<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีไอเอ็มบี ไทยยันไม่มีแผนลดพนักงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซีไอเอ็มบี ไทย&amp;rdquo; สวนกระแส! ยันไม่มีแผนลดพนักงาน แย้มอาจขยายกำลังคนเพิ่ม มองแบงกิ้ง เอเย่นต์ให้คุณประโยชน์ทั้งประชาชน-สถาบันการเงิน ยืนยันหาก ธปท. ไฟเขียวพร้อมดำเนินการทันที วาดแผนปี 2561 ปั้นสินเชื่อ-เงินฝากโต 5% ปรับกลยุทธ์ชู &amp;ldquo;FAST FORWARD&amp;rdquo; ดันติดท็อป 3 แบงก์ขนาดกลางทุบตลาดอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;05 มี.ค. 61- นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารยังไม่มีแผนที่จะปรับลดสาขาแต่อย่างใด โดยปัจจุบันธนาคารมีสาขาทั่วประเทศรวมกันประมาณ 80 กว่าสาขา รวมถึงยังไม่มีแผนที่จะปรับลดพนักงาน แต่อาจจะมีการเพิ่มพนักงานอีกด้วย เนื่องจากแผนระยะกลาง (5ปี) ตั้งเป้าหมายขยับเป็นธนาคารขนาดกลางที่แข็งแกร่งที่สุดด้านอาเซียนในประเทศไทย ดังนั้นแต่แต่ปี 2560 ที่ผ่านมา ธนาคารจึงได้มีการปรับฐานและปรับกระบวนการวิธีการทำงาน รวมถึงเพิ่มอัตรากำลังในธุรกิจที่ธนาคารมีศักยภาพ เพื่อให้มีประสิทธิภาพและรองรับการเติบโตที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับกรณีการแต่งตั้งตัวแทนของธนาคารพาณิชย์ (Banking Agent : แบงกิ้ง เอเย่นต์) ว่า เรื่องดังกล่าวจะเป็นประโยชน์โดยตรงกับประชาชนผู้รับบริการทางการเงินให้มีโอกาสและช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและมากขึ้น ขณะที่สถาบันการเงินเอง ก็จะได้ประโยชน์ในแง่การลดต้นทุนในการเปิดสาขาด้วย ส่วนกรณีที่จะมีการแต่งตั้งแบงกิ้ง เอเย่นต์ของแต่ละสถาบันการเงินนั้น เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ตามหลักเกณฑ์อย่างละเอียด โดยยืนยันว่าหาก ธปท. มีการประกาศเรื่องนี้ออกมาอย่างชัดเจนแล้ว ซีไอเอ็มบี ไทย ก็พร้อมจะดำเนินการได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ในปี 2561 ธนาคารตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อและเงินฝากให้เติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 5% และจะรักษาระดับส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (NIM) ให้อยู่ประมาณ 3.8% รวมถึงจะควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่ให้เกิน 5% หลังจากปี 2560 สินเชื่อขยายตัวได้ที่ระดับ 3.2% ขณะที่กำไรก่อนหักสำรองปรับเพิ่มขึ้น 5% เป็น 5.7 พันล้านบาท จาก 5.5 พันล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้อย่างดี และการกระจายตัวมากขึ้นจากภาคการส่งออกและท่องเที่ยว รวมถึงการบริโภคภายในประเทศที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในปี 2561-2562 ถือเป็นก้าวแรกของโครงการ FAST FORWARD คือ การเดินหน้าสู่เป้าหมายการก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของธนาคารระดับกลางที่แข็งแกร่งที่สุดด้านอาเซียนในประเทศไทย ภายในปี 2565-2566 นั่นหมายความว่าจะต้องมีกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 1.2-1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราไปสู่เป้าหมายได้ เพราะเป้าหมายถือเป็นความหวัง และความฝัน แม้ว่าหนทางจะยังไม่ชัด แต่การปรับกลยุทธ์การทำงานน่าจะทำให้เราดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งเมื่อรวมกับปัจจัยเสริมจากเศรษฐกิจที่ดีขึ้นก็น่าจะช่วยขับเคลื่อนให้ธนาคารเติบโตได้ตามแผน&amp;rdquo; นายกิตติพันธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4310</URL_LINK>
                <HASHTAG>CIMB, ซีไอเอ็มบี, ธนาคาร, ลดพนักงาน, สินเชื่อ, อดิศร เสริมชัยวงศ์, เงินฝาก, แบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9cfb78e9da0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
