาพเป็นไปตามเจตนารมณ์ของตนอย่างแท้จริง อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการมีส่วนร่วมของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114118</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมพรรคประชาธิปัตย์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f531be4daf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
