<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุก10ปีลุงวิศวะ ยิงวัยรุ่นที่อ่างศิลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลชลบุรีพิพากษาจำคุกลุงวิศวะ 15 ปี คดียิงวัยรุ่นตายที่อ่างศิลา จากเหตุอีกฝ่ายจอดรถปิดทางออกแล้วไม่มีใครยอมใคร ระบุหากจำเลยมีสติรู้จักยับยั้งชั่งใจ คดีนี้คงไม่เกิด แต่เป็นเพราะจำเลยพกปืนจนเกิดความฮึกเหิม บ่งชี้เจตนาสมัครใจจะทะเลาะวิวาท จึงมิใช่การป้องกันสิทธิตามกฎหมาย แต่จำเลยไม่มีจิตใจโหดเยี่ยงโจรผู้ร้าย และมิได้หลบหนี ปรานีลดโทษเหลือจำคุก 10 ปี และให้ชดใช้สินไหมทดแทน 3.4 แสนบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลจังหวัดชลบุรี วันที่ 27 กันยายนนี้ มีการอ่านคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขดำ 2941/2560 ระหว่างพนักงานอัยการ โจทก์ น.ส.มณีพร ผึ่งผาย โจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 50 ปี อาชีพวิศวกร เป็นจำเลยในความผิดฐานพกพาอาวุธปืน ฆ่าคนตายโดยเจตนา กรณีก่อเหตุยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นที่ล้อมรถเก๋งและพยายามทำร้าย เป็นเหตุให้กระสุนถูกนายนวพล หรือปอน ผึ่งผาย อายุ 17 ปี เสียชีวิต ซึ่งจำเลยให้การต่อสู้ว่าเป็นการป้องกันตัว เหตุเกิดบริเวณสามแยกถนนอ่างศิลา ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานรับฟังได้ว่าจำเลยพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง ส่วนปัญหาที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น เห็นว่า เหตุคดีนี้สืบเนื่องมาจากพวกของผู้ตายซึ่งเป็นคนขับรถยนต์ตู้ จอดรถที่หน้าร้านขายของฝากกีดขวางทางออกของจำเลย ทำให้มีปากเสียงกัน แต่เหตุวิวาทจบลงไปภายหลังจากพวกของผู้ตายขับรถยนต์ตู้และรถยนต์เก๋งออกไป โดยมิได้ท้าทายจำเลยอีก หากจำเลยมีสติรู้จักยับยั้งชั่งใจ จอดรถรอสักพักหนึ่งก่อน เพื่อให้โทสะคลายลงแล้วค่อยขับรถออกไป เหตุคดีนี้คงไม่เกิดขึ้นแน่นอน แต่จำเลยกลับขับรถตามรถทั้ง 2 คันไปในทันที ขับแซงรถยนต์ตู้ บีบแตรยาวใส่ แล้วขับไปอยู่ด้านหน้า ชะลอความเร็วลงจนเกือบจะหยุดรถให้ชนท้าย ทั้งภริยาจำเลยใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ถ่ายภาพรถยนต์เก๋งพวกผู้ตายไว้อีก เช่นนี้ย่อมเป็นการท้าทายผู้ตายกับพวกให้เกิดโทสะและเข้ามาวิวาทกับจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุที่จำเลยมีความฮึกเหิมกล้าท้าทาย ก็เนื่องจากจำเลยพกพาอาวุธปืน ซึ่งบรรจุกระสุนปืนไว้แล้วติดตัวไปด้วย และเตรียมอาวุธไว้ตั้งแต่ที่หน้าร้านขายของฝาก บ่งชี้ถึงเจตนาของจำเลยว่าพร้อมที่จะสมัครใจวิวาท&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาระบุต่อไปว่า เมื่อพวกของผู้ตายขับรถยนต์เก๋งมาถึงที่เกิดเหตุ จำเลยหักหัวรถอย่างกะทันหันไปในลักษณะปาดหน้า และขัดขวางมิให้รถยนต์เก๋งของพวกผู้ตายขับต่อไปได้ แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาวิวาทกับผู้ตายกับพวกมาตลอดเส้นทาง จนกระทั่งถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นจุดสุดท้ายก่อนที่จะยิงกัน จำเลยก็ยังมีเจตนาวิวาทอยู่ เมื่อจำเลยเห็นว่าผู้ตายกับพวกมากันหลายคน ก็เริ่มเกิดความขลาดกลัว แต่ยังคงพูดกับผู้ตายกับพวกด้วยน้ำเสียงและคำพูดในลักษณะไว้ท่าทีว่าจะเอาเรื่อง มิใช่คำพูดในทำนองขอโทษในการกระทำของตน หรือแสดงให้เห็นว่าไม่อยากมีเรื่อง หรือให้เลิกแล้วกันไป ประกอบกับจำเลยเตรียมอาวุธปืนไว้พร้อมยิงต่อสู้กับฝ่ายผู้ตาย จำเลยจะอ้างว่ายิงผู้ตายเพื่อป้องกันสิทธิของตนไม่ได้ ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ตายกับพวกทำร้ายมารดา ภริยา และหลานที่มากับจำเลย จึงมิอาจอ้างได้ว่าจำเลยยิงผู้ตายเพื่อป้องกันสิทธิของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายที่ใกล้จะมาถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยจึงมีความผิดฐานพาอาวุธปืนฯ และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามฟ้อง แต่เนื่องจากจำเลยมิได้มีจิตใจเหี้ยมโหดเยี่ยงโจรผู้ร้าย เพียงแต่ขาดสติยับยั้งชั่งใจในการควบคุมตน จำเลยยิงปืนไปเพียง 1 นัด หลังเกิดเหตุมิได้หลบหนีไปไหน และยอมรับกับเจ้าพนักงานตำรวจในทันทีว่าเป็นคนยิงผู้ตาย ประกอบกับผู้ตายมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด เห็นสมควรลงโทษจำเลยสถานเบา ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำคุก 15 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 10 ปี ฐานพาอาวุธปืนฯ ปรับ 4,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ 2,000 บาท รวมจำคุก 10 ปี และปรับ 2,000 บาท ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของ น.ส.มณีพร ผึ่งผาย มารดาผู้ตาย และให้ถือว่า น.ส.มณีพรอยู่ในฐานะผู้ร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 340,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันยื่นคำร้องขอเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาทนายของนายสุเทพได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงิน 670,000 บาท ขอประกันตัวนายสุเทพ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วให้ประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสหภาพ วงศ์ธรรมเจริญ พ่อของนายนวพล ผู้ตาย กล่าวว่า พอใจในตัดสินของศาล จึงอยากฝากไปถึงดวงวิญญาณของน้องปอนว่าทำสำเร็จแล้ว ให้คนผิดได้รับโทษ และขอขอบคุณในความยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 4 ก.พ.60 ตำรวจ สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่บริเวณสามแยกตลาดอ่างศิลา ต.อ่างศิลา อ.เมืองชลบุรี ตรวจสอบพบนายนวพล ผึ่งผาย หรือปอน&amp;nbsp;อายุ 17 ปี ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณราวนมซ้ายกระสุนฝังใน อาการสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนมือปืนคือนายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 50 ปี นั่งอยู่ในรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า ทะเบียน ฌต 5079 กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;มีบาดแผลคิ้วแตก ตามร่างกายมีรอยถลอกและฟกช้ำ โดยมีปืนพกสั้น รูเกอร์ SR9c .308 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน 5 นัด จึงคุมตัวสอบสวนดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพให้การว่า ขับรถมาเที่ยวชายหาดบางแสนพร้อมกับครอบครัว ประกอบด้วย ภรรยา มารดาและหลานชาย แล้วมีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 13 คน ที่จอดรถขวางทางออกบริเวณสะพานปลาอ่างศิลา หลังจากนั้นจึงได้เดินทางจะกลับบ้าน เมื่อขับรถมาตามถนนสายอ่างศิลา พบกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีได้ขับรถเก๋งตามมา นายสุเทพจึงเปิดกระจกรถ ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นก็พบรถของหน่วยกู้ภัยจอดอยู่ข้างทาง จึงได้จอดรถให้ภรรยาลงไปขอความช่วยเหลือ แต่กลุ่มวัยรุ่นกรูกันเข้ามาเปิดประตูรถ พร้อมทั้งทำร้ายร่างกายตน จึงใช้ปืนที่พกมายิงสุ่มไป 1 นัดเพื่อป้องกันตัว กระสุนถูกผู้ตายเสียชีวิตดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกลุ่มเพื่อนของนายนวพล คือนายณัฐวุฒิ โสมทัศน์, นายอดิศร แสนศักดิ์ และนายกมล แจ่มวัย ตกเป็นผู้ต้องหา ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงาน และร่วมกันทำร้ายผู้อื่น ทั้งหมดรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ศาลจังหวัดชลบุรีพิพากษาจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน แต่ผู้ต้องหารับสารภาพ และยังเป็นเยาวชน โทษจำให้รอลงอาญา คุมประพฤติเป็นเวลา 2 ปี ส่วนนายนิพนธ์ ทองสี คนขับรถตู้ ถูกฟ้องในข้อหาจอดรถลักษณะกีดขวางการจราจร ปรับ 1,000 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18579</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมล แจ่มวัย, ณัฐวุฒิ โสมทัศน์, มณีพร ผึ่งผาย, ศาลจังหวัดชลบุรี, สหภาพ วงศ์ธรรมเจริญ, สุเทพ โภชนสมบูรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดิศร แสนศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5bacd7c144897.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
