<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!ศรีสุวรรณยื่นป.ป.ช.ฟัน11ส.ส.เพื่อไทยวิดีโอคอลแม้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - ที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้ คณะกรรมการป.ป.ช.ตรวจสอบและวินิจฉัยกรณีนายทักษิณ ชินวัตร&amp;nbsp;ufa888goal อดีตนายกรัฐมนตรีวิดีโอคอลเข้ามาพูดคุยกับ ส.ส.และผู้บริหารของพรรคเพื่อไทย (พท.) กลางวงงานเลี้ยงสังสรรค์ ในพื้นที่ย่านเหม่งจ๋าย เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือครอบงำหรือชี้นำพรรคการเมืองหรือไม่&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การจัดเลี้ยงสังสรรค์ดังกล่าวมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก แต่ปรากฏว่ามีการเสิร์ฟไวน์หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในงานเลี้ยงดังกล่าวด้วย ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนด ฉบับที่ 34 ที่ออกตามความใน ม.9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 ประกอบ ม.34(6) ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งผู้ที่อยู่ในงานเลี้ยงดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง บางคนเป็นถึงผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนฯ&amp;nbsp;


แทงสล็อต แต่กลับปรากฏว่าได้กระทำเสียเองซึ่งอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันอาจเป็นความผิดตามกฎหมาย ซึ่งอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.ที่จะทำการไต่สวน วินิจฉัย และเสนออัยการฟ้องต่อศาลเพื่อลงโทษให้พ้นจากตำแหน่งและตัดสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การที่ ส.ส.และผู้บริหารของพรรคเพื่อไทย มีปฏิสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับนายทักษิณ ถึงขนาดให้วิดีโอคอลเข้ามาพูดคุยด้วย อาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืน ม.28 ของ พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ได้เพราะกฎหมายดังกล่าวกำหนดว่า &amp;ldquo;ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้ พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม


แทงหวยออนไลน์ &amp;rdquo; ส่วนนายทักษิณก็อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน ม.29 ที่กำหนดว่า &amp;ldquo;ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกพรรคการเมืองกระทําการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่า โดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม&amp;rdquo; สมาคมฯจึงต้องไปร้องให้ กกต.วินิจฉัยว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ด้วย เพราะอาจเข้าข่ายความผิดตาม ม.92(3) ของกฎหมายดังกล่าวและ กกต.มีหน้าที่ที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ส.ส.และผู้บริหารพรรคเพื่อไทยที่ปรากฏในงานเลี้ยง อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นายเกรียง กัลป์ตินันท์, นายไชยา พรหมมา, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล, นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์, นายนพ ชีวานันท์, นายชลน่าน ศรีแก้ว, น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี และนายภูมิธรรม เวชยชัย&amp;nbsp; &amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120296</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายทักษิณ ชินวัตร, นายศรีสุวรรณ จรรยา, พท., พรรคเพื่อไทย, วิดีโอคอล, อดีตนายกรัฐมนตรี, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fab05481d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 23:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม้วโผล่ซัด15ปีรัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; โผล่ทวีต 15 ปีรัฐประหาร ซัดเผด็จการซ่อนรูปว่ารักชาติ-สถาบัน นำประเทศถอยหลัง &amp;quot;โฆษก พท.&amp;quot; ชี้ปี 49 คือหลุมดำของคนไทย &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; สวนหากผู้นำไม่โกงคงไม่เกิดรัฐประหาร &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; จี้เร่งแก้ รธน.ฉบับ ปชช.ช่วยหนีวงจรยึดอำนาจ &amp;quot;คาร์ม็อบ&amp;quot; พรึ่บแยกอโศก &amp;quot;เต้น&amp;quot; ปลุกม็อบไล่ประยุทธ์ ลั่นวันเดียวก็รอไม่ได้ &amp;quot;ส.ศิวรักษ์&amp;quot; บอกถ้าชนชั้นกลางร่วมม็อบมีโอกาสสำเร็จไว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงสถานการณ์การชุมนุมว่า มีกลุ่มนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ที่มีการนัดชุมนุมในเวลา 14.00 น. ในรูปแบบคาร์ม็อบที่แยกอโศก ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และกลุ่มทะลุแก๊สที่นัดในเวลา 17.30 น. ที่บริเวณแยกดินแดง บช.น.ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า 15 ปีที่แล้วของวันนี้ คือวันที่โอกาสประเทศไทยและคนไทยในสังคมโลกยุคใหม่สูญเสียไปอย่างมากและต่อเนื่อง เพราะการนำประเทศถอยหลังด้วยระบบเผด็จการที่โลกทัศน์คับแคบ ห่วงแต่สถานภาพตัวเอง แต่ซ่อนรูปอยู่ในคำว่ารักชาติและรักสถาบัน บัดนี้ถูกพิสูจน์แล้วว่าเผด็จการต้องยุติและคืนประชาธิปไตยให้กับประเทศชาติและประชาชนได้แล้ว การรัฐประหารโดยทหารและตุลาการคือหายนะของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมติดแฮชแท็ก #รัฐประหารโดยทหารคือหายนะของชาติ และ #รัฐประหารโดยตุลาการคือหายนะของชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า รัฐประหารในปี 2549 คือการบ่อนทำลายช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของคนไทยให้ตกลงไปสู่หลุมดำที่ไม่มีทางปีนกลับขึ้นมาแม้เสี้ยวหนึ่งของจุดเดิมได้ สิ่งเดียวที่จะทำให้ความชั่วร้ายที่ชื่อรัฐประหารหมดไป คือความรู้สึกสำนึกชอบในความเป็นคน ของใครก็ตามที่มีส่วนเริ่มต้นที่ทำให้มันเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ตอบโต้ น.ส.อรุณีทันทีว่า หากบ้านเมืองเป็นไปได้ด้วยดี มีความสงบสุข ผู้นำประเทศไม่โกงกินหรือหาแต่ผลประโยชน์ใส่ตัว การรัฐประหารก็คงจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ที่ผ่านมาการรัฐประหารทั้งในช่วงของนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เกิดจากประชาชนไม่พอใจผู้นำที่เข้ามาเพื่อแสวงหาแต่ผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน มีการทุจริตต่างๆ มากมายจนทำให้ประชาชนนับแสนนับล้านทนไม่ไหวออกมาขับไล่ สุดท้ายจะต้องรัฐประหารเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบ และตัดวงจรการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นมากมายเต็มแผ่นดิน
ผู้นำโกงจนเกิดรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในขณะที่นายทักษิณหรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ ก็ไม่ได้ทำให้ประชาชนในประเทศหายยากจน มิหนำซ้ำยังทำให้ชาวนาต้องทนทุกข์ทรมานจากนโยบายรับจำนำข้าว จนชาวนาผูกคอตายไปหลายคนแล้ว ซึ่งโฆษกพรรคเพื่อไทยต้องหัดมองอย่างรอบด้านและยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นด้วย เพิ่งมาเป็นโฆษกพรรคไม่นาน ไม่ได้รู้สีรู้สาอะไรเลย คงไม่รู้ข้อเท็จจริงมากไปกว่าคนชื่อแรมโบ้หรอก เพราะเคยอยู่ในครอบครัวนี้ที่สร้างแต่ปัญหาให้บ้านเมือง ปล่อยให้มีการทุจริตเชิงนโยบายและโกงกินมากมาย เพื่อแสวงหาความร่ำรวยให้ครอบครัววงศ์ตระกูลตัวเองมากกว่า&amp;quot; นายเสกสกลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กรำลึก 19 กันยา ถอดบทเรียน 3 รัฐประหาร จากพฤษภาทมิฬ ถึงม็อบราษฎร ตอนหนึ่งระบุว่า อยากจะสรุปบทเรียนของ 3 รัฐประหาร จากพฤษภาทมิฬ ถึงม็อบราษฎร ว่าตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 35-ปี 64 เป็นเวลา 29 ปี กงล้อประชาธิปไตยไทยตกหล่มอยู่กับที่ ประชาธิปไตยไทยในปัจจุบันถอยหลังไปกว่า 40 ปี สิทธิพลเมืองถูกด้อยค่า ประเทศตกต่ำ ล้าหลัง แต่เผด็จการพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นโดยผ่านรัฐธรรมนูญปี 60
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เผด็จการสร้างกลไกในการสืบทอดอำนาจของตัวเองอย่างมั่นคง และวางแผนที่จะปกครองประเทศนี้อีกยาวนาน ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เขียนควบคุมการบริหารประเทศไว้ทุกด้าน การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เพิ่งผ่านสภาไปเมื่อไม่กี่วันนี้ ก็แก้เพียงระบบเลือกตั้ง ซึ่งไม่สามารถทำให้ฝั่งประชาธิปไตยชนะได้อย่างแท้จริง เพราะถึงแม้ว่าพรรคฝั่งประชาธิปไตยจะชนะเลือกตั้ง แต่ก็ต้องฝ่าด่านแรกว่าจะชนะ ส.ว. 250 คน และถ้าชนะ ส.ว. 250 คนได้ แต่จะไม่สามารถบริหารงานภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ จะถูกคว่ำภายในเวลา 3 ถึง 6 เดือน และนายกฯ จากฝั่งประชาธิปไตยก็ถูกดำเนินคดีตามกลไกที่ฝ่ายเผด็จการวางเอาไว้ ดังนั้นทางออกจากระบอบเผด็จการครองประเทศอย่างถาวร คือการต้องผลักดันให้สร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้สำเร็จ ด้วยการเรียกร้องให้เร่งทำประชามติโดยเร็วที่สุด&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มเสรีประชาธิปไตย นักเรียนไทยในยุโรปและประเทศสมาชิก 15 ประเทศ ได้ออกแถลงการณ์เนื่องในวันครบรอบ 15 ปี เหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทางเฟซบุ๊ก THAI EUDEM กลุ่มเสรีประชาธิปไตย นักเรียนไทยในยุโรปฯ เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ รัฐบาล ส.ว.ลาออก ให้รัฐสภานำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2540 กลับมาใช้อีกครั้ง และให้องค์กรตุลาการยกเลิกการรับรองการรัฐประหารในอดีตที่ผ่านมา และให้นำบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในข้อหาล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่แยกอโศก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเครือข่ายไล่ประยุทธ์ (อ.ห.ต.) อดีตแกนนำ นปช. และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด แผนคาร์ม็อบ 19 กันยายน 2564 &amp;ldquo;ขับรถยนต์ชนรถถัง&amp;rdquo; #15ปีแล้วนะไอ้สั* เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของนายนวมทอง ไพรวัลย์ อดีตพนักงานการไฟฟ้าฯ ผู้ขับแท็กซี่ชนรถถังเพื่อประท้วงการทำรัฐประหารเมื่อปี 2549, ต่อต้านการรัฐประหาร และเน้นย้ำว่าการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549-22 พฤษภาคม 2557 จนถึงการสืบทอดอำนาจโดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เป็นเรื่องเดียวกัน สังคมไทยตกอยู่ใต้บทละครอัปยศนี้เป็นเวลา 15 ปี
หวังชนชั้นกลางร่วมม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีการนำรถถังจำลองขนาดใหญ่เคลื่อนย้ายเข้ามาวางกลางแยก ท่ามกลางผู้ชุมนุมกรูเข้าไปบันทึกภาพ และช่วยกันพยุงลงมาจากรถบรรทุก โดยมีการ์ดวีโว่คอยดูแลความปลอดภัย โดยตั้งแต่ก่อนถึงเวลานัดหมายมีประชาชนคนเสื้อแดงทยอยเดินทางมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก พร้อมกับนำสติกเกอร์ ป้ายข้อความมาติดยังบริเวณรถส่วนตัวเรียกร้องขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวว่า การต่อสู้จะประเมินให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากที่สุด ไม่ได้กดดันว่าจะต้องชนะวันนี้พรุ่งนี้ อยากให้คณะรัฐประหารเห็นว่าไม่ว่าคุณจะใหญ่ขนาดไหน แต่หัวใจประชาชนใหญ่กว่า แม้การขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่เรื่องง่าย พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจ มีโอกาสมากที่สุด อยู่ในตำแหน่งมานาน แต่กลับทำให้ประเทศถอยหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาพูดคุยกับนายณัฐวุฒิขอให้ยุติการชุมนุม แต่นายณัฐวุฒิยืนยันว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการชุมนุมอย่างสงบ สันติ จะเลิกตามเวลาที่ได้ประกาศไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายณัฐวุฒิขึ้นปราศรัยก่อนเคลื่อนขบวนอีกครั้ง ระบุว่า รัฐประหาร 2549 จนถึงวันนี้กว่า 15 ปี เรามาเคลื่อนขบวนเพื่อต้องการประกาศให้รู้ว่าเผด็จการ 2549 เผด็จการ 2557 เป็นพวกเดียวกัน เป็นความเจ็บปวดของประชาชน โดยตลอดเส้นทางวันนี้จะบอกทั้ง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน พล.อ.ประยุทธ์ และพวกเบื้องหน้าเบื้องหลัง ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน แต่ประชาชนใหญ่กว่า ประยุทธ์ต้องออกจากตำแหน่ง รอไม่ได้แม้แต่วันเดียว หากยังเพิกเฉย การต่อสู้ของเราจะเดินหน้าต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ได้เกลียดชังทหาร แต่เกลียดชังทหารที่ใช้กองทัพย่ำยีประชาชน จะไม่ยินยอมอยู่ภายใต้อำนาจนี้ ขอให้เผด็จการรับรู้ว่าเรายังสู้อยู่ 15 ปีที่แล้วนายนวมทอง คนขับแท็กซี่ชนรถถัง มาวันนี้ขอประกาศให้ประยุทธ์และพวกได้รู้ หากประชาชนชนะ รถถังที่ยึดอำนาจเป็นแค่เศษเหล็กเท่านั้น&amp;quot; นายณัฐวุฒิกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงช่วงนี้นายณัฐวุฒิได้สวมใส่เสื้อคนขับรถแท็กซี่เพื่อรำลึกถึงนายนวมทอง จากนั้นได้ขับแท็กซี่ชนรถถังที่ทำจำลองขึ้นมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.00 น. มีการเคลื่อนขบวนคาร์ม็อบออกจากบริเวณสี่แยกอโศก เพื่อไปตามเส้นทางพระราม 4 เลี้ยวขวาแยกคลองเตยไปยังสะพานกรุงเทพ และเมื่อไปถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ที่เป็นจุดหมายสุดท้าย จะมีการแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ และจะประกาศยุติการชุมนุมเวลาประมาณ 18.00 น. อย่างไรก็ดี หลังจากมีการเคลื่อนขบวนไปไม่นานนักมีฝนตกลงมาอย่างหนัก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ขบวนเคลื่อนออกมาจากแยกอโศกไม่นาน ได้เกิดเสียงดังคล้ายระเบิดเกิดขึ้น 2 ครั้งในระยะเวลาห่างกันไม่นาน บริเวณตรงข้ามศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีควันสีขาวพุ่งขึ้นมา สร้างความแตกตื่นให้กับกลุ่มคาร์ม็อบและผู้ชุมนุมอย่างมาก อย่างไรก็ดี เบื้องต้นระบุมีผู้ได้รับบาดเจ็บและถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่มีการเคลื่อนขบวนได้มีการจัดเวทีออนไลน์ที่ประกอบไปด้วยนักวิชาการ นักเคลื่อนไหว มาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นทางการเมืองจากเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยา นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักเขียน กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐประหารเป็นการกระทำที่ไม่ถูกกฎหมาย เป็นความเสียหายร้ายแรง ซึ่งที่ผ่านมาการเมืองไทยหายนะมานานเพราะไม่มีคนกล้าหาญ ใครที่บอกว่าบ้านเมืองก็วิกฤตอยู่แล้วจะมาไล่รัฐบาลทำไมตอนนี้นั้น คนที่พูดอย่างนี้ต้องการเพียงเพื่อเอาตัวรอดส่วนตัวเท่านั้น วันนี้ยังเชื่อว่าถ้าชนชั้นกลางเปลี่ยนจิตสำนึกมาร่วมกันผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ออกจากตำแหน่ง น่าจะทำให้ได้ผลมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่ดูท่าทางว่ามั่นคงแข็งแรง เวลาพังมันจะพังทีเดียว เหมือนในอดีตเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 จอมพลถนอม กิตติขจร และจอมพลประภาส จารุเสถียร มีอำนาจและมีความฉลาดมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ตอนนี้หลายเท่า การขับไล่ก็เริ่มต้นจากเล็กๆ จากนิสิตนักศึกษาไม่กี่คน ไปสู่สภาหน้าโดมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สภากาแฟที่เกษตรศาสตร์ และที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง จากนั้นไม่นานจอมพลถนอมและจอมพลประภาสก็ต้องหนีออกนอกประเทศ แล้วทำไมเราจะทำไม่ได้ เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะพังในเร็วๆ นี้&amp;rdquo; ส.ศิวรักษ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงเสียงระเบิดที่บริเวณหน้าศูนย์การประชุมฯ สิริกิติ์ ว่าตำรวจ สน.ทองหล่อได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เป็นชายอายุ 19 ปีและ 20 ปี อีก 2 คนเป็นเยาวชนชาย อายุ 15 ปีและ 17 ปี ซึ่งผู้บาดเจ็บได้ถูกส่งตัวไปรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลเทพธารินทร์ และจะส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ตำรวจ และในพื้นที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์เสียหายจอดอยู่ 1 คัน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเศษระเบิดปิงปอง 1 ลูก เป็นเศษพลาสติกสีฟ้าทรงครึ่งวงกลม จำนวน 2 ชิ้น ภายในมีคราบคล้ายดินระเบิดที่ตัวของหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงได้ยึดไว้เป็นของกลางในคดีและจะส่งตรวจพิสูจน์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการสอบถามพยานบริเวณใกล้เคียงสันนิษฐานว่า การระเบิดอาจเกิดจากระเบิดที่กลุ่มวัยรุ่นพกมาระเบิดขึ้นเอง โดยตำรวจยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้หนึ่งผู้ใด เนื่องจากผู้บาดเจ็บยังอยู่ระหว่างการรักษา และยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน&amp;quot; พ.ต.อ.กฤษณะระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สามแยกดินแดง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แก๊งทะลุแก๊สได้นัดรวมตัวเพื่อไปยังบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ ภายในกรมทหารราบที่ 1 โดยนัดรวมตัวกันเวลา 17.00 น. คู่ขนานไปกับคาร์ม็อบของนายณัฐวุฒิ แต่ปรากฏว่าเวลา 16.00 น. ก่อนถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้เข้าตรึงพื้นที่แยกดินแดงทั้งหมด ถนนทุกเส้นที่จะเข้ามายังสามเหลี่ยมดินแดง ทั้งจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนอโศก จากแยกประชาสงเคราะห์ ถนนวิภาวดีขาเข้า โดยบล็อกพื้นที่ไว้ทั้งหมด พร้อมตั้งด่านตรวจรถต้องสงสัย โดยเฉพาะจักรยานยนต์ ถ้าเข้าข่ายต้องสงสัยเจ้าหน้าที่จะขอตรวจค้นทันทีเพื่อป้องกันเหตุ รวมทั้งนำรถขยายเสียงประกาศไปยังผู้อาศัยที่แฟลตดินแดง 1 เพื่อทำความเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117210</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซัดเผด็จการซ่อนรูปว่ารักชาติ-สถาบัน, นายทักษิณ ชินวัตร, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110a8751d51e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่มีกั๊ก‘หลานมาร์ค’ร่ายยาวหนุนยกเลิกมาตรา112</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.2564 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม หลานชายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กในรูปแบบบทความในหัวข้อ &amp;ldquo;#ยกเลิก112 : กระดุมเม็ดแรก สู่สังคมที่ประชาธิปไตยและสถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่ร่วมกันได้ในโลกยุคใหม่&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ปีที่แล้ว (10 สิงหาคม 2563) แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้ประกาศ 10 ข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ 1 ปี ผ่านมา ข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ถูกพูดถึงโดยหลายกลุ่มอย่างกว้างขวางขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าจะคิดเห็นอย่างไร ทุกข้อเสนอมีความสำคัญยิ่งต่อโครงสร้างทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอด้านกฎหมาย (เช่น การแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112) ข้อเสนอด้านการบริหารราชการแผ่นดิน (เช่น การปรับลดงบประมาณรายจ่ายเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์) หรือข้อเสนอด้านประเพณีปฏิบัติ (เช่น การบริจาคและรับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าจะถูกเสนอโดยใครหรือด้วยวิธีใด ทุกข้อเสนอมักถูกโจมตีจากบางกลุ่มที่คัดค้านการปฏิรูปสถาบันฯว่าเป็น &amp;lsquo;การล้มล้าง-เปลี่ยนแปลงการปกครอง&amp;rsquo; ไปเป็นระบอบสาธารณรัฐ แต่หากเราวิเคราะห์ตัว &amp;ldquo;แก่น&amp;rdquo; หรือใจความสำคัญของข้อเสนอทั้งหมด เราจะสังเกตเห็นว่าข้อเสนอต่างๆ ล้วนเป็นข้อเสนอ ที่ไม่เพียงแต่อยู่ภายในกรอบของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและสอดคล้องกับหลักสากลของหลายประเทศทั่วโลกที่ปกครองด้วยระบอบนี้ แต่ยังเป็นการพยายามยืนยันและยับยั้งไม่ให้ประเทศเราไถลหลุดจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ ไปสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรือ ราชาธิปไตยที่มีประชาธิปไตยเป็นเพียงไม้ประดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิเสธไม่ได้ว่า การบริหารประเทศภายใต้ระบอบประยุทธ์ทำให้หลายคนเกิดข้อกังขามากขึ้นต่อสถานะ &amp;lsquo;เหนือการเมือง&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;ใต้รัฐธรรมนูญ&amp;rsquo; ที่ควรจะเป็นของสถาบันพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย เพราะการกระทำของระบอบประยุทธ์ที่ตั้งใจลาก หรือปล่อยให้สถาบันฯ ไหลเข้ามาในความขัดแย้งทางการเมือง ผ่านการกล่าวอ้างและผูกขาดความจงรักภักดีไว้กับตนเพียงผู้เดียว จนทำให้เกิดคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับคณะรัฐประหาร ผ่านความไม่กล้าหาญของนายกรัฐมนตรีที่จะถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์ เมื่อมีการกระทำใดที่สุ่มเสี่ยงจะขัดกับหลักระบอบประชาธิปไตย หรือผ่านการไม่สามารถชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาถึงการตัดสินใจสนับสนุนงบประมาณแก่บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์เพื่อผลิตวัคซีนโควิด จนเกิดข้อครหาเรื่องการเอื้อประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ปีผ่านมา แม้กลไกนอกระบบจะทำให้เมล็ดพันธุ์ทางความคิดถูกหว่านไปกว้างขวางทั่วประเทศจากความตื่นตัวของภาคประชาชนทั้งบนท้องถนนและในโซเชียลมีเดีย แต่ยังไม่มีต้นใดเติบโตแข็งแรงจนก้าวข้ามหรือทะลุกำแพงของกลไกในระบบ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขกฎหมาย การพิจารณางบประมาณสถาบันพระมหากษัตริย์โดยใช้มาตรฐานเดียวกับการพิจารณางบประมาณของหน่วยงานอื่น ความกล้าหาญของสื่อหลักในการนำเสนอข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมแม้เป็นประเด็นอ่อนไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผนวกกับที่ฝ่ายอำนาจรัฐมีมุมมองต่อผู้เสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ ว่าเป็น &amp;ldquo;ภัยต่อความมั่นคงของชาติ&amp;rdquo; ที่ต้องถูกจับกุมดำเนินคดี ก็ยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม โดยข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า นับตั้งแต่มีการเผยแพร่รายชื่อผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมืองในข้อหาตามมาตรา 112 แล้วอย่างน้อย 116 ราย ใน 115 คดี ล่าสุดคือทนายอานนท์ นำภา ที่เมื่อวานนี้ได้เข้ามอบตัวตามหมายจับ กรณีการปราศรัยหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ เมื่อ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำเช่นนี้ นอกจากสะท้อนว่ารัฐไม่ใจกว้างมากพอจะเปิดใจเจรจารับฟัง ยังต้องการจะบดขยี้ผู้เห็นต่างให้อยู่อย่างยากลำบาก ทำให้หนทางในการเรียกร้องของผู้ชุมนุมหดแคบลงเรื่อยๆ และกำลังบีบให้พวกเขาต้องเลือก ระหว่างการทนอยู่ในระบอบปัจจุบันที่มีปัญหา หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้ว (ที่มวลชนทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็มี &amp;ldquo;คำตอบ&amp;rdquo; อยู่ในใจ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทย์ของวันนี้จึงไม่ต่างจาก 1 ปีที่ผ่านมา คือจะทำอย่างไรให้เรื่องที่ถูกขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นอยู่นอกระบบ มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนจากทุกฟากฝ่ายมาร่วมถกเถียง และถูกผลักเข้าไปพิจารณาเพื่อความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในระบบ โดยไม่ต้องรอให้ &amp;ldquo;จุดต่ำสุด&amp;rdquo; เดินทางมาถึงและเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าหรือเกิดความสูญเสีย แม้จะริบหรี่ลงไปมาก แต่ผมเชื่อว่าสังคมไทยยังพอมีโอกาสตอบโจทย์นี้ให้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การพูดคุยเรื่องนี้จะทำไม่ได้เลย หากเราไม่ติดกระดุมเม็ดแรกที่สำคัญอย่างการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ขัดหลักสากลถึง 3 มิติ และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากรู้สึก &amp;ldquo;ไม่ปลอดภัย&amp;rdquo; ในการพูดคุยเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิติที่ 1 &amp;nbsp;= ปัญหาในเชิงการบังคับใช้ มาตรา 112 ไม่ได้วางขอบเขตชัดเจนระหว่างการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต กับการดูหมิ่น หมิ่นประมาท และอาฆาตมาดร้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเชิงกฎหมาย การวิจารณ์โดยสุจริตไม่น่าจะเข้าข่ายความผิด เพราะมาตรา 112 เขียนถึงแค่ความผิดจากการที่ &amp;ldquo;ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย..&amp;rdquo; แต่ในทางปฏิบัติ หลายคนที่แม้จะวิจารณ์โดยสุจริต ก็ยังถูกตัดสินว่าผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ความคลุมเครือและความไม่แน่นอนในการบังคับใช้ก็ปรากฎให้เห็นมาโดยตลอด เช่น กรณีการแชร์บทความของสำนักข่าวบีบีซี ซึ่งผู้แชร์ (คุณไผ่ ดาวดิน) ถูกตัดสินว่าผิดมาตรา 112 (ทั้งที่ไม่น่าจะเข้าข่ายหมิ่นประมาท) แต่สำนักข่าวก็ไม่ได้โดนข้อหานี้แต่อย่างใด (ซึ่งถูกต้องแล้วที่ไม่โดนข้อหา และยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเนื้อหาในบทความไม่น่าจะเข้าข่ายหมิ่นประมาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเพิ่มความชัดเจนตรงนี้ ไม่ควรเป็นเรื่องที่แก้ยาก เพราะการเขียนกฎหมายให้แยกแยะอย่างชัดเจน เป็นสิ่งที่มีตัวอย่างอยู่แล้วในกฎหมายหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา ในขณะที่กฎหมายอาญามาตรา 329, 330 ระบุไว้ชัดเจนสำหรับการหมิ่นบุคคลธรรมดา ว่าการ &amp;lsquo;วิจารณ์โดยสุจริต&amp;rsquo; หรือการกล่าว &amp;lsquo;ความจริงที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน&amp;rsquo; เป็นข้อยกเว้นที่ไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาท แต่ข้อยกเว้นเหล่านี้กลับไม่ได้ถูกเขียนกำกับกรณีการหมิ่นสถาบันกษัตริย์ ทั้งที่จริงแล้วการเปิดให้มีการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตอาจเป็นประโยชน์ต่อสถาบันเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิติที่ 2 = ความหนักของโทษ มาตรา 112 ของไทยกำหนดโทษจำคุกอยู่ที่ 3-15 ปี ซึ่งถือเป็นโทษที่หนักมาก ไม่ว่าจะเทียบกับมิติไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเทียบกับกฎหมายอื่นๆ ของไทย จะเห็นว่าโทษของมาตรา 112 เทียบเท่ากับการฆ่าคนโดยไม่เจตนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเทียบกับกฎหมายของไทยในอดีตที่มีลักษณะเดียวกัน โทษของมาตรา 112 ในปัจจุบันหนักกว่าโทษในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่กำหนดโทษไว้ที่จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ 7 ปี (แล้วแต่ช่วงเวลา) เสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือหากเทียบกับกฎหมายลักษณะเดียวกันของประเทศอื่นๆ ที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตรา 112 ของเราก็มีโทษหนักกว่าหลายประเทศ เช่น สเปน 0-2 ปี, เดนมาร์ก 0-8 เดือน, เนเธอร์แลนด์ 0-4 เดือน ส่วนสหราชอาณาจักร นอร์เวย์ และญี่ปุ่น ไม่ได้กำหนดเป็นกฎหมายอาญา แต่เป็นกฎหมายแพ่ง จึงไม่มีโทษจำคุก มีแต่การเรียกร้องค่าเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิติที่ 3 = ใครฟ้องก็ได้ การที่มาตรา 112 อยู่ในหมวดความมั่นคงทำให้เป็นคดีที่ยอมความไม่ได้ ใครๆ จึงสามารถกล่าวโทษและฟ้องคนอื่นได้ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาหลายปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนบางกลุ่มอาจตัดสินใจฟ้องมาตรา 112 ด้วยเจตนาที่ต้องการปกป้องสถาบันฯ แต่เมื่อจำเลยถูกตัดสินว่าผิด ความคับแค้นใจก็ไปตกอยู่ที่สถาบันฯ &amp;nbsp;ส่งผลให้สถาบันฯ กลายเป็นคู่กรณีโดยอัตโนมัติ แม้ในบางครั้งสถาบันฯ อาจจะไม่รับรู้ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกตัวอย่างหนึ่งของปัญหา คือการที่สถาบันฯ ถูกนักการเมืองบางกลุ่มจงใจนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองกลั่นแกล้งฝั่งตรงข้าม หรือการนำสถาบันฯ ไปใช้ปกปิดการทุจริต เช่น การระบุว่าเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ จนทำให้คนไม่กล้าเข้าไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ หลายประเทศจึงมีการระบุ &amp;lsquo;ผู้ฟ้อง&amp;rsquo; อย่างชัดเจน อาทิ พระมหากษัตริย์ต้องมีพระราชกระแสรับสั่งหรือยินยอมให้ดำเนินคดีผ่านสำนักราชเลขาธิการ (สหราชอาณาจักร นอร์เวย์) การให้อำนาจนายกรัฐมนตรี (ญี่ปุ่น) หรือกระทรวงยุติธรรม (เดนมาร์ก) เป็นคนฟ้องเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นได้ว่า การยกเลิกมาตรา 112 ไม่ใช่ข้อเสนอของ &amp;ldquo;ผู้ไม่หวังดี-คิดล้มล้างเปลี่ยนแปลงการปกครอง&amp;rdquo; และไม่ใช่เรื่องที่น่าหวั่นวิตก - หากไม่มีมาตรา 112 พระมหากษัตริย์ยังคงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายหมิ่นประมาททั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโลกที่ไม่มีมาตรา 112
1. ประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต สามารถทำได้ ไม่มีความผิด (เช่นเดียวกับข้อยกเว้นในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329-330) แต่หากเป็นการหมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้าย ก็ยังเอาผิดได้เช่นเดิม
2. ในการฟ้องร้อง จะต้องได้รับการอนุมัติจากพระมหากษัตริย์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฐานะผู้เสียหาย
3. หากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดทำผิดจริง บุคคลนั้นก็ยังได้รับโทษทางอาญาเช่นเดียวกับการหมิ่นประมาทบุคคลทั่วไป (ซึ่งข้อนี้สามารถถกเถียงกันได้ว่าโทษจำคุก 0-2 ปี ฐานหมิ่นประมาท ณ ปัจจุบัน เป็นระยะเวลาที่สูงไปแล้วหรือไม่ ไม่ว่าสำหรับใครก็ตาม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากทั้งหมดนี้ยังไม่ทำให้รู้สึกสบายใจ หรือ กังวลว่าการคุ้มครองพระมหากษัตริย์ยังไม่ครอบคลุม ก็สามารถเพิ่มเติมข้อความต่อจากกฎหมายหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายลักษณะมาตรา 112 ที่อยู่ในหมวดความมั่นคง เช่น ที่ญี่ปุ่น เมื่อกังวลว่าข้อ 2 อาจทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องมาดำเนินการฟ้องร้องประชาชนเอง จึงระบุเพิ่มเติมในกฎหมายหมิ่นประมาทไปว่า หากผู้เสียหายคือพระมหากษัตริย์ นายกฯ (ในฐานะผู้นำรัฐบาล) จะเป็นผู้รับผิดชอบการฟ้องร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเสนอให้ยกเลิกมาตรา 112 จะไม่เพียงแต่ทำให้กฎหมายของไทยสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยสากล คุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน และปกป้องเสถียรภาพ-เกียรติยศของสถาบันพระมหากษัตริย์ให้สง่างาม &amp;nbsp;แต่ยังเป็นหนทางเดียวด้วยซ้ำที่จะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หาก 1 ปีที่แล้ว การกล่าวถึงประเด็นปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ของกลุ่มผู้ชุมนุม ถูกมองว่าเป็นข้อเสนอที่ &amp;ldquo;ทะลุเพดาน&amp;rdquo; มาถึงวันนี้ ผมอยากเชิญชวนให้ทุกคนมองว่าการแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 ควรเป็น &amp;ldquo;ข้อเสนอพื้นฐาน&amp;rdquo; ที่สังคมไทยต้องช่วยกันผลักดันให้สำเร็จ ทั้งเพื่อยุติสังคมแห่งความหวาดกลัว เพื่อเป็นหมุดหมายสำคัญของการคลี่คลายวิกฤติการเมือง และเพื่อยืนยันหลักการพื้นฐานที่ว่า การวิจารณ์โดยสุจริต หรือ เผยแพร่ความจริงเพื่อประโยชน์สาธารณะ แม้ไม่ถูกใจผู้ฟังทุกคน แต่กฎหมายต้องคุ้มครองอย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ล. ผมเคยให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ ใครสนใจอ่านต่อได้ครับ https://www.the101.world/parit-wacharasindhu-interview-2021/ &amp;nbsp;#ยกเลิก112
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112910</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพริษฐ์ วัชรสินธุ, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, ยกเลิก 112, อดีตนายกรัฐมนตรี, ไอติม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210522/image_big_60a90638df906.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>72ปีนักโทษหนีคุก ไม่แค้นให้อภัย3ป. อยากจะกลับไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อไทยจัดฉลองใหญ่เบิร์ธเดย์ครบ 72 ปีนักโทษหนีคุก &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้พ่อกลับมาใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบกับครอบครัวที่เมืองไทยในเร็ววัน ขณะที่ &amp;quot;โทนี่&amp;quot; เผยไม่คิดแค้นทางการเมือง ให้อภัย &amp;nbsp;3 ป. จำได้แม่นเลย อยากกลับไทยไปกราบคนที่รักและเคารพเสมอ กราบแผ่นดินเกิดและเลี้ยงหลาน ยันเหลน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นักโทษหนีคุกคดีโกง &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทยได้จัดงานฉลองในหลายพื้นที่ เช่นที่วัดโรงธรรมสามัคคี อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะ ส.ส.เชียงใหม่ เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ฉลองอายุวัฒนมงคล วันคล้ายวันเกิดครบ 6 รอบ 72 ปี ให้นายทักษิณ ซึ่งสันกำแพงเป็นบ้านเกิดของนายทักษิณ และวัดแห่งนี้ถือเป็นวัดประจำตระกูลชินวัตรด้วย ทั้งนี้ มีพระครูจิตตภัทราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดโรงธรรมสามัคคี เป็นประธานสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์ทำพิธีรวม 9 รูป มี ส.ส.เชียงใหม่ นักการเมืองท้องถิ่น และคนเสื้อแดง เข้าร่วมอย่างคับคั่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างทำพิธีดังกล่าว นายสมพงษ์ พร้อม ส.ส.เพื่อไทย ได้สวมเสื้อที่มีข้อความว่า &amp;ldquo;ทักษิณ 72 พี่โทนี่ 27&amp;rdquo; ทุกคน จากนั้นมีพิธีสูมาครัวตาน ตามประเพณีชาวเหนือ ตั้งจิตอธิษฐาน แผ่เมตตา สงบนิ่ง และไหว้ศีลสมาทาน ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายทักษิณได้วิดีโอคอลมายังผู้ทำพิธี ก่อนพระครูจิตตภัทราภรณ์ได้กล่าวอวยพรนายทักษิณผ่านวิดีโอคอลไปยังดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้มีความสุข ความเจริญรุ่งเรือง มีสุขภาพแข็งแรง ให้หมดเคราะห์กรรม ตามด้วยนายสมพงษ์ที่กล่าวอวยพรขอให้กลับมาที่ประเทศโดยเร็ว เพราะคนไทยจำนวนมากที่รักอดีตนายกรัฐมนตรีรอคอยและต้อนรับกลับบ้าน เพื่อกลับมาบริหารประเทศ ดูแลประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตคนไทยทุกคนให้มีความเจริญก้าวหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ เพื่ออวยพรและส่งความสุขให้แก่นายทักษิณ ก่อนเป่าเทียนตามลำดับ โดยนายทักษิณไม่ได้พูดอะไร เพียงยิ้มและยกมือไหว้ขอบคุณเท่านั้น ใช้เวลาเพียง 20 นาที ก่อนสัญญาณถูกตัดไป เพื่อเชื่อมสัญญาณไปร่วมกิจกรรมทำบุญวันเกิดกับ ส.ส.และประชาชนอีก 7 จังหวัดในหลายภาคด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการจัดทำบุญครั้งนี้ ทางลุงโทนี่ได้มีการพูดคุยผ่านระบบวิดีโอคอลกลุ่มกับแกนนำคนรักอดีตนายกทักษิณรวม 7 จังหวัด ประกอบด้วย นครพนม เชียงใหม่ อุบลราชธานี ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้กำลังใจในการต่อสู้วิกฤติเศรษฐกิจ รวมถึงวิกฤติทางการเมืองในปัจจุบัน พร้อมยืนยันที่จะให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือประชาชนชาวไทยในฐานะคนไทยด้วยกัน ให้ฟันผ่าวิกฤติให้รอด ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ปัญหาโควิดที่กำลังระบาด โดยยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้เพราะรัฐบาลแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด และไม่เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนแท้จริง อีกทั้งยังยืนยันว่าจะสู้เพื่อประชาชนคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า สุขสันต์วันเกิดครบรอบ 72 ปีค่ะ พี่ชายที่แสนดี และพี่ชายที่รักของน้อง เวลาผ่านไปอีกปีแล้วนะคะที่น้องได้มีโอกาสอยู่ร่วมงานวันเกิดพี่ แม้ปีนี้จะเป็นปีที่ทุกคนหดหู่ใจ ทุกข์ใจกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ก็เป็นปีที่ทำให้พี่ได้มีโอกาสอยู่ร่วมกับลูกๆ และหลานน้อยอย่างอบอุ่นในวันเกิด ซึ่งเห็นได้ชัดว่าพี่มีความสุขสดชื่น มีรอยยิ้มในทุกวัน ไม่เหมือนพี่ทักษิณ อายุ 72 แต่เป็นพี่โทนี่ 27 ค่ะ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเกิดปีนี้น้องก็ขอให้พี่ชายของน้องมีความสุข สุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงเช่นนี้ตลอดไป มีพลังกาย พลังใจที่ดี เพื่อที่จะมีแรงช่วยเหลือ หรือทำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติต่อไปนะคะ รักและเคารพพี่เสมอค่ะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายคนโตของนายทักษิณ ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า คุณพ่อทักษิณ 72 vs. พี่โทนี่ 27 วันนี้วันครบรอบวันเกิด 72 ปี คุณพ่อทักษิณของผม หรือคุณพี่โทนี่ของพี่น้องเพื่อนฝูงครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนหลังไปเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว คุณพ่อผมในวัย 27 ปี ขณะเรียนปริญญาโทอยู่ต่างประเทศ อาจารย์และเพื่อนฝูงตลอดจนเพื่อนร่วมงานที่ร้าน KFC ไม่สามารถออกเสียงเรียกชื่อทักษิณได้สะดวก จึงพร้อมใจกันตั้งชื่อให้ใหม่ อันเป็นที่มาของชื่อ &amp;ldquo;โทนี่&amp;rdquo; ในทุกวันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่อายุ 72 ปี คุณพ่อทักษิณของผมยังมีหัวใจวัยรุ่น ไม่แพ้พี่โทนี่ที่เคยทำงานร้าน KFC ในต่างแดน ไฟแห่งการเรียนรู้ของพี่โทนี่ยังโชติช่วงพร้อมที่จะแสวงหาความรู้ใหม่ๆ นอก Comfort Zone ที่ตัวเองรู้มาก่อนอยู่ทุกเมื่อ และยังมีความกระตือรือร้นที่จะได้พูดคุยกับคนรุ่นหนุ่มสาว และคนที่เปี่ยมความสามารถใหม่ๆ ไม่ต่างอะไรกับพี่โทนี่ในวัยเรียนรู้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคือคุณพ่อผม ยังคงเป็นคนเดิมที่รักครอบครัว รักเพื่อน และรักประเทศไทย อยากให้ประเทศของเราเจริญก้าวหน้า ผ่านพ้นวิกฤติและอุปสรรคต่างๆ ที่คอยถ่วงความเจริญ ถ่วงคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาวไทย ดังที่เราประสบปัญหากันอยู่ทุกวันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่าความเปลี่ยนแปลงของอายุ มันไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข แต่คุณพ่อทักษิณในวัย 72 ปี มีความอ่อนโยนและเข้าใจความคิดเห็นของคนหลากหลายมากขึ้น ยอมหยุดพักปล่อยเวลาให้ทอดผ่าน ปล่อยวางในสิ่งต่างๆ ใจเย็นรอให้สังคมตกผลึก แล้วจึงค่อยร่วมเสนอแนะทางออกของปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในท้ายที่สุดนี้ ผมขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้คุณพ่อทักษิณ มีสุขภาพแข็งแรง มีพลังในการคิด, ช่วยเหลือ, แนะนำ และเป็นอีกหนึ่งความหวังให้กับคนไทยต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญที่สุด ขอจงอำนวยพรให้คุณพ่อได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบกับครอบครัวที่เมืองไทย ในเร็ววันนี้ครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวนายทักษิณโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า Happy birthday คุณพ่อและคุณตาสุดที่รักของลูกๆ หลานๆ ปีนี้เราได้มาอยู่ด้วยกันหลายวันเลย ขอให้พ่อมีความสุขมากๆ ทั้งกายและใจนะคะ อย่างที่หลานๆ ชอบถาม &amp;ldquo;เมื่อไหร่คุณตาจะกลับบ้านกับพวกเราคะ&amp;rdquo; ถามบ่อยจนน้าอิ๊งค์ตัวแสบหันไปแกล้ง &amp;ldquo;กลับพร้อมพวกเรานี่แหละ&amp;rdquo; ทุกคนอ้าปากค้าง ตะโกนเย้ๆๆๆๆ ชูมือขึ้นกันใหญ่ จนน้าทางนี้อึ้ง เล่นไม่ออก ไปต่อไม่ถูก น้ำตาจะไหล อยากให้พ่อรู้ว่า ไม่ว่าจะยังไงพ่อก็ยังมีความรักที่แท้จริงรอพ่ออยู่ที่บ้านเสมอ พวกเรารักคุณตามากๆ นะคะ ขอบคุณที่ทำเพื่อพวกเราเสมอค่ะ #ทักษิณ 72 พี่โทนี่ 27 young at heart always
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายทักษิณ ได้ให้สัมภาษณ์สดที่เพจ &amp;quot;The room 44&amp;quot; ว่าไม่มีความแค้นทางการเมือง เป็นคนที่ใจกว้างและสร้างสรรค์ ไม่ใช่คนชอบทำลายคนหรือมองโลกในแง่ร้าย เป็นคนคิดบวกตลอด ไม่เคียดแค้นคน ให้อภัยคนตลอด แต่ก็จำได้ทุกเรื่อง สามารถเล่าเรื่องทุกเรื่อง ดังนั้นใครเดินเข้ามาในชีวิตตน อย่าลืมว่าสมองจำได้หมดว่าใครบ้าง ตอนนี้ 3 ป.จำได้แม่นเลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า วิกฤติที่เกิดมักเกิดจากคนใกล้ชิด นายทักษิณกล่าวว่า เมืองไทยไม่ได้กว้างใหญ่ เพราะสังคมมันแคบ ดังนั้นจะรู้จักกันหมด ทุกคนก็มีแนวทางชีวิตของตัวเอง ทุกคนก็อยากจะสร้างตัวเองขึ้นมาหลายรูปแบบบางคนมีจริยธรรมก็มี แต่บางคนไม่มี ส่วนเรื่องมิตรแท้นั้นในหมู่การกระเสือกกระสนเข้าอำนาจ ไม่มีมิตรแท้ศัตรูที่ถาวร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ไปที่ไหนไปได้หมด ยกเว้นไทย นายทักษิณกล่าวว่า เราก็รู้อยู่ วันนี้เฉยๆ แต่อย่างไรตนก็ยังรักพี่น้องชาวไทย ตนก็ยังห่วงใยประเทศไทย ตนก็อยากไปกราบคนที่รักและเคารพเสมอและกราบแผ่นดินเกิดและเลี้ยงหลาน และแข็งแรงต่อไปก็เลี้ยงเหลน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อก่อนไทยขึ้นไปสู่สูงแล้ว แต่วันนี้มันไหลตกมาอยู่โลกยุคที่ 2 ยังคิดแบบโบราณ หรือคิดแบบทหาร มันไปไม่ได้ วันนี้ทหารขอให้เป็นคนสุดท้ายนะที่จะบริหารประเทศ ต้องยอมรับว่าพวกคุณล้าหลังเกินกว่าที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำตอนนี้&amp;quot; นายทักษิณกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111208</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักโทษหนีคุกคดีโกง, นายทักษิณ ชินวัตร, พรรคเพื่อไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตนายกรัฐมนตรี, เบิร์ธเดย์ครบ 72 ปีนักโทษหนีคุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd63831ef9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จตุพร’ต้องทนต่อ ฎีกาพิพากษายืน คุก11เดือน16วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่รอด! &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ต้องทนต่อ &amp;nbsp;ศาลฎีกาพิพากษายืนคดีหมิ่น &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; หาว่าเป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือดฆ่าประชาชน จำคุกทันที 11 เดือน 16 วัน ที่หมายคือเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เจ้าตัวประกาศฝากม็อบไทยไม่ทนไว้กับ บก.ลายจุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ศาลอ่านคำสั่งฎีกาในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2561 ขอให้ยกเลิกหมายจำคุกคดีถึงที่สุด ซึ่งออกโดยศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 ในคดีที่นายอภิสิทธิ์เป็นโจทก์ ในคดีหมายเลขดำ อ.4176/2552 (คดีหมายเลขแดง อ.240/2558) ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 กรณีกล่าวหานายอภิสิทธิ์ประวิงเวลาในการทำความเห็นเสนอต่อสำนักราชเลขาธิการ เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2560 ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ให้จำคุกนายจตุพร 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้นับโทษคดีจำคุกนายจตุพรต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดง อ.4907/2555 (หมายเลขดำ อ.1962/2552) กรณีกล่าวหาเป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือดฆ่าประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคำร้องอุทธรณ์ของนายอภิสิทธิ์ดังกล่าวระบุว่า เมื่อคดีหมิ่นประมาท หมายเลขดำ อ.4176/2552 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้จำคุกนายจตุพร 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้นับโทษคดีจำคุกนายจตุพร ต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดง อ.4907/2555 (หมายเลขดำ อ.1962/2552) แล้ว ต่อมาศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดให้นับโทษนายจตุพรต่อ แต่จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าศาลชั้นต้นและศาลฎีกา ไม่มีอำนาจพิพากษาให้นับโทษจำคุกนายจตุพรต่อจากอาญาหมายเลขแดง อ.4907/2555 จำเลยจึงขอให้ศาลแก้ไขคำพิพากษายกเลิกหมายจำคุกถึงที่สุดฉบับเก่า (ที่ให้มีการนับโทษต่อ) และให้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดใหม่ ซึ่งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วก็มีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย เพราะว่ายกเลิกคำพิพากษาเดิมที่ให้นับโทษต่อไม่ได้ โดยศาลฎีกาก็มีคำพิพากษาถึงที่สุด และมีการออกหมายตามคำพิพากษาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยก็ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวอีก โดยศาลชั้นต้นก็ได้เรียกตัวจำเลยมาสอบถาม ซึ่งแถลงว่าหมายที่ให้นับโทษจำคุกคดีนี้ต่อจากคดีอาญาหมิ่นประมาทอีกสำนวนนั้นไม่ถูกต้อง ต่อมาเมื่อศาลชั้นต้นตรวจสอบรายงานกระบวนพิจารณาใหม่อีกครั้ง ปรากฏว่าในคดีหมิ่นประมาทนั้น ศาลชั้นต้นไม่ได้ให้นับโทษจำคุก แต่ศาลอุทธรณ์มีการย่อคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าให้นับโทษจำเลยต่อ ซึ่งไม่ถูกต้อง จนเมื่อผลคดีถึงที่สุด ก็เป็นเหตุให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกถึงที่สุดโดยผิดหลงด้วยการให้นับโทษต่อ ดังนั้นศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้อง และเป็นธรรมกับตัวจำเลย โดยให้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดใหม่เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 ไม่ต้องนับโทษนายจตุพร จำเลย ต่อจากคดีอาญาหมิ่นประมาทอีกสำนวน ซึ่งระบุวันนับโทษตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค.2560 โดยไม่หักวันต้องขังให้จำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โจทก์เห็นว่าการที่ศาลชั้นต้นไม่นับโทษจำคุกนายจตุพร จำเลย ต่อจากคดีอาญาหมิ่นประมาทอีกสำนวนนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดกับคำพิพากษาศาลฎีกา โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และให้หมายเรียกจำเลยมารับโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ต้องนับโทษคดีอาญาต่อ ขณะที่ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องของนายอภิสิทธิ์แล้ว ให้ยกคำร้อง โจทก์จึงได้ยื่นอุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 12 ก.ย.62 ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์เห็นว่า แม้การออกหมายจำคุกถึงที่สุดจะเป็นเรื่องการบังคับโทษตามคำพิพากษา ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจดำเนินการก็ตาม แต่การออกหมายบังคับตามโทษนั้นจะต้องให้ถูกต้องกับโทษที่จำเลยควรได้รับตามความเป็นจริงด้วย ซึ่งการที่ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุด เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2560 ให้นับโทษจำคุกนายจตุพร จำเลยต่อจากคดีอาญา หมายเลขแดง อ.4907/2555 ตามคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นการออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว และการที่ศาลชั้นต้นได้ยกเลิกหมายจำคุกดังกล่าวแล้วออกหมายบังคับโทษใหม่ เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 โดยอ้างว่าหมายจำคุกเดิมที่ศาลชั้นต้นออกนั้นทำโดยผิดหลง เนื่องจากศาลชั้นต้นที่เคยมีคำพิพากษาคดีนั้น ไม่ได้ให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญา หมายเลขแดง อ.4907/2555 แต่ศาลอุทธรณ์ย่อคำพิพากษาว่า ศาลชั้นต้นให้นับโทษคดีต่อกันกับอีกสำนวนหนึ่งนั้น ความจริงศาลชั้นต้น (คดีหมายเลขดำ อ.4176/2552) พิพากษาให้นับโทษจำคุกนายจตุพร จำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดง อ.4907/2555 ตรงตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาย่ออยู่แล้วไม่ได้เป็นข้อผิดพลาด ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นเคยยกเลิกหมายจำคุกถึงที่สุดฉบับเก่านั้น น่าจะเกิดจากความคลาดเคลื่อนผิดหลงของศาลชั้นต้นเอง อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงพิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่นับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.4907/2555 และให้ยกเลิกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดของจำเลย ลงวันที่ 19 ก.พ.2561 กับให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดใหม่เพื่อบังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไป (ที่ให้นับโทษจำคุกนายจตุพร คดีหมิ่นประมาทหมายเลขดำ อ.4176/2552 ต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.4907/2555)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คือให้นับโทษคดีที่ 2 ต่อจากคดีเเรกเมื่อคดีเเรกถึงที่สุด โดยระหว่างนี้ศาลอาญาอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าโทษต่อจากคดีเเรกที่ให้นับต่ออีก 12 เดือน ซึ่งจะนับจำนวนอีกเท่าไหร่ต้องรอตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งให้นับโทษต่อคดีหมายเลขดำ อ.4176/2562 ที่หมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ ที่ศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุก 2 กระทง กระทงละ 6 เดือน รวม 12 เดือน คดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2560 โดยทางศาลอาญาได้ออกหมายขังจำคุกคดีถึงที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้นายจตุพร เคยถูกจำคุกคดีนี้แล้ว 14 วัน จึงต้องนำมาหักจากโทษจำคุก 12 เดือน รวมต้องจำคุกนายจตุพรอีก 11 เดือน 16 วัน โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็จะนำตัวนายจตุพรไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำสั่งศาลฎีกา นายจตุพรมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันที แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไร แต่ก่อนคำมีพิพากษาเขาให้สัมภาษณ์ว่าตัวเองติดคุกมาแล้ว 4 ครั้ง เรียกได้ว่าเป็นมนุษย์คุกคนหนึ่ง รู้แล้วว่าจะต้องใช้ชีวิตอย่างไร ในส่วนของคณะไทยไม่ทน ต่อให้ไม่มีตัวเองก็จะต้องเดินหน้าต่อ เบื้องต้นจากการที่พูดคุยการชุมนุมในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ จะไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มนายสมบัติ บุญงามอนงค์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109100</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายทักษิณ ชินวัตร, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e6910beccdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาแล้ว‘แรมโบ้’จวก‘นช.โทนี่’อยากช่วยชาติจริงหุบปาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายโทนี วู้ดซัม หรือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ร่วมสนทนาในรายการ CARE ClubHouse x CARE Talk วิพากษ์วิจารณ์การออกประกาศของ ศบค.เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 และการบริหารจัดการวัคซีน ว่า การออกประกาศนั้นเพราะอยากให้สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิดคลี่คลายลง เนื่องจากทั้งการรับประทานอาหารในร้านนั้นเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ส่วนแคมป์คนงาน เป็นที่ที่มีการแพร่ระบาดต่อเนื่อง ทั้งนี้มีระยะเวลา 1 เดือน และตลอดทั้งเดือนภาครัฐได้มีการเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนด้วย &amp;nbsp;ส่วนการบริหารจัดการวัคซีนนายกฯ รัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์ ร่วมมือกันทำงานอย่างหนักในการจัดหาวัคซีน และนำมาฉีดให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด ซึ่งขณะนี้มีวัคซีนทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และยังมีวัคซีนยี่ห้ออื่นๆอีกที่ อย.ได้อนุมัติ และมียี่ห้อที่รอขึ้นทะเบียนเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน ยืนยันว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่รัฐบาลได้วางเอาไว้อย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายโทนี่ไม่ต้องทำเป็นห่วงคนไทย ทั้งที่ตัวเองหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ สุขสบาย การที่นายโทนี่อยากจะอาสาจัดหาวัคซีนให้กับประเทศไทย มองว่านายโทนี่คงไม่ได้เป็นห่วงจริง เป็นคำพูดเพื่อตัวเองดูดีว่าห่วงใยคนไทย แท้ที่จริงไม่ใช่เช่นนั้น ถ้าห่วงจริงทำไมจึงโดนคดีทุจริตมากมาย อีกทั้งคงไม่มีความจำเป็นที่จะมาช่วยเพราะนายกฯ และรัฐบาล สามารถบริหารจัดการเองได้ &amp;nbsp;และถ้านายโทนี่ เก่งกาจ มีความสามารถจริง ก็คงไม่ต้องระเห็ดหนีหัวซุกหัวซุนไปต่างประเทศ แล้วไม่ต้องมาอ้างว่าถูกกลั่นแกล้งหรือกล่าวหากระบวนการยุติธรรม เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนายโทนี่ทำเองทั้งนั้น แค่ให้กลับมาสู้คดีในแผ่นดินเกิดตัวเองยังไม่กล้า นับประสาอะไรจะกล้าอาสามาช่วยโน่นช่วยนี่ ชนักเต็มหลังซะขนาดนั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล กล่าวว่า เข้าใจว่านายโทนี่เป็นนักโทษหนีคดี สถานะคงจะทำอะไรเช่นนี้ไม่ได้ ซึ่งหากอยากจะช่วยประเทศไทย ขอให้ช่วยเคลียร์ตัวเองก่อน กลับมารับโทษที่ประเทศไทย จะสง่างามมากกว่าอยู่ต่างประเทศแล้วออกมาพูดเลอะเทอะ บิดเบือน &amp;nbsp;ทำให้คนไทยเกิดความสับสน เข้าใจผิด สิ่งที่นายโทนี่จะช่วยประเทศไทยและคนไทยดีกว่าวัคซีน คือหยุดพูดหยุดโจมตีป้ายสีคนอื่น นั่นคือวัคซีนที่ดีที่สุด ที่นายโทนี่ ควรจัดหามาให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; การพูดให้ดูดีแต่เที่ยวไปด้อยค่าคนอื่น ไม่ใช่วิสัยของผู้นำที่ดี คนไทยสาปแช่งผู้นำที่ดีแต่พูดและคิดแต่โกงกินมากที่สุด ตรงข้ามคนไทยส่วนใหญ่จะชอบผู้นำที่ใจซื่อมือสะอาดไม่คิดโกงบ้านกินเมือง และไม่ต้องเป็นคนพูดเก่งพูดมากและบิดเบือนข้อมมูลให้ประชาชนสับสนเกิดความแตกแยก คนไทยส่วนใหญ่คิดเช่นนั้นหวังว่านายโทนี่คงเข้าใจ&amp;quot; นายเสกสกล กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108125</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายทักษิณ ชินวัตร, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, อดีตนายกรัฐมนตรี, โทนี วู้ดซัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d59f111220f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ลัดคิว &#039;นิพิฏฐ์&#039; ชมอดีตนายกฯเพิ่งรับวัคซีนโควิดเข็มแรก ไม่ใช้สิทธิพิเศษ ลงทะเบียนฉีดพร้อมปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.64 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ&amp;nbsp;อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก โดยแสดงความคิดเห็นต่อกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพหลังเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มแรก ตามโครงการไทยร่วมใจ กรุงเทพฯ ปลอดภัย โดยระบุว่า ตามคิว ผมถามผู้ใกล้ชิดท่านอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;nbsp;มาหลายครั้ง ว่า ท่านอดีตนายกฯฉีดวัคซีนหรือยัง ผู้ใกล้ชิดท่านตอบว่า ยังไม่ได้ฉีด ผมถามว่าทำไม ได้รับคำตอบว่า ท่านขอฉีดด้วยการลงทะเบียนเหมือนประชาชนทั่วไป ชาวบ้านได้ฉีดเมื่อไหร่ ท่านก็จะฉีดเมื่อนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมทราบเป็นการภายในว่า ถ้าท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ต้องการฉีด ท่านก็สามารถฉีดได้ก่อน เพราะดารา,นักร้อง,คนดังๆ ฉีดกันก่อนเป็นว่าเล่นก็เห็นๆกันอยู่ แต่ท่านอดีตนายกฯ ไม่ขอรับสิทธิฉีดก่อนประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเช่นนี้ ใครจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ผมว่าเป็นนักการเมืองที่หาได้ยาก เมืองไทยเราเชิดชู ยกย่อง ผู้นำต่างชาติ ที่ปฏิบัติตามกฎ ตามระเบียบ ไม่ลัดคิว แต่ผู้นำในเมืองไทยแบบท่านอดีตนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เราเห็นแล้วก็เฉยๆ เมืองไทยก็แปลกๆ อย่างนี้แหละ เรานิยมของนอก ว่างั้นเถอะ! &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมว่า ในประเทศไทย บรรดาอดีตนายกรัฐมนตรี ก็น่าจะมีท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพียงท่านเดียว ที่รอฉีดวัคซีนพร้อมประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106062</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, วัคซีนโควิด, อดีตนายกรัฐมนตรี, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c34ea046d2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
