<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตนายกฯ&#039;นาจิบ&#039;จ่อล้มละลาย ค้างจ่ายภาษี1.2หมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย โดนสรรพากรส่งหนังสือแจ้งเตือนการล้มละลายจากการค้างจ่ายภาษีมากกว่า 12,800 ล้านบาทตามคำสั่งศาลเมื่อปีที่แล้ว เจ้าตัวโวยเป็นความพยายามทำลายอาชีพนักการเมืองของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค มาขึ้นศาลอุทธรณ์ในกรุงปุตราจายา เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 (Photo by Zahim Mohd/NurPhoto via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 7 เมษายน กล่าวว่า อดีตผู้นำมาเลเซียวัย 67 ปีสูญเสียอำนาจภายหลังพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) ของเขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งเมื่อปี 2561 ยุติการเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลผสมที่ครองอำนาจบริหารประเทศนี้มานาน 6 ทศวรรษ หลังจากนั้น นาจิบก็ถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีคอร์รัปชันและฟอกเงินหลายสิบคดี ที่เกี่ยวเนื่องกับข้อกล่าวหาทุจริตยักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ วันมาเลเซียดีเวลอปเมนต์เบอร์ฮัด (วันเอ็มดีบี) ที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง นาจิบปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เขาเพิ่งให้ทนายยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลอุทธรณ์ ในคดีที่เขาถูกตัดสินเมื่อปีที่แล้วว่ามีความผิดฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ, ฟอกเงิน และความผิดอาญาฐานละเมิดหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย จากการโอนเงิน 42 ล้านริงกิต (318.42 ล้านบาท) จากอดีตบริษัทย่อยแห่งหนึ่งของวันเอ็มดีบี เข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของเขาหลายบัญชี ศาลพิพากษาจำคุกเขา 12 ปี และปรับเกือบ 50 ล้านดอลลาร์ (1,566 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีอีกคดีในปีที่แล้ว ที่ศาลสั่งให้นาจิบ ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกันตัวและยังคงทำหน้าที่ ส.ส.อยู่ต่อไป จ่ายเงินภาษีจำนวน 1,690 ล้านริงกิต (12,813 ล้านบาท) ที่เขาค้างจ่ายจากช่วงที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่างปี 2554-2560 ซึ่งรวมถึงค่าปรับและดอกเบี้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันอังคาร นาจิบโพสต์เฟซบุ๊กว่า เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการจัดเก็บภาษีได้มีหนังสือบอกกล่าวการล้มละลายส่งถึงเขาเมื่อวันจันทร์ เพื่อแจ้งเกี่ยวกับภาษีที่ค้างจ่าย หนังสือส่งมาถึงไม่นานหลังจากเขายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาคดีข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกฯ ผู้นี้กล่าวว่า เขาเชื่อว่าจังหวะเวลาของการส่งหนังสือเตือนนั้นเกี่ยวโยงกับการตัดสินใจของพรรคอัมโนเมื่อเดือนที่แล้ว ที่จะยุติความร่วมมือกับรัฐบาลของนายกฯ มูห์ยิดดิน ยัสซิน ในการเลือกตั้งครั้งหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเขาถูกตัดสินว่าล้มละลาย เขาจะสูญเสียเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและจะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาจิบยืนกรานว่าเขาจ่ายภาษีมาโดยตลอด และการดำเนินคดีกับเขานั้นมีแรงจูงใจทางการเมือง &amp;quot;ผมจะยังคงยืนหยัดต่อสู้กับความพยายามรังแกและข่มขู่ผมทุกอย่างโดยพวกที่มีอำนาจ&amp;quot; เขาเขียนลงเฟซบุ๊ก และว่าไ ด้ขอให้ทนายความยื่นต่อศาลขอระงับหนังสือบอกกล่าวล้มละลายฉบับนี้ โดยบอกว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้พวกที่ใช้กฎหมายในทางที่ผิด เพื่อกดขี่เขาด้วยเหตุผลทางการเมืองและความละโมบอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคอัมโนได้กลับมามีอำนาจอย่างไม่คาดคิดในปีที่แล้วในฐานะกลุ่มพันธมิตรที่เสนอชื่อมูห์ยิดดินเป็นนายกรัฐมนตรีแทนที่มหาเธร์ โมฮัมหมัด จากการชิงอำนาจทางการเมืองภายในรัฐบาลผสมกับอันวาร์ อิบราฮิม หลังจากมหาเธร์ลาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะเผชิญข้อกล่าวหาทุจริตมากมายและไม่ได้เป็นผู้นำพรรคอัมโนอีกต่อไปแล้ว แต่นาจิบยังคงได้รับความนิยมทั้งในพรรคและในการเมืองมาเลเซีย เขามีผู้ติดตามทางเฟซบุ๊กเกิน 4 ล้านคน มากกว่านักการเมืองมาเลเซียทุกคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98670</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้างจ่ายภาษี, ทุจริตวันเอ็มดีบี, นาจิบ ราซัค, มาเลเซีย, ล้มละลาย, อดีตนายกฯ มาเลเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d77a3826fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตนายกฯนาจิบจ่อล้มละลาย ค้างจ่ายภาษี1.2หมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย โดนสรรพากรส่งหนังสือแจ้งเตือนการล้มละลายจากการค้างจ่ายภาษีมากกว่า 12,800 ล้านบาทตามคำสั่งศาลเมื่อปีที่แล้ว เจ้าตัวโวยเป็นความพยายามทำลายอาชีพนักการเมืองของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 7 เมษายน กล่าวว่า อดีตผู้นำมาเลเซียวัย 67 ปีสูญเสียอำนาจภายหลังพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) ของเขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งเมื่อปี 2561 ยุติการเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลผสมที่ครองอำนาจบริหารประเทศนี้มานาน 6 ทศวรรษ หลังจากนั้น นาจิบก็ถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีคอร์รัปชันและฟอกเงินหลายสิบคดี ที่เกี่ยวเนื่องกับข้อกล่าวหาทุจริตยักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ วันมาเลเซียดีเวลอปเมนต์เบอร์ฮัด (วันเอ็มดีบี) ที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง นาจิบปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เขาเพิ่งให้ทนายยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลอุทธรณ์ ในคดีที่เขาถูกตัดสินเมื่อปีที่แล้วว่ามีความผิดฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ, ฟอกเงิน และความผิดอาญาฐานละเมิดหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย จากการโอนเงิน 42 ล้านริงกิต (318.42 ล้านบาท) จากอดีตบริษัทย่อยแห่งหนึ่งของวันเอ็มดีบี เข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของเขาหลายบัญชี ศาลพิพากษาจำคุกเขา 12 ปี และปรับเกือบ 50 ล้านดอลลาร์ (1,566 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีอีกคดีในปีที่แล้ว ที่ศาลสั่งให้นาจิบ ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกันตัวและยังคงทำหน้าที่ ส.ส.อยู่ต่อไป จ่ายเงินภาษีจำนวน 1,690 ล้านริงกิต (12,813 ล้านบาท) ที่เขาค้างจ่ายจากช่วงที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่างปี 2554-2560 ซึ่งรวมถึงค่าปรับและดอกเบี้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันอังคาร นาจิบโพสต์เฟซบุ๊กว่า เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการจัดเก็บภาษีได้มีหนังสือบอกกล่าวการล้มละลายส่งถึงเขาเมื่อวันจันทร์ เพื่อแจ้งเกี่ยวกับภาษีที่ค้างจ่าย หนังสือส่งมาถึงไม่นานหลังจากเขายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาคดีข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกฯ ผู้นี้กล่าวว่า เขาเชื่อว่าจังหวะเวลาของการส่งหนังสือเตือนนั้นเกี่ยวโยงกับการตัดสินใจของพรรคอัมโนเมื่อเดือนที่แล้ว ที่จะยุติความร่วมมือกับรัฐบาลของนายกฯ มูห์ยิดดิน ยัสซิน ในการเลือกตั้งครั้งหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเขาถูกตัดสินว่าล้มละลาย เขาจะสูญเสียเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและจะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาจิบยืนกรานว่าเขาจ่ายภาษีมาโดยตลอด และการดำเนินคดีกับเขานั้นมีแรงจูงใจทางการเมือง &amp;quot;ผมจะยังคงยืนหยัดต่อสู้กับความพยายามรังแกและข่มขู่ผมทุกอย่างโดยพวกที่มีอำนาจ&amp;quot; เขาเขียนลงเฟซบุ๊ก และว่าไ ด้ขอให้ทนายความยื่นต่อศาลขอระงับหนังสือบอกกล่าวล้มละลายฉบับนี้ โดยบอกว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้พวกที่ใช้กฎหมายในทางที่ผิด เพื่อกดขี่เขาด้วยเหตุผลทางการเมืองและความละโมบอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคอัมโนได้กลับมามีอำนาจอย่างไม่คาดคิดในปีที่แล้วในฐานะกลุ่มพันธมิตรที่เสนอชื่อมูห์ยิดดินเป็นนายกรัฐมนตรีแทนที่มหาเธร์ โมฮัมหมัด จากการชิงอำนาจทางการเมืองภายในรัฐบาลผสมกับอันวาร์ อิบราฮิม หลังจากมหาเธร์ลาออกจากตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะเผชิญข้อกล่าวหาทุจริตมากมายและไม่ได้เป็นผู้นำพรรคอัมโนอีกต่อไปแล้ว แต่นาจิบยังคงได้รับความนิยมทั้งในพรรคและในการเมืองมาเลเซีย เขามีผู้ติดตามทางเฟซบุ๊กเกิน 4 ล้านคน มากกว่านักการเมืองมาเลเซียทุกคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98667</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้างจ่ายภาษี, นาจิบ ราซัค, ล้มละลาย, อดีตนายกฯ มาเลเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d77a3826fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.มาเลย์เรียก &#039;นาจิบ&#039; ให้ปากคำคดีสินบนเรือดำน้ำฝรั่งเศส 16 ปีก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ป.ป.ช.ของมาเลเซียเรียกอดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค สอบปากคำนานหลายชั่วโมงเมื่อวันจันทร์ เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อเรือดำน้ำชั้นสกอร์ปิเนของฝรั่งเศส 2 ลำเมื่อ 16 ปีก่อน ที่มีครหาสินบน 134 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 24 พ.ค. 2561 อดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังเข้าให้ปากคำต่อเอ็มเอซีซีที่เมืองปุตราจายา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่พ้นจากอำนาจ อดีตนายกฯ ผู้นี้พร้อมด้วยภรรยาและพวกพ้องอีกหลายคน ก็โดนตั้งข้อหาดำเนินคดีทุจริตคอร์รัปชันหลายกระทง แต่ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับคดียักยอกและฟอกเงินจากการทุจริตในกองทุนวันเอ็มดีบี ที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นาจิบและพรรครัฐบาลพ่ายแพ้การเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม แต่การสอบสวนล่าสุดนี้ เป็นการรื้อฟื้นคดีเก่าเมื่อปี 2545 สมัยที่นาจิบดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม และลงนามจัดซื้อเรือดำน้ำชั้นสกอร์ปิเน 2 ลำจากฝรั่งเศส มูลค่า 1,200 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2561 อ้างเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของมาเลเซีย (เอ็มเอซีซี) ที่คุ้นเคยกับการสอบสวนนี้ ยืนยันว่านาจิบโดนเอ็มเอซีซีเรียกเข้าให้ปากคำนาน 4 ชั่วโมงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีลดังกล่าวตกเป็นข้อครหาอื้อฉาวมายาวนานหลายปี และบริษัทผู้ผลิตเรือดำน้ำจากฝรั่งเศส ซึ่งชื่อเดิมคือ ดีซีเอ็นเอส ถูกกล่าวหาว่าจ่ายเงินสินบน 134 ล้านดอลลาร์ (ราว 4,417 ล้านบาท) แก่บริษัทเปลือกนอกแห่งหนึ่งที่เกี่ยวโยงถึงอับดุล ราซัค บากินดา คนสนิทของนาจิบ ซึ่งทำหน้าที่นายหน้าของดีลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องอื้อฉาวของดีลเรือดำน้ำยังถูกโยงกับคดีฆาตกรรมอัลตันตูยา ชารีบู นางแบบสาวชาวมองโกเลีย ภรรยาน้อยของราซัค บากินดา ซึ่งโดนยิงแล้วโดนระเบิดทำลายศพเมื่อปี 2549 โดยมีข่าวลือว่าเธอเรียกร้องส่วนแบ่งสำหรับการทำหน้าที่ล่ามในการเจรจาต่อรองดีลนี้ ศาลมาเลเซียมีคำตัดสินเมื่อปี 2551 ว่าราซัค บากินดา ไม่มีความผิดในคดีฆาตกรรม ท่ามกลางครหาว่ามีการปกปิดเพื่อปกป้องนาจิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เอ็มเอซีซีผู้นี้กล่าวว่า เอ็มเอซีซีอาจเรียกราซัค บากินดา มาให้ปากคำด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสอบสวนของฝรั่งเศสในปี 2553 ได้นำไปสู่การตั้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้บริหารชาวฝรั่งเศส 4 คน รวมถึงเปิดการสอบสวนคดีอาญากับราซัค บากินดาด้วย ปัจจุบัน ดีซีเอ็นเอสเปลี่ยนชื่อเป็นนาวาลกรุ๊ป มีรัฐบาลฝรั่งเศสและบริษัททาเลสถือหุ้นส่วน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22380</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชั้นสกอร์ปิเน, ดีซีเอ็นเอส, นาจิบ ราซัค, ฝรั่งเศส, มาเลเซีย, สอบปากคำ, สินบนเรือดำน้ำ, อดีตนายกฯ มาเลเซีย, อับดุล ราซัค บากินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf3fbc211ca5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
