<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่วม&#039;สุพจน์ ทรัพย์ล้อม&#039;โดนอีก!&#039;ปปช.&#039;ฟันเรียกรับสินบนสมัยนั่งอธิบดีกรมทางหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.62 - มีรายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิด นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวง กรณีเรียกรับทรัพย์สินจากบุคคลนอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายสุพจน์ คดีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรแจ้งให้ทราบ และกรณีร่ำรวยผิดปกติ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาไปแล้ว โดยหลักฐานสำคัญที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายสุพจน์ กรณีเรียกรับทรัพย์สิน คือ การได้มาของรถโฟล์คสวาเกน มูลค่า 3 ล้านบาท ที่ นางนฤมล ทรัพย์ล้อม ภรรยานายสุพจน์ อ้างว่า เป็นรถที่นักธุรกิจรายหนึ่งมอบให้เป็นค่าตอบแทนที่ช่วยเหลืองานสอนเด็กและเผยแผ่ศาสนา ทั้งนี้ จากการไต่สวนข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า รถคันดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของนายสุพจน์ในชื่อบุคคลอื่น และเป็นทรัพย์สินที่ต้องแสดงในรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า นายสุพจน์ มีมูลความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 103 มาตรา 103/1 และมาตรา 122 ประกอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช.พ.ศ.2561 มาตรา 912 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 85 (4) และได้ส่งสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญาตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ถือเป็นคดีที่ 3 ต่อจากคดีจงใจปกปิดทรัพย์สินที่ศาลฎีกาฯพิพากษาจำคุกนายสุพจน์ 10 เดือนไม่รอลงอาญา และคดีร่ำรวยผิดปกติ 64.7 ล้านบาท อย่างไรก็ดีศาลแพ่งพิพากษาว่า นายสุพจน์ชี้แจงที่มาที่ไปทรัพย์สินไม่ได้จำนวน 46 ล้านบาทเศษ จึงพิพากษายึดทรัพย์จำนวนดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลจากสำนักข่าวอิศรา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43133</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., สุพจน์ ทรัพย์ล้อม, อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c3568667e47c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาฯสั่งคุก!&#039;สุพจน์ ทรัพย์ล้อม&#039;อดีตปลัดคมนาคมไม่แสดงทรัพย์สินกว่า 20 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.61 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.) ถ.แจ้งวัฒนะ องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ นัดอ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์คดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ร้องชี้มูลความผิด นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ผู้คัดค้าน เป็นอดีตปลัดกระทรวงคมนาคมปี 2552-2554 ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ตามที่ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อม.27/2560 ขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้สืบเนื่องจากนายสุพจน์ ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดข้อกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติเมื่อปี 2555 และข้อกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ จากเหตุการณ์คนร้ายบุกปล้นบ้านพักในซอยลาดพร้าว 64 เมื่อค่ำวันที่ 12 พ.ย. 2554 ซึ่งผู้ที่ร่วมทำผิดคดีอาญานั้นได้ให้การเกี่ยวกับทรัพย์สินว่าพบเงินสดในบ้านนายสุพจน์นับร้อยล้านบาท ขณะที่นายสุพจน์ไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินบางส่วนได้ ป.ป.ช.จึงชี้มูลความผิดนายสุพจน์มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทั้งยังให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องคดีแพ่งเพื่อให้ริบทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2560 ศาลฎีกา อม.ได้มีคำพิพากษาว่า จำเลยจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ไม่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์ 5 ครั้งใน 2 รายการคือเงินสด 17,553,000 บาท และรถยนต์โฟล์คสวาเกน ราคา 3 ล้านบาท ในขณะที่พ้นจากตำแหน่งประธานการรถไฟแห่งประเทศไทย กรรมการการบินไทย ประธานการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นเวลา 1 ปี จึงลงโทษห้ามดำรงตำแหน่งทางราชการเป็นเวลา 5 ปี นับจากวันที่ 18 ม.ค. 2555 และเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 เป็นความผิดหลายกรรม จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 5 กระทง คงจำคุก 10 เดือน ไม่รอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ให้สิทธิจำเลยยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลฎีกา อม. ได้อีกครั้ง นายสุพจน์จึงใช้สิทธิยื่นประกันตัวเพื่อสู้คดีอุทธรณ์และได้รับการประกันตัวไป จนศาลฎีกา อม.นัดฟังคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเวลา 10.50 น. องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ 9 คนออกนั่งบัลลังค์ พิจารณาแล้วมีมติเสียงข้างมาก เห็นว่าตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ต้องยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและเอกสารประกอบนั้น เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์มิชอบ แต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฎว่าผู้คัดค้านไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินทั้ง 2 รายการทั้งที่เป็นผู้บริหารระดับสูง ควรต้องเป็นตัวอย่างที่ดี แต่กระทำผิดเสียเองจึงนับว่าพฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง แม้ผู้คัดค้านไม่เคยกระทำผิดมาก่อน และเคยประกอบคุณงามความดีปฏิบัติหน้าที่ราชการจนได้รับตำแหน่งระดับสูง ยังไม่เป็นเหตุผลเพียงพอให้รอการลงโทษ อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนให้จำคุก 10 เดือน และห้ามดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 5 ปี โดยให้ออกหมายขังผู้คัดค้านตามคำพิพากษาถึงที่สุดและให้คืนหลักประกัน 2 ล้านบาทกับผู้คัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น ทางครอบครัวและญาติที่เดินทางมาให้กำลังใจได้ร่ำไห้เข้าไปกอดนายสุพจน์พร้อมพูดคุย ขณะที่นายสุพจน์ก็มีสีหน้าเศร้าน้ำตานอง พูดปลอบใจครอบครัวด้วยว่าแป๊บเดียว ก่อนถอดสิ่งของมีค่าฝากให้ครอบครัว เพราะหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวไปคุมขังรับโทษยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพตามคำพิพากษาศาลฎีกา อม. ถึงที่สุดในวันนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20195</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ, สุพจน์ ทรัพย์ล้อม, อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc80c2e63d44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2018 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2018 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุพจน์ ทรัพย์ล้อม&#039;อ่วมหนัก!ปปช.ฟันซ้ำทุจริตถนนปลอดฝุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่เรื่องที่คณะกรรมการป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดกรณีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ถูกกล่าวหาทุจริตในโครงการถนนปลอดฝุ่นและโครงการอื่นๆของกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระบุว่าผลการพิจารณาของคณะกรรมการป.ป.ช. ว่า นายสุพจน์มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 85(4) และมีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเคลียร์พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 103 ประกอบมาตรา 103 / 1 และมาตรา 122&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ให้ดำเนินการส่งรายงานเอกสารและความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบและธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 มาตรา 92 และมาตรา 97 แล้วแต่กรณี โดยดำเนินการส่งรายงานเอกสารและความเห็นไปแล้วเมื่อวันที่ 29 ก.ย.2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2560 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 10 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีเมื่อครั้งเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม ปี 2552-54 จงใจไม่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์ 5 ครั้งใน 2 รายการคือเงินสด 17,553,000 บาท และรถยนต์โฟล์คสวาเกน ราคา 3 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม ศาลแจ้งว่าจำเลยสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตามรัฐธรรมนูญใหม่ ต่อมานายสุพจน์ยื่นขอประกันตัว โดยศาลให้ประกันโดยใช้หลักทรัพย์ 2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อม.27/2560 ขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกล่าวหา นายสุพจน์ จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อให้พิพากษาลงโทษ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 หลังจากเมื่อปี 2555 ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดข้อกล่าวหานายสุพจน์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติและข้อกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากเกิดเหตุคนร้ายบุกปล้นบ้านนายสุพจน์ ในซอยลาดพร้าว 64 เมื่อค่ำวันที่ 12 พ.ย. 2554 ซึ่งผู้ที่ร่วมทำผิดคดีอาญานั้นได้ให้การเกี่ยวกับทรัพย์สินว่า พบเงินสดในบ้านนายสุพจน์นับร้อยล้านบาท โดยนายสุพจน์ไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินบางส่วนได้ ป.ป.ช.จึงชี้มูลความผิดนายสุพจน์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติและให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องคดีแพ่งเพื่อให้ริบทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3770</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชี้มูล, ทุจริตถนนปลอดฝุ่น, ปปช., สุพจน์ ทรัพย์ล้อม, อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a901256da861.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
