<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอ๊ะ ศศิกานต์&#039;เผยชีวิตหลังทิ้งวงการบันเทิง ไปปักหลักอยู่ต่างแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงจะห่างหายจากหน้าจอไปนานเพื่อทำหน้าคุณแม่ลูกหนึ่งอยู่ที่แดนไกล แต่ เอ๊ะ-ศศิกานต์ อภิชาตวรศิลป์ เมื่อได้มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ก็ยังสวยปิ๊ง พร้อมกับยิ้มอย่างดีใจในการที่ได้หวนคืนหน้าจออีกครั้งในรอบเกือบๆ&amp;nbsp; 2 ปี ยอมรับว่าคิดถึงทั้งงาน แฟนๆ และครอบครัวที่ต้องห่างไกล พร้อมเผยการรับหน้าที่เป็นคุณแม่ไกลบ้านไกลครอบครัวเคยมีการซึมเศร้าเข้ามาเหมือนกัน ส่วนงานในการบันเทิงมีแพลนจะกลับมาแต่ไม่น่าจะใช่ตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กี่ปีแล้วที่ไม่ได้อยู่เมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ย้ายไปน่าจะประมาณปี 2014 ประมาณ 7 ปีค่ะ แต่ช่วงแรกที่ไปก็ยังมีทำอะไรบ้างนะคะ ไม่ได้ถึงกับออกจากวงการบันเทิงไปเลย แต่ช่วงที่มีลูกจำได้ว่าช่วงที่ลูกเกิดมาขวบกว่าๆ ก็ยังมีไปเล่นรับเชิญอยู่นิดหน่อย เพราะว่าลูกเกิดเมืองไทย แล้วก็พอเขาเกิดมาได้สักประมาณ&amp;nbsp; 3 เดือนแล้วหลังจากนั้นเราก็พักยาวเลยค่ะ&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ตัดสินใจไปอยู่ต่างประเทศเลยเพราะว่าอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่งงานกับฝรั่งค่ะ แต่งงานกับสามีชาวต่างชาติ เขาเป็นอเมริกันเลยค่ะ แต่ที่ดูเขาไม่ค่อยอเมริกันเท่าไหร่เพราะเขามิกซ์ อิตาเลียน ญี่ปุ่น ฮาวาย จีน และเพราะด้วยงานของสามีด้วยค่ะ เพราะเขาทำงานอยู่สหประชาชาติ แล้วที่ได้เจอกับเขาก็เพราะว่าเขามาทำงานที่สหประชาชาติที่เมืองไทยค่ะ พอแต่งงานก็ได้ย้ายกลับไปที่นิวยอร์กด้วยงานแล้วพอย้ายไปได้สักหนึ่งปีเราก็ท้องมีลูกแล้วก็ไปอยู่ที่นั่นยาวเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ แล้วใจ เอ๊ะ มีแพลนวางไว้ไหมที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;คือ ช่วงปีแรก เอ๊ะ ก็ยังบินไปมาอยู่เพราะว่าเรายังมีธุรกิจของเราอยู่ที่นี่เพราะเราก็ยังให้ความสนใจในธุรกิจของเรา แต่พอมีลูกปุ๊บ แม่จะอยู่ที่หนึ่ง พ่อจะอยู่ที่หนึ่งมันก็ไม่ได้เราเลยตัดสินใจไปอยู่ที่โน้นเลย แล้ว เอ๊ะ คิดแบบนี้ค่ะ ชีวิตของเราเดินถอยหลังลงไปเรื่อยๆ แต่สำหรับชีวิตของลูกเพิ่งเริ่มเพราะฉะนั้นเราเลยอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา การตัดสินใจทั้งหมดเลยไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ตัวของ เอะ เองเพราะว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับลูกค่ะ&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไปเพื่อลูกเพื่ออนาคตที่ดีของลูก ตอนแรกมองว่าฉันสู้ได้แต่พอไปจริงๆ เกิดอาการ ซึม เศร้า เกิดอะไรขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การที่เราย้ายไปอยู่ที่ นิวยอร์ก เป็นการย้ายไปอยู่ต่างประเทศแบบจริงๆ จังๆ ของเราครั้งแรก แล้วพอมีลูกก็เป็นลูกคนแรก ไหนจะให้นม ไหนจะนอนไม่พอ ทำความสะอาดบ้านอีก ทำอาหารเอง ซักรีด เราทำเองทั้งหมดเลยไม่มีพ่อแม่พี่น้องมาอยู่ข้างๆ เราเลย มันยากมากสำหรับเราซึ่งมันก็ต้องใช้เวลาค่ะ แต่ยังดีที่คุณแม่ก็ยังมีบินไปมาหาเราบ้างใช้ชีวิตอยู่กับเราบ้างที่โน้นช่วงหนึ่ง แต่เราก็ ซึม นะคะ อย่างบางทีนั่งๆ อยู่ก็ร้องไห้ก็มีเพราะเราคิดถึงแม่&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีลูกชายน่ารักแบบนี้จะมีน้องให้ โรนิน ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กว่าเราจะได้ โรนิน มานะคะ เอ๊ะแท้งไปสองครั้ง และทำ IVF 4-5 ครั้งเลยค่ะ คือพยายามมากแล้วที่ได้ โรนิน มา เพราะว่าย้ายไปทำงานที่ ฟิจิ อยู่เดือนหนึ่งแล้วก็ได้เขามาจากธรรมชาติ เราคิดว่าเขาคงเป็นไข่ฟองสุดท้ายที่เหลืออยู่เพราะว่าหลังจากนั้นเราก็พยายามทำแล้วก็ไม่ประสบผลสำเร็จ&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟนๆ ฝากถามว่าอยากกลับมาทำงานในวงการบันเทิงไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ก็อยากนะคะ เพราะว่าโควิดเราไม่สามารถออกไปทำงานข้างนอกไม่ได้เลยอยู่แต่ในบ้านแล้วมันก็มีความเหงาเกิดขึ้นเราก็มาคิดว่าเราทิ้งอะไรไป งานเราทำไมเราไม่กลับมาทำเพราะมันคือสิ่งที่เราทำได้ดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107112</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้มยำอมรินทร์, อดีตนางเอก, เอ๊ะ-ศศิกานต์ อภิชาตวรศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d05edeb7aec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิ้ง กุลสตรี&#039;ขอโทษที่ทำให้รำคาญ รับเสียใจทุกครั้งที่เห็นข้อความต่อว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อดีตนางเอกชื่อดัง นิ้ง-กุลสตรี ศิริพงษ์ปรีดา แจงที่โพสต์เรื่องราวในชีวิตประจำวัน รวมถึงอัพเดทอาการป่วยของตนเองในอินสตาแกรมหรือเฟซบุ๊ก เพราะอยากให้เพื่อนๆ ที่อยากทราบข่าวคราวได้รับรู้ความเคลื่อนไหว แต่เมื่อมีสื่อฯ นำไปเสนอข่าว ก็มีหลายคนที่ไม่เข้าใจและเกิดความรำคาญ ทำให้รู้สึกไม่สบายใจและเสียใจทุกครั้งที่พบข้อความต่อว่า วอนหลังจากนี้อยากให้สื่อหยุดลงข่าวตนเองหรือลงให้น้อยลงก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดนิ้ง กุลสตรี ได้โพสต์ข้อความชี้แจงว่า &amp;ldquo;นิ้งขอความกรุณา หยุดลงข่าว หรือลงข่าวให้น้อยลงได้มั้ยคะ นิ้งเสียใจทุกครั้ง ที่อ่านข่าว แล้วพบคนเขียนข้อความต่อว่า ด้วยความไม่พอใจ ที่เห็นข่าวของนิ้งบ่อยๆ ทำให้คุณเค้ารำคาญ และเบื่อ.. นิ้งออกจากวงการ 15 ปีกว่า ไม่มีงานวงการใด และไม่ชินกับคนมาเขียนต่อว่าด้วยความไม่ชอบต่างๆ นิ้งขอโทษทุกคนที่ทำให้รำคาญนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นิ้งอยากโพสเรื่องราวชีวิตประจำวันใน ig หรือ Facebook เหมือนคนปกติทั่วไป โพสให้กับเพื่อนๆ ที่อยากทราบข่าวคราว ความเคลื่อนไหวของนิ้งเท่านั้น ว่าตอนนี้นิ้งเป็นอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากสภาวะโรคซึมเศร้าของนิ้ง ซึ่งเป็นหนึ่งของโรคแทรกซ้อน จากโรคไขกระดูกบกพร่องไม่สร้างเกล็ดเลือดด้วยตัวเอง และนิ้งไม่สามารถทำสเต็มเซลล์ หรือทำคีโมครั้งที่ 5 ได้ (ทำได้แค่ 4 ครั้ง) เนื่องจากร่างกายอ่อนแอเกินไปไม่สามารถทนไหว ตอนนี้ทานยาคีโม (เคมีบำบัด) และหมั่นตรวจ โดยการเจาะไขกระดูก หรือไขสันหลัง เพื่อดูว่า ยังคุมโรคได้อยู่มั้ย กับสังเกตว่าจะมีโรคแทรกซ้อนอะไร นิ้งขอเล่นโซเชียลเหมือนคนธรรมดาทั่วไป (นอกจากการสวดมนต์นั่งสมาธิหรือปักผ้า อ่านหนังสือ) เพื่อให้ลืมเรื่องราวต่างๆในขีวิตของนิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขออภัยนักข่าวอย่างสูง และ ขอขอบคุณทุกคนที่เข้าใจนิ้งนะคะ รัก รัก กอด กอดนักข่าว และคนที่เข้าใจนะคะ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;***อยากบอกนานมากแล้วค่ะ เรื่องการบริจาคเลือด ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงพอ กรุ๊ปเลือดไม่ตรงกัน หรืออยู่ต่างจังหวัด ไม่สามารถบริจาคเลือดให้นิ้งได้ แล้วเกิดความเสียใจเขียนมาหานิ้งส่วนตัว ด้วยความเสียใจและรู้สึกผิด นิ้งอยากบอกนะคะ &amp;ldquo;คุณไม่ผิดหรอกค่ะ ถึงกรุ๊ปเลือดไม่ตรง วันนี้ไม่แข็งแรง อยู่ต่างจังหวัด แต่เมื่อร่างกายของคุณพร้อมคุณก็สามารถบริจาคเลือดได้นะคะ อยากเขียนชื่อบริจาคให้นิ้งหรือไม่เขียน ไม่ใช่ปัญหาเลยค่ะ แค่คุณคิดอยากบริจาคเลือด หรือบริจาคไปแล้ว ถึงกรุ๊ปเลือดไม่ตรงกัน นิ้งก็ดีใจมากแล้วค่ะ เพราะเลือดทุกหยดของคุณมีค่ามาก สำหรับนิ้ง หรือคนไข้ท่านอื่นๆ ทีต้องการเลือดกรุ๊ปต่างๆ ในตอนนั้น และเลือดหรือเกล็ดเลือดทุกถุงที่คุณบริจาค ถ้านิ้งต้องการได้เลือด นิ้งก็ต้องชำระเงินเต็มจำนวนค่ะ นิ้งขอแค่ช่วยกันบริจาคเลือด เพราะตอนนี้เลือดบางกรุ๊ปขาดอยู่ค่ะ ช่วยกันนะคะ คนไทยเราเป็นพี่น้องกัน&amp;rdquo; #รักรักกอดกอดค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @kulsatrees&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77220</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิ้ง กุลสตรี, ป่วย, อดีตนางเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200912/image_big_5f5c77c67aad1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กันตา ดานาว’จากนางเอกสู่สาวออฟฟิส-รับหวงลูกจนสามีเตือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกหนึ่งนางเอกสาวสุดแซ่บที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังมากในอดีต แต่กลับห่างหายจากวงการบันเทิงเพราะตั้งท้อง ล่าสุด &amp;ldquo;วิกกี้-กันตา ดานาว&amp;rdquo; ออกมาเปิดใจในรายการคุยแซ่บShow ถึงลูกชายทั้งสองคนที่ตอนนี้โตเป็นตำรวจทั้งคู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ถ้าย้อนไปเข้าวงการมาก็ตั้งแต่อายุ 16 น่าจะ 30 กว่าปี คือเขาหาคนพูดภาษาอังกฤษได้ หาคนหน้าตาลูกครึ่ง เมื่อก่อนจะมีโมเดลลิ่งมาตามโรงเรียนนานาชาติเริ่มต้นประมาณนั้นเลย เพราะเราได้ภาษาแล้วละครเรื่องแรกเขาต้องการนางเอกไปอังกฤษด่วนภายใน 2 อาทิตย์ แล้วก็ท้องตอนอายุ 21 ตอนมีลูกแล้วก็ 22 แต่งก่อนท้อง ตอนนั้นยังถ่ายละครอยู่ ท้องสองคน ปี36 กับ37 พอเราเป็นคุณแม่ใหม่ๆจะเซนซิทีฟมากเจอเรื่องราวของลูกคนอื่นรับไม่ได้ร้องไห้เหมือนจะซึมเศร้ามันจะเป็นภาวะของคนมีลูกใหม่ๆ แล้วสมัยก่อนข่าวเยอะมากพยาบาลดูแลลูก ทิ้งลูก มัดลูก ทำลูกตก มีข่าวให้เราเห็นคือทำใจไม่ได้ปรึกษากับสามีว่าขอเอาตัวเองอยากมาทำหน้าที่ตรงนี้ให้เต็มที่ เราก็ไม่ไว้ใจ อีกอย่างเราได้เห็นพัฒนาการของเขาครั้งแรก เราได้เจอก้าวแรก มองแรก คว่ำแรก หงายแรก การเปลี่ยนแปลงของเขาครั้งแรก เราได้สัมผัสประสบการณ์ที่ถ้าเราฝากคนอื่นเลี้ยงเราจะไม่ได้เห็น พอมันผ่านตรงนั้นมันเรียกกลับมาไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ไม่กลับมาทำงานในวงการบันเทิงไปทำงานออฟฟิศเพราะตอนแรกกะเลี้ยงลูกแป๊ปเดียว พอลูกเข้าโรงเรียนเดี๋ยวกลับมา สรุปยาวจนลูกประมาณ ม.2-ม.3 ตอนแรกนึกว่าลูกติดเรา เปล่าหรอกเราติดลูก มีช่วงนึงมีผู้ใหญ่ที่สนิทกับสามีเขารู้สึกว่าลูกโตแล้ว แล้วเขาก็ทราบว่าเมื่อก่อนเราทำงานอะไร ไม่ควรอยู่เฉยๆ ต้องทำงาน เขาก็แนะนำติดต่อประสานทุกอย่างว่าจะต้องมาทำงานที่บริษัทคิง พาวเวอร์ ดูแลแผนกต้อนรับเรื่องการบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำงานแรกๆเครียดร้องไห้เลย แต่ไม่เกี่ยวกับองค์กรนะอาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่วงการบันเทิงมา วงการบันเทิงสอนให้เรามีวินัยตรงต่อเวลาซึ่งเราซึมซับตรงนั้นมาแต่การที่เราจะต้องอยู่ในกรอบวิ่งไปตอกบัตรที่ทำงานมันเป็นอะไรที่เครียด คือมันไม่ชินเพราะทั้งชีวิตไม่เคยเจออะไรแบบนั้นแล้วเราต้องมาอยู่ในกรอบกฎ กติกาของเขา ซึ่งการปรับตัวก็ต้องเอาชนะมันให้ได้ แต่ว่าค่อนข้างกดดันมันไม่ใช่กดดันเพราะว่าแค่เหตุผลนี้ มันกดดันเพราะว่าคนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำงานที่นี่ใหม่ๆ โดนดราม่า เท่าที่คนอื่นเล่าให้เราฟังด้วยความที่เราเป็นนักแสดง เข้ามาเหมือนเขาต่อต้านก่อนเลย เรามาจะต้องเรื่องเยอะเป็นดารามาต้องเรื่องมาก ที่สำคัญเรามาในฐานะหัวหน้ามันอาจจะกระทบหลายๆฝ่ายที่เขาอาจจะมีความก้าวหน้าของเขาก็เลยโดนกลั่นแกล้งค่อนข้างเยอะอยู่ ถึงขนาดเคยมีคำสั่ง เคยชวนน้องๆไปทานข้าว น้องเขาก็บอกว่าขอบอกตรงๆพวกหนูถูกสั่งว่าใครไปทานข้าวกับพี่วิกกี้จะถูกหมายเตือน พี่เลยรู้ว่าเล่นกันขนาดนี้เลยเหรอแต่ก็ไม่เป็นไรต้องอยู่ให้ได้ เขาไม่อยากให้เราอยู่ใช่มั้ย เราก็ต้องอยู่ กินข้าวคนเดียวอยู่ 4-5 เดือน แล้ว ก็เจอคนที่แกร่งไง แบบฉันไม่แคร์ ก็มากินข้าวด้วย คนที่สั่งเขาโดนออกไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนั้นคุณลูก คุณสามีให้กำลังใจมากค่ะ คือชีวิตเราจะอยู่ตรงไหนต้องทำความเคยชิน เหมือนเราอยู่ในโซนของเราต้องเปลี่ยนชีวิตตามสถานการณ์ไป เราเคยอยู่วงการบันเทิงอยู่ดีๆก็ไปเป็นมนุษย์เงินเดือนเราก็ต้องเข้าใจเขา ซึ่งบางทีเราก็ต้องปรับตัว ที่บ้านก็จะเป็นคนให้กำลังใจ ไม่งั้นคงไม่อยู่ได้มาจนทุกวันนี้ &amp;nbsp;ซึ่งก่อนคนนั้นเขาออก เราไม่ได้คุยกับเขาโดยตรง เท่าที่ทราบจากมือซ้ายมือขวา เขาก็มีเป้าหมายที่จะปั้นใครขึ้นมา ก็คือเราเป็นตัวน่าหมั่นไส้ อยู่ดีๆก็เดินเข้ามาทำไม แต่ตอนนี้เรายังทำอยู่ที่เดิมค่ะ 14 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องลูก ยอมรับว่าทั้งห่วงและหวง คนโตเป็นตำรวจชื่อเล่นนิกกี้ อายุ 26 อยู่นครราชสีมา คนเล็กน้องไมค์ ทั้งคู่เป็นตำรวจชั้นประทวนอยู่จังหวัดนครราชสีมาทั้งคู่เลย ที่ไปอยู่ต่างจังหวัดเพราะตอนที่เขาเรียนเขาสอบได้โรงเรียนสาม ก็คือจังหวัดนครราชสีมา พอทำงานก็ต้องเป็น สภ.ในเมืองเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ได้ห้ามลูกชายมีแฟน คือเราก็ไม่ได้ห้ามตรงๆแต่อยากให้ดูดีๆ ลูกสะใภ้อยากได้ประมาณไหนเหรอ ต้องให้เกียรติลูกเรา ไม่สนใจว่าคุณจะทำอาชีพอะไร จะมาจากไหน แต่สำคัญเลยคือคุณต้องให้เกียรติกัน ถ้าคุณจะหึงหวงแล้วไปโพสต์ตามโซเชียลไม่ให้เกียรติกันเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ การที่คุณไม่ให้เกียรติเขาก็เท่ากับไม่ให้เกียรติพ่อแม่เขาด้วย อนาคตคนจะมองคุณยังไงถ้าไม่ให้เกียรติกันแล้วก็กลัวว่าเขาจะไม่มีความสุขด้วย จะเน้นตรงนี้มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันคุณสามีก็ดีเหมือนเดิมทุกอย่าง เราคุยกันเยอะมากอยู่ด้วยกันตลอด พี่เขาอายุห่างจากเรา 8 ปี เป็นผู้ใหญ่กว่าเพราะฉะนั้นประสบการณ์ชีวิตเขาเยอะกว่า มุมมองของเขา ประสบการณ์ของเขาจะสอนเราเยอะ ก็จะไว้ใจปรึกษาแค่พี่เขาคนเดียว แล้วเขาจะสอนเราว่าอย่าทำแบบในละครนะ แม่สามีกับลูกสะใภ้ อย่าเด็ดขาด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นิกกี้ (ลูกชายคนโต)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ไมค์ (ลูกชายคนเล็ก)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต และอินสตาแกรม &lt;/p&gt;

vicky_kantadanao


nniccky



mikey_kanin


&amp;nbsp;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51244</URL_LINK>
                <HASHTAG>กันตา นาดาว, วิกกี้ กันตา, อดีตนางเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde0a76619e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2019 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2019 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อูม วิยะดา’ควงหลานคนโปรด เปลือยชีวิตจากนางเอกสู่ชาวไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อดีตนางเอก อูม-วิยะดา อุมารินทร์ หรือ &amp;ldquo;หม่อมมูม&amp;rdquo; อดีตภรรยาของ ท่านมุ้ย-หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เปิดใจถึงเรื่องราวในชีวิตตั้งแต่เข้าวงการมาได้ไม่ทันไรก็ท้องกับผู้กำกับ จนชีวิตผกผัน หายหน้าจากวงการไปอยู่อเมริกานานถึง 12ปี พร้อมพาหลานชายมาเปิดตัวในรายการคุยแซ่บ Show &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แม่เข้าวงการมาเท่าอายุลูกชายเลย 45&amp;nbsp; ปีแล้ว เริ่มต้นตอนอายุ 17&amp;nbsp; ไปดูหนัง ผู้กำกับเห็นแล้วเขาก็ชอบ ติดต่อมาเล่นหนังใหม่ แปลกแหวกแนวเป็นโสเภณีโรงแรมม่านรูด เป็นนางเอกนะ นางเอกเทพธิดาโรงแรม แต่เล่นเป็นางเอก 7-8 เรื่องแล้วไม่เวิร์คไง ก็เลยต้องไปเป็นนางร้าย พอเป็นนางร้ายตบตีคนก็ชอบ นางร้ายตบตีเริ่มจากแม่ ใช่&amp;nbsp; แต่ก่อนนางร้ายก็คือดาวยั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้ามาแล้วแม่เกิดความรักกับผู้กำกับแสตนอิน ทำไมถึงเรียกว่าผู้กำกับแสตนอินรู้ไหม คือพอถึงเวลาที่เราถ่ายหนังเรื่องแรก ตอนนั้นเราก็ยังเด็กมากแล้วมาเล่น เทพธิดาโรงแรม จะให้มาจูบกับคนนั้นคนนี้ ผู้กำกับเขาก็สงสารมั้ง เขาเซฟเรา เพราะเขามาจูบเราเอง เขามาเป็นแสตนอินแทนพระเอกทุกคน สมัยก่อนจูบจริง ตอนนั้นไม่รู้เรื่อง โง่ๆ เซ่อๆ ให้ทำอะไรก็ทำ พอกล้องเดินผู้กำกับก็มาจูบ แล้วก็มาโคลสอัพ ก็ท้องจริง ถ่ายหนังยังไม่จบเรื่องแรกเลย ตอนท้ายๆเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมัยก่อนไม่มีใครที่จะเปิดเผยนะ พระเอก นางเอกไม่บอกหรอกว่ามีแฟน ก็แอบไปเลย หนีหน้าไปเลย ตอนหนังฉายกาล่า พรีเมียร์ ก็หายไปเลยบอกว่าไปเมืองนอก แต่แอบไปคลอดลูก มามีข่าวตอนคลอดลูก 7 วัน 7 คืนเลย มีนักข่าวตาม 7 วัน 7 คืนเลย แม่คลอดที่โรงพยาบาลกรุงเทพ แต่แอบไปเช่าบ้านอยู่ไม่มีใครรู้ ทั้งประเทศก็รู้เลยว่าแม่มีกับผู้กำกับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนั้นไม่กดดันอะไรนะ เราก็ไม่สนใจข่าวอยู่แล้ว เราไม่คิดว่าเราจะมาเป็นดาราที่โด่งดัง แต่พอคลอดลูกได้ ไม่กี่เดือนก็มีหนังมา ทะเลฤาอิ่ม ป่าทรายทอง แล้วก็มีติดต่อให้เป็นนางเอกอีกเยอะเลย เล่นอีกหลายเรื่อง จนลูกโตเกือบๆ 10 ปีได้ แม่ก็เล่นหนัง เล่นละครไปเรื่อยๆ ไม่มีเวลาให้เขา เขาก็งอนไปมีคนอื่น มือที่สาม มือที่สี่ เราก็เลยเลิก ไม่เสียใจค่ะ มีความรู้สึกว่าเขามีคนอื่นแล้วมีคนดูแล้วเราก็โอเค เพราะเราไม่มีเวลาดูแลเขาจริงๆ รับละคร 3 เรื่อง หนังอีก 5 เรื่อง ไม่ได้กลับบ้านเลย เสื้อผ้าเครื่องแต่งหน้าก็อยู่หลังรถ ไม่มีเวลาให้สามีเขาก็เลยมีคนอื่น ลูกก็อยู่กับแม่เนี่ยแหละ แม่นี่ไม่ธรรมดานะ เลิกกับสามีปุ๊ปหนีไปอยู่กับผู้หญิงเลยค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่ทอมนะก็ผู้หญิง ผู้หญิงเนี่ยแหละ ลึกๆเป็นความผิดหวังจากผู้ชายหรือเปล่า ก็คิดว่าอย่างนั้นเพราะผู้ชายมีผู้หญิงอื่นเยอะแยะเลยรับไม่ได้ แต่ถ้าผู้หญิงรักกันแล้วเขาไปมีคนอื่นเราอาจจะรับได้มากกว่า คิดว่าอย่างนั้นเพราะคิดว่าเป็นเพศเดียวกัน สมัยก่อนยังไม่มีทอมมีดี้อะไรหรอก แต่รู้ว่าผิดต้องปกปิด บอกใครไม่ได้ ไม่มีใครรู้ คบกันได้เกือบสิบปี แต่ตอนนี้เลิกไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลิกกับคนนี้แล้วแม่หนีไปอยู่อเมริกาเลย เบื่อวงการไงคะ เล่นแต่ดาวยั่ว ข้างหลังรถก็มีแต่ชุดนอน ชุดบิกินี่ ผ้าเช็ดตัว ไม่ใส่เสื้อผ้าอะไรเลย ไปถ่ายละครแต่ละเรื่องให้ใส่แต่เสื้อผ้าพวกนี้ เดี๋ยวก็ลงน้ำ เดี๋ยวก็อยู่บนเตียง จริงๆแล้วไม่อยากทำ อยากใส่เสื้อผ้าสวยๆเหมือนนางเอก แม่ยั่วมาตั้งกี่รุ่น ตั้งแต่รุ่น แอ๊ด-สมบัติ เมทะนี , ไพโรจน์ สังวริบุตร แล้วยังจะมาเจอ บ๊อบ-ทูน หิรัญทรัพย์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไปอเมริกาคนเดียวลูกก็ให้คุณย่าเลี้ยง ให้อยู่ในวังอยู่กับครอบครัวพ่อเขา แล้วตอนหลังก็มารับไปอยู่ด้วย เลิกกับสามีไปเราก็ยังคุยกันอยู่ เพราะเขาก็เป็นผู้มีพระคุณเอาเราเข้าวงการ เราก็ยังนับถือเขาอยู่ ตอนที่ไปอเมริกาแม่ไปเป็นสาวเสิร์ฟที่ร้านอาหารไทย คนไทยจำแม่ได้ แม่เที่ยวดิสนีย์แลนด์นะคนไทยวิ่งมาจากรถทัวร์มาถ่ายรูปกับแม่เต็มเลย เราก็บอกว่ามาเที่ยว มาเที่ยวแล้วก็มาช่วยร้านอาหารเพื่อน แล้วก็มีทนายฝรั่งหล่อๆมาจีบ เขาก็พาไปทำงานเลี้ยงดูปูเสื่อ ซื้อบ้าน ซื้อรถ ดูแลเราอย่างสุขสบาย ก็ส่งทนายมาเมืองไทยเลยมาขอพ่อของลูกว่าจะเอาลูกไปอยู่ด้วย เพราะสุขสบายแล้ว ก็ไปเรียนด้วยกันเลย เรียนเกี่ยวกับภาพยนตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;หลานชายคนโปรด &amp;ldquo;แอ็กชั่น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลับมาเมืองไทยก็เพราะลูกนี่แหละ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลง อยู่ดีๆก็มีลูก แม่ก็เลยเป็นคุณย่า หลานคนโตพากลับมาเที่ยวกรุงเทพมาเยี่ยมญาติ ญาติมีโรงเรียนอนุบาลยุคลธร จับหลานเข้าโรงเรียนอนุบาล กลับอเมริกาไม่ได้แล้ว แล้วฉันจะกลับยังไงหลานก็อยู่นี่ ติดหลาน ก็เลยไมได้กลับไปอเมริกา บ้าน รถ ก็โดนยึด ผ่อนไปตั้งหลายสิบล้าน พอกลับมาเมืองไทยลงจากเครื่อง มีโทรศัพท์ตามให้ไปเล่นละครเลย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันชีวิตบางส่วนไปใช้ที่ต่างจังหวัด ไปทำสวนทำไร่ เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ เพราะลูกชายไปซื้อที่จังหวัดเลย แล้วก็ปลูกบ้าน ทำสวนทำไร่ทำนา แล้วก็ติดเลยไปอยู่นั่น 5 ปีแล้ว ลูกชายไม่มากรุงเทพเลยถ้าไม่มีงาน กลายเป็นชาวสวน ก็ไม่ยึดติดไง เราสูงไปแล้ว ตอนนี้เราลงมาอย่างเงียบๆสง่าๆ ไม่ต้องไปยึดอะไรมาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้เจ้าตัวยังพาหลานชายคนโปรด &amp;ldquo;แอ็กชั่น&amp;rdquo; ที่มีศักดิ์เป็นหลานชายของ &amp;ldquo;ท่านมุ้ย&amp;rdquo; มาเปิดตัวในรายการ โดยตนยอมรับว่ารักหลานคนนี้มากจนโดนคนอื่นหาว่าลำเอียง แต่อันที่จริงแล้วหลานๆอีกสามคนตนก็รักเท่ากัน แต่คนนี้เวลาตนไปถ่ายหนังกลับมาเหนื่อยๆ จะต้องมากอด มาหอม มากราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;หลานชายไปสักรูปย่าอูมที่ต้นแขน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม umviyada&lt;/p&gt;

&amp;nbsp;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50397</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณชายเอี่ยว, ท่านมุ้ย, วิยะดา อุมารินทร์, หม่อมอูม, หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล, อดีตนางเอก, อูม วิยะดา, แอ็กชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191116/image_big_5dcf82a42ff29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 00:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 00:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แนน ชลิตา&#039;แจงเหตุหายหน้า 12 ปี พร้อมเผยปมซึมเศร้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห่างหายจากละครไปนานเลยทีเดียว สำหรับ แนน-ชลิตา เฟื่องอารมย์ ที่ตอนนี้เจ้าตัวกลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งของน้องธัชช วัย 3 ขวบ ล่าสุดเจ้าตัวควงลูกชาย มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ถึงภาวะซึมเศร้าในช่วงหลังคลอดลูก พร้อมทั้งเหตุผลที่หายหน้าจากวงการบันเทิงไปนานกว่า 12ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเป็นนางเอก ไปเป็นคุณแม่แตกต่างกันเยอะไหม?
แนน : ชีวิตพลิกหน้ามือเป็นหลังมือแต่ก่อนเราเป็นผู้หญิงทำงาน ถ้าวันนึงเรามีลูกเราก็เฮ้ยทำไมต้องมาอยู่กับแบบนี้ทุกวัน ชีวิตเราไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อนต้องทำตัวยังไงก็เรียกว่าเปลี่ยน แล้วตอนนี้ก็คือความสำคัญรูปมาเป็นอันดับแรกไม่ใช่ตัวเราสำคัญที่สุด ก่อน ชีวิตเราเลิกงานก็ไปกินข้าวกับแฟนดูหนังกับแฟน เสาร์-อาทิตย์ อยากไปเที่ยวไหนก็ไป พอมีลูกก็ไม่ได้เฮ้ยลูกไปด้วยได้ไหมที่ที่ไปต้อนรับเด็กไหม เหนื่อยค่ะ แต่ตอนนี้เริ่มดีขึ้นเยอะแล้วเพราะลูกเริ่มโต 3 ขวบกว่า รู้เรื่องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าตอนคลอดใหม่ๆ มีอาการซึมเศร้าด้วยหรอ?
แนน : มีค่ะ หลัง 6 โมงเย็นผีตากผ้าอ้อมมาแล้ว หลังจากเลี้ยงลูกปั๊มนมให้นมเพราะทุกวันมันเป็นลูปเดิม คือทุก 3 ชั่วโมงปั๊มนม เสร็จเอาลูกเข้าเต้านอน ก็ช่วงนั้นเรามานั่งกินข้าวคนเดียวไฟมืดมืดเราก็เริ่มร้องไห้ เป็นอารมณ์แบบทำไมเราต้องเป็นแบบนี้ ทำไมเราต้องมาเลี้ยงเด็กที่เราเจอเขาครั้งแรก ความรักมันยังไม่เกิดหรอกมันค่อยค่อยซึมซับ ค่อยค่อยมีสายใยความผูกพันธ์ เพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อย มันจะเป็นอารมณ์เศร้า แต่ก่อนออกไปทำงานได้ ตอนนี้เราต้องอยู่บ้านทุกวันเป็นอารมณ์แบบว่าชีวิตเราไม่มีความหมายเลย เหนื่อยจังเลย เหนื่อยกับการปั๊มนม คัด เจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิดอู่เลยเหรอ?
แนน : ปิดเลยค่ะ เพราะว่าอยากจะเลี้ยงธัชชให้ดีที่สุด โลกตอนนี้มันไม่ได้น่าอยู่เหมือนสมัยตอนเราเด็กๆ เราคิดว่าอยากจะเลี้ยงคนคนเดียว ทุ่มเทความสามารถทั้งหมดที่เรามีให้เขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำหมันเลยไหม?
แนน : ไม่ได้ทำ แต่อายุขนาดนี้ 43 สามี 50 ก็คงไม่น่าจะมีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วสามีอยากมีไหม?
แนน : ไม่ คือเลี้ยงเด็กคนหนึ่งมันต้องใช้เงินประมาณ 20 ล้าน มันต้องมีเงินประมาณ 20 ล้าน ส่งเรียนอินเตอร์ ค่าเทอมปีละ 1,000,000 บาท อันนี้แค่ส่งเรียนจบม.6 ปริญญาตรีนี้อีกเรื่องนึงที่เหลือหนูต้องไปหาเอาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าคุณตาหลงน้องธัชชมาก สปอยล์ไหม?
แนน : แต่จริงๆ ตาบอกตาเกลียดเด็ก แต่ว่าพอธัชชมา ก็ชอบมาเล่น ธัชชสนิทกับตามาก อยากไปหาตาที่จันชอบทะเล อยากได้รีสอร์ทตา ชอบกินทุเรียนเหมือนตา เขาขอรีสอร์ทตา ขอเรื่องใหญ่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงที่หายไปจากละคร 12 ปีใช่ไหม?
แนน : สิบกว่าปี เพราะว่ามีครอบครัวมีลูก แล้วช่วงหลังบทที่ได้ เป็นแม่อะไรอย่างนี้ เรารู้สึกว่า เราไม่อิน เรายังไม่ได้มีครอบครัว หรือบางทีเป็นตัวร้ายกรี๊ด เรารู้สึกว่าไม่มีเหตุผลที่จะร้าย เรารู้สึกว่าเราไม่เชื่อ พอเราไม่เชื่อเราก็เลยไม่รับ แค่นั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิดจะออกจากกลุ่มกันไหม?
แนน : ไม่ค่ะ เพียงแต่คิดว่า ในวงการมันมีงานที่หลากหลาย ถ้าตรงนี้ไม่ถนัดเราก็ไปทำอย่างอื่น คือช่วงนั้นเราทำบริษัท ทำรายการทีวีหลายรายการ เราก็เป็นพิธีกรรับงานอย่างอื่น เราก็โอเคแล้วพอดีเราฝึกโยคะมา 20 กว่าปีแล้วก็มีงานในเรื่องของโยคะเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ล่าสุดกลับมาเล่นละครแล้ว?
แนน : ใช่ สามีก็บอกว่าเล่นกี่วัน เสร็จกี่โมง แล้วใครจะดูลูก ช่วงนั้นก็ต้องฝากเขาดู ให้เขาช่วยเลี้ยง แต่ธัชชมีพี่เลี้ยงช่วยดูในบ้าน คุณแม่คุณยายก็ช่วยดู วันนึงกองเลิกสี่ทุ่ม แล้วคุณสาบอกว่ามันจำเป็นขนาดนี้เลยหรอ ต้องดึกขนาดนั้น เราก็บอกว่ารับงานมาแล้วก็ต้องทำ เขาก็บอกว่ามันดึกไปหรือเปล่า คือเราไม่ได้ทำงานดึกดึกแบบนี้มานาน เขาก็ไม่คุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้มีติดต่อมาบ้างแต่สามีห้ามเอาไว้หรือเปล่า?
แนน : คือเขาไม่เชิงห้าม จริงๆ ตอนนี้ก็มีแต่มันใช้เวลา 4-5 วันในการถ่าย มันกินเวลาเยอะเหมือนกันนะ เขาก็บอกว่ามันจำเป็นไหม มันจำเป็นกับชีวิตเราหรือเปล่า คือใครว่าจำเป็นต้องใช้เงินขนาดนั้นเลยหรอเราก็ไม่รู้จะตอบยังไง เขาบอกว่าจริงๆช่วงนี้ 0-3-4 ขวบ แม่ควรจะใกล้ชิดกับลูกให้มากที่สุด เราควรจะสอนไม่ควรปล่อยให้เลี้ยง ปล่อยให้ลูกอยู่กับคนอื่น เราเข้าใจ เขาบอก เขามีหน้าที่หาเงิน อยากให้เราเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาบอกไหมถ้าเราเลี้ยงลูก เขาจะให้ต่อเดือนเท่านี้ ไม่ต้องรับงานในวงการ?
แนน : ไม่เคยตกลงว่าเขาต้องให้ต่อเดือนเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าเขาก็รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด เราแทบไม่ต้องจ่ายอะไรเลย เราจ่ายในส่วนของเรา เช่นเราอยากซื้อเสื้อผ้า อยากซื้อของใช้ของเราเอง แต่ว่าที่เหลือแทบไม่ต้องออกอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนนินทาไหมว่าได้สามีรวยก็ทิ้งงานในวงการหรือเปล่า?
แนน : ไม่ใช่หรอกค่ะ สามีไม่ได้รวยอะไรมาก ไม่ได้เป็นไฮโซ เป็นคนจีนธรรมดานี่แหละ แต่ว่าเขาเป็นคนทำมาหากิน สร้างเนื้อ สร้างตัว มีบริษัทเป็นของตัวเอง เราก็ใช่เท่าที่จำเป็น เขาเคยถามว่ารวยของแนนต้องมีเงินเท่าไหร่ มีแค่นี้พอใช้ในชีวิตประจำวันไหม เรามีเงินสดส่งลูกเรียนก็พอแล้ว ไม่ต้องโหยหาอะไรอีก แต่อย่าใช้เงินเกินตัว คือเขามาจากไม่มี ไม่ได้เป็นลูกคนรวย ไฮโซ หรือนักเรียนนอก เขามาจากศูนย์ เขาทำงานเก็นเงินจนเขามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลิตา เฟื่องอารมย์, อดีตนางเอก, แนน ชลิตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db1d746a82a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ้อน&#039;เปิดใจหลังหายไปกว่า10ปี ลั่นอยากขอโทษ&#039;ดู๋ สัญญา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หายหน้าหายตาไปนานกว่า 10ปี สำหรับอดีตนักร้อง-นางเอกสาว อ้อน-เกวลิน คอตแลนด์ ที่ล่าสุดมาเปิดใจทั้งเรื่องของความรักต้องห้ามที่ถึงขั้นโดนลงโทษเพราะคบกันในที่ทำงาน รวมไปถึงเหตุที่ค้างคาใจและอยากจะกล่าวคำว่า &amp;quot;ขอโทษ&amp;quot; กับพิธีกรชื่อดัง ดู๋-สัญญา คุณากร ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไปอยู่ที่ไหน ทำอะไรมา
อ้อน : หลายคนก็จะบอกว่าหาย แต่จริงๆในใจอ้อนก็ไม่ได้หายนะ แต่ว่าแค่ไม่ได้รับละคร คนจะติดภาพเราเล่นละครบ่อย แล้วพออ้อนไม่รับละครเลยก็เลยหายไป จบจากละครปุ๊บก็ไปเป็นนักร้องเต็มตัว แล้วหลังจากนั้นก็เดินสายทัวร์คอนเสิร์ต มีเพลง ก็กลายเป็นว่าภาพละครคือหายไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนเป็นนักร้องก็คือดังมาก
อ้อน : ค่อยๆดังมากกว่า ตอนนั้นอ้อนน่าจะเป็นนักร้องคนเดียวในประเทศไทยมั้งที่เพลงเดียว อัลบั้มเดียวทัวร์ไป 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ลูก 2 คนแล้ว
อ้อน : อิคคิว 10 ขวบ ไอค่อนจะ 4 ขวบ จริงๆอิคคิวเป็นลูกของสามี ไม่ได้แต่งงาน เขามาแต่งงานกับอ้อน อ้อนเลี้ยงเขามาตั้งแต่แบเบาะ เดิมทีอ้อนไม่ได้เป็นคนรักเด็ก เป็นคนเลือกที่จะทำงาน แล้วด้วยความที่เราทำงานมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วไม่เคยอุ้มหลานคนไหนในบ้านเลย แล้วเราก็ไม่ชอบเด็ก เวลาอ้อนทำงานอ้อนก็จะบอกว่าอ้อนไม่ชอบเด็กเลย แล้วต้องมาดูแลเขา มาอยู่กับเขา คำเดียวก็คือเรารักแฟนเรา แล้วรักทุกคนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลัวไหมว่าจะเกิดการรักเด็กสองคนไม่เท่ากัน
อ้อน : เราพยายามให้เขารู้สึก คือซื้ออะไรก็จะมีทั้งสองอัน แล้วก็จะพยายามบอกเขาตลอดว่าที่ไปที่มาเป็นยังไง มันก็จะมีโมเมนต์ที่เขาจะไปคุยกับพ่อเขาจริงๆ ว่าแบบแม่ไม่ชอบเด็กเหรอ แม่ไม่รักเด็กใช่ไหม อิคคิวต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองใช่ไหม ต้องพัฒนาใช่ไหม คือเขาพยายามเข้าหาเราด้วย อ้อนก็พยายามที่จะปรับตัว แล้วก็พยายามไม่แบกอะไร ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนประเภทเพอร์เฟคชั่นนิสต์ คือทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย แล้วจะมีโมเมนต์หนึ่งที่อ้อนแยกออกมาจากบ้านแม่อ้อน แต่ก่อนต้องบอกก่อนว่าอยู่กับแม่ อยู่กับน้องคืออ้อนเป็นครอบครัวใหญ่ แล้วพอตัดสินใจเอาเขามาเลี้ยงที่กรุงเทพฯ เขาเพิ่งมาจากเชียงราย เขาเพิ่งย้ายโรงเรียน เพิ่งมาอยู่เมื่อ พฤษภาคม ที่ผ่านมา เลยกลายเป็นว่าครอบครัวอ้อนตอนนี้ต้องปรับเป็นการใหญ่ ก็คือเหมือนแยกออกมาแล้วมาสร้างครอบครัวกันเอง เขาก็เลยบอกว่าออกมาตรงนี้ เพราะอิคคิวใช่ไหม ต้องมาหาโรงเรียนนู้น นี่นั่น ก็กลายเป็นว่าปีนี้ของอ้อนปรับตัวเยอะมากและยุ่งมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวยมากแต่ก็ยังสอนให้ลูกรูกจักคุณค่าของเงิน
อ้อน : ใช่ คือ อ้อนมาจากการที่เราลำบากกว่าการที่เราจะได้เงิน แล้วพ่อแม่ก็ไม่ได้มีฐานะอะไร แล้วเราจำความลำบากของแม่ได้ บวกกับกว่าที่อ้อนจะมีวันนี้ได้ กว่าที่อ้อนจะได้ทำงาน กว่าที่อ้อนจะได้เก็บเงิน อ้อนก็มาจากไม่มีมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่อ้อนบอกว่าลำบากนี่ลำบากขนาดไหน
อ้อน : เคยมีเงินเหลือแค่ 400 บาทในชีวิต ตอนนั้นเราก็เข้าวงการแล้ว คือมันมีช่วงหนึ่งที่อ้อนไปทำธุรกิจส่วนตัว แล้วเรารอเงินที่มันจะเกิดขึ้น ช่วงเวลานั้นก็มีแค่นั้นจริงๆ กับสามี ก็เลยทำให้ความรักที่มีต่อสามี เรามองไม่เห็นเลยว่าเราจะทะเลาะกันได้วันไหน เรามองไม่เห็นเลยว่าเราจะมีวันเลิกกับเขา เพราะเราผ่านความลำบากมาด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนไปสมัยตอนที่เราเด็กๆ ทานข้าวต้องทานจานเดียวกัน
อ้อน : คุณแม่เล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนแม่เลี้ยงลูกมาทุกคน อ้อนเป็นพี่คนโตแล้วมีน้องสาวอีก 2 คน ก็เลยรู้เลยว่าแม่กว่าจะเลี้ยงเราลำบากมาก เขาบอกว่าเขาล่ามโซ่ขาลูกเอาไว้แล้วเขาก็ทำงาน ต้องรอพ่อกลับมาก่อนที่จะได้กินข้าวจานเดียวกัน หมายความว่าแม่ไม่สามารถเหลือเงินที่จะซื้อข้าวได้อีกจาน ต้องรอกินพร้อมพ่อ แล้วเงินที่เหลือก็เป็นค่านมให้อ้อนกับน้องสาว เราเห็นความยากลำบากของแม่ พอโตขึ้นมาหน่อยบ้านเราอยากจะกินหมอนทอง แม่ก็เล่าให้ฟังว่า ต้องไปกู้เขาลูก กู้เงินเพื่อได้กินหมอนทองกันทั้งบ้าน แล้วพวกเราก็นั่งล้อมวง ตั้งหน้า ตั้งตาเพื่อจะได้กินของอร่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอเข้าวงการบันเทิง มันทำให้ครอบครัวดีขึ้นไหม
อ้อน : ดีขึ้นมาก เป็นครั้งแรกที่เราได้เงินแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือเริ่มแรกคุณพ่อพาไปประกวด
อ้อน : ใช่ คอฟฟี่เมต ชาเลนจ์ ตอนนั้นเราเฉยๆ ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ต้องไปเจออะไร พ่อก็เลยบอกให้ไปทำก็ไปทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซื้อบ้านได้ตำแหน่ง
อ้อน : ใช่ แต่ตอนเขาบอกคุณผ่านการคัดเลือกให้ไปสัมภาษณ์ ดีใจมากนะคะ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปเจออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสดงว่าการเข้าวงการบันเทิงคือการพลิกชีวิตของครอบครัวอ้อน
อ้อน : มากเลยค่ะ แต่บอกตรงๆ อ้อนไม่เคยกลัวความยากจนเลย ถึงแม้ว่าขึ้นสุดแล้วลงสุดก็ไม่เคยกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วตอนที่อ้อนมาเล่นละครเห็นว่า พี่ดู๋ สัญญา เป็นคนพาไปเล่น เห็นว่าอ้อนอยากขอโทษพี่ดู๋ด้วย มันเรื่องอะไร
อ้อน : คืออยากจะบอกว่ามามีชื่อเสียง มีละครให้ทุกคนได้เห็น มาจากการเลือกในวันนั้นของพี่ดู๋ หลังจากที่เราชนะคอฟฟี่เมตชาเลนจ์ เรายังไม่มีโอกาสได้ร้องเพลง แต่มีพี่เขาพาไปแคสติ้งบริษัทหนึ่ง แล้วนั่นคือผลงานชิ้นแรกที่พี่ดู๋เป็นผู้กำกับครั้งแรก แกก็เลยอยากมีส่วนร่วมในการแคสติ้ง นั่นก็คือวันแรกที่อ้อนได้เจอพี่ดู๋ พี่ดู๋บอกให้ทำอะไรอ้อนทำหมดเลย แล้วพี่ดู๋ก็เลยบอกว่า ฉันเอาคนนี้ ปรากฎพอวันไปออกกองถ่ายจริงๆก็เรียบร้อยเลย อยู่ๆเป็นอะไรไม่รู้ ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง อ้อนกลายเป็นนักแสดงที่เดินไปด้วยพูดไปด้วยไม่ได้ ต้องหยุดแล้วค่อยพูด ถึงขั้นพี่ดู๋พูดใส่หน้าอ้อนว่าพี่ผิดเองที่เลือกเรา ตอนนั้นเราก็รู้สึกอยากตาย รู้สึกขอโทษมากๆ ร้องไห้ไม่รู้กี่รอบ แล้วบอกกับตัวเองว่าฉันจะไม่เล่นละครอีกต่อไป แต่มาอีก 50 เรื่องจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าตอนนี้พี่ดู๋ ดูอยู่อยากบอกอะไรกับเขา
อ้อน : ไม่เคยมีโอกาสได้บอกพี่ดู๋เลย เพราะอ้อนรู้สึกว่าอ้อนกลัวพี่ดู๋ อยากขอบคุณพี่ดู๋มากๆ ที่เลือกอ้อนวันนั้น พี่เลือกไม่ผิด แล้วอ้อนมามีทุกอย่างวันนี้ได้ ครอบครัว แล้วลูกๆหลานๆที่นั่งอยู่ตรงนี้ มาจากการที่พี่ตัดสินใจเลือกอ้อนในวันนั้น ไม่รู้จะกราบขอบพระคุณและทดแทนบุญคุณพี่ยังไง ขอบคุณมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะจุดตรงนั้นหรือเปล่าที่ทำให้อ้อนพยายามเอาชนะคำดูถูก ฉันต้องทำให้ได้
อ้อน : เป็นไปได้ เพราะหลังจากเรื่องเจ้าพ่อจำเป็น เรื่องนั้นปุ๊บ เรื่องต่อไปเป็นละครที่คนทั่วประเทศไทยรู้จัก เกวลิน เลย คือบ้านสอยดาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายคนบอกว่าอ้อนแต่งงานกับสามีรวย สามีเลี้ยงก็เลยหายไปจากวงการ
อ้อน : ไม่ใช่เลย คือจริงๆอ้อนบอกก่อนว่าอ้อนเป็นคนเชื่อเรื่องเดสตินี่ มาก เพราะว่าเราเชื่อว่าความรักของพ่อกับแม่เป็นไอดอลของอ้อน พ่อกับแม่เล่าให้ฟังว่ากว่าที่แกจะรักกันได้ แกส่งจดหมายหากัน แล้วแม่ได้รับจดหมายจากพ่อถึง 5 ปี เต็มหีบเลยแต่ก็สามารถอยู่ด้วยกันได้แล้วความตายก็แยกทั้งคู่ออกจากกัน อ้อนเชื่อว่าถ้าของที่มันใช่มันก็จะอยู่กับเรา แต่ถ้าของที่มันไม่ใช่ต่อให้รักกันมากแค่ไหนมันก็ไม่อยู่ เพราะฉะนั้นอ้อนเลยอยู่กับเขา เราเจอกันเป็นพี่ เป็นน้อง สวัสดีกัน แค่นี้ 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะมันเป็นรักต้องห้ามหรือเปล่า เขาว่าคู่ของคุณเป็นคู่ที่รักกันไม่ได้
อ้อน : ไม่ คือต้องบอกแบบนี้ พอรักแล้วมันดันมีประเด็นนี้ สั่งห้ามว่าไม่ให้รักกัน แต่ก่อนหน้านี้อ้อนไม่เคยสปาร์คกับเขานะคะ คือรู้สึกเป็นพี่เป็นน้องจริงๆ จนกระทั่งได้มีโอกาสได้นั่งคุยแล้วได้แลกไลน์ ประเด็นคืออ้อนอยากจะไปซื้อหนังสือ แล้วเขาชอบอ่านหนังสือ เขาแนะนำหนังสือให้อ้อนเล่มหนึ่ง อ้อนแค่อยากจะบอกว่า เห้ย...อ้อนไปซื้อถูกเล่ม ส่งให้พี่ดูนะ แค่นั้นเอง แล้วหลังจากนั้นเขาก็เริ่มคุยกินข้าวหรือยัง ทำอะไร แล้วเรารู้สึกว่าเราอยากคุยกับเขา ทำไมรู้สึกดีจังเวลาได้คุยกับเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วใครมาห้ามไม่ให้คุณรักกัน
อ้อน : ธุรกิจที่ทำมันมีกฎของผู้บริหารว่าห้ามรักกัน อ้อนว่าที่ไปที่มาของกฎนี่มันมาจากการที่คู่อื่นๆ ทำไว้ไม่ค่อยดี คู่อื่นๆทำให้รูปแบบธุรกิจมันเสียหาย แล้วมีการเสียผลประโยชน์ของธุรกิจเกิดขึ้น ก็เลยถูกสร้างกฎนี่ขึ้นมา ตอนนั้นก็แหกกฎ กลายเป็นคู่เดียวแล้วคู่สุดท้ายของบริษัท ทุกวันนี้ก็ยังทำงานอยู่ที่บริษัทเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่ามีการลงโทษด้วย
อ้อน : โห...ถ้าบอกนี่คือละครเรื่องหนึ่งเลยนะ ก็ห้ามคุย ห้ามเจอ ไม่งั้นจะถูกเก็บภาพไปฟ้อง ยิ่งกว่าสมัยตอนเป็นดาราอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าคบกัน
อ้อน : มีคนไปบอก คืออ้อนวางงานเป็นหลักอยู่แล้ว เพราะเรารับผิดชอบ โตเป็นผู้ใหญ่พอรู้ว่าอะไรสำคัญ เรื่องความรัก และเรื่องครอบครัวคือเป็นเรื่องรองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอ้อนจะเจอเขาเดือนหนึ่งไม่เกิน 5 วัน แล้วจะเจอในเส้นทางที่ป้ะเจอกันพอดี หมายถึงว่าเขาอยู่แถวนั้นพอดี พอเจอกันก็มีคนเก็บภาพไปบอกผู้บริหารใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วบทลงโทษนั้นคือ
อ้อน : ถูกแบนไม่ให้ขึ้นสอน ไม่ให้ขึ้นเป็นเทรนเนอร์บนเวที แล้วสื่อการให้ความรู้บนเวทีถูกถอดออกทั้งหมด แล้วพี่นิคมโดนไล่ให้ไปบวชเป็นพระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมเราไม่ลาออกแล้วหางานใหม่
อ้อน : เอาจริงๆมันคือกฎ อ้อนยอมรับว่าอ้อนทำผิดกฎ มันเป็นกฎที่เรารู้อยู่แล้ว แล้วเราเป็นผู้บริหาร แล้วเราไปทำแบบนั้นมันเป็นอะไรที่ไม่ดีอยู่แล้ว เรายอมรับผิด เราก็ชวนกันขึ้นตำแหน่งสร้างยอดขาย คือมันยากมาก ตำแหน่งที่อ้อนบอกมันสร้างวอลุ่มแบบดับเบิ้ลเลยกว่าจะได้อีกขั้น แต่อ้อนข้ามได้ถึงสองขั้นเลย แล้วไม่ใช่อ้อนคนเดียว เราช่วยกันพาทีมงานอ้อนขึ้นด้วย ก็เลยกลายเป็นไม่ได้มีอะไรเสีย คบกันมีแต่เรื่องดี องค์กรก็มีความรู้ขึ้น แล้วช่วยกันทำมาหากิน เขาก็เงียบไปปล่อยให้งานแต่งงานเกิดขึ้น แต่ขณะเดียวกันไม่มีใครสามารถไปได้ในงานแต่งของอ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจากอินสตาแกรม aon.kevlin&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48257</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดู๋-สัญญา คุณากร, สัญญา คุณากร, อดีตนักร้อง, อดีตนางเอก, อ้อน เกวลิน, อ้อน-เกวลิน คอตแลนด์, เกวลิน คอตแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da854f082f58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เอ๊ะ อิศริยา’กับชีวิต2บทบาท บนเส้นทางของผู้จัดฯและด็อกเตอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขึ้นแท่นเป็นผู้จัดละครมาพักใหญ่แล้ว สำหรับอดีตนางเอกสาวหน้าหวาน เอ๊ะ-อิศริยา สายสนั่น ที่ก่อนหน้านี้ทั้งทำงาน ทั้งเรียนปริญญาเอก ทำให้เจ้าตัวต้องเหนื่อยเป็นสองเท่า แต่เมื่อประสบความสำเร็จแล้วก็หายเนื่อย ล่าสุดอดีตนางเอกสาวได้มาเผยถึงชีวิตการทำเบื้องหลังตั้งแต่เริ่มจนมาถึงผลงานละครเรื่องใหม่&amp;nbsp; &amp;ldquo;สางนางพราย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เหนื่อยนะคะก่อนหน้านั้นรู้สึกว่ามันเหนื่อยมาก แต่ว่าก็ดีใจที่ผ่านมาได้ 4 ปีมันเหมือนเร็วมาก แต่ระหว่างวันตอนนั้นมันยาก แต่พอวันนี้มองกลับไป 4 ปีแล้วก็สำเร็จด้วยดี แฮปปี้มากๆ คือมันเป็นความฝันตั้งแต่เด็กนะคะ เรารู้สึกว่าการเป็นดารามันไม่ใช่ความฝันเพราะว่ามันเหนือฝัน แต่สำหรับการเรียนปริญญาเอกเป็นความฝันซึ่งคิดว่าเราต้องเป็นให้ได้ เราต้องทำได้ อย่างน้อยมันก็เป็นเหมือนการต่อสู้กับตัวเอง ที่เราฝืนตอนนั้น ก่อนที่จะมาสอบก็คิดว่าจะได้เหรอ เวลามันจะได้เหรอเพราะว่าผู้จัดก็ยังเพิ่งเริ่มมันก็เครียด แต่ว่าคุณแม่ก็บอกว่าสอบไปให้ได้ เราก็เลยรู้เลยว่าถ้าเราตั้งใจมันจะต้องได้ค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การผันตัวจากนักแสดงสู่บทบาทผู้จัดละคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เป็นผู้จัดมา 6 ปีกว่าค่ะ ทำละครมา 10 เรื่อง จากตอนที่เป็นนางเอกแล้วผันตัวเองมาเป็นผู้จัดคือเร็วมาก เอ๊ะเป็นผู้จัดก่อนอายุ 30 ค่ะ ถือว่าเร็วมากนะคะ แต่เรารู้ว่าเรามีไอเดียอยู่ในหัวเราตลอด เพราะว่าตั้งแต่อยู่กันตนาเราเป็นเด็กที่ชอบเข้าไปในห้องตัดต่อ ชอบอยู่บนรถโอบี ใฝ่รู้ ชอบเรียนรู้อะไรไปเรื่อยๆ จนพอวันที่มันเป็น มันก็ช่วยเราได้เยอะมาก เจอปัญหาอะไรเราก็จะนึกได้ว่า อ๋อตอนที่เราเป็นนักแสดงเราเคยเจอแบบนั้น ก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าโชคดีที่เราได้เริ่มเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จริงๆตอนนั้นรู้สึกว่ายังรักละครเสมอ ทุกวันนี้ก็ยังรักละครเสมอ เพียงแต่ยอมรับว่าเราเล่นมามันเยอะมากแล้ว แล้วเราข้าใจในฐานะผู้จัดว่าเขาก็คงจะมองว่าจะให้เราเล่นเป็นนางเอกน่าสงสารเหรอ ก็เล่นมาจนไม่รู้จะยังไง จะให้เล่นบู๊มันก็ไม่ใช่ทาง เหมือนจะรับละครแต่ละเรื่องเราก็จะคิดเยอะ เรารู้สึกว่ามันมีข้อจำกัดเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นเราเปิดโลกของเราใหม่ ให้เหมือนไปเริ่มต้นอะไรใหม่ เริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ๆมันจะทำให้เราตื่นตัวมากขึ้น ก็ไม่คิดว่าเร็วเกินไปนะคะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเป็นนางเอก เป็นผู้จัดฯ และการเรียน ทุกอย่างเป็นเรื่องยากในแต่ละช่วงวัย แต่เมื่อเลือกแล้วผู้หญิงคนนี้จะไม่ยอมแพ้!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มันยากคนละแบบค่ะ ตอนนั้นที่แสดงเราเด็กแค่ 14 เราก็จะรู้สึกว่าเราทำไม่ได้เรานู่นนี่นั่นเป็นปัญหาคนอื่น มันก็ดูใหญ่สำหรับคนวัยนั้น แต่การเป็นผู้จัดเราต้องคุมคนเป็นร้อย มันก็ยากสำหรับวัยนั้นเพราะเราก็เด็กเหมือนกัน แต่ถ้าถามว่ายากมากกว่าน้อยกว่า เอ๊ะว่ามันยากคล้ายๆกัน เพราะว่าตอนนั้นวัยวุฒิวัยเราก็ต่างกัน เพียงแต่ว่าข้อดีขอองเราอย่างหนึ่งคือเป็นคนที่เจออะไรยาก จะไม่ท้อ &amp;nbsp;เป็นคนกลัวนะคะเวลาที่เจออะไรยากแต่พอเจอปุ๊บเราสู้ตายค่ะ &amp;nbsp;เหมือนการเรียนก็เหมือนกัน พอจะสอบเราก็จะกลัวแต่ว่าพอได้สอบปุ๊บให้ตายยังไงฉันก็จะสู้ แบบสู้ยิบตาค่ะ ทำให้เรารู้สึกว่าเราก็มีความสุขกับทุกอย่างที่เราทำค่ะ แต่เราเลือกแล้วนะคะ ข้อดีของเอ๊ะก็คือเอ๊ะเป็นคนเลือกแล้วเอ๊ะไม่ได้ถูกบีบบังคับให้ทำ ถ้าเอ๊ะถูกบังคับ เอ๊ะอาจจะฝ่อไปเลย แต่เอ๊ะเลือกแล้วว่าเอ๊ะจะทำอันนี้ &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นเอ๊ะเป็นคนเลือกยากค่ะ เหมือนเอ๊ะจะเล่นละครแต่ละเรื่องเอ๊ะเลือกยากมาก แต่ถ้าเลือกแล้วเจออะไรยากเอ๊ะก็สู้ตาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือเป็นผู้จัดละครสายสยองขวัญ ที่มักจะเห็นสาวเอ๊ะทำละครผีตลอด ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;สำคัญที่สุดเอ๊ะว่ากลุ่มเป้าหมาย แฟนละครช่อง 8 ก็จะมีความเป็นคนทำงานผู้ใหญ่ ซึ่งถ้าเป็นวัยรุ่นเอ๊ะว่ามันก็อาจจะไม่ใช่ อาจจะไม่ถูก เราทำเพื่อให้คนดูเขามีความสุขเพราะฉะนั้นเราต้องรู้ว่าความสุขของคนดูคืออะไร เราก็จะรู้ว่าคนดูช่อง 8 โตหน่อย คนทำงานไม่ใช่วัยรุ่นสิบกว่า ก็จะมีแบบยี่สิบกว่าสามสิบสี่สิบ เราก็ต้องทำเพื่อให้เขาชื่นชอบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ละครผีความเชื่อมันอาจจะเข้าถึงได้ง่าย แต่สิ่งสำคัญไม่ว่าเอ๊ะจะทำผี พีเรียด ยุคปัจจุบัน หรือยุคอดีต สิ่งสำคัญที่สุดคือละครมันไม่ลึกลับเกินไป ดูได้ง่ายแล้วครบรสสนุก สำคัญคือความสนุกค่ะ คือทุกวันนี้เรารู้สึกอยากขอบคุณคนดูว่าแป๊บๆ เราทำละครมา 10 เรื่องแล้วเหรอเนี่ย ถ้าคนดูไม่ตอบรับดีเราอาจจะไม่มีโอกาส ก็พยายามทำให้แปลกใหม่ให้คนดูชื่นชอบมากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนนักแสดง อย่างพี่อั๋น เราก็เคยเล่นละครด้วยกันมาก่อน &amp;nbsp;ก็บอกพี่อั๋นไปว่าบทมันเหมาะกับพี่อั๋นนะ แล้วมันไม่ได้เล่นเป็นแค่สุภาพบุรุษ มันมีพาร์ตที่เป็นแรงๆ ใช้อำนาจ ซึ่งเขาก็เป็นนักแสดงมีฝีมือเขาเล่นได้อยู่แล้ว และเขามีเสน่ห์ของความเป็นสุภาพบุรุษซึ่งเอ๊ะว่าคนดูน่าจะรับได้ไม่ยาก จริงๆเห็นจากสาปภูษาที่เล่นด้วยกัน คือตัวนี้มันต้องมีความเป็นสุภาพบุรุษ เราก็เลยติดต่อเขา ซึ่งก็คอนเฟิร์มกันมาสักพักแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอใจแล้วกับเส้นทางที่เลือก...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ถามว่าคิดถึงการแสดงไหม เอ๊ะว่าความคิดถึงของเอ๊ะมันอาจจะไม่ได้มาก เพราะว่าเอ๊ะออกกองทุกวัน เอ๊ะก็จะคุ้นเคยกับกองถ่าย เพียงแต่ว่าหลายๆคนที่เขาอาจจะไปดูยูทูบย้อนหลังละครที่เอ๊ะเล่นแล้วเขาก็จะคิดถึง บางคนบอกว่าเนี่ยชอบมากเลยเงาอโศก เอ๊ะขนลุกเลย เงาอโศก 20 ปีแล้ว รู้สึกดีใจนะคะที่คนเขายังจำเราได้ในขณะที่นักแสดงก็เยอะมาก เราก็ดีใจแต่ว่าถ้าจะกลับมาเล่นก็ต้องพร้อมที่สุด จะไม่ทำให้เป็นปัญหากับกองถ่าย แล้วก็ต้องเป็นบทที่เรารู้สึกว่ากลับมาแล้วมันตื่นเต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้เส้นทางที่เราเลือก พอใจมากเพราะว่าเราเลือกแล้วและเราสามารถเรียนได้ สิ่งที่สำคัญเลยคือตอนที่เป็นนักแสดง ปัญหาสำคัญที่สุดตอนที่มาเป็นผู้จัดเพราะว่าอยากเรียนด้วยค่ะ เพราะเรารู้ว่าถ้าเราเป็นนักแสดงเราเรียนไม่ได้หรอกปริญญาเอก ถึงเรียนได้เราจะเอาตัวเองเป็นหลักก็จะสร้างปัญหาให้กอง เราไม่อยากสร้างปัญหาให้ ก็เลยเบนเข็มมาว่าเราคงต้องเปลี่ยนอะไรที่มันไม่ได้ฟิกซ์เวลาในการทำงาน ก็รู้สึกว่าดีใจที่สุดก็คือสามารถเรียนจบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอบคุณคนดู ขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส ขอบคุณทุกโอกาส วันนี้ขอบคุณได้เต็มที่เพราะว่าเอ๊ะได้ทำในสิ่งที่เอ๊ะคาดหวัง คือการเรียน &amp;nbsp;เอ๊ะรู้สึกว่าแฮปปี้แล้ว คือบางคนจะมีเป้าหมายที่ต่างกัน แต่สำหรับเอ๊ะเป้าหมายของเอ๊ะคืออยากเป็นด๊อกเตอร์ก่อน 40 ซึ่งเอ๊ะ 30กว่า ก็เลยรู้สึกว่าเอ๊ะสบายใจแล้ว บางทีเราทำละครใช่ว่าจะมีแต่ชมนะคะ ด่าก็มี แต่ไม่โกรธเลย ขอบคุณที่อย่างน้อยเขาก็ยังดู เรารับฟังทุกอย่างฟีตแบ็คทุกคนที่เขามีมาไม่เคยทิ้งเลย ขอบคุณด้วยซ้ำที่เขาติเรา แล้วเราจะมีโอกาสทำละครให้เขาติได้ มันก็โอเคแล้ว ทั้งตอนที่เป็นนักแสดงและเป็นผู้จัดนะคะ ขอบคุณมาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46335</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด็อกเตอร์, ปริญญาเอก, ผู้จัดละคร, สางนางพราย, อดีตนางเอก, อิศริยา สายสนั่น, เอ๊ะ อิศริยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190922/image_big_5d872932b20b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
