<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้การเลยเบี้ยวรอบ3 ภ.4สั่งออกหมายเรียก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย. 61 - ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (บช.ภ.4) จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้นัดให้ พล.ต.ต.สุทิพย์&amp;nbsp; ผลิตกุศลธัช รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย (อดีต ผบก.ภ.จว.เลย) มาให้ปากคำ ในคดีการทุจริตโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย โดยมีผู้เสียหายที่เป็นข้าราชการตำรวจ ในสังกัด ภ.จว.เลย ทั้งหมด 192 นาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่คณะกรรมการสอบสวนฯได้นัดหมายให้ พล.ต.ตสุทิพย์ เข้าให้ปากคำเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งก่อนหน้านี้นั้นได้มีการทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เข้ามารายงานตัวและให้ปากคำแล้ว 2 ครั้ง แต่เจ้าตัวไม่เดินทางมาให้ปากคำ มีเพียงการส่งเอกสารชี้แจงถึงขั้นตอนของการดำเนินงานเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศบริเวณ ด้านหน้า บช.ภ.4 เต็มไปด้วยสื่อมวลชนและผู้ที่ติดตามข่าวในประเด้นดังกล่าวมาปักหลักทำข่าวกันเป็นจำนวนมากเนื่องจากครั้งสุดท้ายตามการประสานเข้าให้ปากคำ โดมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะกรรมการสอบสวนและทีมพนักงานสอบสวนที่ บช.ภ.4 ได้แต่งตั้งขึ้น เตรียมความพร้อมอยู่ในห้องสอบสวนทั้งหมด จนกระทั่งถึงเวลานัดหมายในเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.สุทิพย์ ไม่ได้เดินทางมารายงานตัวและเข้าให้ปากคำกับคณะกรรมการสอบสวนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรชัย&amp;nbsp; ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่ง บช.ภ.4 แต่งตั้งขึ้นนั้นได้ออกหมายให้มารายงานตัวและให้ปากคำ แต่จนถึงเวลานัดหมายไม่เดินทางมา จึงให้มีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายคือการออกหมายเรียก พล.ต.ต.สุทิพย์ เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หากออกหมายเรียก 2 ครั้งแล้วไม่มาอีก จะออกหมายจับทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้มีการแยกคดีออกเป็น 2 ส่วน คือคดีที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ที่เกี่ยวกับตำรวจทั้งหมด ได้ถูกรวบรวมคดีมาที่ บช.ภ.4 โดย มีพล.ต.ต.ธนาศักดิ์&amp;nbsp; ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 เป็นหัวหน้าคณะทำงานทั้งสืบสนและสอบสวน โดย บก.สส.ภ.4 จะส่งทีมมือปราบและนักสืบมาเป็นคณะทำงานในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินคดีทางอาญานั้นเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายในข้อหาฉ้อโกงประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ 2 คือการแยกคดีที่เกิดขึ้นกับประชาชน ที่ พล.ต.ต.สุทิพย์ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในรูปแบบของเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ ที่พบว่ามีการนำเงินจำนวน 229 ล้านบาท ของตำรวจทั้ง 192 นายในสังกัด ภ.จว.เลย ไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ โดยมีนายหน้าเป็นชาว ขอนแก่น 2 คน และมีเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ครอบคลุมพื้นที่ จ.เลย ขอนแก่นและ จ.หนองบัวลำภู ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบในคดีดังกล่าวรวมทั้งชุดจับกุมได้ดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องที่เกิดขึ้นกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ที่ถือเป็นผู้บังคับบัญชาในระดับ รอง ผบช. ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บช.ภ.4 ได้มีการสรุปสำนวนการสอบสวนและการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แจ้งให้กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp; ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับทราบแล้วเพื่อดำเนินการเอาผิดทางวินัยและอาญา ตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว&amp;rdquo; ผบช.ภ.4 ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11274</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช, อดีตผู้การเลย, ออกหมายเรียก, เบี้ยวรอบ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b20b8b881140.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
