<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบอดีตนาวิกโยธินอเมริกาเคยไปรบที่อิรัก วางกล่องต้องสงสัยป่วนหน้าสถานทูตสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.63- &amp;nbsp;ร.ต.อ.นภพา ทองบ่อ รองสว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ จึงประสานเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด ร่วมเดินทางไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุอยู่หน้าสถานทูต เจ้าหน้าที่ทำการปิดกั้นที่เกิดเหตุ พบวัตถุต้องสงสัยเป็นกล่องพัสดุ ถ่านไฟฉาย3เอ ห่อในกระดาษเอสี่ มีขวดน้ำเปล่าวางใกล้กัน จากการตรวจสอบในกล่องพบตุ๊กตานักมวยไทยไหว้ครู มีผ้า กระดาษ ไม่พบสิ่งของอันตราย ทั้งนี้ตำรวจได้คุมตัวนายลูคัส วิลเลี่ยม แม็คเคมี่ อายุ 35 ปี สัญชาติอเมริกันที่เป็นคนเอาของไปวัตถุไปวางแล้วโดนจับตัวได้ คุมตัวมาสอบปากคำที่ สน.ลุมพินีทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนพบว่าเจ้าตัวมีวีซ่าครูสอนภาษาที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ซึ่งจะหมดอายุลงในเดือนมิถุนายนปีนี้ โดยที่กระเป๋าสะพายของเจ้าตัวนั้นพบยาจากโรงพยาบาลจำนวนมาก ทั้งนี้เจ้าตัวยังไม่ให้ปากคำใด ๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งยังให้การวกวนยังไม่สามารสอบปากคำได้ &amp;nbsp;เบื้องต้นตำรวจส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจสภาพจิตที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา ก่อน และยังไม่แจ้งข้อหาใด ๆ ต้องรอผลก่อน เพราะหากมีอาการทางจิตจริง ก็ถือว่าสติไม่ดี ไม่สามารถแจ้งข้อหาตามกฎหมายได้แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อสอบถามทางญาติไปที่ประเทศอเมริกา ทราบว่านายลูคัส วิลเลี่ยม แม็คเคมี่ เป็นอดีตนาวิกโยธิน เคยไปรบที่อิรัก แล้วถูกระเบิดทำให้เกิดมีอาการทางจิต ต้องกินยารักษาอยู่ตลอด ก่อนจะมาเป็นครูสอนภาษาในเมืองไทย โดยเดินทางเข้ามาเมื่อวันที่10 ก.พ.ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63812</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถานทูตสหรัฐ, อดีตนาวิกโยธิน, อเมริกัน, เก็บกู้วัตถุระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e84f3a566b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2019 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2019 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐจับอดีตนาวิกโยธิน เอี่ยวบุกสถานทูตเกาหลีเหนือในสเปน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วอชิงตันโพสต์รายงานว่า ตำรวจเอฟบีไอของสหรัฐจับกุมอดีตนาวิกโยธินชาวอเมริกันรายหนึ่งฐานต้องสงสัยว่าพัวพันเหตุการณ์กลุ่มคนลึกลับบุกรุกสถานทูตเกาหลีเหนือประจำสเปนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แล้วจับนักการทูตเกาหลีเหนือมัดและขโมยคอมพิวเตอร์ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานทูตเกาหลีเหนือในกรุงมาดริดของสเปน ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อ้างแหล่งข่าว 2 รายที่คุ้นเคยกับคดีนี้ว่า เจ้าหน้าที่จากสำนักสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) จับกุมคริสโตเฟอร์ อัน อดีตนาวิกโยธินสหรัฐและสมาชิกกลุ่มเคลื่อนไหวโค่นล้มคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่อ้างตนว่าอยู่เบื้องหลังการบุกรุกสถานทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงมาดริดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีกล่าวว่า กลุ่มนี้ใช้ชื่อว่า การป้องกันพลเรือนโชลลิมา (ซีซีดี) อ้างว่าก่อเหตุครั้งนี้เพื่อขับเน้นให้เห็นกิจกรรมผิดกฎหมายที่เกิดอย่างดาษดื่นภายในคณะผู้แทนทางการทูตของเกาหลีเหนือในต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของวอชิงตันโพสต์กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่เอฟบีไอยังตรวจค้นอพาร์ตเมนต์ของเอเดรียน ฮง ชาง พลเมืองชาวเม็กซิกันที่ทางการสเปนระบุไว้เมื่อเดือนที่แล้วว่าเป็นหัวโจกนำทีมบุกสถานทูต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของเอฟบีไอปฏิเสธจะตอบคำถามเกี่ยวกับรายงานของโพสต์ โดยโยนให้ไปสอบถามกระทรวงยุติธรรมที่เป็นต้นสังกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มซีซีดี ซึ่งเชื่อกันว่ามีสมาชิกที่เป็นชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ด้วยหลายราย กล่าวไว้ภายหลังการบุกรุกสถานทูตว่า พวกตนได้แบ่งปันข้อมูลที่อาจมีคุณค่ามหาศาลให้กับเอฟบีไอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นล่วงหน้าไม่กี่่วัน ก่อนที่คิม จองอึน จะประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงฮานอยของเวียดนาม ซึ่งจบลงโดยไม่สามารถบรรลุความตกลงกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีเหนือกล่าวถึงเหตุการณ์ที่สเปนว่า เป็นการก่อการร้ายร้ายแรง และเรียกร้องให้สอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอชิงตันโพสต์อ้างคำกล่าวของลี โวลอสกี ทนายความของฮง ว่าลูกความของตนท้อใจที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐตัดสินใจดำเนินการกับชาวอเมริกันโดยปฏิบัติตามคำร้องคดีอาญาของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มซีซีดี ซึ่งเสนอให้ความช่วยเหลือผู้ที่พยายามแปรพักตร์จากเกาหลีเหนือ เริ่มมีชื่อเสียงเมื่อปี 2560 เมื่อพวกเขาเผยแพร่วิดีโอลูกชายของคิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึน โดยบอกว่าพวกเขาดูแลความปลอดภัยของเด็กหนุ่มคนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34151</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงมาดริด, สถานทูตเกาหลีเหนือ, สหรัฐ, อดีตนาวิกโยธิน, เกาหลีเหนือ, โชลลิมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190421/image_big_5cbc7bcb3bd88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
