<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 06:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกย่อง 400 บริษัทชั้นนำจ้างงานคนพิการเชิงสังคมทะลุเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม สสส.ตลาดหลักทรัพย์ฯ สภาอุตสาหกรรมฯ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ PMAT 6 องค์กรภาคธุรกิจ-บริษัทเอกชนชั้นนำกว่า 400 บริษัทหลอมรวมน้ำใจเป็นหนึ่งเดียว พร้อมใจจ้างงานคนพิการ 7,000 อัตราทั่วประเทศ ขับเคลื่อนให้สถานประกอบการที่จ้างงานคนพิการตาม กม.ได้ไม่ครบจำนวน 100:1 ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนแทน ปรับเปลี่ยนหนุนจ้างงานคนพิการเชิงสังคม หรือให้ทุนประกอบอาชีพอิสระเพื่อให้คนพิการมีอาชีพมีงานทำใกล้บ้าน พึ่งพาตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรี คนพิการทุกคนได้รับสิทธิประโยชน์ตาม กม.ครบถ้วน มีรายได้สม่ำเสมอเข้าถึงโอกาสงานและอาชีพ ด้วยศักยภาพคนพิการในฐานะพลเมืองเข้มแข็ง Active Citizen เป็นกำลังสำคัญของชุมชน รองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้แก่องค์กรภาคีร่วมขับเลื่อนการจ้างงานคนพิการเชิงสังคม 6 องค์กร หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย สถาบันโค้ชไทย และบริษัทต่างๆ ที่มีส่วนสนับสนุนจ้างงานคนพิการอีก 180 บริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานในพิธี สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการจ้างงานคนพิการ ส่งเสริมให้คนพิการและประชาชนกลุ่มเฉพาะมีสุขภาวะที่ดี กล่าวว่า กิจกรรมที่เราทำร่วมกันมาหลายปีให้กำลังใจ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มองก้าวต่อไปข้างหน้า สสส.เป็นองค์กรรัฐที่ก่อตั้งมาแล้ว 18 ปีใช้ภาษีบาป เหล้า บุหรี่เพิ่มขึ้น 2% เพื่อสร้างมิติต่างๆ ในการสร้างเสริมสุขภาพให้กับกลุ่มประชากรไทยในหลายกลุ่ม การให้ความรู้เพื่อรักษาสิทธิคนพิการ เพื่อนช่วยเพื่อน รณรงค์ลดอุบัติเหตุ ส่งเสริมอาชีพอิสระ ในกรณีที่ไม่สามารถทำงานในหน่วยงานได้ อาชีพทำการเกษตร ทำปาล์ม ปศุสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายจ้างหลายท่านเป็นผู้นำขับเคลื่อนการจ้างงาน 7,000 อัตรา 2 หมื่นโอกาสในการสร้างงาน มีเงินเข้ากองทุนเพื่อขยายงานให้กับผู้พิการ นับเป็นบุญกุศลที่เกิดขึ้นจริง ชีวิตจะดีขึ้นเมื่อมีการขับเคลื่อนอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อมองเห็นก้าวต่อไป เราต้องการความร่วมมืออย่างกว้างขวางเพื่อแผ่ขยายให้ยั่งยืนกว่าเดิม เราต้องการความร่วมมือเพื่อช่วยกันสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในหลายช่องทาง การมอบเกียรติบัตรเป็นการให้รางวัลเพื่อแสดงความขอบคุณในการมีส่วนร่วมเป็นแกนนำขับเคลื่อน ทำให้สังคมไทยไม่ทอดทิ้งกันเกิดเป็นจริงขึ้นมาได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กลไกการทำงานที่ผ่านมาของ สสส.ร่วมกับมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม พัฒนารูปแบบการจ้างงานคนพิการในชุมชนและองค์กรสาธารณประโยชน์โดยใช้ ม.33 และ ม.35 ช่วยให้คนพิการสามารถทำงานใกล้บ้าน และเป็นวิธีที่ทำให้เงินก้อนเดิมที่บริษัทเคยนำส่งเข้ากองทุน เพราะจ้างคนพิการไม่ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ สามารถส่งตรงไปยังคนพิการโดยตรง 100% เปลี่ยนไปสร่างโอกาสให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเป็นการส่งเสริมภารกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทโดยตรง ความคาดหวังสำคัญเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน คือการพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ให้ขยายประโยชน์ไปยังคนพิการทั่วทุกพื้นที่ เพื่อร่วมสร้างจุดเปลี่ยนของสังคมไทยโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อภิชาต การุณกรสกุล ประธานมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม กล่าวว่า เบทาโกร พรีเมียร์ เซ็นทรัล ช่วยเหลือคนพิการก่อนที่มูลนิธินวัตกรรมทางสังคมจะเริ่มต้น การขับเคลื่อนในช่วงเริ่มต้นเมื่อปลายปี 2557 ให้สถานประกอบการ 20 แห่งเข้าร่วมสนับสนุนให้คนพิการ 229 คน ได้รับการจ้างงานเชิงสังคมและเริ่มทำงานสาธารณประโยชน์ในชุมชนเป็นครั้งแรกในปี 2558 มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสถานประกอบการกว่า 500 แห่งได้ให้การสนับสนุนโอกาสงานและอาชีพแก่คนพิการกว่า 7,000 คนในปี 2562 นี้ ตลอดระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ได้ร่วมกันให้การสนับสนุนงานและอาชีพแก่คนพิการกว่า 20,000 โอกาส คิดเป็นรายได้และทุนสนับสนุนอาชีพส่งตรงถึงมือคนพิการรวมกว่า 2,000 ล้านบาท โดยมีภาคีร่วมขับเคลื่อนภารกิจจากทุกภาคส่วนและภาคีพื้นที่กว่า 2,000 หน่วยร่วมดำเนินการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สิ่งที่มูลนิธิได้พบจากการทำงาน มองเห็นศักยภาพของคนพิการ เรื่องคนพิการไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือภาครัฐเองก็ไม่สามารถขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้โดยลำพัง โอกาสของคนพิการคือเรื่องของทุกคนที่ต้องช่วยกันสร้างให้เกิดขึ้น พิธีมอบเกียรติบัตรจัดขึ้นเพื่อแสดงความชื่นชมต่อองค์กรที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจการสร้างงานสร้างอาชีพให้คนพิการ และสถานประกอบการที่ได้ร่วมกันจ้างงานคนพิการเชิงสังคมและให้ทุนสนับสนุนการประกอบอาชีพแก่คนพิการตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมาโดยต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งเป็นการแสดงความขอบคุณต่อหน่วยงานที่ให้ความอนุเคราะห์สถานที่ติดตั้ง &amp;ldquo;ตู้ชื่นใจ&amp;rdquo; เพื่อเป็นฐานในการสร้างทุนสนับสนุนให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อณิรา ธินนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กล่าวว่า ขอขอบคุณภาคีจากทุกภาคส่วนที่ได้ผนึกกำลังกันขับเคลื่อนงานด้านการสนับสนุนการจ้างงานคนพิการ ภารกิจนี้เป็นภารกิจโดยตรงที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้ความสำคัญ ทำให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการสนับสนุนและส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐ จ้างคนพิการเข้าทำงานให้โอกาสคนพิการได้มีงานทำ เพื่อให้พวกเขามีรายได้และอาชีพที่ยั่งยืน และร่วมสนับสนุนให้กิดการจ้างงานคนพิการอย่างถูกต้อง และมีเป้าหมายเพื่อคนพิการอย่างแท้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การจ้างงานผู้พิการเป็นสิทธิหนึ่งในอีกหลายสิทธิ เป็นแต้มต่อคนพิการในการดำเนินชีวิตในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี SDG พัฒนาที่ยั่งยืนบนเวทีโลกด้วย 17 นโยบาย แต่เดิมการทำงานเป็นไซโล ใครถนัดเรื่องใดก็ทำหน้าที่แต่วันนี้จะต้องทลายไซโล ทุกภาคส่วนทำงานแนวราบ คนพิการจำนวนมากมายที่เข้าไม่ถึงการจ้างงาน จ้างคนพิการได้ 5-6 หมื่นคน แต่ยังมีคนพิการอีก 4 แสนคนยังรอการจ้างงาน ต้องใช้ช่องทางอื่นซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐ อีกส่วนหนึ่งเป็นหน้าที่ทางสังคม SE Social Enterprise กม.ใหม่ช่วยคนพิการ จับมือเดินไปด้วยกันเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง คนพิการไม่มีแต้มต่อเหมือนกับคนอื่น มีความขัดข้องในการดำเนินชีวิต คนพิการ 7 ประเภทมีความสามารถแตกต่างกัน ถ้าโลกนี้ไม่มีออทิสติกก็จะไม่มีนวัตกรรม คนพิการมีพลังในตัวเอง มีพรสวรรค์ที่จะทดแทนสิ่งที่เขาขาดไป สถานประกอบการทำงานกับคนพิการได้เพื่อเสริมหนุนให้เกิดนวัตกรรม การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ&amp;rdquo; อณิรา ธินนท์ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49031</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, อณิรา ธินนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db6a3c1b48c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งบอร์ดคุมทำหนังหมูป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตรียมชง ครม.ตั้งบอร์ดระดับชาติคุมการสร้างหนัง 13 ชีวิตหมูป่าติดถ้ำ เผย 5 บริษัทหนังต่างชาติแสดงความจำนง บางรายส่งทีมสำรวจพื้นที่แล้ว รมว.สธ.ระบุ 13 หมูป่าสุขภาพกายและจิตใจดีมาก โฆษก พม.เตือนบุคคลที่ติดตามเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พม.เชียงรายพร้อมเฝ้าระวังผลกระทบจากการเสนอข้อมูลและมิจฉาชีพรุมทึ้ง เผยห่วงสุดเรื่องเวลาเรียน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 19 กรกฎาคม นายวิษณุ &amp;nbsp;เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ภายหลังการประชุม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการฯ แถลงว่า ที่ประชุมมีมติตั้งบอร์ดระดับชาติเพื่อดูแลกรณีการจัดทำภาพยนตร์เกี่ยวกับ 13 ทีมหมูป่าฯ เป็นการเฉพาะ &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการจะมีประมาณ 10-20 คน มีรองนายกฯ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการ เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น รวมถึงมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์อยู่ในบอร์ดนี้ด้วย โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะเสนอคณะกรรมการระดับชาติดังกล่าวในที่ประชุม ครม.วันอังคารที่จะถึงนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องหลักที่คณะกรรมการชุดนี้จะดูแล คือการผลิตภาพยนตร์ สารคดี วีดิทัศน์ การดูแลลิขสิทธิ์เกี่ยวกับเนื้อหา เรื่องราวเหตุการณ์ ดูแลเรื่องการคุ้มครองข้อมูลข่าวสารของเด็กและโค้ช ซึ่งเป็นเรื่องความเหมาะสมว่าสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงดูแลข้อมูลของบุคคลที่เกี่ยวข้องและภาพลักษณ์ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในส่วนบทภาพยนตร์จะต้องมีการตรวจสอบอยู่แล้ว ถือเป็นเรื่องปกติในการทำงาน และขณะนี้มีบริษัทต่างประเทศที่แสดงความสนใจทำภาพยนตร์ดังกล่าวแล้ว 5 ราย มีบางรายลงสำรวจพื้นที่แล้ว ขณะที่บริษัททำหนังของไทยก็มีสนใจบ้าง แต่ยังไม่มาลงรายละเอียด&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รัฐบาลจะทำภาพยนตร์เองด้วยหรือไม่ นายวีระกล่าวว่า บอร์ดที่จะตั้งขึ้นคงจะพิจารณาเรื่องนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการแถลงข่าวของทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย เมื่อค่ำวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า เด็กทั้ง 13 คนให้สัมภาษณ์ถือเป็นภาพที่ดี ทั้งภาพลักษณ์ของประเทศและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันช่วยเหลือ โดยทั้งหมดมีความสดใส สุขภาพดี และเด็กทั้ง 13 คนรู้สึกขอบคุณทุกคนที่มีส่วนช่วยเหลือด้วยใจ ส่วนสิ่งที่เราทุกคนหวังคือเด็กๆ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีความรับผิดชอบ ทำประโยชน์ให้กับสังคมได้อีกมากมายในอนาคต แต่สิ่งที่หวังนั้นจะเป็นไปได้เมื่อพวกเราช่วยกัน โดยเฉพาะช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อยากขอฝากผู้ที่จะสัมภาษณ์เด็ก ถ้าทำเพื่อประโยชน์ของเด็ก ต้องพิจารณาให้ดีว่าสิ่งที่เอาไปเกิดประโยชน์กับเด็กหรือเกิดประโยชน์กับผู้ที่นำไป และหากใช้วิจารณญาณเต็มที่แล้ว เด็กเหล่านี้จะเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นอนาคตของประเทศที่ดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการติดตามการให้สัมภาษณ์ ถือว่าทั้ง 13 คนอยู่ในสภาพร่างกายและจิตใจที่ดีมาก และการถามตอบก็ไม่ไปรุกล้ำสิ่งที่ไปกระทบสภาพจิตใจ มีแต่สิ่งที่ดีเกิด และพวกเราที่เป็นห่วงก็ได้เห็นภาพที่ดี โดยรวมเกิดแต่สิ่งที่ดี ทั้งด้านของเด็กและสังคม ส่วนการที่เด็กออกมาเตะฟุตบอล ถือเป็นเรื่องที่ปกติ ช่วยให้เด็กไม่เครียด สะท้อนให้เห็นว่าทั้ง 13 คนควรจะมีชีวิตที่ปกติต่อไปข้างหน้า และเป็นชีวิตของเด็กที่ปกติ ซึ่งจะทำให้เห็นได้ว่าเด็กมีสุขภาพที่ดีทั้งกาย ทั้งใจ ดูได้จากหน้าตา&amp;rdquo; รมว.สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสุภัชชา สุทธิพล โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงแนวทางการดูแลฟื้นฟูทีมหมูป่าอะคาเดมีภายหลังออกจากโรงพยาบาลว่า ในส่วนของ พม. มีการทำแผนการฟื้นฟูเด็กๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้ ในแผนระยะสั้น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของ จ.เชียงราย (พมจ.เชียงราย) มีการลงไปเยี่ยมครอบครัวเด็กตั้งแต่ในช่วงที่ติดอยู่ในถ้ำ แต่ยังไม่ได้พูดคุยกับผู้ปกครองของเด็ก เนื่องจากเขาเกาะติดสถานการณ์อยู่หน้าถ้ำ
เตือนผิด พรบ.คุ้มครองเด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะส่งนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยาลงไปเยี่ยมครอบครัวเด็กอีกครั้ง เพื่อดูว่าครอบครัวประสบปัญหาในเรื่องใดบ้าง และจะได้ทำการช่วยเหลือ เบื้องต้นจะมีการช่วยเหลือในเรื่องการแนะแนวอาชีพให้ผู้ปกครองเด็ก แต่หากพบมีปัญหาอื่น เช่น มีคนพิการ มีความยากจน การศึกษา ก็จะดำเนินการช่วยเหลือสนับสนุนต่อไป ส่วนแผนระยะยาว ได้มีการหารือกับชุมชนและกระทรวงการศึกษาฯ จัดทำโครงการความปลอดภัยในเด็ก เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นในเรื่องความปลอดภัยต่างๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภัชชากล่าวว่า กรณีที่มีผู้ปกครองเด็กอ้างว่ามีการขับรถตาม จอดรถซุ่มอยู่หน้าบ้าน จนทำให้ เกิดความวิตกกังวลนั้น จะต้องดูว่าคนที่ตามมีวัตถุประสงค์อย่างไร เช่น อยากรู้อยากเห็น หรือตามเนื่องจากมีวัตถุประสงค์แสวงหาผลประโยชน์หรือไม่ ต้องดูเจตนาของคนที่ตาม หากตามเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ทาง พมจ.จังหวัดเชียงรายร่วมกับหน่วยงานในจังหวัดไม่เพียงแต่จะดูแลในการฟื้นฟูเยียวยา แต่รวมไปถึงการคุ้มครองเด็กให้มีความปลอดภัยด้วย ไม่มีการกำหนดว่าจะดูแลในระยะเวลา 1-2 เดือน แต่จะติดตามดูแลจนกว่าจะมั่นใจว่าเด็กสามารถยืนอยู่ในสังคมได้ และมีความมั่นคงในชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางอณิรา ธินนท์ พม.จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จากกรณีการดูแลทีมหมูป่าฯ ที่ยังมีสื่อติดตามไปดักเก็บภาพและสัมภาษณ์บริเวณบ้านภายหลังจากที่มีการแถลงข่าวแล้ว ทาง พม.จะดูแลในแง่ของผลกระทบถึงตัวเด็กและสภาพจิตใจว่าเป็นเชิงลบหรือไม่ และเบื้องต้นอยู่ที่ผู้ปกครองด้วย โดยได้พูดคุยและทำความเข้าใจหลายประเด็นให้กับผู้ปกครองในการดูแลเด็กหลายแง่มุมแล้ว ซึ่งผู้ปกครองก็ตระหนักและได้รวมกลุ่มกันพูดคุยปรึกษาหารือกัน ให้การดูแลเด็กๆ ร่วมกัน ส่วนใหญ่ผู้ปกครองก็ไม่ให้สัมภาษณ์แล้ว ซึ่งตรงนี้จะมีการดูแลของคณะกรรมการระดับอำเภอ และกลุ่มสหวิชาชีพดูแลอยู่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่รัฐ ก็จะคอยดูว่าปัญหาไหนกระทบเด็ก ก็จะเข้าไปดูแลจัดการ โดยคอยรับฟังจากผู้ปกครองอีกทีหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราจะคอยเฝ้าระวังผลกระทบที่เกิดจากการเสนอข้อมูลเรื่องราวเชิงลบที่กระทบต่อจิตใจเด็ก เพราะยังมีบางส่วนมองเด็กๆ ในแง่ลบ รวมถึงมิจฉาชีพที่จะเข้ามาในรูปแบบต่างๆ ในส่วนจังหวัดก็จะดูแลในเรื่องภาพกว้างทั่วไปที่ต้องรายงานต่อรัฐบาล ส่วนในระดับประเทศ ก็ยังต้องมีเรื่องที่ต้องดูแลอีกด้านหนึ่ง เช่น เรื่องการติดต่อของบริษัทสร้างหนังจากฮอลลีวูด ที่จะเกี่ยวข้องกับเด็กๆ และเรื่องราวต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่เราต้องศึกษาทำความเข้าใจ หรือเรื่องสิทธิประโยชน์ ล้วนเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอณิรากล่าวอีกว่า ปัญหาเฉพาะหน้าคือ เวลาเรียนของเด็กๆ เพราะหลังจากออกมาจากถ้ำ จะต้องทำตามที่ผู้ปกครองแนะนำ ซึ่งเป็นเรื่องอ่อนไหว เพราะเป็นเรื่องความเชื่อ ซึ่งออกมาแล้วก็ต้องเดินทางไปแก้บน ทำกิจกรรมหลายอย่างตามสัญญา หลังจากเด็กๆ ปลอดภัยแข็งแรงแล้ว เรื่องนี้เป็นปัญหาปัจจุบันที่ต้องบริหารจัดการเวลา ซึ่งทำได้ยาก และค่อนข้างลำบากใจ เด็กๆ เองก็ต้องทำ ซึ่งเป็นเรื่องความเชื่อที่เราก็เข้าใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันเดียวกัน ทหารจากค่ายเม็งรายมหาราช และค่ายอื่นๆ ที่เคยร่วมปฏิบัติงานช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คนที่ถ้ำหลวง รวม 9 นาย พากันไปกราบนมัสการพระธาตุดอยเวา ชุมชนดอยเวา เทศบาล ต.แม่สาย ใกล้ด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย จากนั้นได้ไปกราบไหว้บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อบริเวณหน้าถ้ำหลวง และเข้าพิธีอุปสมบท ณ ที่วัดบ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย ใกล้กับถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน โดยมีพระครูสุวิชาญ สุตสุนทร เลขานุการเจ้าคณะ อ.แม่สาย และเจ้าอาวาสวัดบ้านจ้อง ประกอบพิธีให้ และ พ.ท.รุ่งโรจน์ เปล่งสันเทียะ เสนาธิการ ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง นำคณะทหารร่วมพิธี
ทหาร 9 นายบวช 9 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระครูสุวิชาญกล่าวว่า ช่วงที่มีการค้นหาช่วยเหลือเด็กๆ ทีมหมูป่าฯ มีการใช้วัดบ้านจ้องเป็นสถานที่รวมพลของเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ทั้งทหารราบ &amp;nbsp;หน่วยซีล ทหารจากประเทศสหรัฐอเมริกา ฯลฯ บางวันมีมากถึง 500 นาย บางวันก็ลดลง 200-300 นาย &amp;nbsp;นายทหารคนหนึ่งซึ่งได้บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ว่า หากภารกิจประสบความสำเร็จ ก็จะพาทหารออกบวช 9 นาย เป็นเวลา 9 วัน ดังนั้นจึงได้พากันมาบวชแก้บนเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้าแม่นางนอน และ น.ต.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม อดีตหน่วยซีล ที่เสียสละชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระครูสุวิชาญกล่าวอีกว่า ทั้งหมดได้ปลงผมที่วัดเมื่อเวลา 15.49 น. วันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งช่วงปลงผมมีพายุพัดแรงอย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนการบวชจะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.09 น. บวชเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ตรงกับวันที่ 19 ก.ค. ซึ่งถือว่าเป็นสิริมงคล และต่อจากนี้ทั้งหมดจะได้ปฏิบัติธรรมภายในวัดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก และลูกทีมคนอื่นๆ รวม 11 คน พร้อมครอบครัว ได้ไปประกอบพิธีสืบชะตาภายในศาลาวัดพระธาตุดอยเวา โดยครูบาแสงหล้า เจ้าอาวาสวัดพระธาตุสายเมือง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา, พระครูประยุตเจติยานุการ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา นำประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและขับไล่สิ่งชั่วร้าย แต่ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปรบกวนระหว่างประกอบพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นางลีน่า จังจรรจา หรือลีน่า จัง เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ศราวุธ โชติสุวรรณ รอง ผกก.4 บก.ป. เพื่อแจ้งความเอาผิดกับนายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก ผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมี 1 ใน 13 คนทีมหมูป่าฯ ที่ติดในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ในข้อหาบุกรุกอุทยานแห่งชาติ พร้อมนำหลักฐานเป็นแผ่นซีดี มามอบให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลีน่ากล่าวว่า ได้นำหลักฐานเป็นคำให้สัมภาษณ์ของนายเอกพล ในรายการเดินหน้าประเทศไทย ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่กล่าวว่า ทีมหมูป่าฯ ได้ใช้ก้อนหินขุดผนังถ้ำ และได้บุกรุกเข้าไปในถ้ำหลวง นำรถจักรยานเข้าไปจอดภายในถ้ำ โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งในกรณีดังกล่าวมีความผิดหลายข้อหา และมีโทษจำคุก เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินคดี จะละเว้นไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเด็กเป็นอภิสิทธิ์ชนหรือเด็กเทวดา ส่วนเด็กที่อายุไม่ถึง 14 ปี ไม่ต้องรับโทษ เนื่องจากอายุไม่ถึง นอกจากนี้ ทางพ่อแม่ของเด็กก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่แผ่นดินตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่ตนถูกดำเนินคดีที่เข้าไปถ่ายคลิปที่ถ้ำพระยานคร อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหาถ่ายทำคลิปโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่นเดียวกันกับทางทีมหมูป่าฯ และโค้ชเอก จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย เนื่องจากใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน เพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำและตรวจสอบหลักฐานที่นางลีน่าได้นำมามอบให้ ก่อนที่จะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดัง เจ้าของเพจ &amp;ldquo;ทนายคลายทุกข์&amp;rdquo; ให้ความเห็นทางกฎหมายว่า &amp;nbsp;โค้ชเอกและเด็กทีมหมูป่าอะคาเดมีที่เข้าไปติดในถ้ำหลวง ดูจากพฤติกรรมแล้วน่าเชื่อว่าเป็นการกระทำความผิดด้วยความจำเป็น เพราะเห็นว่ามีภยันตรายจากน้ำที่ท่วมเข้าไปในถ้ำจวนจะถึงตัว และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จึงจำเป็นต้องพาเด็กๆ หนีน้ำเข้าไปหลบในถ้ำหลวง ดังนั้นการกระทำของโค้ชเอกครั้งนี้มีความผิด แต่ได้รับการยกเว้นโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 67 ซึ่งทางลีน่าจังซึ่งเป็นทนายความน่าจะรู้ดี ถ้ามีข้อความอันใดอันเป็นเท็จเพื่อจะกลั่นแกล้งให้โค้ชเอกได้รับโทษทางอาญา ก็อาจจะรับโทษเสียเอง ฐานแจ้งความเท็จเพื่อกลั่นแกล้งผู้อื่น ตามกฎหมายอาญามาตรา 174 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและโทษปรับด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13736</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ทีมหมูป่าอะคาเดมี, ค่ายเม็งรายมหาราช, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, วิษณุ  เครืองาม, สุภัชชา สุทธิพล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อณิรา ธินนท์, เดชา กิตติวิทยานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b509a9c1a55e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
