<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;ชี้กระแสพิทักษ์ปกป้องสถาบันฮือโหมทั่วประเทศ อดีตทหารผ่านศึกพร้อมพลีชีพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63- &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ว่า &amp;nbsp;กระแสพิทักษ์ปกป้องสถาบันฮือโหมทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตทหารผ่านศึกทั่วประเทศประสานงานกันกึกก้องว่า ได้รับใช้ชาติศาสน์กษัตริย์ โดยมีชีวิตเป็นเดิมพันมาตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะไม่ยอมให้ใครจาบจ้วงรังแกระรานสถาบันอีกแล้ว พร้อมพลีชีพทำหน้าที่ครั้งสุดท้าย!!!!
แต่ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการปกป้องรัฐบาลแต่อย่างใด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81902</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไพศาล พืชมงคล, ปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์, อดีตทหารผ่านศึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f8f8b7c71d16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อมใส! หลวงตาอดีตทหารผ่านศึก ธุดงค์เท้าเปล่าไม่รับปัจจัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แห่กราบหลวงตาชื่น พระธุดงค์วัยชรา เดินเท้าเปล่าไม่รับปัจจัย เผยชีวิตเคยเป็นทหารผ่านศึก ก่อนสละทางโลกมุ่งจาริกตามรอยหลวงปู่มั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.63 - ที่พักสงฆ์ชั่วคราว ท้ายหมู่บ้านเสาเล้าใหญ่ หมู่ 2 ตำบลโพนสวรรค์ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม โดยมีญาติโยม ประชาชน นักท่องเที่ยวสายบุญ เดินทางมากราบไหว้ สนทนาธรรมกับหลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท หรือหลวงตาชื่น พระธุดงค์สายธรรมยุต วัย 71 ปี พื้นเพเป็นชาวบ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ ซึ่งสละทางโลกหันหน้าเข้าสู่ทางธรรม เพื่อหาความสงบในชีวิต ด้วยการเข้าอุปสมบท และปฏิบัติธรรมจาริกธุดงค์มานานกว่า 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเป็นข่าวโด่งดังทางโซเชียล เนื่องจากมีญาติโยมพบเห็นขณะกำลังเดินธุดงค์จากจังหวัดเชียงรายถึงนครพนม รวมระยะทางไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร ระหว่างทางมีญาติโยมจอดรถแวะนิมนต์ขึ้นรถ พร้อมทั้งถวายปัจจัย แต่ท่านไม่ยอมขึ้นรถและรับปัจจัย รับถวายเพียงน้ำดื่มเท่านั้น และหลังย่ำเท้าเปล่ามาถึงบ้านเกิดก็ไปจำพรรษาที่พักสงฆ์อยู่ในป่าช้า จึงมีญาติโยมหลายคนทราบข่าวได้แวะกราบไหว้ พร้อมระบุว่าได้ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน แสวงบุญจาริกธรรมตามรอยพระเกจิชื่อดังคือหลวงปู่มั่น ภูริฑัตโต พระอาจารย์ใหญ่สายป่า จึงไม่ขอรับปัจจัย ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความศรัทธาในความตั้งมั่นและความเพียรพยายาม ของหลวงตาชื่น ทั้งที่มีอายุมากถึง 71 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงตาชื่นเล่าให้ฟังว่า หลังออกพรรษาได้ เดินธุดงค์จากที่พักสงฆ์บ้านเกิด ไปยัง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อแสวงบุญปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียร ใช้ระยะเวลาเดินทางจาก จังหวัดนครพนมไปถึงจุดหมายปลายทางประมาณ 40 วัน จากนั้นเดินทางกลับโดยใช้เวลาประมาณ 35 วัน ช่วงระหว่างการเดินทางทั้งไปและกลับ จะพักตามป่าเขาทุ่งนา ไม่นอนวัด ทำให้สายบุญที่ทราบข่าวเกิดความศรัทธา และเดินทางมากราบไหว้สนทนาธรรมไม่ขาดสาย ส่วนการทำบุญระหว่างหลวงตาชื่นธุดงค์ จะไม่รับปัจจัยและสิ่งของเครื่องใช้อย่างอื่น นอกจากน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท เข้าอุปสมบทเมื่อปี 2552 จากนั้นได้แสวงบุญเป็นพระสายป่าธรรมยุตเดินธุดงค์ไปหลายที่ จะจำวัดตามป่าเขา ก่อนนี้ไปจำพรรษาในถ้ำเตียง สิริขันธ์ บนเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร ยาวต่อเนื่องถึง 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงตาชื่น กล่าวอีกว่าตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ได้ตั้งมั่นจาริกธรรม เดินธุดงค์ไปภาคเหนือพร้อมกับคณะพระสงฆ์หลายวัด เมื่อจาริกกลับจังหวัดนครพนม มีญาติโยมนิมนต์ขึ้นรถเพราะสงสารเห็นว่าอายุมากแล้ว แต่ตนต้องการบำเพ็ญเพียร แสวงบุญธุดงค์ตามรอยหลวงปู่มั่น จึงไม่ขอขึ้นรถ และไม่ต้องช่วยขนสัมภาระ ขอรับถวายเพียงน้ำเปล่า และไม่กลัวว่าจะเจ็บป่วย เนื่องจากสละทุกอย่างแม้สังขาร เพราะต้องการเข้าถึงสัจธรรม สำคัญที่สุดกิจของสงฆ์จะต้องไม่ขาด เช่นบิณฑบาตโปรดสัตว์ &amp;nbsp;ทำวัดเช้า-เย็น สวดมนต์เจริญภาวนาและศึกษาธรรมมะ หากญาติโยมที่ต้องการสนทนาธรรมก็ยินดี และจะจำวัดที่พักสงฆ์ ถึงสิ้นเดือนมกราคม ก่อนจะจาริกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อบำเพ็ญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับครอบครัวหลวงตาชื่น พบกับนางตาล อุ่นเทียมโสม อายุ 66 ปี และลูกสาวคนโตคือ นางบานเย็น บุพศิริ อายุ 46 ปี ทั้งสองได้เปิดเผยว่าหลวงตาในช่วงวัยหนุ่มเป็นคนขยัน มุมานะ อดทน ตรากตรำทำงานเพื่อครอบ ครัวมาตลอด และชอบทำบุญเป็นชีวิตจิตใจ เคยบอกครอบครัวว่าถึงวัย 60 ปี หรือหลังจากลูกทุกคนมีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝาจะขอลาบวชใช้ชีวิตทางธรรมสละทางโลก กระทั่งปี 2552 ได้ลาครอบครัวไปบวช ซึ่งทุกคนไม่ขัดข้อง ขออนุโมทนาบุญกับหลวงตาชื่น เพราะเป็นความตั้งใจ ถึงแม้ห่วงด้านสุขภาพ แต่เป็นสิ่งที่หลวงตาชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตลอดการบวชกว่า 10 ปี ท่านจะไม่จำวัดอยู่กับที่ จะไปจาริกธุดงค์ทั่วประเทศตามพระอาจารย์ ที่รู้จัก ไม่มีโทรศัพท์มือถือติดต่อกลับมา เพราะหลวงตาบอกกับครอบครัวว่า ถ้ายังมีชีวิตอยู่จะเห็นกลับมา หากทราบข่าวเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยค่อยไปดูแล กรณีเจ็บป่วยตายในป่า ขอให้เป็นไปตามธรรมชาติ จะเกิดอะไรขึ้นต้องรับได้หมด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งล่าสุดทางครอบครัวดีใจมาก และอนุโมทนาบุญกับหลวงตาชื่น หลังเห็นข่าวในโซเชียลว่าพบหลวงตากำลังธุดงค์เท้าเปล่ากลับบ้านเกิด ยอมรับดีใจจนน้ำตาไหล สำคัญที่สุดคืออานิสงส์ผลบุญที่หลวงตาแสวงบุญไว้ จะส่งผลให้ลูกหลาน มีความร่มเย็นเป็นสุข ทุกคนขออนุโมทนาบุญ ซึ่งหลวงตาขอจำวัดในป่าช้าท้ายหมู่บ้าน และไม่กลัวถ้าวันที่หลวงตาจากไปจะมาถึง &amp;nbsp;เพราะหลวงตาบอกทุกคนว่าขอตายในผ้าเหลือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54552</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระธุดงค์วัยชรา, พระธุดงค์สายธรรมยุต, หลวงตาบุญชื่น, หลวงปู่มั่น, อดีตทหารผ่านศึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1da8068b4d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
