<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;โผล่วันสตรีสากล ชูความเท่าเทียม หนุนแก้รธน.ลดเหลื่อมล้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค. 64 - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;วันสตรีสากลในปีนี้ #ChooseToChallenge หรือ เรื่องความท้าทาย ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นแนวคิดหลัก ซึ่งดิฉันคิดว่า &amp;ldquo;ความท้าทาย&amp;rdquo; เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ดิฉันเชื่อว่าเราทุกคนล้วนเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ทั้งจากสภาวะเศรษฐกิจที่ต้องมีการแข่งขันสูง การแข่งกับเวลาและแข่งกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่เข้ามาซ้ำเติมให้ทุกคนต้องดิ้นรนต่อสู้ และปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตแบบใหม่ ซึ่งทำให้เราต้องเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นพลังในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้ามองในมุมบวก ความท้าทายนี้ยังมีเรื่องดี ๆ แฝงอยู่ คือทำให้ครอบครัวได้มีโอกาสอยู่ร่วมกันมากขึ้น และบนความท้าทายนี้ ผู้หญิงยังมีบทบาทในการสร้างความอบอุ่น และเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับครอบครัวในยามทุกข์เข็ญ เพื่อเป็นกำลังใจสำคัญให้ฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทย ต้องเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ เช่นเดียวกับทุกประเทศทั่วโลก แต่มากไปกว่านั้นเรายังต้องตกอยู่ในสภาวะที่สิทธิเสรีภาพถูกลิดรอน ในสมัยรัฐบาลดิฉัน ดัชนีชี้วัดเสรีภาพจาก Freedom House ปี 2556 และ 2557 ระบุว่าไทยมีสิทธิเสรีภาพอยู่ที่คะแนน 53 และ 54 ตามลำดับ แต่น่าเสียดายว่าภายหลังการรัฐประหาร คะแนนสิทธิเสรีภาพตกลงมาเหลือเพียง 30 เท่านั้น ซึ่งต้นเหตุมาจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อการสืบทอดอำนาจ ไปพร้อม ๆ กับลิดรอนสิทธิเสรีภาพของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความท้าท้ายใหม่ของประชาชนคนไทยคือการผลักดันให้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เป็นรัฐธรรมนูญที่ยึดโยงกับประชาชน เคารพเสียง คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ให้โอกาสที่เท่าเทียมเพื่อประชาชน ทุกเพศ เพศสภาพ และทุกวัย โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีจำนวนประชากรเกินครึ่งหนึ่งของประเทศ จะได้มีบทบาทในการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย มีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง ไปจนถึงการได้รับโอกาสทางการศึกษา เข้าถึงแหล่งเงินทุน เหมือนเมื่อครั้งที่ดิฉันเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเพื่อส่งเสริมศักยภาพให้กับผู้หญิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2564 ดิฉันในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งปรารถนาจะเห็นผู้หญิง และคนทั่วโลกมีความเสมอภาค และโอกาสเท่าเทียมในทุกด้าน เพื่อสันติภาพ ความกินดีอยู่ดี และการเติบโตอย่างยั่งยืน ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้กับผู้หญิงและทุกคนที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย สิทธิ และเสรีภาพ ความเท่าเทียมกันอย่างมั่นคง ทำให้เราทุกคนไม่สิ้นหวังหรือท้อถอยด้วยค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บนความท้าท้าย เป็นโอกาสของการเปลี่ยนแปลง บนความเปลี่ยนแปลง เป็นโอกาสของความเสมอภาค เสรีภาพ และความเท่าเทียม #IWD2021 #InternationalWomensDay #ChoosetoChallenge&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95327</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยิ๋งลักษณ์ ชินวัตร, วันสตรีสากล, อดีตนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_6045838f034d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ก.พ.โหวตวาระ3รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชวน&amp;quot; เผยอดีตนายกฯ ทุกคนประสานเสียงอยากเห็นบ้านเมืองสงบ ขอเวลาสักนิด กก.สมานฉันท์ยังตั้งไข่ ด้าน &amp;ldquo;วิรัช&amp;rdquo;ยัน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญพิจารณาเสร็จ ม.ค.64 โหวตวาระ 3 ก.พ. ขณะที่ &amp;quot;รังสิมันต์&amp;quot; ตะเพิด &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; โทษฐานห้ามแตะหมวด 1 และ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา&amp;nbsp; กล่าวถึงการตอบรับเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ของอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ ว่ายังไม่มีการตอบรับเข้ามา เพราะเพิ่งส่งหนังสือไปเมื่อวันที่ 26&amp;nbsp; พ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้เราไม่ได้กำหนดเวลาว่าจะต้องตอบรับในวันใด อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มีมติตั้งนายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาฯ เป็นเลขานุการของที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แม้จะมีการพูดคุยสมานฉันท์ แต่หลายฝ่ายกังวลในส่วนของการแก้รัฐธรรมนูญว่าการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)จะเสมือนเป็นการตีเช็คเปล่า ตรงนี้จะทำให้การทำงานสวนทางกันหรือไม่ ประธานรัฐสภาชี้แจงว่า คนละส่วนกัน อันนี้เป็นข้อเสนอของสภาที่สภารับมาทำ โดยเรื่องที่ต้องเดินต่อไปคือเรื่องรูปแบบที่ 2 ที่เคยบอกไว้ว่าจะมีคณะกรรมการขึ้นมาทำงานในระยะยาวนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายการเมือง แต่เป็นเรื่องที่เราจะมองอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาใดที่เราสามารถป้องกันได้ในอนาคต หรือสามารถพยากรณ์ได้โดยผู้รู้หรือเทคโนโลยี ที่ถ้าเราใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ เช่น วิทยุท้องถิ่น ที่ใช้เผยแพร่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ก็จะมีประโยชน์ต่อท้องถิ่น แต่หากใช้เพื่อโจมตี ด่าคนเพื่อการเมือง ก็จะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเราดูผลการศึกษาในอดีต เขามีตัวอย่างที่ดีหลายเรื่อง เราก็สามารถนำมาถอดบทเรียนได้ อะไรที่เรา สามารถทบทวนอดีตและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำรอยเราก็ควรทำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รูปแบบที่ 2 ที่พูดถึงนี้ จะสามารถเคาะได้เมื่อไหร่ นายชวนตอบว่า จะให้ทางสถาบันพระปกเกล้าเป็นผู้รับผิดชอบ โดยทำหน้าที่เป็นเลขานุการในกรณีนี้ แต่ขอเวลาสักนิด เพราะยังคุยกับคนได้ไม่ทั่ว เพราะเวลาไม่ค่อยมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงอดีตนายกฯ ที่ได้คุยมีความเห็นอย่างไรบ้าง ประธานรัฐสภาเผยว่า ทุกท่านก็สนับสนุนและเห็นดีกับการทำงานที่พยายามให้บ้านเมืองสงบ เพราะทุกคนก็ห่วงใยความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่หลายท่านก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่สามารถมานั่งประชุมทั้งวันทั้งคืนได้ จึงไม่สามารถเข้ามาเป็นกรรมการ แต่จะมีใครเข้ามาเป็นบ้างก็ยังบอกไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรรมการชุดนี้ แม้บางฝ่ายมีความเห็นว่าไม่น่าจะนำไปสู่ข้อยุติที่จะเกิดความสมานฉันท์ แต่ก็คิดว่าไม่อยากเห็นการตีตนไปก่อนไข้ เพราะอย่างน้อยการมีกรรมการชุดนี้ยังดีกว่าไม่มี และก็ยังเป็นความหวังที่จะให้ประเทศมีทางออกได้ในช่วงระยะเวลาต่อสถานการณ์สั้นๆ นี้ ส่วนปัญหาไหนที่คิดว่ายังค้างคาและยังไม่สามารถหาความเห็นร่วมหรือฉันทามติร่วมกันได้ ก็จะมีกรรมการอีกชุด ก็จะตั้งขึ้น โดยให้สถาบันพระปกเกล้าไปออกแบบคณะทำงานชุดนี้ ดังนั้นปัญหาระยะกลาง ระยะยาว ก็สามารถยกยอดไปพูดในที่ประชุมนั้นได้อีก
ก.พ.64โหวตรธน.วาระ3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) รัฐบาล กล่าวว่า ส่วนตัวขอปฏิเสธไม่เข้าไปร่วมเป็นกรรมการ เนื่องจากมีภารกิจมากแล้ว เบื้องต้นจะคัดเลือกจาก ส.ส.ก่อน แต่ หากไม่ได้ก็จะพิจารณาจากบุคคลภายนอกต่อไป คาดว่าภายในวันพุธที่ 2 ธันวาคมนี้ จะได้รายชื่อในสัดส่วนของรัฐบาล ทั้ง ส.ส. และคณะรัฐมนตรีครบถ้วน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตก ถึงแม้จะต้องหยุดพักบางช่วงแต่ก็เดินหน้ามาเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ที่ผ่านวาระที่ 1 และหากตามกำหนดการกลางเดือนมกราคม 64 คาดว่าการพิจารณาจะเสร็จ ทั้งนี้ก็อยู่ที่ กมธ.ด้วยว่าจะให้ความร่วมมือมากน้อยเพียงใด หากไม่มีประเด็นอะไรมาก ก็คิดว่าจะจบ และสามารถเข้าสู่วาระที่ 2 ในการพิจารณาของรัฐสภาได้ก่อนสิ้นเดือนมกราคม 64 และเดือน กุมภาพันธ์ 64 ก็น่าจะโหวตวาระที่ 3 ซึ่งตนอยากให้จบเร็วที่สุด ไม่อยากเก็บไว้นาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม โฆษกคณะ กมธ. แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณากรอบเวลาการพิจารณาเพื่อให้เสร็จทัน 45 วัน ซึ่งจากเดิมประชุมทุกวันศุกร์ จะเพิ่มวันประชุมเป็นวันพฤหัสบดี เวลา 09.30-12.00 น.อีกหนึ่งวัน โดยจะเริ่มวันที่ 3 ธ.ค.เป็นต้นไป และหากยังไม่เพียงพอ ก็จะเพิ่มวันประชุมอีก โดยจะต้องให้เสร็จในกรอบเวลาวันที่ 8 ม.ค. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้ลงในเนื้อหา เนื่องจากรอการแปรญัตติของสมาชิกอยู่ โดยขณะนี้เริ่มทยอยส่งเข้ามาแล้ว ซึ่งวันที่ 3 ธ.ค. จะเป็นวันสุดท้ายในการแปรญัตติ จากนั้นจะเชิญผู้แปรญัตติมาชี้แจงเหตุผลต่อที่กรรมาธิการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการเสนอว่าหากมีความจำเป็นที่จะต้องมีที่ปรึกษาเข้ามาร่วมประชุมด้วย ก็จะมีการเชิญนักวิชาการ ผู้มีส่วนได้เสียมาให้ข้อคิดเห็นในการพิจารณา รวมทั้งมีการรับฟัง ความเห็นจากทุกภาคส่วน โดยกรรมาธิการได้เปิดรับฟังความคิดเห็นทุกช่องทาง อาทิ&amp;nbsp; ตู้ ปณ.256 หรือส่งตรงมายังกรรมาธิการได้ และช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 18 ธ.ค. เป็นต้นไป และยังได้อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในประเด็นที่เป็นที่สนใจของสาธารณะ&amp;nbsp; เนื่องจากกรรมาธิการยึดหลักเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงความเป็นอิสระและประสิทธิภาพในการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานกมธ. กล่าวว่า ในการพิจารณาคงต้องนำความเห็นของ ส.ว.อภิปราย และการแปรญัตติ แต่ก็ไม่ทิ้งของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน และข้อเสนอของภาคประชาชน มาดูว่าอะไรเป็นข้อกังวล เช่น เรื่องพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ไม่ได้มีอยู่แต่หมวด 1 หมวด 2 เท่านั้น แต่มีอยู่ในอีก 38 มาตรา ถ้าไปแก้ไขทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ แล้วสังคมรับไม่ได้ ก็จะนำไปสู่ความขัดแย้ง จึงจำเป็นต้องเขียนให้รัดกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ก็ต้องดูคุณสมบัติให้ชัดเจน เพราะที่ผ่านมา เขียน ส.ส.ร.แล้วตัวเองได้ประโยชน์ จากการกลับเข้ามาเป็น ส.ส.และ ส.ว. หรือองค์กรอิสระ แม้กระะทั่งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญยังมีบทยกเว้นว่าควรจะเว้นวรรคกี่ปี ที่จะไม่เข้าไปเป็น ส.ส. ส.ว. หรือองค์กรอิสระ ดังนั้น คุณสมบัติ ส.ส.ร.ก็ควรจะมีจำกัดเหมือนกัน เพราะต้องไปเขียนรัฐธรรมนูญของประเทศ ไม่ใช่เป็นการเซ็นเช็คเปล่า หากไม่มีคุณสมบัติใดๆ เลยก็อาจจะเขียนรัฐธรรมนูญโอนอำนาจใดๆ ก็ได้เอื้อประโยชน์กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลัง
ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชายกล่าวว่า ไม่ว่าการร่างรัฐธรรมนูญจะให้ ส.ว.อยู่หรือไป ตนไม่ติดขัดอะไร เพราะในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ก็ยังมีการเซตซีโรบางองค์กรอิสระ ดังนั้น ส.ว.ก็เหมือนกัน ถ้าจะให้ไปก็ไป ให้อยู่ก็อยู่ แต่อำนาจการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น เกิดขึ้นจากการทำประชามติของประชาชน หากจะแก้ไขตัดอำนาจ ส.ว.ในเรื่องนี้ จะทำอย่างไร ล้มไปเฉยๆ เลย หรืออาจจะต้องกลับไปถามประชาชนอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังเป็นกระบวนการที่ไม่รู้จะจบอย่างไร มีหลายส่วนที่จะต้องพูดคุยกัน แต่ยอมรับว่ากังวลคณะ กมธ. จะทำให้ ส.ส.ร.ที่จะมีขึ้นในอนาคตทำงานยากขึ้น ตนยกตัวอย่างตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะรองประธาน กมธ.ให้สัมภาษณ์ไม่เห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขปลดล็อกหมวด 1 หมวด 2 ที่ ส.ส.ร.จะเข้ามาแก้ไขได้ รวมถึงญัตติต่างๆ ที่เคยตกไปแล้ว ทั้งอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีของ ส.ว. หรือมาตรา 279 ซึ่งเป็นบทบัญญัติรับรองคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สิ่งเหล่านี้หากเราล็อกไว้หมด ตกลงเรากำลังจะทำหน้าที่แทน ส.ส.ร.หรือไม่ ซึ่งจุดนี้ตนคิดว่าอันตราย การทำหน้าที่ของ ก มธ. สิ่งที่เราควรจะคิดให้มากที่สุดคือจะทำอย่างไรให้ ส.ส.ร.สามารถทำงานได้ง่าย และร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ไม่ใช่ว่า ส.ส.ร.ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ควรทำเรื่องนี้เท่านั้น ถ้าเราทำแบบนี้แสดงว่าเราทำแทน ส.ส.ร. และคิดแทนประชาชน ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการตั้ง กมธ. การที่นายไพบูลย์ออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะนี้ เท่ากับว่านายไพบูลย์คิดเอาแต่ได้ ไม่สนใจว่ารัฐธรรมนูญของประชาชนจะเป็นอย่างไร ถ้านายไพบูลย์คิดเรื่องดังกล่าวมาก ขอเสนอว่านายไพบูลย์ควรทำ 2 อย่างคือ 1.ไปรณรงค์ในวันที่มี ส.ส.ร. เพื่อโน้มน้าวให้ ส.ส.ร.รับฟังเหตุผล และร่างรัฐธรรมนูญในสิ่งที่นายไพบูลย์ต้องการออกมา และ 2.นายไพบูลย์ลาออกไปเป็น ส.ส.ร.จะดีกว่าการที่จะมาใช้กลไกของ กมธ. เพราะเราอยากเห็นรัฐธรรมนูญที่มาจาก ส.ส.ร.ที่เป็นตัวแทนของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สรุปว่าประเทศนี้เราจะไม่ไว้ให้ประชาชนร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนใช่หรือไม่ ผมยืนยันว่าการที่มี ส.ส.ร. ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า สิ่งที่เรากำลังทำคือเรากำลังออกแบบว่าเราต้องการเห็นการร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน โดยพรรคก้าวไกลเราก็มีความเห็นในหลายเรื่องที่เราพร้อมที่จะรับฟัง และรณรงค์ผลักดันความคิด แต่ท้ายที่สุดเรามีความเห็นว่า ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชนต้องเป็นคนหาข้อยุติด้วยกันเอง และถ้าเราต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาของประเทศที่ทุกคนสัมผัสได้ ว่าเรากำลังมีวิกฤติ อย่าซ้ำในกรณีที่เรากำลังมีปัญหาจากรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มันไม่ชอบธรรมต่อประชาชน ดังนั้นผมขอให้กรรมาธิการทุกคนช่วยกันร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยการสร้างกระบวนการที่ ส.ส.ร. มีความเป็นประชาธิปไตย ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด อย่าไปใช้กระบวนการแบบให้มี ส.ส.ร.แต่งตั้งแบบร่างรัฐบาลกำลังทำ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น รัฐธรรมนูญฉบับต่อไปก็ยังคงมีปัญหา และสุดท้ายประเทศชาติก็ไม่เกิดการพัฒนา&amp;quot; นายรังสิมันต์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85255</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, สมานฉันท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตนายกฯ, อยากเห็นบ้านเมืองสงบ, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbcb1921b8d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; แจงตั้งคกก.สมานฉันท์ เป็นเรื่องของสภา ไม่เกี่ยวรัฐบาล เชื่อได้ผู้มีประสบการณ์เป็นกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย.63 - ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ ว่า เป็นเรื่องของรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา รับไปดำเนินการ ไม่เกี่ยวอะไรกับรัฐบาล ส่วนกรณีที่จะดึงอดีตนายกรัฐมนตรี มาร่วมในคณะกรรมการชุดนี้นั้น ตนไม่มีความเห็น ทั้งในฐานะส่วนตัว และรัฐบาล ไม่พึงออกความเห็นใดๆ ทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีมติออกมาแล้ว จะนำไปดำเนินการอย่างไรต่อ นายวิษณุ กล่าวว่า อยู่ที่ภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายว่าจะให้คณะกรรมการชุดนี้ไปทำอะไร อย่างไร และขนาดไหน ส่วนผลจะออกมาอย่างไรนั้น ตนไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่า อดีตนายกฯ ทั้ง 3 คน มีความคิดเห็นไปในทางเดียวกับกลุ่มผู้ชุมนุม นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าจะปฏิบัติได้ขนาดไหน ส่วนความจำเป็นที่กลุ่มผู้ชุมนุม จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในคณะกรรมการนั้น ตนไม่มีความเห็น ขณะที่รัฐบาลจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่ ก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะเชิญมาหรือไม่ ขณะนี้อยู่ที่นายชวน ที่รับเป็นภาระในการประสานกับทุกฝ่าย เพื่อให้ไปสู่เป้าหมาย เพราะเป็นเรื่องที่เห็นพ้องต้องกันในที่ประชุมสภาฯ ซึ่งตนเชื่อว่าน่าจะออกไปทางการให้คำแนะนำ และคงจะได้ข้อสรุปที่จัดว่าทำให้มหาชนมีความเห็นคล้อยตาม ถ้าคณะกรรมการชุดนี้ทำให้ประชาชนคล้อยตามได้ ก็จะเกิดพลังในทางกดดันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่ว่าข้อเสนอแนะเขามีผลไปถึงใคร อาจจะเสนอเป็นข้อๆให้เป็นทางเลือก แต่คงไม่มีอำนาจไปทุบโต๊ะว่าต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้หรือแนะนำว่าน่าจะเป็นอย่างนี้ เป็นข้อๆ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องอาจจะรับไปปฏิบัติเป็นข้อๆ ก็ยังดี เพราะอย่างน้อยเป็นทางออกที่ได้รับการกลั่นกรองจากคนที่มีประสบการณ์ และมีความเป็นกลาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82796</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.สมานฉันท์, รัฐสภา, วิษณุ เครืองาม, อดีตนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa279ae3e4c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็ก ปชป. ซ้ำแผล &#039;สิระ&#039; ขาดสัมมาคารวะ จี้ พปชร.ควบคุมพฤติกรรมอย่าปล่อยทำลายบรรยากาศสมานฉันท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เชาว์&amp;rdquo; สุดทน ตบปาก &amp;ldquo;สิระ&amp;rdquo; หลังออกมาตะเพิด 4 อดีตนายกฯ เป็นกรรมปรองดอง ซัดไร้กาลเทศะ ขาดสัมมาคารวะ ป้อง &amp;ldquo;มาร์ค&amp;rdquo; นักการเมืองต้นแบบ ปชต. รักษาสัจจะมากกว่าอำนาจ ชี้ หากผู้นำประเทศ มีสปิริต ได้แค่ครึ่งเดียว การเมืองไม่ดิ่งเหวแบบนี้ แนะ พปชร.คุมคนของตัวเอง อย่าทำลายบรรยากาศสมานฉันท์ ก่อนชาติถึงทางตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย.63 - นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Chao Meekhuad เรื่อง อยากสมานฉันท์ ต้องระวังคำพูดคนในพรรคพลังประชารัฐ มีเนื้อหาระบุว่า &amp;ldquo;ผมไม่สบายใจกับบทสัมภาษณ์ของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ที่ออกมาพาดพิง 4 อดีตนายกรัฐมนตรี แบบไม่ให้เกียรติ ทั้งๆที่บุคลากรเหล่านี้คือ อดีตผู้นำประเทศ ไม่ว่านายสิระ จะมีความรู้สึกส่วนตัวกับคนเหล่านี้อย่างไร ก็ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะไปกล่าวหาด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม เพราะในขณะที่พวกท่านตำหนิ กลุ่มเยาวชนที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลว่า ไม่รู้จักกาลเทศะ ไร้ซึ่งสัมมาคารวะ ก็ต้องย้อนกลับมาดูตัวเองด้วยว่า ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองหรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพาดพิงในลักษณะตั้งคำถามถึงอดีตนายกอภิสิทธิ์ ว่าตอนหาเสียงบอกไม่เอาพลเอกประยุทธ์ และเมื่อพลเอกประยุทธ์มาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ลาออกจาก ส.ส. หมายความว่าไม่ยอมรับระบบรัฐสภาหรือไม่ สะท้อนถึงภูมิปัญญาทางการเมืองของนายสิระว่ามีปัญหา เนื่องจากการลาออกจากส.ส.ของอดีตนายกอภิสิทธิ์ เป็นการแสดงสปิริตรักษาสัจจะวาจาที่ให้ไว้กับประชาชน ถือเป็นต้นแบบนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่ให้คุณค่ากับการรักษาคำพูด มากกว่าการเข้าไปแอบอิงอำนาจ ซึ่งหากผู้นำประเทศที่นายสิระปกป้องนักหนา จะมีสปิริตเพียงแค่ครึ่งเดียวที่อดีตนายกอภิสิทธิ์มี สถานการณ์การเมืองคงไม่ล่วงเลยมาถึงขนาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกการกระทำ ทุกการตัดสินใจของอดีตนายกอภิสิทธิ์ อยู่บนพื้นฐานรักษาประชาธิปไตย ใช้กลไกสภายุติปัญหามาโดยตลอด การกล่าวหาในเชิงตั้งคำถามว่าท่านไม่ยอมรับระบบรัฐสภา จึงเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง ความจริงผมไม่อยากตอบโต้เลย เพราะไม่อยากทำลายบรรยากาศที่กำลังมีความพยายามนับหนึ่งสร้างความสมานฉันท์ผ่านกลไกรัฐสภา ถ้าพรรคพลังประชารัฐและผู้มีอำนาจ ต้องการเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่น ยุติความขัดแย้งด้วยระบบการเมือง ต้องปรามลูกหาบที่คอยออกมาทิ่มแทงคนอื่นให้หยุดได้แล้ว ไม่เช่นนั้นพวกท่านนั่นแหละ ที่กำลังพาชาติสู่ทางตัน ทั้งที่มีโอกาสร่วมกันหาทางออกให้บ้านเมืองได้ แต่กลับเลือกปกป้องอำนาจ มากกว่าปกปักรักษาชาติบ้านเมือง&amp;rdquo;นายเชาว์ ระบุ&lt;/p&gt;


	&amp;#39;จตุพร&amp;#39; เผยเสื้อแดงหวิดโกลาหลเหยียบกันตาย!
	&amp;nbsp;&amp;#39;วรงค์&amp;#39; แฉ &amp;#39;ไอลอว์&amp;#39; รับเงินต่างชาติถึง 6 หน่วยงาน!
	แซ่บ!ว่อนเน็ตครบทีม &amp;#39;ทอน-ฟ้าเดียวกัน-3 นิ้ว&amp;#39; ซดเหล้ากับดิบรับ &amp;#39;อานนท์&amp;#39; พ้นคุก
	&amp;#39;อุ๊&amp;#39; อบรม &amp;#39;แอมมี่&amp;#39; หลังคุยคำโตถ้าพวกเราชนะจะเช็คบิลทุกคนที่เป็นขี้ข้าเผด็จการ!
	ถึงบางอ้อ &amp;#39;3 นิ้วกลายพันธุ์&amp;#39; แสร้งปกป้องสถาบัน&amp;nbsp;
	เฝือ! แกนนำ 3 นิ้ว นัดแถลง &amp;#39;บิ๊กเซอร์ไพรส์&amp;#39; อีกแล้ว
	สะดุ้งกันทั้งพรรค! &amp;#39;สุภรณ์&amp;#39; เปิด 5 แผลเพื่อไทย&amp;nbsp;
	ชัดแล้ว!หัวหน้าการ์ดม็อบ 3 นิ้วลดเพดาน


&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82784</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.สมานฉันท์, สิระ เจนจาคะ, อดีตนายกฯ, เชาว์ มีขวด, เด็ก ปชป.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa25b5a09c7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เพื่อไทย เผยภาพล่าสุด &#039;ยิ่งลักษณ์&#039; ยิ้มสวย แฟนคลับแห่เม้นท์คิดถึงเมื่อไหร่จะกลับมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 -&amp;nbsp;น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก กิตติ์ธัญญา วาจาดี #เปิ้ล&amp;nbsp;เผยภาพการโทรวิดีโอคอลระหว่างตนเองคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเขียนข้อความว่า &amp;quot;กำลังใจ ท่านนายกคนสวย แค่ได้เห็นรอยยิ้ม ก็เพิ่มพลัง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&amp;quot; โดยมีประชาชนเข้ามาคอมเม้นท์แสดงความคิดถึงเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77011</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติ์ธัญญา วาจาดี, ดูไบ, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, อดีตนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5993bfbf301.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039; แนะ &#039;บิ๊กตู่&#039; หากปรับครม.ควรให้โอกาสคนมีความสามารถ เพราะปัญหายากกว่าที่ผ่านมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.63 - ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ ถ.ราชดำเนิน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดสรรงบประมาณตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2564 ท่ามกลางวิกฤตทางเศรษฐกิจ ว่า ต้องเร่งการจัดสรรงบประมาณ แต่กลับเห็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย รัฐบาลมีภาระที่ต้องจัดการกับสถานการณ์พิเศษและเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ ต้องแก้ไขปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง ขณะเดียวกันสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการท่องเที่ยว ตนเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวจากต่างชาติ รัฐบาลต้องมีแผนที่ชัดเจน ว่าระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี จะดำเนินการอย่างไร รวมถึงเงินที่รัฐบาลกู้มา ต้องใช้อย่างคุ้มค่า เพราะหากใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่าย ไม่มีประสิทธิภาพ หรือเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นจะเกิดปัญหาตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ ยังให้ความเห็นถึงหลักคิดในการปรับคณะรัฐมนตรีว่า ต้องเปิดให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นปัจจุบันยากกว่าที่ผ่านมา จึงต้องให้บุคคลที่มีความพร้อม มีความสามารถเข้ามาทำหน้าที่ ปัจจัยใดที่สร้างความไม่แน่นอนจะต้องรีบแก้ไขทันที ซึ่งนายกฯ ต้องแสดงความชัดเจนว่าจะมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี เป็นไปตามสัดส่วนของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น เป็นอำนาจของนายกฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71143</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปรับครม., อดีตนายกฯ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f09860c169d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยิ่งลักษณ์&#039;ครวญ!ดูไบเคอร์ฟิว24ชม.ไม่ได้พบ&#039;ทักษิณ&#039;ตั้ง2สัปดาห์ กว่าจะได้เจอต้องทำหนังสือขออนุญาต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
20 เม.ย.63- น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;นักโทษหนีคุกคดีปล่อยทุจิตจำนำข้าว โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กYingluck Shinawatra ว่าหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19ไปทั่วโลก ทุกๆประเทศต่างออกมาตรการต่างๆแตกต่างกันออกไปตามความรุนแรงของการแพร่ระบาด ที่ดูไบก็ประกาศเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง จะไปไหนต้องทำหนังสือขออนุญาตถึงจะไปได้ แต่ไปได้เพียงแค่ซุปเปอร์มาเก็ต ร้านขายยา โรงพยาบาล หรือมีเหตุจำเป็นเท่านั้น ประกาศมาได้สองสัปดาห์แล้ว และต่อเป็นสัปดาห์ที่สามค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่ประกาศเคอร์ฟิวดิฉันก็ไม่เคยได้เจอกับพี่ชายเลย จึงได้นัดเวลากันเพื่อขออนุญาตออกมาซื้อของใช้ที่จำเป็นที่ซุปเปอร์มาเก็ตในช่วงเวลาที่ต้องเก็บตัว เลยถือโอกาสนี้ออกมาหาซื้อของด้วยกันและเพื่อจะได้มาเจอกันให้หายคิดถึงพร้อมกันไปด้วยค่ะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63671</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, ดูไบ, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, อดีตนายกฯ, เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d034cea9ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
