<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทันควัน!วัชระบุกสภามอบถังน้ำประจานเพดานรั่ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำถังพลาสติกสีดำมอบให้นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไว้ใช้รองน้ำหลังเกิดเหตุการณ์น้ำรั่วจากฝ้าเพดานที่อาคารวุฒิสภา เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่เกิดเหตุฝนตกหนัก โดยนายวัชระกล่าวว่า มายื่นเรื่องสอบถามนางพรพิศถึงเหตุการณ์น้ำรั่วจากฝ้าเพดานอาคารรัฐสภา หลังเกิดฝนตกหนัก เพราะเมื่อฝนตกหนัก มักมีปัญหาน้ำรั่วที่เพดานประจำจะแก้ปัญหาอย่างไร อาคารรัฐสภาแห่งใหม่มีมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท แต่เหตุใดฝนตกแล้วน้ำรั่วประจำ ขณะนี้อาคารรัฐสภาก็ต่อเติมก่อสร้างไม่เสร็จ ทั้งที่เลยกำหนดส่งมอบมาตั้งแต่วันที่ 31ธ.ค.2563 ต้องเรียกค่าปรับจากผู้รับเหมาที่ก่อสร้างไม่เสร็จมาตั้งแต่วันที่ 1ม.ค.2564 แต่ทราบว่า สภาจะไม่ปรับผู้รับเหมาแม้แต่บาทเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมีหลักฐานเบาะแสทุจริตก่อสร้างอาคารรัฐสภา ตามคำพูดนายสมชาย แสวงการ ส.ว. ที่อภิปรายในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) วันที่ 16ก.ย.2557 ระบุการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่มีเงินตกหล่น 2ก้อนใหญ่ ก้อนแรกหลักร้อยล้านบาท และก้อนสองหลักพันล้านบาท ต่อมาวันที่24ก.ย.2557 นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ขณะนั้น พูดให้นโยบายผู้บริหารระดับสูง สนช.ว่า อาคารรัฐสภาสร้างได้แค่ 6%หลังจากเอาสัญญามาดูพบมีเงินตกหล่น 500 ล้านบาท และ1,000 ล้านบาท ไม่มีสัญญาที่ไหนแย่ขนาดนี้ ดังนั้นขอให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ตรวจสอบเงินตกหล่นส่วนนี้ด้วยว่าไปอยู่ในมือใคร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117510</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางพรพิศ เพชรเจริญ, นายวัชระ เพชรทอง, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ, เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614ac2d35e9b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัชระ&#039;เมินโควิด-19ตามไล่บี้คดีพานทองแท้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.2563 - นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึงนพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอทราบความคืบหน้าของคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทย กรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร รับเช็ค 10 ล้านบาท เนื่องจากเป็นผู้ติดตามคดีนี้มาตั้งแต่เป็น ส.ส. &amp;nbsp;โดยยึดหลักยุติธรรมและประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ และเป็นคดีที่สนใจของประชาชนทั้งประเทศ โดยต้องการทราบว่าปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานะของคดีนี้อยู่ในขั้นตอนใด และกรมสอบสวนคดีพิเศษจะอุทธรณ์คดีนี้หรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรีบดำเนินการตามกฎหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนต่อไป และโปรดแถลงข้อสงสัยของประชาชนโดยด่วนที่สุด แม้ว่าจะอยู่ในช่วงโรค โควิด-19 ระบาดก็ตาม เพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักนิติรัฐและนิติธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เวลา 11.45 น.นายวัชระจะไปยื่นหนังสือร้องเรียนเรื่องนี้ถึงพล อ.ประยุทธ์ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62474</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, ดีเอสไอ, นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, วัชระ เพชรทอง, อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b9680cbe4543.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2018 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2018 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหวงอัดคำสั่งคสช.ชี้ชัดชะตาประเทศอยู่ในอุ้งมือประยุทธ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.2561 - นพ.เหวง โตจิราการ &amp;nbsp;อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ในหัวข้อ &amp;ldquo;ชะตากรรมของประเทศไทยในอุ้งมือของ คสช.&amp;rdquo; ระบุว่า การออกคำสั่งที่ 16/2561 เพื่อให้ขยายเวลาการ (แบ่งเขต)เลือกตั้งออกไป ผมตั้งใจใส่เครื่องหมายวงเล็บเพื่อเปิดเผยความมุ่งหมายแท้จริงของ คสช. ในการออกคำสั่งดังกล่าว ทั้งที่ กกต.ได้ออกมาชี้แจงหลายครั้งหลายหนแล้วว่า การแบ่งเขตเรียบร้อยแล้ว และจะประกาศในราชกิจจาฯภายในสัปดาห์ที่ผ่านมา (คือวันศุกร์ที่ 16 พ.ย.61) แต่คำสั่งฟ้าผ่าดังกล่าวก็ออกมาตัดหน้าการดำเนินการตามกฎหมายกำหนดของ กกต. เพียงเส้นยาแดงผ่าแปด เพื่อดึงดันให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนี้ชัดเจนจนแทบไม่ต้องสงสัยว่า คสช.ต้องการที่จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ทั้งนี้เนื่องจากการดำเนินการตามแผนการของพวกตน (เพื่อสืบทอดอำนาจ คสช. ปูทาง พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ) ยังไม่บรรลุตามต้องการ ประชาชนไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเลือกตั้งในวันที่24 ก.พ.61 (ซึ่งถูกเลื่อนมาอย่างตั้งใจเพื่อให้เป็นไปตามกลยุทธ์ของ คสช.ถึง 4 ครั้ง 4 คราด้วยกัน) จะเป็นวันที่ประชาชนร่วมกันตัดสินใจชะตากรรมของประเทศไทยต่อไปในอนาคต แต่การออกคำสั่งที่16/2561นั้น &amp;nbsp;ทำให้ความหวังของประชาชนที่จะกำหนดชะตากรรมของประเทศโดยประชาชนเลือนรางออกไปอย่างน่าใจหาย เพราะการดำเนินการของ คสช.ครั้งนี้ เท่ากับประกาศชัดว่าชะตากรรมของประเทศไทยนั้นต้องกำหนดโดย คสช.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22198</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชะตากรรม, นพ.เหวง โตจิราการ, ประเทศไทย, พท., พรรคเพื่อไทย, อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a838c1357d42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2018 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2018 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เหวง’ประกาศลาออกจากเพื่อไทยซบ&#039;ทษช.&#039;แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.2561 - นพ.เหวง โตจิราการ &amp;nbsp;อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ผมยื่นใบลาออกจากพรรคเพื่อไทยแล้วครับ ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน2561 &amp;nbsp;ก็จะไปอยู่กับ ทษช.ครับ ผมไม่ได้มีอะไรขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยให้ความอบอุ่น &amp;nbsp;ให้โอกาสในการทำงาน และให้เกียรติผมเป็นอย่างดี ผมไม่มีอะไรที่ขัดแย้งทั้งในระดับนโยบายและในระดับการปฏิบัติงาน &amp;nbsp;ผมขอขอบพระคุณพรรคเพื่อไทย และผมได้โทรศัพท์เรียนกราบลากับท่านหัวหน้าพรรค ท่านวิโรจน์ เปาอินทร์เรียบร้อยเมื่อค่ำวันศุกร์ (16 พ.ย.61)ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ภาระหน้าที่ในการต่อสู้ให้ได้มาเพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง &amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญ 60 &amp;nbsp;ที่กำหนดอย่างตั้งใจในการสืบทอดอำนาจของ คสช. ปรากฏใน ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี &amp;nbsp;ปฏิรูปการเมือง 11ด้าน &amp;nbsp;องค์กรอิสระที่ตั้งโดยพวกเขาเพื่อเล่นงานฝ่ายประชาธิปไตยโดยตรง ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องทำงานการเมืองหรือต่อสู้ทางการเมืองต่อไป แต่การระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ 60 ของพวกเขาให้การเลือกตั้งเป็นแบบจัดสรรปันส่วนแบบผสม เพื่อทำลายการตัดสินทางการเมืองแบบรวบยอดของประชาชน ทำให้ประชาชนต้องตัดสินใจทางการเมืองแบบเบี้ยหัวแหลกหัวแตก ไม่มีโอกาสที่พรรคการเมืองจะมีคะแนนเสียงเป็นกอบเป็นกำเพื่อผลักดันอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่เป็นปฏิปักษ์ของ คสช.ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นแก่นของการเลือกตั้งแบบ &amp;quot;จัดสรรปันส่วนแบบผสม&amp;quot; ดังนั้นผมที่ตั้งใจที่จะทำการผลักดันให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงกวาดล้างผลพวงของ คสช. ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขเริ่มต้นและเงื่อนไขสำคัญในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างรุนแรงในขณะนี้ได้ จึงต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางที่สามารถทำงานการเมืองทำการต่อสู้ทางการเมืองเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงกวาดล้างระบอบรัฐฏาธิปัตย์ให้หมดไป จึงต้องเลือกหนทางที่เป็นไปได้ในการทำงานการเมืองหรือต่อสู้ทางการเมืองต่อไป ผมจึงจำเป็นต้องมาอยู่ไทยรักษาชาติ (ทษช.) ครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22196</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทษช., นพ.เหวง โตจิราการ, พท., พรรคเพื่อไทย, อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ, เฟซบุ๊ก, โพสต์, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180623/image_big_5b2e517cc75a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2018 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2018 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ซัดม.44ขี่คอองค์กรอิสระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2561 - นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ความเชื่อมั่น ของรัฐบาลถดถอยนั้นมีหลายปัจจัย อาทิ การทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งต้องยอมรับว่ารัฐบาลที่ไม่ได้มาตามระบอบประชาธิปไตยตรวจสอบไม่ได้ หรือตรวจสอบได้ยาก สนช.ไม่เคยตรวจสอบรัฐบาลเลย ล่าสุดงบประมาณเพิ่มเติมปี 2561 ผ่าน 3 วาระรวดในเวลาอันรวดเร็ว การเลื่อนโรดแมปการเลือกตั้งหลายครั้ง จนประชาชนและชาวโลกไม่เชื่อถือคำพูด รวมถึงเศรษฐกิจฐานรากย่ำแย่ แม้จะทุ่มเทงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจมหาศาล ที่สำคัญในห้วงเวลาเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ตั้งงบขาดดุลสูงเป็นประวัติการณ์เกือบ 2 ล้านล้านบาท แต่ผลลัพธ์ที่กลับมาปรากฏว่า ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนยิ่งห่างมากขึ้น โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานรากย่ำแย่ การเมืองการปกครองไม่ปกติ โดยใช้เวลาในระยะเปลี่ยนผ่านนานเกินเหตุ ตลอดจนใช้อำนาจพิเศษจนความเชื่อมั่นถดถอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวลิตกล่าวว่า หลังจากรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ มีการใช้มาตรา 44 ทำให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญไม่สามารถเดินหน้าไปได้ ทั้งๆ ที่กฎหมายดังกล่าวผ่านกระบวนการจนประกาศในราชกิจจานุเบกษา นอกจากนี้ ยังให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วน กกต.เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ได้รับการสรรหามาตามรัฐธรรมนูญ ผ่านกระบวนการถูกต้องจนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้ง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา การใช้อำนาจบริหารตาม ม.44 กับองค์กรอิสระซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการเลือกตั้ง จึงได้รับการวิพากษ์ วิจารณ์อย่างมากว่า การบริหารจัดการเลือกตั้งจะได้รับความเชื่อถือจากประชาชนและชาวโลกได้อย่างไรเมื่อรัฐบาลและ คสช.สามารถแทรกแซงองค์กรอิสระได้ หากเห็นว่าบุคคลในองค์กรอิสระกระทำผิดกฎหมาย หรือผิดจรรยาบรรณ ก็มีกระบวนการในการตรวจสอบได้ตามกฎหมายอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่า องค์กรอิสระอื่นๆ เช่น ป.ป.ช. จะไม่ถูกรัฐบาลหรือ คสช. แทรกแซง เพราะมีตัวอย่างให้เห็นจากการใช้ ม.44 ให้ กกต.หยุดปฏิบัติหน้าที่ ความไม่เชื่อมั่นที่มีต่อระบบการเมือง การปกครอง ที่ไม่ปกติ ซึ่งไม่ได้เกิดจากการกระทำของภาคส่วนอื่นเลย คิดว่าวิญญูชนทั่วไปหวังที่จะเห็นประเทศไทยกลับคืนสู่ปกติโดยเร็ว&amp;rdquo;นายชวลิตระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5740</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ชวลิต วิชยสุทธิ์, พรรคเพื่อไทย, มาตรา 44, รัฐธรรมนูญ, สมชัย ศรีสุทธิยากร, องค์กรอิสระ, อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180206/image_big_5a791f24e26fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
