<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.7 จับมือฮิตเลอร์ ที่คุณ...อาจไม่เคยรู้ และถูกนำไปบิดเบือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.63- เฟซบุ๊ก อัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ เล่าถึง ที่มาของภาพ ร.7 จับมือฮิตเลอร์ ที่คุณ...อาจไม่เคยรู้ และถูกนำไปบิดเบือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเพื่อนรุ่นน้องชาวออสซี่ที่นิยมความเป็นไทย ติดตามข่าวการเมืองเสมอ และมีพ่อที่ทำธุรกิจบินเข้าออกเมืองไทยตลอดเวลา เคยถามผมว่า ทำไมมีภาพ ร.7 จับมือฮิตเลอร์ ไหนๆ ก็เล่าให้ฝรั่งฟังแล้ว ก็ถือโอกาสเล่าให้พี่น้องชาวไทยที่อาจไม่เคยรู้ทราบไปด้วยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
ภาพนี้เป็นภาพในช่วงเวลาที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ เสด็จไปประทับรักษาพระองค์ที่อังกฤษ ซึ่งในระหว่างนั้นได้ทรงแวะเยี่ยมประธานาธิบดีฮินเดนบวร์กแห่งเยอรมันที่ทรงคุ้นเคย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เวลานั้นประธานาธิบดีฮินเดนบวร์กกำลังป่วย จึงให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งในเวลาคือ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ออกมาเป็นตัวแทนของประธานาธิบดีฮินเดนบวร์ก เพื่อถวายการตัอนรับในนามของประธานาธิบดีเยอรมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เป็นนายกรัฐมนตรีของเยอรมันในปี 1933 ปีรุ่นขึ้น 1934 ในหลวงรัชกาลที่ 7 ของไทยเราก็สละราชสมบัติ ซึ่งเป็นปีเดียวกันที่ประธานาธิบดีฮินเดนบวร์กถึงแก่อสัญกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นอีกถึง 6 ปี อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ถึงแปลงกายเข้าสู่ดาร์กไซค์กลายเป็นผู้นำนาซีที่ต้องการสร้างอาณาจักรไรช์ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยการก่อสงครามโลกครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แปลว่า ภาพนี้ไม่ได้เป็นภาพหลักฐานที่แสดงว่า รัฐบาลไทยโดยในหลวงรัชกาลที่ 7 เป็นมิตรกับ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีอาชญากรในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปว่า เป็นภาพที่ ในหลวงรัชกาลที่ 7 แวะไปเยี่ยมประธานาธิบดีฮินเดนบวร์กแห่งเยอรมันเพื่อนเก่า ก่อนสงครามโลกปะทุจากฝีมือฮิตเลอร์หลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;**อย่างเอาความจริงไปบิดเบือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
ถ้าอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามกันต่อไปดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยและเยอรมันเป็นมหามิตรกันมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงส่งเจ้าฟ้าหลายพระองค์รวมถึงข้าราชการไปศึกษาที่เยอรมัน ต่อเนื่องมาถึงในสมัยรัชกาลที่ 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเสด็จพระราชดำเนินประพาสประเทศเยอรมนีของในหลวงรัชกาลที่ 7 มีรายละเอียดปรากฏอยู่ในหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากจดหมายเหตุเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรป พ.ศ.๒๔๗๖ - ๒๔๗๗ ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
โดยในตอนที่ ๑๒ (ในประเทศเยอรมนี) พอสรุปได้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้เสด็จไปถึงประเทศเยอรมนีโดยทางเรือจากประเทศเดนมาร์ก ถึงท่าเรือเมืองแฮมเบิคในวันที่ ๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ และในวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๔๗๗ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมประธานาธิบดี ฟอน หิน เดนบูร์ค ของเยอรมนี ซึ่งชราภาพแล้ว โดยมีอายุ ๘๗ ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และแพทย์ไม่ยอมให้มาเฝ้าที่กรุงเบอร์ลิน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ จึงเสด็จไปเยี่ยมประธานาธิบดี ณ คฤหาสน์ที่เมืองเนยเดก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๔๗๗ เสด็จพระราชดำเนินไปถึง ฮิตเลอร์ นายกรัฐมนตรีหรือ Chancellor ถวายการต้อนรับ เนื่องจากแพทย์ไม่อนุญาตให้ประธานาธิบดีที่กำลังป่วยมาถวายการต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมชมกิจการและเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ โรงไฟฟ้าของกรุงเบอร์ลิน โรงวิทยาศาสตร์ และ โรงผสมยาของ บริษัท เชอลิง ฆาห์ลโบม โรงงานกลั่นน้ำมันเบนซิน จากผงถ่านศิลาอ่อนที่เมือง เลอร์นา หอสอนดาราศาสตร์หรือที่รู้จักกันว่าท้องฟ้าจำลอง ซึ่งเครื่องฉายดาวในเวลานั้น ทั้งโลกมีอยู่เพียง ๗ แห่ง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันแสดงถึงความสนพระราชหฤทัยในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
จากบันทึกประวัติศาสตร์นี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวไปเยี่ยมเพื่อนเก่า คือประธานาธิบดี ฟอน หิน เดนบูร์ค ของเยอรมัน แต่ไม่ได้พบกันเพราะท่านป่วย ฮิตเลอร์ ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจึงออกมาถวายการต้อนรับแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วหลังจากนั้นก็เสด็จเยี่ยมชมกิจการและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งเป็นความสนพระราชหฤทัยในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่ใช่ไปติดต่อกันในเรื่องการเมืองแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
อัษฎางค์ ยมนาค
รวบรวม เรียบเรียง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68969</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร.7, อดอล์ฟ ฮิตเลอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5ee9daac3540f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาธิปไตยนาซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วานนี้ (๒๗ มกราคม) เป็นวันครบรอบการปลดปล่อยค่าย Auschwitz-Birkenau&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การสหประชาชาติ (UN) ประกาศมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ให้เป็นวันระลึกถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวสากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเป็นการรำลึกถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเป็นเกียรติแก่เหยื่อจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่โลกจดจำ &amp;quot;อดอล์ฟ ฮิตเลอร์&amp;quot; ในฐานะผู้นำเผด็จการ ผู้บงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ &amp;nbsp;ผู้ออกคำสั่งสังหารเพื่อนมนุษย์ไปมากที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวยุโรปเกลียดความโหดร้ายที่ฮิตเลอร์สร้างไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องหมายสวัสดิกะในธงประจำพรรคนาซี จึงเป็นสิ่งต้องห้าม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และถือเป็นสิ่งที่รับรู้กันทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่....มีคนเกลียดก็ย่อมมีคนรัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่โลกรังเกียจเครื่องหมาย สวัสดิกะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านของโลกก็มีกลุ่มนีโอนาซี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นลัทธิเคลื่อนไหวเพื่อคนผิวขาว เพราะมีความเชื่อว่าคอเคซอยด์ คือเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มนีโอนาซี ยังคงใช้เครื่องหมาย สวัสดิกะ เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...ที่ร่ายมาเพราะ &amp;quot;น้ำใส-พิชญาภา นาถา&amp;quot; สมาชิกวง BNK48 เผลอสวมเสื้อยืดมีเครื่องหมายสวัสดิกะ ซ้อมคอนเสิร์ตใหญ่ BNK48 Space Mission Concert เมื่อ ๒๕ มกราคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดานักประชาธิปไตย นักเคลื่อนไหว พากันถล่มเด็กสาว ราวกับว่าเป็นผู้เลื่อมใสฮิตเลอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนด่า &amp;quot;น้ำใส&amp;quot; เพราะอารมณ์ค้างมาตั้งแต่กรณี &amp;quot;เฌอปราง&amp;quot; ที่ไปช่วยงาน &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนไปไกลถึงขนาดโทษระบบการศึกษาไทย ว่า ไม่สอนให้เด็กไทยรู้จักโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอดีตคนดังทั่วโลก มีทั้งเผลอ และตั้งใจ ใส่เสื้อที่มีเครื่องหมายสวัสดิกะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะกรณีของ เจ้าชายแฮร์รี ทรงฉลองพระองค์ชุดนาซี เสด็จไปร่วมงานเลี้ยง เมื่อหลายปีก่อน ตกเป็นกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือความผิดพลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณี &amp;quot;น้ำใส&amp;quot; ก็คือความผิดพลาด และเจ้าตัวออกมาขอโทษในความไม่รู้ของตัวเอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมๆ กับสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย แสดงท่าที ตกใจและกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การสวมชุดสัญลักษณ์นาซีของนักร้อง BNK48 เป็นการทำร้ายจิตใจคนนับล้านทั่วโลก ที่ญาติพี่น้องของพวกเขาถูกสังหารด้วยน้ำมือของนาซี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในมุมมองของชาวยิวนั่นคือ โศกนาฏกรรม ความโหดร้ายของนาซี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และโลกต้องยอมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับกันโลกก็ไม่ควรสร้างโศกนาฏกรรม การยึดครอง การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยุคใหม่ในดินแดนอื่นๆ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นแอฟริกา ตะวันออกกลาง หรือแม้กระทั่งใน &amp;quot;เวสต์แบงก์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคนไทย นอกจากต้องเคารพในสิ่งที่โลกจดจำตามฝรั่งแล้ว ยังต้องรู้จักเคารพในความเป็นตัวของตัวเองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมไทยมีรากเหง้า อย่าเอาแต่ติว่าคร่ำครึล้าสมัย ต้องละทิ้งให้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโลกออนไลน์ เสียงด่า &amp;quot;น้ำใส&amp;quot; หนาหูก็มาจากพวกอ้างตัวเป็นฝ่ายประชาธิปไตย คลั่งลัทธิชังชาติ &amp;nbsp;พวกเกลียดชังรัฐบาลลุงตู่ ราวกับว่า BNK48 คือผลไม้พิษที่ คสช.สร้างขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำไว้ว่าเหรียญมีสองด้านเสมอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาซีฆ่ายิว ยิวก็ฆ่าคนอื่น และคนอื่นก็ฆ่ายิว สงครามจึงไม่เคยจบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกันในบริบทของคำว่า ประชาธิปไตย ก็ไม่ควรแอบอิงพิงหลังคนโกงชาติ ไม่เช่นนั้นความขัดแย้งทางการเมืองก็ไม่มีวันจบ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าทำตัวเป็นประชาธิปไตยนาซี ข่มผู้อื่น เหยียดว่ารู้จักประชาธิปไตยน้อยกว่าตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมันไม่ต่างสวมเสื้อโลโก้คนโกงแล้วไปอวดอ้างว่านั่นคือประชาธิปไตยที่แท้จริง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27631</URL_LINK>
                <HASHTAG>องค์การสหประชาชาติ, อดอล์ฟ ฮิตเลอร์, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
