<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตปธน.ลูลาพ้นผิดคอร์รัปชัน เปิดทางชิงเก้าอี้ผู้นำบราซิลปีหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้พิพากษาศาลสูงสุดของบราซิลตัดสินเมื่อวันจันทร์ว่า คำพิพากษาคดีคอร์รัปชันของอดีตประธานาธิบดีลูอิซ อินาเซียว ลูลา ดา ซิลวา เป็นโมฆะ เปิดทางให้อดีตผู้นำฝ่ายซ้ายลงสมัครรับเลือกตั้งทวงคืนเก้าอี้เดิมของเขาได้ในปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ลูอิซ อินาเซียว ลูลา ดา ซิลวา อดีตประธานาธิบดีบราซิล ปราศรัยที่เซาเปาลู เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 (Footage by Felipe Beltrame/NurPhoto via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ผู้พิพากษาเอ็ดสัน ฟาชิน กลับคำพิพากษาทั้งหมดที่ตัดสินว่าลูลามีความผิดคดีคอร์รัปชัน โดยตัดสินว่าศาลเมืองกูรีตีบา ในรัฐปารานา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีนี้ และคดีของเขารวมทั้งหมด 4 คดีต้องถูกส่งมาพิจารณาคดีใหม่ที่ศาลของรัฐบาลกลางใจกรุงบราซิเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูลาวัย 75 ปี เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิลระหว่างปี 2546-2553 หลังพ้นตำแหน่งเขาถูกพิพากษาว่ามีความผิดคดีทุจริตเกี่ยวโยงกับการรับสินบน ภายหลังคำตัดสินของผู้พิพากษาฟาชิน ลูลาจะสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีได้อีกครั้งในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินนี้เป็นเรื่องวิธีพิจารณาความ แต่ไม่ได้เป็นการตัดสินถูกผิดในเนื้อหาของคดี สำนักงานอัยการบราซิลประกาศว่าจะอุทธรณ์คำตัดสิน และคณะผู้พิพากษาศาลสูงสุดเต็มคณะสามารถกลับคำตัดสินของฟาชินได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายหลายคนกล่าวว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความของลูลาออกแถลงการณ์ว่า คำตัดสินเมื่อวันจันทร์เป็นการยอมรับว่าฝ่ายตนถูกมาตลอด คำตัดสินนี้ยังพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของอดีตประธานาธิบดีลูลา, ความเป็นโมฆะของคดี และการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเล่นงานเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีของอดีตผู้นำฝ่ายซ้ายมาจากการสอบสวนการคอร์รัปชันอย่างกว้างขวางในบราซิลที่มีชื่อเรียกว่า ปฏิบัติการล้างรถ ซึ่งทำให้นักการเมืองทรงอิทธิพลและผู้บริหารธุรกิจหลายรายโดนจำคุก ตัวลูลานั้นโดนศาลตัดสินจำคุกรวม 26 ปีจากความผิดฐานรับสินบนและยักยอกเงินจากกองทุนเข้ามูลนิธิของเขาอย่างผิดกฎหมาย เขาติดคุกนานกว่า 18 เดือน ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกจากคุกในปี 2562 ระหว่างรอการอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้คำพิพากษาคอร์รัปชันจะทำลายภาพพจน์ของเขาอย่างมาก แต่ผลสำรวจความคิดเห็นเมื่อวันอาทิตย์ชี้ว่า ลูลามีโอกาสจะได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดในการเลือกตั้งเดือนตุลาคม 2565 โดยเขาเป็นนักการเมืองเพียงคนเดียวในบรรดาผู้เสนอตัว 10 คนที่มีคะแนนนิยมมากกว่าประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำขวาจัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรแสดงความไม่พอใจคำตัดสินของผู้พิพากษาฟาชิน โดยกล่าวหาว่าเขาลำเอียง และมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับพรรคแรงงานของลูลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ฝ่ายซ้ายจะยกย่องเขาเป็นวีรบุรุษ และชาวบราซิลจำนวนมากยังติดใจกับเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูในยุคสมัยของเขา แต่ลูลายังคงเป็นนักการเมืองที่สร้างความขัดแย้งสูงในสังคมบราซิล คำพิพากษาว่าเขาพ้นผิดทำให้ตลาดหุ้นเซาเปาลูร่วงลงถึง 4% และเงินสกุลเรอัลอ่อนค่ามากสุดในรอบ 4 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95514</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, พ้นผิดคดีคอร์รัปชัน, ลูอิซ อินาเซียว ลูลา ดา ซิลวา, อดีตประธานาธิบดีบราซิล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_604744c3c001f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2019 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2019 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการบราซิลฟันอดีต ปธน. &#039;มิเชล เตแมร์&#039; หัวหน้าแก๊งทุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตประธานาธิบดีมิเชล เตแมร์ ของบราซิล โดนจับกุมโดยเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคอร์รัปชันในปฏิบัติการ &amp;quot;ล้างรถ&amp;quot;&amp;nbsp; อัยการระบุเขาเป็นหัวหน้าใหญ่ของ &amp;quot;องค์กรอาชญากรรม&amp;quot; ที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกและฟอกเงินในบราซิลยาวนานหลายทศวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิเชล เตแมร์ อดีตประธานาธิบดีบราซิลระหว่างปี 2559-2561 ถูกนำตัวขึ้นรถภายหลังโดนจับกุมที่เซาเปาลู เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562 ว่าตำรวจจับกุมอดีตประธานาธิบดีวัย 78 ปีรายนี้ที่นครเซาเปาลู แล้วส่งตัวเขาไปยังนครรีโอเดจาเนโร เมื่อวันพฤหัสบดี สำนักงานอัยการกลางเผยผ่านแถลงการณ์ว่า การสอบสวนเขาทำให้ค้นพบว่ามีองค์กรอาชญากรรมเต็มรูปแบบองค์กรหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการกระทำหลายอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตแมร์เป็นอดีตผู้นำคนล่าสุดของบราซิลที่โดนจับกุมเพราะปฏิบัติการสอบสวนที่มีชื่อเรียกว่า &amp;quot;ล้างรถ&amp;quot; ที่เริ่มต้นจากการสอบสวนการฟอกเงินที่ร้านล้างรถแห่งหนึ่งในกรุงบราซิเลียเมื่อปี 2557 แล้วบานปลายเป็นปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตครั้งมโหฬารที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองจากหลายพรรค และบริษัทเอกชนหลายแห่ง รวมถึงบริษัท น้ำมันเปโตรบราส และบริษัทก่อสร้างรายใหญ่อีกหลายบริษัท มีนักการเมืองและลูกจ้างของบริษัทโดนตัดสินแล้วมากกว่า 150 คน และอีกหลายร้อยคนโดนตั้งข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมเรย์รา ฟรันโก อดีตรัฐมนตรีเหมืองแร่และพลังงาน ก็โดนจับกุมพร้อมกับผู้ต้องสงสัยอีกหลายรายเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตแมร์เป็นผู้นำที่ไม่ได้รับความนิยมมากที่สุดของบราซิล เขาถูกกล่าวหาคดีคอร์รัปชันหลายคดีก่อนพ้นตำแหน่งเมื่อปี 2560 โดยชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำขวาจัดที่หาเสียงด้วยนโยบายปราบคอร์รัปชันและอาชญากรรมอย่างดุดัน เป็นผู้ชนะเลือกตั้งและรับตำแหน่งต่อจากเขาเมื่อต้นปีนี้ ส่วนเตแมร์ไม่ได้ลงสมัครอีกสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2560 รัฐสภาบราซิลเคยลงมติล้มเลิกคำกล่าวหาทุจริตของเตแมร์ 2 ครั้ง แต่คำกล่าวหาครั้งที่ 3 มีออกมาไม่กี่วันก่อนที่โบลโซนาโรจะรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มกราคม ทำให้สภาไม่มีเวลาประเมินคำกล่าวหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรกล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะเยือนชิลีอย่างเป็นทางการว่า มีความยุติธรรมสำหรับทุกคน และทุกคนก็รับผลของการกระทำของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของอัยการเมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวถึงระบบอาชญากรรมซับซ้อน ซึ่งถึงปลายปี 2557 ได้จ่ายเงินผิดกฎหมายราว 1 ล้านเรอัล (กว่า 15.8 ล้านบาท) โดยเกี่ยวพันกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่เสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสอบสวนบ่งบอกว่ากลุ่มนี้อาจก่อกระทำความผิดสารพัดกับหน่วยงานภาครัฐและบริษัทรัฐวิสาหกิจ เกี่ยวข้องกับเงิน 1,800 ล้านเรอัล (14,888 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตแมร์จากพรรคพีเอ็มดีบีเป็นผู้นำขัดตาทัพ ภายหลังจีลมา รุสเซฟฟ์ อดีตผู้นำบราซิลคนก่อนหน้าเขาจากพรรคแรงงาน ถูกถอดถอนพ้นตำแหน่งในปี 2559 รุสเซฟฟ์ไม่ได้ถูกโยงกับคดีล้างรถนี้ แต่เธอถูกตัดสินจำคุกปั้นแต่งงบดุลของรัฐเพื่อหวังผลทางการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31979</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, บราซิล, ปฏิบัติการล้างรถ, มิเชล เตแมร์, อดีตประธานาธิบดีบราซิล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190322/image_big_5c94ce354ecad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2019 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2019 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีต ปธน. &#039;ลูลา&#039; ของบราซิลโดนคอร์รัปชันอีกคดี จำคุกเกือบ 13 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา อดีตประธานาธิบดีบราซิล โดนศาลตัดสินโทษจำคุกเกือบ 13 ปี ในคดีคอร์รัปชันอีกคดีเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2561 อดีตประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา เดินทางมาถึงกองบัญชาการตำรวจของรัฐบาลกลางที่รัฐปารานา เพื่อรับโทษจำคุก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ ศาลเมืองกูรีตีบาทางใต้ของบราซิล ตัดสินว่า ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา อดีตประธานาธิบดีบราซิล อายุ 73 ปี มีความผิดในข้อหาให้บริษัทก่อสร้าง 2 แห่งมาซ่อมแซมปรับปรุงบ้านไร่แห่งหนึ่งโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อแลกกับที่บริษัททั้ง 2 แห่งจะได้รับสัญญาของเปโตรบราส ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของทางการบราซิล ศาลตัดสินโทษจำคุกลูลาในคดีนี้ 12 ปี 11 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านไร่แห่งนี้เป็นงานมากกว่า 1 ล้านเรอัล หรือราว 8.43 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิบดีบราซิลผู้นี้กำลังรับโทษจำคุก 12 ปี ในเรือนจำที่เมืองกูรีตีบาในคดีคอร์รัปชันอีกคดี หลังจากเขาเดินทางมามอบตัวเพื่อรับโทษเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูลาเป็นอดีตผู้นำฝ่ายซ้ายของบราซิลที่เป็นประธานาธิบดีระหว่างปี 2546-2553 เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาในคดีคอร์รัปชันทั้งหมดที่เขาโดนดำเนินคดี โดยระบุว่าเป็นเรื่องทางการเมืองที่ต้องการสกัดเขาไม่ให้ลงเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งผู้ชนะในการเลือกตั้งคือ ชาอีร์ โบลโซนาโร นักการเมืองแนวคิดขวาจัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูลาแก้ต่างในคดีคอร์รัปชันล่าสุดนี้ว่า เขาไม่ได้เป็นเจ้าของบ้านไร่นี้ แต่เจ้าของคือ เฟอร์นันโด บิตตาร์ ซึ่งเป็นเพื่อนของเขา ทว่า กาบรีเอลา ฮาร์ดท์ ผู้พิพากษาที่ทำคดีคอร์รัปชันในเมืองกูรีตีบา ไม่เชื่อคำให้การของลูลา บอกว่า ครอบครัวของลูลาเดินทางมาพักที่บ้านไร่แห่งนี้บ่อยมากราวกับว่าเขาเป็นเจ้าของ และในปี 2557 บิตตาร์บอกว่าครอบครัวของเขาไม่ได้มาที่บ้านไร่แห่งนี้บ่อย แต่ครอบครัวของลูลามาพักบ่อยกว่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28577</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, บราซิล, ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา, อดีตประธานาธิบดีบราซิล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190207/image_big_5c5c3dbfa344a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2018 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2018 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้นำบราซิลยอมมอบตัวรับโทษจำคุก 12 ปี คดีคอร์รัปชัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา แห่งบราซิลยอมเข้ามอบตัว เพื่อเริ่มต้นรับโทษจำคุก 12 ปี คดีทุจริตคอร์รัปชันแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากคุมเชิงกับเจ้าหน้าที่อยู่นาน 4 วันโดยขัดขืนคำสั่งศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (กลาง) ลงจากเฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้ากองบัญชาการตำรวจกลาง ที่เมืองกูรีตีบา  ภาพ Fotos Publicas / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กูรีตีบา (เอเอฟพี) / การเข้ารับโทษจำคุกเมื่อวันเสาร์ที่ 7 เมษายน 2561 ทำให้ลูลาเป็นอดีตประธานาธิบดีบราซิลคนแรกที่ต้องรับโทษจำคุกในคดีคอร์รัปชัน ที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาพ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ที่อยู่ใหม่ของลูลาคือห้องขังขนาดพื้นที่ราว 15 ตารางเมตร ภายในกองบัญชาการตำรวจปราบปรามการคอร์รัปชันที่เมืองกูรีตีบา เมืองทางใต้ที่เป็นศูนย์กลางของปฏิบัติการสอบสวนเรื่องอื้อฉาวที่เรียกกันว่า &amp;quot;คาร์วอช&amp;quot; (ล้างรถ) ซึ่งตั้งชื่อตามศูนย์บริการที่เจ้าหน้าที่สายสืบค้นพบปฏิบัติการฟอกเงิน จนกระทั่งขยายผลกลายเป็นการสอบสวนคดีคอร์รัปชันครั้งใหญ่ที่สุดในโลก มีนักการเมืองจำนวนมาก ซึ่งบางคนเป็นนักธุรกิจร่ำรวย เข้ามาเกี่ยวข้อง และยังส่งผลสะเทือนไปทั่วลาตินอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลตัดสินเมื่อปีที่แล้ว ว่าอดีตประธานาธิบดี 2 สมัยรายนี้มีความผิดฐานรับสินบน จากการรับอพาร์ตเมนต์หรูของบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่ง แต่เขาปฏิเสธความผิดและว่าคำตัดสินนี้เป็นกลโกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูลายอมมอบตัวโดยขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาลงดาดฟ้าอาคารของกองบัญชาการแห่งนี้เมื่อคืนวันเสาร์ ช่วงเวลานั้น ผู้ชุมนุมที่อยู่ภายนอกพากันยิงดอกไม้ไฟชุดใหญ่ ส่วนตำรวจปราบจลาจลก็ยิงแก๊สน้ำตา มีคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 8 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยอมจำนนโดยดุษณีของลูลายุติการคุมเชิงอย่างตึงเครียดยาวนาน 4 วัน แต่การสิ้นอิสรภาพของเขาทำให้การเมืองของบราซิลอยู่ในภาวะสับสน ผลสำรวจสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนตุลาคมปีนี้พบว่า ลูลามีคะแนนนำอันดับ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ผู้สนับสนุนยกตัว ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (กลาง) ภายหลังพิธีมิสซาที่อาคารสหภาพแรงงานเหล็ก เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2561 ภาพ Fotos Publicas / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตผู้นำฝ่ายซ้ายรายนี้พยายามยื้อเวลาเข้ารับโทษด้วยการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา เมื่อวันพุธศาลไม่รับลูกและทำให้เขาคุมเชิงกับเจ้าหน้าที่อยู่ที่อาคารของสหภาพแรงงานเหล็กในเมืองเซาเบอร์นาร์ดูดูกัมโปบ้านเกิดของเขา โดยมีผู้สนับสนุนหลายพันคนช่วยกันปกป้อง และไม่เชื่อฟังคำสั่งของศาลที่ยื่นคำขาดให้เขายอมมอบตัวภายในวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูลาตัดสินใจยอมมอบตัวในวันเสาร์ แต่ยังถูกฝูงชนขัดขวางและรายล้อมรถไว้ แต่สุดท้ายองครักษ์ช่วยกันพาตัวเขาฝ่าฝูงชนขึ้นรถตำรวจไปยังสนามบินในนครเซาเปาลู เพื่อบินมารับโทษจำคุกที่เมืองนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6693</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก 12 ปี, บราซิล, มอบตัว, ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา, อดีตประธานาธิบดีบราซิล, อดีตผู้นำฝ่ายซ้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180408/image_big_5aca22e6b26b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
