<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาฯยืนยกฟ้อง &#039;สุชาติ&#039; อดีตผบช.น. สลายม็อบพธม. 7 ตุลา 51</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.61 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ&amp;nbsp;องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ 9 คน ออกนั่งบังลังก์อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ในคดีที่ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. จำเลยที่ 4 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีการออกคำสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย&amp;nbsp;ที่ปิดล้อมทางเข้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยองค์คณะมีมติเสียงข้างมาก พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ยกฟ้อง โดยเห็นว่า พล.ต.ท.สุชาติ&amp;nbsp;จำเลยที่ 4 ในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์&amp;nbsp;ได้สั่งการควบคุมฝูงชนด้วยการใช้แก๊สน้ำตาตามความจำเป็นที่เหมาะสมกับสถานการณ์ขณะนั้นแล้วตั้งแต่ช่วงเช้า บ่าย และค่ำของวันที่ 6-7 ต.ค. 2551 เพราะการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมไม่มีท่าทีที่จะยุติ แม้ช่วงแรกเจ้าหน้าที่จะได้กระทำการตามแบบแผนการผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุม กระทั่งเปิดทางให้มีการประชุม&amp;nbsp;ครม. เพื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้แล้ว ซึ่งสถานการณ์กดดันขณะนั้นหากไม่ได้ดำเนินการโดยเหมาะสมอาจเกิดความเสียหายได้ แสดงให้เห็นว่าการใช้แก๊สน้ำตาเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อควบคุมฝูงชนเท่านั้น ไม่ใช่ใช้เพื่อเล็งเห็นผลที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งในหลายประเทศก็นิยมใช้กันและไม่ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิตจากแก๊สน้ำตา&amp;nbsp;การกระทำของจำเลยที่ 4 ไม่มีเจตนาพิเศษเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและร่างกายของผู้ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฟังคำพิพากษา พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวว่า ตนสู้คดีมา 10 กว่าปี&amp;nbsp;นับตั้งแต่เกิดเหตุจนคดีเข้าสู่การไต่สวนของ ป.ป.ช. จนมาถึงชั้นศาล ระหว่างสู้คดีก็ได้รับกำลังใจจากครอบครัวและเพื่อนๆ เหตุการณ์วันนั้นทุกคนก็ทำตามหน้าที่ของตัวเอง ส่วนสิ่งไหนถูกหรือผิดในวันนั้นไม่สามารถตอบได้ เมื่อศาลมีคำพิพากษาเราก็ต้องน้อมรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้มีภรรยาและเพื่อนรุ่นน้องมาให้กำลังใจและร่วมฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ด้วย โดยหลังฟังคำพิพากษา&amp;nbsp;พล.ต.ท.สุชาติ มีสีหน้ายิ้มแย้มสดใส ขณะที่ช่วงเช้าได้เดินทางมาถึงที่ศาลฎีกาฯ ตั้งแต่เวลา 8.00 น. และเดินทางเข้าห้องพิจารณาคดีทันทีก่อนถึงเวลานัดหมายของศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16333</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 ตุลาคม 2551, พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว, สลายการชุมนุมพันธมิตร, อดีต ผบช.น.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180828/image_big_5b84f0708068e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
