<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้จัดการ&#039;แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์&#039;วอนหยุดแชร์มั่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร เพราะติดเชื้อโควิด-19 สำหรับอดีตนักร้องชื่อดัง แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ &amp;nbsp;และต่อมาก็พบว่าอาการทรุดหนัก ปอดติดเชื้อรุนแรง จนต้องเข้าไอซียู และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดทางด้านผู้จัดการส่วนตัว ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ เพื่ออัปเดตอาการ พร้อมวอนให้หยุดลือมั่วๆ ตอนนี้แสงสุรีย์ยังไม่เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อัปเดตอาการพี่แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ จาก (ผู้จัดการส่วนตัวนะคะ) ขอยืนยันว่าตอนนี้พี่แสงสุรีย์ยังไม่เสียชีวิตนะคะ อาการโดยรวมแล้วระบบหายใจดีขึ้นแต่ยังใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ชีพจรเต้นปกติ ยังรู้สึกตัวดีค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; #ขอความกรุณาเช็กข่าวกรองข่าวให้ดีก่อนแชร์นะคะว่าพี่แสงสุรีย์เสียชีวิตกรุณาให้เกียรติทางครอบครัวพี่แสงสุรีย์ด้วยนะ อย่าแชร์มั่วนะคะ ตอนนี้ควรให้กำลังใจกันค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอยืนยันอีกครั้งนะคะว่าตอนนี้พี่แสงสุรีย์ยังมีชีวิตอยู่ค่ะ มีอะไรคืบหน้าเดี๋ยวผู้จัดการส่วนตัวจะมาอัปเดตให้ๆ ฟังค่ะ ขอขอบคุณทุกท่านที่ส่งกำลังใจให้พี่แสงสุรีย์ค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115331</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อโควิด-19, อดีตนักร้อง, แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f797859630.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 22:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 22:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรคซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องตลก! ‘เอิน’เปิดใจหลังเจอพาดหัวข่าวแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำเอาอดีตนักร้องสาว เอิน-กัลยกร นาคสมภพ ถึงกับตกใจและไม่พอใจเมื่อเห็นพาดหัวข่าวของสื่อหนึ่งที่ใช้ข้อความค่อนข้างรุนแรงมาเปรียบเทียบเกี่ยวกับรูปร่างของตน ซึ่งทางสำนักข่าวดังกล่าวได้มีการโทรศัพท์มาขอโทษเป็นการส่วนตัวแล้ว แต่สาวเอินไม่ได้ต้องการแค่คำขอโทษ แต่ต้องการมาตรการในการจัดการที่เป็นรูปธรรมสำหรับกรณีครั้งนี้ ล่าสุดอดีตนักร้องสาวได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บ show ถึงกรณีดังกล่าว รวมถึงอาการป่วยด้วยโรคซึมเศร้าของเธอ

ล่าสุดมีข่าวป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ยังไม่เศร้าใจเท่าการพาดหัวแรงมาก?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เอิน : อึ่งอ่างมันก็มีความหมายของมัน แต่ว่าเมื่อมาใช้เอินอ้วนเป็นอึ่งอ่างมันชัดเจนมากว่ามีการด่าทอกันในการพาดหัวครั้งนี้

ตอนที่เห็นครั้งแรกรู้สึกยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เอิน : เราก็งงว่าทำไมพาดหัวแบบนี้ ตอนนั้นเอินออกงานไปพูดเกี่ยวกับผู้ป่วยซึมเศร้า แล้วเขาขอดึงตัวเอินออกมาสัมภาษณ์ แล้วในบทสนทนาที่เราสัมภาษณ์กันมันก็ดีนิมันไม่มีอะไรที่จะอะไรกัน รู้สึกว่าที่ผ่านมาตอนที่เราอยู่ในวงการจนตอนที่เราออกนอกวงการทำธุรกิจเราก็ไม่เคยทำอะไรใคร เราก็รู้สึกว่าทำไมเราถึงโดนแบบนี้ มีโกรธเป็นแว้บๆ แต่ส่วนใหญ่ผิดหวังมากกว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เสียใจที่มีสำนักข่าวเขียนแบบนี้ถึงเรา แต่ไม่ได้เสียใจกับสิ่งที่เขาเขียน เพราะรู้สึกว่าเขาก็คงนิสัยไม่ค่อยดี เขาถึงเขียนแบบนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอินขออนุญาตก่อนเอินไม่ใช่ดาราแล้ว เพราะฉะนั้นเอินพูดจาแบบดาราไม่ค่อยเป็นแล้ว ตอนนั้นเราก็เขียนระบายความรู้สึกของเราลงในเฟซบุ๊ก แล้วเราก็รู้สึกว่าเนื้อหาข้างในก็ไม่ได้แย่นี่ แต่ทำไมพาดหัวแบบนี้ เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของจรรยาบรรณ เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการเรียกคนเข้ามาอ่าน ประเด็นที่สองคนทั่วไปไม่จำเป็นต้องเป็นโรคซึมเศร้าก็สะอึก แล้วยิ่งคนที่เป็นโรคซึมเศร้า วันที่เอินเจอ สมมติว่าวันที่เอินเจอเป็นวันที่เอินดาวน์หนักมาก วันที่เอินอยู่ในภาวะเกลียดตัวเองขึ้นมา สิ่งที่เขาพาดหัวมันทำให้เอินทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายได้เลยนะ เอินถึงได้บอกว่านี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันรุนแรงมาก ถ้าสมมติว่าวันนี้เอินรักษาอยู่ เอินแข็งแรงประมาณนึงแล้ว แต่เมื่อวานก็แอบร้องไห้อยู่นะ เอินแข็งแรงประมาณนึงแล้ว สมมุติว่าคนที่เจอไม่ใช่เอินเป็นคนที่ยังไม่แข็งแรงแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น เราเลยถามหาจรรยาบรรณ รอให้ใครสักคนเสียชีวิตไปก่อนเหรอถึงจะทำอะไรสักอย่าง มันก็ไม่ใช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เห็นว่าเขาโทร.มาหาเรา?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เอิน : เอินรู้ข่าวประมาณ 6 โมง มีเพื่อนแคปมาให้ดู เสร็จแล้วประมาณเที่ยงหรือบ่ายจำไม่ได้ จำได้แค่ว่าประชุมงานอยู่ แล้วก็นักข่าวคนที่สัมภาษณ์โทร.มา เขาบอกว่าเขาขอโทษเป็นการส่วนตัว เขาเป็นคนเขียน แต่เขาไม่ได้เขียนพาดหัวแบบนั้นเขาส่งต่อให้รีไรท์เตอร์ เราก็โอเค เรารับการขอโทษเป็นการส่วนตัว แต่ที่เขาจะขอโทษแทนพี่ๆ เราว่ามันไม่ใช่ เราก็รู้อยู่ว่าข่าวข่าวนึงกว่าจะออกมามันต้องผ่านคนเขียน ผ่านคนรีไรท์ ผ่านกอง บก. ผ่านการบรู๊ฟแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคนหนึ่งคน แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการออกข่าวครั้งนั้น ทีนี้ตอนค่ำก็มีอีกคนโทร.มาบอกว่าเป็นหัวหน้ากองข่าว ไม่มีคำว่าขอโทษเลยตลอดบทสนทนา ช่วงแรกๆวนไปบอกว่าคนที่ควรจะโทร.มาไม่ควรจะเป็นน้องคนนั้นควรจะเป็นเขา ก็มีหลุดคำว่าเสียใจออกมา แต่ว่านานมากกว่าจะหลุดคำนี้ออกมา แต่ว่าน้ำเสียงตลอดการสนทนาเราไม่รู้สึก แล้วเขาพยายามพูดปัดๆ ให้มันจบ ทีนี้เอินอธิบายให้เขาฟังว่ามันรุนแรงแค่ไหน เอินไม่ใช่คนแรก ไม่ใช่คนสุดท้าย ก่อนหน้านี้ก็เขียนถึงคนนู้น คนนี้ แบบนี้ เอินรู้สึกว่ามันไม่โอเค เขาก็ถามเอินด้วยน้ำเสียงโมโหว่า แล้วเอินจะเอาอะไร เราก็บอกเขาไป 3 สิ่ง คือ 1.ให้เขาเขียนขอโทษอย่างเป็นทางการ 2.ต้องการมาตรการจัดการกับคนที่มีส่วนในการรับผิดชอบในครั้งนี้ทุกคน 3.คือมาตรการที่เขาต้องวางเอาไว้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับคนอื่นด้วยในอนาคต เพราะว่าเอินไม่เชื่อว่าเอินคนเดียวจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ แต่มันต้องเริ่มที่ใครสักคน

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเอินบอกว่าถ้าเห็นข่าวแบบนี้เอินอาจจะทำร้ายตัวเอง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เอิน : ใช่ค่ะ คนที่เป็นโรคซึมเศร้าจะมีชุดความคิดใกล้ๆกัน ของเอินจะเป็นรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ตัวเองไม่ดีพอทีนี้พอมันเป็น 2 อย่างนี้ควบคู่กันอะไรก็ตามที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ดีพอ เราไม่มีคุณค่า มันค่อนข้างรุนแรงแล้วกระตุ้นให้รุนแรงมาก

สาเหตุที่เราน้ำหนักขึ้นเพราะเรากินยารักษาโรคซึมเศร้า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอิน : ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้เปลี่ยนยาแล้ว เอินเป็นโรคซึมเศร้ามา 20 กว่าปี ก็คือปีแรกที่รักษา ยาที่ทานทำให้น้ำหนักขึ้นมา 40 กิโล ที่นี้เรากับหมอรู้สึกตัวกันช้าไป ถ้าเรารู้ตัวเร็วกว่านี้เราจะเปลี่ยนยาตั้งแต่มันขึ้นมาไม่กี่กิโล แต่พอเรารู้ตัวกันช้ากว่าจะเปลี่ยนน้ำหนักมันก็ขึ้นมาเยอะ แต่พอเปลี่ยนยามันก็หยุดขึ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จุดเริ่มต้นของโรคซึมเศร้า มันเกิดอะไรขึ้น?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เอิน : หลายๆ คนจะมีสาเหตุที่แตกต่างกันไป ของเอิน เอินจะโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างรุนแรงมาก พ่อแม่ทะเลาะกัน เรียกลูกไปนั่งดู แล้วก็ถามลูกว่าจะอยู่กับใคร ตั้งแต่เอินจำความได้พ่อแม่ก็ทะเลาะกันให้เห็น เอินมีพี่น้อง 3 คนก็รักษากันทั้ง 3 คน คือเราไม่รู้ว่าเราเป็นอะไร เอินเพิ่งรู้ว่านั่นน่าจะเป็นสาเหตุตอนที่เอินมารักษากับนักจิตบำบัติ เขานั่งย้อนเหตุการณ์ไปเราถึงได้อ่อนี่คือสาเหตุที่ทำให้เราเป็น

ตอนเด็กๆ ที่เราเห็นภาพแบบนั้น มันส่งผลให้เราเป็นคนนิสัยยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เอิน : เอินเป็นคนเซนซิทีฟจัด เวลาเราร้องไห้เราหยุดร้องไห้ไม่ได้ แต่ว่ามันมาหนักจริงๆ ตอนที่เอินอยู่มหาวิทยาลัย แล้วตอนนั้นมีปัญหาหนักหนาหลายอย่าง แล้วก็มีปัญหากับครอบครัวครั้งใหญ่ แล้วทำให้อยากฆ่าตัวตายเป็นครั้งแรก แต่ก่อนหน้านั้นวันดี คืนดีเราก็ร้องไห้ เราไม่รู้ว่าเราเกิดมาทำไม เราไม่รู้ว่าเราจะอยู่ไปเพื่ออะไร เอินเป็นตั้งแต่ก่อนเข้าวงการ แล้วตอนที่เข้าวงการก็ยังเป็นอยู่ แล้วเป็นโรคอื่นมาควบคู่ด้วย คือเป็นโรคภาวะการทานอาหารผิดปกติ คนในวงการจะต้องถูกจัสในเรื่องรูปร่างหน้าตาตลอด เสร็จแล้วก็ถึงจุดหนึ่งที่เรากินแล้วเรารู้สึกผิด ล้วงคออ้วก แล้วมันก็เป็นคู่กับอีกอาการหนึ่งคือทานแล้วหยุดไม่ได้ อิ่มแล้วไม่อร่อย อยากหยุดก็หยุดไม่ได้ อันนี้เป็นคู่กัน

จุดไหนที่ทำให้ไปหาหมอ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอิน : เมื่อ 3 ปีกว่าที่แล้ว คนเป็นโรคซึมเศร้าโดยเฉพาะที่เอินเป็น ไม่มีใครพูดถึงเรื่องโรคซึมเศร้า เอินไม่รู้ว่ามันมีโรคนี้อยู่ในโลกใบนี้ แล้วอยู่มาวันหนึ่งเราเพิ่งไปได้ยินข่าวว่าโรคซึมเศร้า เป็นโรคเฝ้าระวังนะ มีอาการดังนี้ 1-2-3-4-5-6-7-8-9 แล้วเราก็ฟังเราก็เห้ยมันตรงกับเราค่อนข้างเยอะ เราก็เลยสงสัย แต่ถึงวันนั้นจนไปหาหมอ ใช้เวลา 10 กว่าปี ซึ่งเป็นระยะทางปกติของผู้ป่วยทั่วไป คือเอินไม่กล้ากินยานอนหลับ แต่บางวันก็นอนไม่ได้ บางวันก็อยากนอนไม่อยากตื่น แล้วก็วันดีคืนดีจะรู้สึกว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ก็จะอยากกระโดดตึก อยากไปให้รถชน แต่ว่าการทำร้ายตัวเอง เช่น การเอาหัวโขกข้างฝา การตบหน้าตัวเองมีเป็นประจำอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ก่อนที่เจอหมอตอนนั้นเขาดูแลเรายังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เอิน : เขาก็รักเรา เขาไม่ใช่คนดูแลเก่ง แต่สิ่งที่เขาทำให้เป็นสิ่งที่เราไม่ได้รับเลยมันคือความมั่นคงในความรักเขาทำให้เรารู้ว่าเรามีค่า เขาทำให้เรารู้จักคำว่ารักแบบไร้เงื่อนไข ตอนที่คบกันใหม่ๆ เขาเข้ามาในห้อง เขาเห็นเอินเอาหัวโขกข้างฝาเขาก็ตกใจรีบวิ่งเอามือมารองหัวเราแล้วกอดเรา มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยได้เจอ ไม่เคยมีใครทำให้เรามาก่อน

จะหายไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เอิน : หมอกับเอินมีเป้าหมายว่าจะหาย แต่ว่าวันนี้มันลดโดสไม่ได้ เราก็ทานยาอยู่

มีอยู่ครั้งหนึ่งนั่งรถไปกับพ่อแม่ แล้วพ่อแม่ทะเลาะกัน ผู้หญิงคนนี้เกือบกระโดดลงจากรถ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เอิน : จริงๆ คุณพ่อไม่ได้อยู่แค่แม่กับเรา เรามีปัญหาเรื่องอื่นกันมา แล้วมันถึงจุดที่เรารู้สึกว่าไม่ไหว เราไม่ได้อยากฆ่าตัวตาย เราไม่ได้ต้องการอะไรเลย เราต้องการให้ทุกอย่างมันหยุด แล้วมันมีทางเดียวที่หยุดได้คือเราต้องออกจากรถคันนี้ แล้วเรามันก็วิ่งอยู่บนถนน เราก็เปิดประตูจะออกไป ตอนนั้นอยู่ในวงการด้วย จำได้เลยเพิ่งไปออกงานที่เซนทรัลชิดลม เสร็จแล้วแม่ก็ยื่นมือมาปิด แล้วบอกว่าจะตายใช่ไหม ตายด้วยกันเลยไหม อันนั้นเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ผ่านมายากสุด ต้องทำงานกับนักจิตบำบัติหนักมากเพื่อจะผ่านมันไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49857</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลยกร นาคสมภพ, อดีตนักร้อง, อดีตนักร้องชื่อดัง, เอิน กัลยกร, โรคซึมเศร้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191108/image_big_5dc584fd307f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปุ๊กกี้-สามี-ชายไต้หวัน&#039;สารภาพคดีอัยการฟ้องสมคบค้ายา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย.62-ที่ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำ ย.2036/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดียาเสพติด 10 ได้ยื่นฟ้องนายหง เจิ้ง อี้ (HUNG CHENG) อายุ 28 ปี ชาวไต้หวัน เป็นจำเลยที่ 1, นายชลวิทย์ หรือไก่ คีตะตระกูล อายุ 50 ปี ชาว กทม. สามีของปุ๊กกี้ อดีตนักร้องดังยุค&amp;#39;90 เพลง Sha la la la ที่ 2, น.ส.ปริศนา หรือพริสซิลลา หรือปุ๊กกี้ จิวเมลลี่ อายุ 40 ปี ชาว กทม. อดีตนักร้องชื่อดังยุค&amp;#39;90 ที่ 3, นายกันต์ธร หรือมิว แก้วกระจ่าง อายุ 28 ปี ชาว กทม. ที่ 4, น.ส.ธาริณี หรือไหม ขาวบัณฑิต อายุ 27 ปี ชาว จ.พังงา ที่ 5 ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ, &amp;nbsp;สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินฯ, ร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันมียาไอซ์-ยาบ้า-ยาอี ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมียาเค (คีตามีน) วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไว้เพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต, เสพเมทแอมเฟตามีน โดยไม่ได้รับอนุญาต ที่อัยการได้ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ ศาลเบิกตัวนายหง เจิ้ง อี้, นายชลวิทย์ จากทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง และ น.ส.ปริศนา จากทัณฑสถานหญิงกลาง จำเลยที่ 1-3 ซึ่งทั้งสามถูกคุมขังตั้งแต่ชั้นฝากขังไม่ได้ยื่นประกันตัว ส่วนนายกันต์ธร และ น.ส.ธาริณี จำเลยที่ 4-5 ได้ประกันตัวก็เดินทางมาศาลตามนัด พร้อมทนายและญาติจำนวนหนึ่งที่มาให้กำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลสอบคำให้การจำเลยทั้งห้าเมื่อ วันที่ 17 ก.ย. 2562 เบื้องต้น นายหง เจิ้ง อี้ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเฉพาะข้อหามียาเคไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ขณะที่จำเลยที่ 2-5 แถลงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่วันนี้ศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งห้าเข้าใจแล้ว ปรากฏว่า นายหง เจิ้ง อี้, นายชลวิทย์ และ น.ส.ปริศนา จำเลยที่ 1-3 ให้การรับสารภาพ &amp;nbsp;ส่วนนายกันต์ธร และ น.ส.ธาริณี จำเลยที่ 4-5 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยส่วนบัญชีพยาน อัยการโจทก์ แถลงมีพยานเอกสารนำสืบ 54 ฉบับ และพยานบุคคลอีก 12 ปาก ขณะที่นายชลวิทย์ และ น.ส.ปริศนา จำเลยที่ 2-3 ขอสืบพยานบุคคล 4 ปากซึ่งในจำนวนนั้นรวมถึงตัวจำเลยด้วย เพื่อนำสืบประเด็นคำให้การของจำเลยชั้นสอบสวนที่ขยายผลการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องยาเสพติด ส่วนนายกันต์ธร และ น.ส.ธาริณี จำเลยที่ 4-5 ขอสืบพยาน 5 ปากสู้คดีโดยในจำนวนนั้นรวมตัวจำเลยทั้งสองด้วย ซึ่งนายกันต์ธร จำเลยที่ 4 ต่อสู้ว่าเพียงแต่รู้จักกับ น.ส.ปริศนา ขณะที่ น.ส.ธาริณี จำเลยที่ 5 ต่อสู้ว่าจำเลยที่ 4 เคยขอยืมบัญชีไปโอนเงิน และเคยมีการโอนเงิน 50,000 บาทซึ่งได้คืนเงินกันไปหมดแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้อัยการโจทก์นำสืบพยานบุคคล 12 ปากใช้เวลา 5 นัด ส่วนนายชลวิทย์ และ น.ส.ปริศนา จำเลยที่ 2-3 นำสืบพยาน 4 ปาก ใช้เวลา 1 นัด ส่วนนายกันต์ธร และ น.ส.ธาริณี จำเลยที่ 4-5 สืบพยาน 5 ปาก ใช้เวลา 2 นัด โดยกำหนดนัดสืบพยานนัดแรกในวันที่ 8 ก.ย. 2563 กำหนดสืบพยานนัดสุดท้าย วันที่ 18 ก.ย. 2563 เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49496</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีสมคบค้ายา, น.ส.ปริศนา, ปุ๊กกี้, ยาเสพติด, อดีตนักร้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dbfc43fc5818.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ้อน&#039;เปิดใจหลังหายไปกว่า10ปี ลั่นอยากขอโทษ&#039;ดู๋ สัญญา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หายหน้าหายตาไปนานกว่า 10ปี สำหรับอดีตนักร้อง-นางเอกสาว อ้อน-เกวลิน คอตแลนด์ ที่ล่าสุดมาเปิดใจทั้งเรื่องของความรักต้องห้ามที่ถึงขั้นโดนลงโทษเพราะคบกันในที่ทำงาน รวมไปถึงเหตุที่ค้างคาใจและอยากจะกล่าวคำว่า &amp;quot;ขอโทษ&amp;quot; กับพิธีกรชื่อดัง ดู๋-สัญญา คุณากร ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไปอยู่ที่ไหน ทำอะไรมา
อ้อน : หลายคนก็จะบอกว่าหาย แต่จริงๆในใจอ้อนก็ไม่ได้หายนะ แต่ว่าแค่ไม่ได้รับละคร คนจะติดภาพเราเล่นละครบ่อย แล้วพออ้อนไม่รับละครเลยก็เลยหายไป จบจากละครปุ๊บก็ไปเป็นนักร้องเต็มตัว แล้วหลังจากนั้นก็เดินสายทัวร์คอนเสิร์ต มีเพลง ก็กลายเป็นว่าภาพละครคือหายไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนเป็นนักร้องก็คือดังมาก
อ้อน : ค่อยๆดังมากกว่า ตอนนั้นอ้อนน่าจะเป็นนักร้องคนเดียวในประเทศไทยมั้งที่เพลงเดียว อัลบั้มเดียวทัวร์ไป 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ลูก 2 คนแล้ว
อ้อน : อิคคิว 10 ขวบ ไอค่อนจะ 4 ขวบ จริงๆอิคคิวเป็นลูกของสามี ไม่ได้แต่งงาน เขามาแต่งงานกับอ้อน อ้อนเลี้ยงเขามาตั้งแต่แบเบาะ เดิมทีอ้อนไม่ได้เป็นคนรักเด็ก เป็นคนเลือกที่จะทำงาน แล้วด้วยความที่เราทำงานมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วไม่เคยอุ้มหลานคนไหนในบ้านเลย แล้วเราก็ไม่ชอบเด็ก เวลาอ้อนทำงานอ้อนก็จะบอกว่าอ้อนไม่ชอบเด็กเลย แล้วต้องมาดูแลเขา มาอยู่กับเขา คำเดียวก็คือเรารักแฟนเรา แล้วรักทุกคนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลัวไหมว่าจะเกิดการรักเด็กสองคนไม่เท่ากัน
อ้อน : เราพยายามให้เขารู้สึก คือซื้ออะไรก็จะมีทั้งสองอัน แล้วก็จะพยายามบอกเขาตลอดว่าที่ไปที่มาเป็นยังไง มันก็จะมีโมเมนต์ที่เขาจะไปคุยกับพ่อเขาจริงๆ ว่าแบบแม่ไม่ชอบเด็กเหรอ แม่ไม่รักเด็กใช่ไหม อิคคิวต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองใช่ไหม ต้องพัฒนาใช่ไหม คือเขาพยายามเข้าหาเราด้วย อ้อนก็พยายามที่จะปรับตัว แล้วก็พยายามไม่แบกอะไร ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนประเภทเพอร์เฟคชั่นนิสต์ คือทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย แล้วจะมีโมเมนต์หนึ่งที่อ้อนแยกออกมาจากบ้านแม่อ้อน แต่ก่อนต้องบอกก่อนว่าอยู่กับแม่ อยู่กับน้องคืออ้อนเป็นครอบครัวใหญ่ แล้วพอตัดสินใจเอาเขามาเลี้ยงที่กรุงเทพฯ เขาเพิ่งมาจากเชียงราย เขาเพิ่งย้ายโรงเรียน เพิ่งมาอยู่เมื่อ พฤษภาคม ที่ผ่านมา เลยกลายเป็นว่าครอบครัวอ้อนตอนนี้ต้องปรับเป็นการใหญ่ ก็คือเหมือนแยกออกมาแล้วมาสร้างครอบครัวกันเอง เขาก็เลยบอกว่าออกมาตรงนี้ เพราะอิคคิวใช่ไหม ต้องมาหาโรงเรียนนู้น นี่นั่น ก็กลายเป็นว่าปีนี้ของอ้อนปรับตัวเยอะมากและยุ่งมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวยมากแต่ก็ยังสอนให้ลูกรูกจักคุณค่าของเงิน
อ้อน : ใช่ คือ อ้อนมาจากการที่เราลำบากกว่าการที่เราจะได้เงิน แล้วพ่อแม่ก็ไม่ได้มีฐานะอะไร แล้วเราจำความลำบากของแม่ได้ บวกกับกว่าที่อ้อนจะมีวันนี้ได้ กว่าที่อ้อนจะได้ทำงาน กว่าที่อ้อนจะได้เก็บเงิน อ้อนก็มาจากไม่มีมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่อ้อนบอกว่าลำบากนี่ลำบากขนาดไหน
อ้อน : เคยมีเงินเหลือแค่ 400 บาทในชีวิต ตอนนั้นเราก็เข้าวงการแล้ว คือมันมีช่วงหนึ่งที่อ้อนไปทำธุรกิจส่วนตัว แล้วเรารอเงินที่มันจะเกิดขึ้น ช่วงเวลานั้นก็มีแค่นั้นจริงๆ กับสามี ก็เลยทำให้ความรักที่มีต่อสามี เรามองไม่เห็นเลยว่าเราจะทะเลาะกันได้วันไหน เรามองไม่เห็นเลยว่าเราจะมีวันเลิกกับเขา เพราะเราผ่านความลำบากมาด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนไปสมัยตอนที่เราเด็กๆ ทานข้าวต้องทานจานเดียวกัน
อ้อน : คุณแม่เล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนแม่เลี้ยงลูกมาทุกคน อ้อนเป็นพี่คนโตแล้วมีน้องสาวอีก 2 คน ก็เลยรู้เลยว่าแม่กว่าจะเลี้ยงเราลำบากมาก เขาบอกว่าเขาล่ามโซ่ขาลูกเอาไว้แล้วเขาก็ทำงาน ต้องรอพ่อกลับมาก่อนที่จะได้กินข้าวจานเดียวกัน หมายความว่าแม่ไม่สามารถเหลือเงินที่จะซื้อข้าวได้อีกจาน ต้องรอกินพร้อมพ่อ แล้วเงินที่เหลือก็เป็นค่านมให้อ้อนกับน้องสาว เราเห็นความยากลำบากของแม่ พอโตขึ้นมาหน่อยบ้านเราอยากจะกินหมอนทอง แม่ก็เล่าให้ฟังว่า ต้องไปกู้เขาลูก กู้เงินเพื่อได้กินหมอนทองกันทั้งบ้าน แล้วพวกเราก็นั่งล้อมวง ตั้งหน้า ตั้งตาเพื่อจะได้กินของอร่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอเข้าวงการบันเทิง มันทำให้ครอบครัวดีขึ้นไหม
อ้อน : ดีขึ้นมาก เป็นครั้งแรกที่เราได้เงินแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือเริ่มแรกคุณพ่อพาไปประกวด
อ้อน : ใช่ คอฟฟี่เมต ชาเลนจ์ ตอนนั้นเราเฉยๆ ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ต้องไปเจออะไร พ่อก็เลยบอกให้ไปทำก็ไปทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซื้อบ้านได้ตำแหน่ง
อ้อน : ใช่ แต่ตอนเขาบอกคุณผ่านการคัดเลือกให้ไปสัมภาษณ์ ดีใจมากนะคะ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปเจออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสดงว่าการเข้าวงการบันเทิงคือการพลิกชีวิตของครอบครัวอ้อน
อ้อน : มากเลยค่ะ แต่บอกตรงๆ อ้อนไม่เคยกลัวความยากจนเลย ถึงแม้ว่าขึ้นสุดแล้วลงสุดก็ไม่เคยกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วตอนที่อ้อนมาเล่นละครเห็นว่า พี่ดู๋ สัญญา เป็นคนพาไปเล่น เห็นว่าอ้อนอยากขอโทษพี่ดู๋ด้วย มันเรื่องอะไร
อ้อน : คืออยากจะบอกว่ามามีชื่อเสียง มีละครให้ทุกคนได้เห็น มาจากการเลือกในวันนั้นของพี่ดู๋ หลังจากที่เราชนะคอฟฟี่เมตชาเลนจ์ เรายังไม่มีโอกาสได้ร้องเพลง แต่มีพี่เขาพาไปแคสติ้งบริษัทหนึ่ง แล้วนั่นคือผลงานชิ้นแรกที่พี่ดู๋เป็นผู้กำกับครั้งแรก แกก็เลยอยากมีส่วนร่วมในการแคสติ้ง นั่นก็คือวันแรกที่อ้อนได้เจอพี่ดู๋ พี่ดู๋บอกให้ทำอะไรอ้อนทำหมดเลย แล้วพี่ดู๋ก็เลยบอกว่า ฉันเอาคนนี้ ปรากฎพอวันไปออกกองถ่ายจริงๆก็เรียบร้อยเลย อยู่ๆเป็นอะไรไม่รู้ ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง อ้อนกลายเป็นนักแสดงที่เดินไปด้วยพูดไปด้วยไม่ได้ ต้องหยุดแล้วค่อยพูด ถึงขั้นพี่ดู๋พูดใส่หน้าอ้อนว่าพี่ผิดเองที่เลือกเรา ตอนนั้นเราก็รู้สึกอยากตาย รู้สึกขอโทษมากๆ ร้องไห้ไม่รู้กี่รอบ แล้วบอกกับตัวเองว่าฉันจะไม่เล่นละครอีกต่อไป แต่มาอีก 50 เรื่องจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าตอนนี้พี่ดู๋ ดูอยู่อยากบอกอะไรกับเขา
อ้อน : ไม่เคยมีโอกาสได้บอกพี่ดู๋เลย เพราะอ้อนรู้สึกว่าอ้อนกลัวพี่ดู๋ อยากขอบคุณพี่ดู๋มากๆ ที่เลือกอ้อนวันนั้น พี่เลือกไม่ผิด แล้วอ้อนมามีทุกอย่างวันนี้ได้ ครอบครัว แล้วลูกๆหลานๆที่นั่งอยู่ตรงนี้ มาจากการที่พี่ตัดสินใจเลือกอ้อนในวันนั้น ไม่รู้จะกราบขอบพระคุณและทดแทนบุญคุณพี่ยังไง ขอบคุณมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะจุดตรงนั้นหรือเปล่าที่ทำให้อ้อนพยายามเอาชนะคำดูถูก ฉันต้องทำให้ได้
อ้อน : เป็นไปได้ เพราะหลังจากเรื่องเจ้าพ่อจำเป็น เรื่องนั้นปุ๊บ เรื่องต่อไปเป็นละครที่คนทั่วประเทศไทยรู้จัก เกวลิน เลย คือบ้านสอยดาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายคนบอกว่าอ้อนแต่งงานกับสามีรวย สามีเลี้ยงก็เลยหายไปจากวงการ
อ้อน : ไม่ใช่เลย คือจริงๆอ้อนบอกก่อนว่าอ้อนเป็นคนเชื่อเรื่องเดสตินี่ มาก เพราะว่าเราเชื่อว่าความรักของพ่อกับแม่เป็นไอดอลของอ้อน พ่อกับแม่เล่าให้ฟังว่ากว่าที่แกจะรักกันได้ แกส่งจดหมายหากัน แล้วแม่ได้รับจดหมายจากพ่อถึง 5 ปี เต็มหีบเลยแต่ก็สามารถอยู่ด้วยกันได้แล้วความตายก็แยกทั้งคู่ออกจากกัน อ้อนเชื่อว่าถ้าของที่มันใช่มันก็จะอยู่กับเรา แต่ถ้าของที่มันไม่ใช่ต่อให้รักกันมากแค่ไหนมันก็ไม่อยู่ เพราะฉะนั้นอ้อนเลยอยู่กับเขา เราเจอกันเป็นพี่ เป็นน้อง สวัสดีกัน แค่นี้ 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะมันเป็นรักต้องห้ามหรือเปล่า เขาว่าคู่ของคุณเป็นคู่ที่รักกันไม่ได้
อ้อน : ไม่ คือต้องบอกแบบนี้ พอรักแล้วมันดันมีประเด็นนี้ สั่งห้ามว่าไม่ให้รักกัน แต่ก่อนหน้านี้อ้อนไม่เคยสปาร์คกับเขานะคะ คือรู้สึกเป็นพี่เป็นน้องจริงๆ จนกระทั่งได้มีโอกาสได้นั่งคุยแล้วได้แลกไลน์ ประเด็นคืออ้อนอยากจะไปซื้อหนังสือ แล้วเขาชอบอ่านหนังสือ เขาแนะนำหนังสือให้อ้อนเล่มหนึ่ง อ้อนแค่อยากจะบอกว่า เห้ย...อ้อนไปซื้อถูกเล่ม ส่งให้พี่ดูนะ แค่นั้นเอง แล้วหลังจากนั้นเขาก็เริ่มคุยกินข้าวหรือยัง ทำอะไร แล้วเรารู้สึกว่าเราอยากคุยกับเขา ทำไมรู้สึกดีจังเวลาได้คุยกับเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วใครมาห้ามไม่ให้คุณรักกัน
อ้อน : ธุรกิจที่ทำมันมีกฎของผู้บริหารว่าห้ามรักกัน อ้อนว่าที่ไปที่มาของกฎนี่มันมาจากการที่คู่อื่นๆ ทำไว้ไม่ค่อยดี คู่อื่นๆทำให้รูปแบบธุรกิจมันเสียหาย แล้วมีการเสียผลประโยชน์ของธุรกิจเกิดขึ้น ก็เลยถูกสร้างกฎนี่ขึ้นมา ตอนนั้นก็แหกกฎ กลายเป็นคู่เดียวแล้วคู่สุดท้ายของบริษัท ทุกวันนี้ก็ยังทำงานอยู่ที่บริษัทเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่ามีการลงโทษด้วย
อ้อน : โห...ถ้าบอกนี่คือละครเรื่องหนึ่งเลยนะ ก็ห้ามคุย ห้ามเจอ ไม่งั้นจะถูกเก็บภาพไปฟ้อง ยิ่งกว่าสมัยตอนเป็นดาราอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าคบกัน
อ้อน : มีคนไปบอก คืออ้อนวางงานเป็นหลักอยู่แล้ว เพราะเรารับผิดชอบ โตเป็นผู้ใหญ่พอรู้ว่าอะไรสำคัญ เรื่องความรัก และเรื่องครอบครัวคือเป็นเรื่องรองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอ้อนจะเจอเขาเดือนหนึ่งไม่เกิน 5 วัน แล้วจะเจอในเส้นทางที่ป้ะเจอกันพอดี หมายถึงว่าเขาอยู่แถวนั้นพอดี พอเจอกันก็มีคนเก็บภาพไปบอกผู้บริหารใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วบทลงโทษนั้นคือ
อ้อน : ถูกแบนไม่ให้ขึ้นสอน ไม่ให้ขึ้นเป็นเทรนเนอร์บนเวที แล้วสื่อการให้ความรู้บนเวทีถูกถอดออกทั้งหมด แล้วพี่นิคมโดนไล่ให้ไปบวชเป็นพระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมเราไม่ลาออกแล้วหางานใหม่
อ้อน : เอาจริงๆมันคือกฎ อ้อนยอมรับว่าอ้อนทำผิดกฎ มันเป็นกฎที่เรารู้อยู่แล้ว แล้วเราเป็นผู้บริหาร แล้วเราไปทำแบบนั้นมันเป็นอะไรที่ไม่ดีอยู่แล้ว เรายอมรับผิด เราก็ชวนกันขึ้นตำแหน่งสร้างยอดขาย คือมันยากมาก ตำแหน่งที่อ้อนบอกมันสร้างวอลุ่มแบบดับเบิ้ลเลยกว่าจะได้อีกขั้น แต่อ้อนข้ามได้ถึงสองขั้นเลย แล้วไม่ใช่อ้อนคนเดียว เราช่วยกันพาทีมงานอ้อนขึ้นด้วย ก็เลยกลายเป็นไม่ได้มีอะไรเสีย คบกันมีแต่เรื่องดี องค์กรก็มีความรู้ขึ้น แล้วช่วยกันทำมาหากิน เขาก็เงียบไปปล่อยให้งานแต่งงานเกิดขึ้น แต่ขณะเดียวกันไม่มีใครสามารถไปได้ในงานแต่งของอ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจากอินสตาแกรม aon.kevlin&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48257</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดู๋-สัญญา คุณากร, สัญญา คุณากร, อดีตนักร้อง, อดีตนางเอก, อ้อน เกวลิน, อ้อน-เกวลิน คอตแลนด์, เกวลิน คอตแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da854f082f58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2019 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2019 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอิร์น&#039;เผยคิดถึงวงการเพลงเสมอ แย้มมีลุ้นเซอร์ไพรส์แฟนคลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถือเป็น &amp;quot;เวิร์กกิ้ง วูแมน&amp;quot; ตัวจริง เสียงจริง สำหรับอดีตนักร้องสาวคนดัง เอิร์น-จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง แห่งยุค 90 เพราะนอกจากจะต้องทำหน้าที่คุณแม่ของลูกชายทั้ง 2 คนแล้ว ยังต้องดูแลธุรกิจด้านการศึกษา จนล่าสุดได้รับความไว้วางใจให้ก้าวขึ้นรับตำแหน่ง ผู้อำนวยการ โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี แต่เจ้าตัวก็ยอมรับว่าคิดถึงวงการเพลงไม่น้อย พร้อมแย้มว่าอาจมีโปรเจกเซอร์ไพรส์แฟนๆอีกด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ตอนนี้ก็บริหารงานด้านการศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี ค่ะ ก็เป็นอีกหน้าที่นอกจากหน้าที่คุณแม่ ส่วนวงการเพลงก็คิดถึง สำหรับน้องๆแฟนคลับของเอิร์นนั้น ก็จะมีการพูดคุยอัพเดทกันอยู่ตลอด อย่างเวลาจะมีผลงานที่สามารถติดตามกันได้ทางทีวีหรือวิทยุ จะแจ้งน้องๆพวกนี้ เขาก็จะติดตาม แล้วฟีดแบคกลับมาทุกครั้ง มันเป็นอะไรที่มากกว่าความชอบ ในฐานะศิลปินกับแฟนคลับ แต่มันเป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่า ความรักของพวกเรายาวนานนะคะ น่าจะเกิน 20 ปีได้แล้ว เรื่องบางเรื่อง เขาจำเรื่องราวเกี่ยวกับเอิร์นได้มากกว่าตัวเราเองเสียอีก ต้องบอกว่า ดีใจมากและปลื้มมากๆ ที่ทุกวันนี้ ยังมีพวกเขาอยู่รอบตัวเรา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้าพูดถึงโอกาสในการทำผลงานใหม่ๆนั้น ต้องบอกเลยว่า ทุกวันนี้มีโอกาสได้ร้องเพลงให้ตัวเองกับลูกๆ ฟังเท่านั้นเอง แต่เสียงจะแสบมาก จากที่เคยมีอาการเส้นเสียงอักเสบ และไม่เคยได้พักเส้นเสียงเลย อาจเพราะอย่างแรกเลยก็คือ ลูกยังเล็กกันอยู่ ก็ต้องใช้การสนทนาด้วยคำพูด ไม่สามารถเขียนอย่างที่คุณหมอต้องการได้ และประการที่สองคือ เราต้องทำงานเกี่ยวกับโรงเรียน ก็จะต้องมีการประชุม ต้องมีการพูดอยู่ตลอดเวลานั่นเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แล้วคิดถึงการร้องเพลงไหม ที่จริงต้องบอกว่า คิดถึงอยู่ตลอดเวลา เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เรารักตั้งแต่ก่อนเข้าวงการแล้ว เราไม่เคยไปเรียนเพิ่มเติม หรือไปเรียนร้องเพลงแบบจริงๆจังๆเลย ได้แต่ฟังเพลงตามวิทยุทั่วไป ชอบและมีความสุขกับมัน เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ร้องเพลงในวงการบันเทิง แต่เสียงเพลงก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข และก็มีความสุขทุกครั้ง ที่ได้ร้องเพลง ในใจลึกๆแล้วถ้ามีโอกาส ก็ยังอยากที่จะกลับไปมีซิงเกิ้ลเหมือนกัน แต่อาจไม่ใช่เป็นการร้องคนเดียว อาจจะร่วมกับเพื่อนๆ ซึ่งจริงๆแล้ว มันเป็นโปรเจกที่เคยคุยกันมานานมากแล้ว แต่อุปสรรคก็เยอะมากด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับแฟนคลับที่ยังคิดถึงเอิร์นอยู่ ตอนนี้ก็มีช่องทางให้ติดตามกันได้ที่ Facebook FAN pages ที่น้องๆ แฟนคลับทำให้ชื่อ onlyEarn แล้วก็มี Instagram ชื่อ earnie_chirawan ที่ทุกคนสามารถเข้าไปติดตามกันได้ตลอดเวลาค่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจากอินสตาแกรม&amp;nbsp;earnie_chirawan&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27555</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศิลปินยุค90, อดีตนักร้อง, เอิร์น-จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190126/image_big_5c4bec13ccd84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อ&#039;เบนซ์&#039;แฉ&#039;บอล บางแก้ว&#039;ซุกเมีย-เชื่อลูกถูกฆ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากกรณีไฟไหม้คฤหาสน์หรู เป็นสาเหตุให้ &amp;ldquo;เบนซ์&amp;rdquo; แฟนสาวของ &amp;ldquo;บอล บางแก้ว&amp;rdquo; หรือ พงษ์เพชร สินสุวรรณ์ อดีตนักร้องดูโอ้ชื่อดัง สำลักควันไฟเสียชีวิต แต่พ่อฝ่ายหญิงสงสัยสาเหตุการตายของลูกสาวว่าน่าจะเกิดจากการฆาตกรรม ล่าสุดรายการโหนกระแสได้เปิดใจสัมภาษณ์ คุณพ่อบัญญัติ สินอนันต์ตระกูล, คุณแม่สมพร พลจันทร์ และ ธวัชชัย &amp;nbsp;สินอนันต์ตระกูล (พี่ชาย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณพ่อมีอะไรอยากบอก?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัญญัติ : &amp;ldquo;ก่อนที่ผมจะมาเล่าความจริงที่ลูกสาวผมมาเล่าให้ผมฟัง เรื่องทุกอย่างผมได้ฟังจากลูกสาว ผมขอสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์สามสิ่งที่ผมเคารพนับถือสักการะบูชา มีพระสยามเทวาธิราช มีพระแก้วมรกตวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หลวงพ่อพระพุทธชินราช พิษณุโลก ว่าข้อความต่อไปนี้ที่ผู้ฟังจะได้รับฟังเป็นความจริงทุกเรื่องที่ลูกสาวทุกข์ใจมาเล่าให้ผมฟังทุกเรื่อง ผมขอสาบานว่าเป็นความจริง ถ้าเรื่องที่ผมเล่าต่อไปนี้เป็นความเท็จ ขอให้ผมมีอันเป็นไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำไมน้องเบนซ์รู้จักคุณบอล?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัญญัติ : &amp;ldquo;ผมมารู้เรื่องลูกสาวเมื่อ 1 เดือนนี่เอง เพราะแกเริ่มมั่นใจว่าคุณบอลไม่รักเขา ก่อนหน้านี้ 8 เดือนแกแอบคบกัน มีความสุขดีเพราะรักกันใหม่ๆ แต่ก่อนตาย 1 เดือน แกกลับมาบ้านประมาณ 12-13 ครั้ง การกลับมาของเบนซ์ทุกครั้งคือโศกเศร้ากลับมา มีร่องรอยบาดแผลแต่ไม่ถึงกับรุนแรงมาก มีรอยฟกช้ำ ลูกสาวผมเป็นคนตัวขาวมาก โดนนิดโดนหน่อยก็จะเขียวจะม่วง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณแม่เห็นไหม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมพร : &amp;ldquo;เห็นค่ะ มีรอยช้ำที่แขน เจอลูกก็ถามว่าเป็นอะไรมา เขาก็พาบอลมาที่บ้านด้วย แม่ก็แกล้งพูดว่าโดนโต๊ะชนเหรอ สุดท้ายก็บอกว่าบอลทำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นลูกสาวเล่าอะไรให้ฟังอีก?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัญญัติ : &amp;ldquo;ลูกสาวเล่าให้ผมฟังใน 1 เดือน แกเล่าเพราะแน่ใจว่าบอลเริ่มไม่รักแล้ว กลับมาครั้งแรกมีแผลพันมือมาผมก็ถามว่าเกิดจากอะไร แกเล่าว่า 7 เดือนที่ผ่านมาบอลเช่าคอนโดให้เบนซ์อยู่ แต่เบนซ์ต้องออกจากงาน ยอมจ่ายค่าเช่าให้ จ่ายเงินเดือนให้ เบนซ์รักบอลก็ยอมทำตามทุกอย่าง เรื่องแรกมีบาดแผลทำการรักษามาแล้ว แกโกหกว่าโดนกระเบื้องบาด แต่เดือนสุดท้ายที่เล่าความจริงให้ฟังคือทะเลาะกันที่คอนโด บอลพังของพังอะไรหมดเลย เบนซ์ว่ากีต้าร์ล้านกว่าบาทก็ทุบซะพังเลย เจ้าของห้องเช่าเรียกความเสียหายหมดเลย เพราะไปทำความเสียหายหมดเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องที่สองเบนซ์ก็โทรมาหาเล้งพี่ชาย ตอนนั้นผมไม่รู้เบนซ์จะตายก็จำเวลาไม่ได้ น่าจะห้าทุ่ม เล้งๆ มารับเบนซ์ด่วนเลย บอลกำลังโมโหมาก เบนซ์กลัวมาก เล้งมารับด่วนเลย ผมก็ฟังอยู่เพราะเขาเปิดโฟนอิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธวัชชัย : &amp;ldquo;ผมก็ไป เพราะเบนซ์เขาส่งโลเกชั่นบ้านบอลมาให้ ไปถึงก็โทรหาเบนซ์ เบนซ์ให้รอหน้าบ้านเดี๋ยวจะออกมาหาแต่พี่บอลไม่ให้เบนซ์ออกมา ก็ดึงแขนก่อน แล้วได้ยินเสียงคนร้อง ก็รีบวิ่งไปดู เห็นเขาดึงแขนกันอยู่ ก็บอกให้เขาใจเย็นๆค่อยๆคุยกัน เบนซ์เขาเล่าให้ฟังว่าพอเข้าไปในบ้านก็กระชากหัว ผมก็จะเอาเบนซ์กลับบ้านให้ได้เพราะเบนซ์เขากลัว แต่พี่บอลไม่ยอมให้กลับ ให้ไปคุยกันในบ้านก่อน 2คน ผมก็ไม่ยอมให้ไป เบนซ์ไมยอมเข้าจนเขาโมโห เขวี้ยงก้อนหินไปในบ้าน กระจกในบ้านแตก มีคนใช้มาดู วันนั้นก็ไม่ได้เบนซ์กลับไป พี่บอลขู่ว่าถ้าเอาเบนซ์ออกไปจะไม่ให้ออก ผมเลยต้องยอมให้เขาอยู่กันสองคนก่อนแล้วปลีกตัวออกมา ก็มีเรื่องปืนด้วยครับ หลังปาหินเสร็จ เบนซ์ก็ยังยื้ออยู่ เขาบอกว่าถ้ายังยื้ออยู่ เดี๋ยวเอาปืนมายิงแม่_เลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่สามที่เบนซ์เล่าให้ฟัง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัญญัติ : &amp;ldquo;เบนซ์เล่าความจริงให้ฟังว่าป๊าวันที่เบนซ์พาบอลกลับมาเมื่อ 10 กว่าวันก่อน เบนซ์บอกว่าบอลน่าจะพาไปสวัสดีคุณแม่บอลบ้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาบอลมาหาพ่อเพราะอยากให้เขารู้ว่าเขาต้องพาไปหาคุณแม่บ้าง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัญญัติ : &amp;ldquo;ถูกต้องครับ ผมดูพฤติกรรมบอลแล้ว เป็นลักษณะเพลย์บอย รักลูกสาวผมไม่จริง พอพามาหาผมที่บ้าน ประมาณตอนสี่ทุ่มหรือห้าทุ่มวันถัดไป เขาก็มาขออนุญาตผมว่าขอพาเบนซ์ไปที่บ้าน &amp;nbsp;พาไปรู้จักกับแม่ ผมก็บอกว่าไปได้แต่อย่าดึก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือครั้งแรกที่บอลพาเบนซ์ไป?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัญญัติ : &amp;ldquo;ครับผม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้นเบนซ์ได้ถามบอลไหมว่าโสดหรือเปล่า?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัญญัติ : &amp;ldquo;เบนซ์เล่าทุกอย่าง ตอนเขาโกหกว่าไม่มีเมีย ไม่มีแฟน รักเบนซ์คนเดียว เบนซ์ก็เชื่อสนิท เพราะรักบอล จนบอลพาเบนซ์ไปที่บ้าน พอจอดรถปุ๊บ เบนซ์ก็ลงมา มีผู้หญิงคนนึงเดินมาคุยกับเบนซ์ สามคนเจอกันหน้าบ้าน ผู้หญิงคนนั้นก็บอกว่า อ๋อ นี่เหรอที่บอลหายไปหลายเดือนไม่กลับมาผู้หญิงคนนี้เองเหรอ เบนซ์ก็เล่าว่าเขาตกใจมาก ผู้หญิงคนนั้นพูดแทรกว่าเขาเป็นเมีย แล้วเธอเป็นใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้หญิงคนนั้นใช้คำว่าฉันเป็นเมียบอลเอง &amp;nbsp;พอบอลได้ยินก็โมโห ตามนิสัยของเขา ก็ตวาดไล่ผู้หญิงคนนั้นกลับไป ว่าลินเข้าไปข้างในอย่ามายุ่ง สักพักแม่บอลออกมา บอกว่าลินเข้าบ้าน ลินมาอยู่บ้านนี้ 4 ปีแล้ว ลินเข้าบ้านก่อน พูดต่อหน้าเบนซ์ครับ เบนซ์ก็ถามต่อ บอลก็บอกว่าไม่ได้รักเลย อยากให้ไปตั้งนานแล้ว ทั้งพูดทั้งไล่ก็ไม่ไป บอกจะขออยู่ เพราะแม่บอลเขารักลิน ก็เลยยอมให้อยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนั้นเป็นยังไง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัญญัติ : &amp;ldquo;มีรอยช้ำนิดๆ หน่อยๆ เบนซ์เล่าให้ฟังว่าคืนนั้นบอลเขาโมโห ขั้นตอนแรกจะทำร้ายร่างกายก่อน ถ้าไม่พอใจเขาจะบอกว่าเดี๋ยวเบนซ์จะโดนนะ เขาจะทำร้ายข้าวของเพื่อหยุดการซักถามของลูกสาว ถ้าไม่หยุดถามเรื่องผู้หญิงคนนี้ก็จะเริ่มกระชาก เริ่มดึงผม เริ่มทำร้ายร่างกายลูกสาวผม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
ทำไมยังคบอยู่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัญญัติ : &amp;ldquo;ผมก็ถาม แล้วก็ให้เลิกเถอะ ป๊ามั่นใจว่าบอลไม่ได้รักเบนซ์จริง เขาก็มีเมียอยู่แล้ว เลิกเถอะ อีกเดือนสองเดือนเขาก็ทิ้งเบนซ์แล้ว แต่เขาบอกว่าป๊าเบนซ์รักบอลจริง ยังจะคบบอลอยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกสาวเคยมาปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ไหม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมพร : &amp;ldquo;เขาก็ปรึกษาบ้างเพราะเขารักบอล บอลมีผู้หญิงอยู่ เขาจะเคลียร์เรื่องผู้หญิงให้เสร็จไปก่อนแล้วค่อยพาเบนซ์เข้าบ้าน แม่ก็รู้แล้วว่านิสัยผู้ชายคนนี้เขาไม่รักเบนซ์จริง ยังจะชอบยังจะคบเขาอีกเหรอ เขานิสัยไม่ดี มีรอยช้ำ แล้วหนูก็โกหกหม่าม๊ามาตลอด สุดท้ายแกบอกว่าพี่บอลทำ แม่ก็ห้ามแล้ว ว่าหนูอย่าไปหาเขาเลย ไปหาทำไม อย่าไปคบเขาอีก เขานิสัยไม่ดี ทำร้ายลูก(เสียงสั่นเครือ)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในมุมเล้งพี่ชาย น้องมาปรึกษาปัญหาไหม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธวัชชัย : &amp;ldquo;คุยกับน้องตลอดเวลาเขามีปัญหา เล้งจะรู้เรื่องน้องตลอด กับบอลเคยพูดแค่ครั้งที่เจอ ที่มีเรื่อง ครั้งเดียวที่เจอกันหน้าบ้าน เจอกันบ่อยแต่พูดกับเขาแค่ครั้งเดียว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ไม่เชื่อว่าลูกสำลักควันเสียชีวิต?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมพร : &amp;ldquo;ไม่เชื่อ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัญญัติ : &amp;ldquo;มั่นใจว่าตายโดยฆาตกรรม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมพร : &amp;ldquo;ก่อนเบนซ์ตาย บอลโทรมาหาม๊าตอน 5 ทุ่มกว่าๆ มาที่บ้านบอกว่ามาเปิดประตูให้บอลหน่อย เขาบอกว่าเบนซ์ตายแล้ว เราก็อ้าว ทำไมพูดแบบนั้น วันนั้นเลยที่เบนซ์ตาย ผ่านไปแค่ 2 ชม. เอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อบอกว่ามีเรื่องข่าวนึงในเดือนตุลาคม ที่เป็นประเด็นโด่งดัง เรื่องรถคันนึง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัญญัติ : &amp;ldquo;ผมบังเอิญเห็นคลิปของบอลที่ไปแสดงความก้าวร้าวตรงที่พักของเบนซ์ที่เช่าให้เบนซ์อยู่ บอลขับรถมาประจำ วันที่เกิดเหตุ บอลเกิดรถในคอนโดนาน 10 กว่าชม. ระเบียบคอนโดรถไม่ใช่ลูกค้าคอนโด จอดต้องเสียค่าจอด พอไปถึงหน้าป้อมยามที่จะออก รปภ.ก็ไม่ให้ออก เพราะจอดนาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่าที่ทราบคนขับรถคันนี้ไม่ยอมจ่ายเงิน 600 กว่าบาทเพราะจอดนาน พอรปภ.เรียกเก็บเขาไม่จ่าย ลงจากรถขึ้นแท็กซี่เลย ทิ้งรถไว้ ทำให้รปภ.ต้องมายกรถคันนี้ออกไป?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัญญัติ : &amp;ldquo;เขาเอารถลูกสาวผมมาขวางทางเข้า รถเขาออกทางออก ทำให้คนในคอนโดออกไม่ได้ เรื่องนี้เป็นข่าวดัง สุดท้ายคนที่ทำคือคุณบอล เขาแสดงความก้าวร้าว อวดใหญ่โตว่าไม่จ่าย จะออกให้ได้ แต่รปภ.ทำตามหน้าที่ครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอลเขากลับมาขอโทษไหม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัญญัติ : &amp;ldquo;เขาไปคุยกันในรถ เขาบอกว่าบอลเป็นดารา บอลอาย เดี๋ยวข่าวจะมาสัมภาษณ์ ให้เบนซ์ลงไปขอโทษ เขาไม่อยากเดือดร้อน เบนซ์ก็รักบอลก็ลงไปกราบขอโทษทุกอย่าง สุดท้ายรปภ.ก็ไม่ให้ออก จนบอลแอบเอาเงินให้เบนซ์ไปจ่าย 600 บาทถึงได้ออก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณพ่อต้องการให้เห็นว่ามีเรื่องราวแบบนี้?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัญญัติ : &amp;ldquo;อยากให้เห็นคลิปจริงที่เป็นข่าวมาแล้ว แสดงความก้าวร้าว อวดใหญ่โต อารมณ์ฉุนเฉียว ผมมั่นใจว่าเขามีนิสัยก้าวร้าว อวดใหญ่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินสตาแกรม&amp;nbsp;ball_bangkaew&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24531</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอล บางแก้ว, บอล-พงษ์เพชร สินสุวรรณ์, ฝาแฝด, พงษ์เพชร สินสุวรรณ์, วงบางแก้ว, อดีตนักร้อง, อดีตนักร้องชื่อดัง, เบนซ์, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c18bec0e84fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2018 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นุ๊ก-สุทธิดา&#039;แถลงข่าว หลังขโมยงัดบ้านเสียหายหลักแสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดนมือดีแอบงัดเข้าบ้านพร้อมกวาดทรัพย์สินไปหลักแสน ล่าสุดอดีตนักร้องสาว นุ๊ก-สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ได้แถลงข่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่าโชคดีที่ของที่หายเป็นทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ พร้อมรอคุณแม่กลับจากต่างประเทศเพื่อมาอัพเดทว่าของคุณแม่หายมีอะไรหายไปบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากที่ไปทำงานกลับมาประมาณสี่ทุ่มเศษๆ เราถึงบ้าน ปรากฏว่าพอถึงหน้าบ้านไฟเปิดอยู่ แสดงว่ามีคนอยู่ในบ้าน จริงๆปกติแม่นุ๊กอยู่ด้วย ไปๆมาๆ แต่ว่าช่วง 2-3 วันนี้แม่ไปต่างประเทศ เราก็คิดว่าหรือคุณพ่อจะมาเซอร์ไพรส์มาหาเราที่บ้าน แต่ว่าพอมองไปในรถก็ไม่มี ตอนแรกเราคิดว่าใครลืมปิดไฟที่บ้าน ก็ไม่น่าเป็นไปได้ เราก็เลยเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับลูกคนที่สองจะไปเปิดประตูบ้าน พอเอามือคลำไปสรุปว่าไม่เจอประตู ใจเราแว้บที่พื้นเลย เพราะว่าประตูเปิดค้างอยู่ แล้วมือเราก็ไปปัดเอาสลักกุญแจทุกอย่างก็ร่วงกราวลงมา เราตกใจแล้วก็คว้าลูกคนที่สองบอกให้ลูกวิ่งเพราะเราไม่รู้ว่าจะสวนกับเขาหรือเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราดึงลูกคนที่สองวิ่งขึ้นรถแล้วก็ตะโกน เจอสามีที่ขับรถมาถึงบ้านพอดี เราก็ตะโกนบอกเขาให้ขึ้นรถให้หมด มีคนอยู่ในบ้านมีโจรอยู่ในบ้าน เราก็ล็อครถแล้วตั้งสติ คือตอนนั้นก็นึกอะไรไม่ออกโทรศัพท์ถึงตำรวจ ก่อนโทรเราก็พยายามตั้งสติแต่ว่าจำได้เลยว่าตอนนั้นคอแห้งมาก ตอนที่คุยกับตำรวจเราก็คงกำลังตื่นเต้นอยู่ ด้วยความที่เรามีเด็กๆอยู่ในรถ เราก็คิดว่าจะสวนกันลงมาหรือเปล่า เราจะรับมือยังไง พอระหว่างที่คุยกับตำรวจ เราก็เริ่มตั้งสติและคิดว่าตำรวจมาแน่นอน เลยบีบแตรรถให้เขาออกจากบ้านเราไป แล้วเราก็ได้ยินเสียงเหมือนเขากระโดดตุ๊บข้ามกำแพงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอตำรวจมาที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นเราก็ให้สามีดูลูกอยู่ในรถ แล้วเราก็พาตำรวจขึ้นไปเช็คที่ห้องว่าไม่มีใครซ่อนอยู่เราก็ค่อยๆไล่เช็ค เริ่มเช็คทรัพย์สินที่หายไป ซึ่งบางส่วนด้วยความที่ห้องที่โดนค้นหนักที่สุดคือห้องแม่เรา เราเลยไม่สามารถติดต่อหรือทราบได้ว่าแม่สูญหายของอะไรไปหรือเปล่า เพราะแม่ไปต่างประเทศ แต่ว่าเท่าที่เป็นของนุ๊ก โชคดีของเราคือเป็นห้องที่เขาเพิ่งค้น เพิ่งหยิบฉวยของไปไม่เท่าไหร่ เพราะเรากลับมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่คิดว่าเขาอยู่ในบ้านเพราะตอนที่เราวิ่งลงมา เราเห็นแสงไฟอยู่ในบ้านเรา เหมือนกัน เรามั่นใจว่าเขายังอยู่ แล้วชั้นสามของเราเหมือนเพิ่งเริ่มโดนรื้อ ยังไม่ได้ถูกรื้อทั้งหมด แต่คิดว่าคนร้ายน่าจะมาคนเดียวนะคะในความรู้สึก ไม่ได้เห็นแสงไฟเยอะ แล้วก็เสียงตุ๊บๆมันเป็นช่วงสั้นๆ นุ๊กคิดว่าเขาหนีไปทางด้านข้างบ้าน แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าจริงๆเป็นหลังบ้านหรือข้างบ้าน ตอนนั้นมันมืดมาก ได้ยินเสียงตุ๊บครั้งเดียว ส่วนที่เขาเข้ามาเป็นทางไหนตำรวจกำลังสืบอยู่ ดูรอยเท้า การปีนกำแพง บังเอิญว่าฝนตกด้วย อาจจะชะล้างรอยนั้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัพย์สินที่หายไปถ้าในส่วนของนุ๊กเขาเพิ่งขึ้นไปค้น เราจัดบ้านอย่างเป็นระเบียบกว่าคุณแม่ ก็ไม่ต้องค้นเยอะ หยิบเอาง่ายๆเลยในตู้โชว์ ส่วนมากเป็นกระเป๋าแบรนด์เนม ก็ยังรู้สึกโชคดีว่าสิ่งที่เขาเอาไปมันไม่ใช่สิ่งที่เราใช้ ไม่ค่อยถือกระเป๋าอยู่แล้ว เรื่องมูลค่าไม่เท่าไหร่ หลักแสนค่ะ แต่ในส่วนของคุณแม่จะโดนเยอะ แต่ไม่ทราบว่าโดนขโมยอะไรไปบ้าง ไม่แน่ใจว่าแม่ใส่ของมีค่าติดตัวไปหรือเปล่า และไม่ทราบว่าคุณแม่เก็บอะไรไว้บ้าง ที่บ้านมีตู้เซฟใหญ่มาก เปิดยาก ยกไม่ได้อยู่แล้ว กุญแจเซฟอยู่ในบ้าน เราเคยมีประสบการณ์เมื่อนานแล้วกับการโดนยกเค้า ตอนนี้รอเช็คกับคุณแม่อยู่ว่าอะไรสูญหายบ้าง ซึ่งแม่จะกลับมาถึงไทยตอนเย็น ทางตำรวจบอกว่าถ้าเรารู้ว่ามีอะไรสูญหายเพิ่มเติมสามารถแจ้งความเพิ่มเติมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันก็มีทั้งโชคดีและโชคร้าย โชคร้ายเราเสียของไป แต่โชคดีมีมากกว่า อย่างแรกมันเป็นของที่เราไม่ค่อยได้ใช้อยู่แล้ว อย่างที่สองเราเริ่มลำดับเหตุการณ์และเริ่มรู้ว่าอะไรที่สำคัญในชีวิตเรา เวลาที่เราตกใจเราได้คว้าอะไรก่อน เราคว้าลูกเราก่อน มานั่งไล่เรียงต่อไปว่าเราจะทำยังไงกับชีวิตอย่างเรื่องกล้องวงจรปิดที่บ้านเสียด้วยเหตุฟ้าผ่าและเสียไปถึงตัวเมมโมรี่ เราก็นิ่งนอนใจหลายครั้งว่าจะติดแต่ก็ยังไม่ทำสักที พอเกิดเรื่องนี้มันเป็นประสบการณ์สอนเราว่าอย่างแรกเราจะพึ่งตำรวจแล้ว เราต้องดูแลตัวเองด้วย อยากฝากบอกไปทุกบ้านเลยว่ากล้องวงจรในแต่ละบ้านหรือความปลอดภัยในทรัพย์สินและชีวิตเราก็ควรจะมีทุกบ้าน ถ้าเข้ามาเจอกับเราตรงๆก็อาจจะน่ากลัวกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ต้องขอบคุณไปทาง สน.วังทองหลาง ด้วยค่ะ หลังเจอเหตุการณ์นี้จากเมื่อก่อนที่เราไม่โอเคกับตำรวจ พอมาเจอเหตุการณ์นี้กับตัวเองแล้วไปแจ้งความ เราได้เจอผู้กำกับสน.ตอนเวลา 4-5 ทุ่ม เขาก็ยังใส่เครื่องแบบทำงาน เป็นสน.ที่บริการประชาชนดี กว่าจะดำเนินการเสร็จประมาณตีสี่ สามีอยู่กับลูก เราออกมาแจ้งความคนเดียว ตอนนั้นกลัวมาก จะเดินเข้าบ้านยังไง ตำรวจสายตรวจขี่รถตามมาส่งหน้าบ้าน เราเลยอุ่นใจค่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมย, งัดบ้าน, ตำรวจ, นุ๊ก-สุทธิดา, สน.วังทองหลาง, สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา, อดีตนักร้อง, อดีตนักร้องชื่อดัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0bd9ff1cf57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
