<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอาญาปรับ อดีตผู้สมัคร สส.อนาคตใหม่ ละเมิดอำนาจศาล-มีเจตนาใช้กำลังต่อจนท.ในห้องพิจารณาคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.64 - ที่ห้องพิจารณา 707 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ แกนนำคณะราษฎร และ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดมหาสารคาม เขต 2 &amp;nbsp;พร้อม นายอานนท์ นำภา ได้เดินทางมาศาลตามนัดไต่สวนในคดีหมายเลขดำ ลศ 5/2564 ที่ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญาผู้กล่าวหา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ ในความผิดฐาน ละเมิดอำนาจศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีเมื่อวันที่ 5 เม.ย.64 ซึ่งศาลได้พิจารณาคดีดำ อ. 287/64 ที่มี นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ กับพวกเป็นจำเลยรวม 22 คน ซึ่งนายอดิศักดิ์ ตกเป็นจำเลยที่ 18 ในคดี และได้ใช้มือตบที่หัวไหล่ขวา นายไพทูรย์ มนัสศิลา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยผู้ต้องขังในห้องพิจารณา จนเกิดเสียงดัง และมีอาการเจ็บ เมื่อนายไพโรจน์ หันไปดู นายอดิศักดิ์ บอกให้หลบออกไปเพราะยืนบังการพิจารณาคดี ซึ่งเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยภายในบริเวณศาลอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาตามศาลนัดไต่สวนในคดี ละเมิดอำนาจศาลจากกรณีเมื่อวันที่ 8 เมษายน 64 ได้มีการไต่สวนคดี 19 กันยายน 64 ซึ่งในวันนั้นได้มีการกระทบกระทั้งกัน ระหส่างเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ กับ ผู้ต้องหา และทนาย จึงนำไปสู่การร้องทุกข์ต่อศาล ในความผิดฐาน ละเมิดอำนาจศาล ซึ่งการไต่สวนนัดที่แล้วตนได้มาตามนัดของศาล แต่ทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ คนที่อ้างว่าผมไปทำร้ายเขาต่อหน้าบัลลังก์ศาลนั้น เขาไม่ได้มา โดยให้เหตุผลว่า เขาติดโควิดอยู่ระหว่างการกักตัว ศาลจึงได้เลื่อนนัดการไต่สวนมาเป็นวันนี้ ผมจึงได้เดินทางมาจากจังหวัดมหาสารคาม เพื่อมายืนยันความบริสุทธิ์ใจว่า ตนเองไม่ได้กระทำการละเมิด หรือฝ่าฝืนข้อกฎหมาย ข้อระเบียบของศาลแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากศาลไต่สวนพยานเสร็จแล้ว ศาลอาญาได้อ่านคำสั่ง โดยพิเคราะห์พยานหลักฐานที่ได้จากการไต่สวนแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2564 เวลาประมาณ 14.00 น. ซึ่งศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน สอบคำให้การจำเลยคดีในคดีหมิ่นเบื้องสูง ที่ห้องพิจารณาคดี 704 คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.287/2564 ระหว่าง พนักงานอัยการโจทก์ นายพริษฐ์หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ กับพวกรวม 22 คน จำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และความผิดฐานอื่นที่เกี่ยวกับการชุมนุม อันผิดต่อกฎหมาย ผู้ถูกกล่าวหาเป็นจำเลยที่ 18 ซึ่งในคดีดังกล่าวมีจำเลยส่วนหนึ่งถูกคุมขังและอีกส่วนหนึ่งได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่าจจำเลยกระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้กล่าวหาและเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ เบิกความประกอบภาพจาก กล้องโทรทัศน์วงจรปิดยืนยันว่า ในวันเกิดเหตุนายไพโรจน์ มนัสสิลา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชามอบหมาย ให้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังชาย ซึ่งเป็นจำเลยบางคนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวที่ห้องพิจารณาคดี 304 ในคดีหมายเลขดำที่ อ.287/2564 ที่นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ พวกเป็นจำเลย โดยนายอดิศักดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาเป็นจำเลยที่ 18 และได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ขณะเกิดเหตุ นายไพโรจน์และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ยืนควบคุมตัวจำเลยที่ถูกคุมขังโดยยืนอยู่บริเวณช่องทางเดินระหว่างเก้าอี้ สำหรับจำเลยถูกคุมขังกับเก้าอี้จำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดิศักดิ์ ผู้ถูกกล่าวหา นั่งอยู่ฝั่งเก้าอี้สำหรับจำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราว.และอยู่แถวหลัง ส่วนนายไพโรจน์กับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ยืนอยู่ด้านหน้า ขณะที่นายอานนท์ นำพา จำเลยที่ 2 ซึ่งถูกคุมขังกำลังแถลงแนวทางคดีต่อผู้พิพากษา ผู้ถูกกล่าวหาลุกจากเก้าอี้ตรงเข้าไปใช้มือตบเบา ๆ ที่บริเวณไหล่ของนายไพโรจน์ 1 ครั้ง แล้วกลับไปนั่งประจำที่เดิม นายไพโรจน์ตกใจและรู้สึกเจ็บเล็กน้อยจึงหันกลับไปถามผู้ถูกกล่าวหาว่า &amp;quot;พี่ ผมปฏิบัติหน้าที่อยู่นะ ทำแบบนี้กับผมได้อย่างไร&amp;quot; ผู้ถูกกล่าวหาตอบว่า &amp;quot;คุณยืนบังผม ทำให้ผมมองไม่เห็นการพิจารณาคดีของศาล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์อีกคนหนึ่งเดินมาสอบถามแล้วแนะนำนายไพโรจน์ให้ทำบันทึกรายงานพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหา เห็นว่า ผู้กล่าวหาเป็นผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญาและนายไพโรจน์เป็นเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ ต่างก็เป็นเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติราชการไปตามหน้าที่และไม่รู้จักหรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกกล่าวหามาก่อน จึงไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่าจะเบิกความเพื่อกลั่นแกล้งหรือปรักปรำให้ร้ายผู้ถูกกล่าวหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งเมื่อศาลเปิดดูภาพเคลื่อนไหวและเสียงที่บันทึกจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดตั้งภายในห้องพิจารณาคดีที่เกิดเหตุ บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ ซึ่งผู้กล่าวหา, นายไพโรขน์ และนายอดิศักดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาต่างยืนยันว่าเป็นข้อมูลภาพเคลื่อนไหวและข้อมูลเสียงในวันเกิดเหตุ ผู้ถูกกล่าวหาเองก็เบิกความรับว่าได้กระทำการดังที่มีการบันทึกไว้จริง ข้อเท็จจริงจึงฟังได้เช่นนั้น พฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาที่ลุกจากเก้าอี้เดินเข้าไปประชิดตัวนายไพโรจน์แล้วยกมือขึ้นสูงในระดับไหลใช้แรงกายภาพกระทำต่อนายไพโรจน์ในขณะที่ยืนปฏิบัติหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลในห้องพิจารณา ถึงแม้ผู้ถูกกล่าวหาจะก่อเหตุอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้นและกลับไปนั่งที่เดิมโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของนายไพโรจน์ก็ตาม แต่ก็ส่งผลให้นายไพโรจน์ถึงกับหันกลับไปสอบถามผู้ถูกกล่าวหาทันที แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะอ้างว่าไม่มีเจตนาทำร้ายให้ได้รับบาดเจ็บก็ตาม แต่ก็ปรากฏภาพผู้ถูกกล่าวหาแสดงอาการพร้อมทั้งโบกมือในลักษณะไม่พอใจนายไพโรจน์ จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์อื่นเดินจากอีกฝั่งหนึ่ง เข้ามาสอบถามผู้ถูกกล่าวหาและนายไพโรจน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวน่าเชื่อว่าขณะเกิดเหตุผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาที่จะใช้กำลังกระทำต่อร่างกายนายไพโรจน์จริง มิใช่เพียงใช้มือแตะหรือสะกิดไหล่เบาๆ เพื่อมิให้ยืนบังการพิจารณาคดีของศาล ตามที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างแต่อย่างใด แม้จะปรากฏตามภาพเคลื่อนไหวว่าก่อนเกิดเหตุผู้ถูกกล่าวหามีการขยับตัวชะเง้อมองไปทางด้านหน้าห้องพิจารณาคดี ซึ่งเป็นช่วงที่จำเลยคนหนึ่งยืนถือไมโครโฟน แถลงแนวทางคดีต่อผู้พิพากษาและบริเวณที่นายไพโรจน์ยืนอาจบดบังการมองเห็นของผู้ถูกกล่าวหาไปบางช่วงบ้างก็ตาม แต่หากเป็นเช่นนั้นจริงผู้ถูกกล่าวหาก็สามารถลุกขึ้นเดินเข้าไปแจ้งให้นายไพโรจน์ทราบด้วยกริยาวาจาสุภาพได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้กำลังกระทำต่อร่างกาย ของนายไพโรจน์ในลักษณะที่ไม่สมควรและไม่ให้เกียรติเช่นนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งยังกระทำในขณะที่ผู้พิพากษา กำลังนั่งพิจารณาคดี นับว่าเป็นการกระทำที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง อีกทั้งเมื่อพิจารณาข้อมูลประวัติการศึกษา ประวัติหรือประสบการณ์การทำงาน ตลอดจนอาชีพทั้งในอดีตและปัจจุบัน คำแก้คำกล่าวหาที่ยื่นต่อศาลแล้ว ระบุว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการบำนาญ สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เคยรับราชการทหารเรือ ทำงานการเมืองท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง และเคยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร( ส.ส.) ทั้งยังระบุอาชีพปัจจุบันว่าเป็นผู้ช่วยดำเนินงานของ ส.ส.คนหนึ่งอีกด้วย โดยระบุสถานที่ทำงานว่ารัฐสภา ดังนั้นผู้ถูกกล่าวหาย่อม รู้ถึงกฎระเบียบของการราชการและการปฏิบัติตนในสถานที่ราชการเป็นอย่างดี รวมถึงการปฏิบัติตนในห้องพิจารณาคดีและในบริเวณศาล ซึ่งเป็นสถานที่ราชการด้วย การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นที่ประสิทธิ์ประสาทความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ซึ่งบุคคลทั่วไปที่เข้ามาในบริเวณศาลย่อมมีความมั่นใจในความปลอดภัยว่าจะไม่ถูกล่วงละเมิดไม่ว่าในทางใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ มาปฏิบัติหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังในคดีซึ่งผู้ถูกกล่าวหาก็เป็นจำเลยคนหนึ่งด้วย ทั้งยังเป็นการใช้กริยาในทางที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในห้องพิจารณาคดี เป็นการขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดศาลอาญาว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลอาญา พ.ศ.2564 ลงวันที่ 17 มี.ค.2564 อันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงมีคำสั่งว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1), 33 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ปรับ 500 บาท และตักเตือนผู้ถูกกล่าวหาว่าห้ามมิให้ประพฤติตนหรือแสดงกริยาใด ๆ ที่ไม่สมควรในบริเวณศาลอันถือเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอีก หากผู้ถูกกล่าวหาไม่ชำระค่าปรับให้คุมขังแทนค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108414</URL_LINK>
                <HASHTAG>อดิศักดิ์ สมบัติคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60dee440cfab5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้สมัครส.ส.อนค.ขึ้นศาล! ไต่สวนตบไหล่ผู้คุมในห้องพิจารณาคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค. 64 - เมื่อเวลา 09.00 น.&amp;nbsp; ที่ห้องพิจารณา 707 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ แกนนำคณะราษฎร และ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดมหาสารคาม เขต 2&amp;nbsp; พร้อม ทนายอานนท์ นำภา ได้เดินทางมาศาลตามนัดไต่สวน ในคดีหมายเลขดำ ลศ5/2564 ที่ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญาผู้กล่าวหา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ ในความผิดฐาน ละเมิดอำนาจศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีเมื่อวันที่ 5 เม.ย.64 ซึ่งศาลได้พิจารณาคดีดำ อ. 287/64 ที่มี นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ กับพวกเป็นจำเลยรวม 22 คน ซึ่งนายอดิศักดิ์ ตกเป็นจำเลยที่ 18 ในคดี และได้ใช้มือตบที่หัวไหล่ขวา นายไพทูรย์ มนัสศิลา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยผู้ต้องขังในห้องพิจารณา จนเกิดเสียงดัง และมีอาการเจ็บ เมื่อนายไพโรจน์ หันไปดู นายอดิศักดิ์ บอกให้หลบออกไปเพราะยืนบังการพิจารณาคดี ซึ่งเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยภายในบริเวณศาลอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาตามศาลนัดไต่สวนในคดี ละเมิดอำนาจศาลจากกรณีเมื่อวันที่ 8 เมษายน 64 ได้มีการไต่สวนคดี 19 กันยายน 64 ซึ่งในวันนั้นได้มีการกระทบกระทั่งกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ กับ ผู้ต้องหา และทนาย จึงนำไปสู่การร้องทุกข์ต่อศาล ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ซึ่งการไต่สวนนัดที่แล้วตนได้มาตามนัดของศาล แต่ทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ คนที่อ้างว่าตนไปทำร้ายเขาต่อหน้าบัลลังก์ศาลนั้น เขาไม่ได้มา โดยให้เหตุผลว่า เขาติดโควิด-19 อยู่ระหว่างการกักตัว ศาลจึงได้เลื่อนนัดการไต่สวนมาเป็นวันนี้ จึงได้เดินทางมาจากจังหวัดมหาสารคาม เพื่อมายืนยันความบริสุทธิ์ใจว่า ตนเองไม่ได้กระทำการละเมิด หรือฝ่าฝืนข้อกฎหมาย ข้อระเบียบของศาลแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108395</URL_LINK>
                <HASHTAG>3นิ้ว, ละเมิดอำนาจศาล, อดิศักดิ์ สมบัติคำ, อดีตผู้สมัครส.ส.อนค., ไต่สวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60dec32576ba0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
