<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตผู้พิพากษา&#039;ข้องใจ&#039;นฤมล&#039;คุมทีมเศรษฐกิจรัฐบาลจะไหวหรือ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.63-นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นำทีมกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดใหม่แถลงข่าว โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ...โฉมหน้าทีมเศรษฐกิจใหม่ของพรรคจะนำโดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และคนมีชื่อเสียงของประเทศ ขอให้รอตกผลึกอีกครั้ง .....อดสงสัยไม่ได้ว่า จะไหวหรือ ? เพราะถ้าพิจารณาจากการที่นางนฤมลที่ทำหน้าที่โฆษกของรัฐบาลเป็นเวลา 1 ปีเศษ การทำงานที่ปรากฎต่อสาธารณชนก็คือไม่ต่างกับรัฐบาลชุดนี้ไม่มีโฆษก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูชาติ ระบุว่า ท่านนายกรัฐมนตรีคงทราบดี จึงได้แต่งตั้งให้นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เป็นโฆษก ศบค. เพราะถ้าให้โฆษกรัฐบาลเป็นผู้แถลงข่าวเรื่องโควิด-19 เชื่อได้เลยว่าประชาชนจะไม่รับฟัง การให้ความร่วมมือของประชาชนจะไม่เกิดขึ้น เมื่อประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ การแก้ปัญหาโควิด-19 คงไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิกฤติเศรฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกเพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนี้ ควรต้องมีความสามารถที่ประชาคมโลกยอมรับในระดับเดียวกับ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การค้าโลกและอดีตเลขาธิการอังก์ถัด หรือนายกรณ์ จาติกวณิช ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นรัฐมนตรีคลังโลก อาจเป็นการติเรือทั้งโกลน แต่เป็นการดูจากผลงานที่ผ่านมาประชาชนไม่เชื่อถือ และด้วยความเป็นห่วงประเทศชาติ ครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69938</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, ทีมเศรษฐกิจ, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์, อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c542b1892035.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาศาลฏีกาสงสัย 8 ม.ค.&#039;ธนาธร&#039;โอนหุ้นให้แม่ แต่ทำไม 19 มี.ค.ผู้ถือหุ้นยังเท่าเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
28 มี.ค.62- &amp;nbsp;ชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....เมื่อวานได้เขียนเรื่องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โอนหุ้นของบริษัทบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยได้ให้ความเห็นว่าน่าเชื่อตามเอกสารราชการที่ระบุว่ามีการโอนหุ้นในวันที่ 21 มีนาคม 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ท่านอดีต รมว.กระทรวงการคลังสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นยกรัฐมนตรี นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ได้นำข้อเขียนของผมไปเขียนโต้แย้งและได้กรุณาสั่งสอนความรู้ให้แก่ผมมากมาย ขอขอบคุณที่กรุณาสั่งสอนคนความรู้น้อยด้อยปัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ผมเขียนเรื่องต่างๆ เพียงให้เพื่อนในเฟซบุ๊ก หรือผู้สนใจ ความคิดความเห็นของผมอ่านเท่านั้น โดยไม่ต้องการโต้แย้งหรือทะเลาะกับใคร และผมก็ไม่เคยเขียนโต้แย้งความคิดเห็นของบุคคลใดที่โพสต์ลงเฟซบุ๊คมาก่อนเลยโดยคิดว่า แต่ละคนหรือต่างคนต่างก็ย่อมมีความคิดความเห็นแตกต่างกัน ความรู้ความสามารถไม่เท่ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นฐานความคิดของแต่ละคนที่ยึดถือว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิตของตนย่อมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ขอย้อนถึงเรื่องการโอนหุ้นของนายธนาธรอีกครั้ง สำนักข่าว อิศราได้ไปตรวจสอบหลักฐานที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร พบว่ามีข้อเท็จจริงดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2558 มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง ผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัดโดยมีผู้ถือหุ้นทั้งหมดจำนวน 10 คน คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....1.นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือหุ้น 675,000 หุ้น&amp;nbsp;
.....2.นางสาวชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ถือหุ้น 675,000 หุ้น&amp;nbsp;
.....3.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือหุ้น 675,000 หุ้น&amp;nbsp;
.....4.นางสาวรุจิรพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ถือหุ้น 675,000 หุ้น&amp;nbsp;
.....5.นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือหุ้น 675,000 หุ้น&amp;nbsp;
.....6.นายบดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือหุ้น 225,000 หุ้น&amp;nbsp;
.....7.นายณรงค์ศักดิ์ โอปิลันธน์ ถือหุ้น 225,000 หุ้น&amp;nbsp;
.....8.นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ถือหุ้น 225,000 หุ้น&amp;nbsp;
.....9.นายอรัญ วงศ์งามนิจ ถือหุ้น 225,000 หุ้น&amp;nbsp;
.....10.นางกมลฉัตร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือหุ้น 225,000 หุ้น&amp;nbsp;
.....รวมหุ้นทั้งหมด 4,500,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท
***หลังจากนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น***&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยมีการแจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครยืนยันว่ามีผู้ถือหุ้นเข้าประชุม 10 คน ตามหลักฐานเอกสารที่นำมาให้ดูกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....จึงมีข้อน่าสงสัยว่า ถ้านายธนาธรได้โอนหุ้นของตนเองให้นางสมพรไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 จริง ในวันที่ 19 มีนาคม 2562 ก็ต้องมีผู้ถือหุ้นเหลืออยู่เพียง 9 คน ไม่ใช่ยังอยู่ครบทั้ง 10 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....เมื่อในวันที่ 19 มีนาคม 2562 ยังมีผู้ถือหุ้นอยู่ 10 คน เท่าจำนวนผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2558 ก็ย่อมฟังได้ชัดแจ้งว่า ก่อนวันที่ 19 มีนาคม 2562 ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดได้โอนหุ้นของตนเองให้ผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ดังนั้นที่นายธนาธรอ้างว่าได้โอนหุ้นของตนให้นางสมพรเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 จึงไม่น่าจะเชื่อถือ ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่ก็สุดแต่ดุลพินิจของแต่ละคน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32443</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา, โอนหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c136f43c4a63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาให้ทัศนะกรณีสื่อพาดหัวข่าว &#039;ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องหมอนิ่ม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;8 ส.ค.61 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ว่า
.....ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องหมอนิ่ม
.....นี่คือการพาดหัวข่าวของสื่อมวลชนทั้งสถานีโทรทัศน์บางสถานีและหนังสือพิมพ์บางฉบับ
.....คดีนี้พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายจิรศักดิ์ กลิ่นคล้าย ที่เป็นมือปืน ที่ 1 นางสุรางค์ ดวงจินดา มารดานางสาวนิธิวดีหรือหมอนิ่มที่ 2 นางสาวนิธิวดีหรือหมอนิ่ม ภู่เจริญยศ ที่ 3 นายสันติ ทองเสม ที่ 4 และนายธวัชชัย เพชรโชติ ที่ 5 จำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฯลฯ
.....ศาลชั้นต้นคือศาลจังหวัดมีนบุรีมีนบุรี พิพากษาให้ประหารชีวิตนางสาวนิธิวดีหรือหมอนิ่ม จำเลยที่ 3 และนายสันติ ทองเสม จำเลยที่ 4 สำหรับนายจิรศักดิ์ กลิ่นคล้าย จำเลยที่ 1 และนายธวัชชัย เพชรโชติ จำเลย ที่ 5 ให้จำคุกตลอดชีวิต ส่วนนางสุรางค์จำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง&amp;nbsp;
.....ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษประหารชีวิตนางสุรางค์ จำเลยที่ 2 แต่คำการให้เป็นประโยชน์แก่การพิจาณาจึงลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกตลอดชีวิต ให้ยกฟ้องนางสาวนิธิวดีหรือหมอนิ่ม จำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นคือจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 ให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
.....คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไม่ใช่เป็นการพิพากษากลับ ถ้าพิพากษากลับต้องพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นทั้งหมดคือ จำเลยที่ 2 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ต้องพิพากษาลงโทษ ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ที่ศาลชั้นพิพากษาลงโทษ ศาลอุทธรณ์ต้องพิพากษายกฟ้อง
.....การพาดหัวข่าวสั้นๆ ว่า &amp;quot;ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องหมอนิ่ม&amp;quot; จึงเป็นการพาดหัวข่าวที่ไม่ถูกต้องตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และเป็นการทำงานที่ไม่รับผิดชอบของสื่อมวลชนและทำให้ประชนเข้าใจผิด
.....เมื่อสื่อมวลชนพาดหัวข่าวเช่นนี้ นักกฎหมายคีย์บอร์ดทั้งหลายที่ไม่เคยศึกษากฎหมายและฟังข่าวหรืออ่านข่าวเฉพาะพาดหัวช่าว ก็ถือโอกาสด่าศาลกันสนุกดังที่เคยกระทำอยู่บ่อยๆ
.....กรณีที่เกิดขึ้นเช่นนี้เพราะมีสาเหตุมาจากช่วงเกิดเหตุคดีนี้การนำเสนอข่าวของเสนอมวลชนทุกประเภทไม่ได้ทำหน้าเพียงเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา แต่ข่าวที่นำเสนอมีลักษณะเป็นการชี้นำให้ประชาชนทั่วไปเชื่อหรือเข้าใจว่าหมอนิ่มเป็นผู้จ้างมือปืนฆ่าผู้ตาย&amp;nbsp;
.....เมื่อมารดาหมอนิ่มให้การรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนว่า เป็นผู้ดำเนินการหามือปืนมาฆ่าผู้ตายเพราะสงสารหมอนิ่มที่ถูกผู้ตายทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บหลายครั้งหลายหน สื่อมวลชนก็เสนอข่าวไปในทำนองว่า มารดาหมอนิ่มยอมรับสารภาพเพื่อช่วยเหลือหมอนิ่ม น่าจะไม่เป็นความจริงดังที่ให้การรับสารภาพ
.....ทั้งๆ ที่คนที่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร มีอยู่เพียง 3 คนเท่านั้น คือมารดาหมอนิ่ม หมอนิ่ม และ นายสันติ จำเลยที่ 4 ที่เป็นคนติดต่อหามือปืนว่า มารดาหมอนิ่มหรือหมอนิ่มเป็นผู้ติดต่อกับจำเลยที่ 4 แต่จำเลยที่ 4 คงปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาศาลจึงไม่อาจรู้เรื่องนี้จากจำเลยที่ 4 ได้ นอกจากสามคนนี้น่าจะเชื่อว่าไม่มีใครรู้โดยเฉพาะสื่อมวลชนทั้งหลายที่เสนอข่าวให้ประชาชนเชื่อว่าหมอนิ่มเป็นผู้หามือปืนก็เชื่อว่าไม่รู้ความจริงในเรื่องนี้
.....ปัจจุบันเมื่อมีคดีอาญาที่ร้ายแรงมีโทษสูงเกิดขึ้นและเป็นที่สนใจของประชาชน สื่อมวลชนได้ทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการและตุลาการ พิพากษาคดีเรียบร้อยก่อนที่พนักงานสอบสวนจริงๆ จะทำสำนวนสอบสวนเสร็จและมีความเห็นส่งสำนวนไปให้พนักงานอัยการอีก
.....ดังนั้นถ้าคดีใดพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่สั่งฟ้องตามที่สื่อมวลชนตัดสินไว้ก่อนแล้ว ก็จะถูกสื่อมวลชนด่าเป็นเบื้องต้น และที่ถูกรางวัลมากกว่าผู้อื่นคือถูกด่าเป็นประจำคือศาลยุติธรรม
.....ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๒ บัญญัติว่า ผู้ใดเป็นผู้ประพันธ์ บรรณาธิการ หรือผู้พิมพ์โฆษณาซึ่งหนังสือพิมพ์ หรือสิ่งพิมพ์อันออกโฆษณาต่อประชาชน ไม่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะได้รู้ถึงซึ่งข้อความหรือการโฆษณาแห่งหนังสือพิมพ์ หรือสิ่งพิมพ์เช่นว่านั้นหรือไม่ ให้ถือว่าได้กระทําผิดฐานละเมิดอํานาจศาลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างดังจะกล่าวต่อไปนี้
(1) ฯลฯ
(2) ถ้าหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ ได้กล่าวหรือแสดงไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ ในระหว่างการ พิจารณาแห่งคดีไปจนมีคําพิพากษาเป็นท่ีสุด ซึ่งข้อความหรือความเห็นโดยประสงค์จะให้มีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของประชาชน หรือเหนือศาลหรือเหนือคู่ความหรือเหนือพยานแห่งคดีซึ่งพอเห็นได้ว่า จะทําให้การพิจารณาคดีเสียความยุติธรรมไป เช่น
ก. เป็นการแสดงผิดจากข้อเท็จจริงแห่งคดี หรือ ฯลฯ
.....กฎหมายมาตรานี้ประกาศใช้มาตั้งแต่ 2477 นับถึงปัจจุบันเป็นเวลา 84 ปีแล้ว ในขณะนั้นยังไม่มีสถานีโทรทัศน์ ไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ และไม่โซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเช่นปัจจุบัน สำนักงานศาลยุติธรรมจึงควรเสนอแก้ไขกฎหมายหมายตรานี้ หรือสนช. ดำเนินการแก้ไขก็ได้ โดยให้มีผลครอบคลุมถึงสถานีโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ทุกชนิด และชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กด้วย ทั้งห้ามเสนอข่าวที่บิดเบือนให้ผิดไปจากข้อเท็จจริงที่เป็นความจริงในคดีหรือเป็นการชี้นำให้ประชาชนเข้าผิดในข้อเท็จจริงแห่งคดีในทันทีที่มีคดีเกิดขึ้น ไม่ต้องรอให้คดีมาถึงศาลอย่างที่บัญญัติไว้ในปัจจุบัน
.....รวมทั้งแก้ไขโทษฐานละเมิดอำนาจศาลให้มีอัตราสูงกว่าในปัจจุบันทีมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 500 บาท โดยควรแก้ไขทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ เช่น โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับเป็นต้น
.....ถ้ายังไม่ตัดไฟแต่ต้นลมปล่อยให้สื่อมวลชนทั้งหลายเสนอข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือชี้นำให้ประชาชนเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงแห่งคดี รวมทั้งปล่อยชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งหลายแสดงความคิดเห็นกันอย่างไม่ต้องคำนึงถึงความถูกต้องอยู่ต่อไปเรื่อยๆ นานๆ ไปประชาชนก็อาจจะขาดเชื่อมั่นการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม เมื่อถึงวันนั้นสังคมไทยก็ต้องเกิดกลียุค
....ในสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ใคร่ขอให้สำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการเปลี่ยนผู้ทำหน้าที่เป็นโฆษกของสำนักงานศาลยุติธรรม อย่างเร็วที่สุด โดยให้ผู้พิพากษาที่มีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์ในการพิจารณาพิพากษาคดีสูงและมีอาวุโสในระดับผู้พิพากษาหัวหน้าคณะหรือผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์มาทำหน้าที่คืออาวุโสไม่ต่ำกว่าโฆษกท่านก่อนไม่ใช่ให้ผู้พิพากษาที่อาวุโสน้อยทำงานมาไม่กี่ปียังไม่ได้เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเลยมาเป็นโฆษกซึ่งขาดประสบการณ์ในการพิจารณาพิพากษาคดีที่จะชี้แจงให้ผู้อื่นเข้าใจได้ และการแถลงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนนั้นต้องกระทำโดยทันทีที่มีการอ่านคำพิพากคดีดังซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชนแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้มีเสนอข่าวกันจนประชาชนเข้าผิดไปแล้ว จึงค่อยออกมาแถลงข่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15005</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, หมอนิ่ม, อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา, เอ็กซ์ จักรกฤษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาแฉปล่อยคลิปจับ&#039;พุทธะอิสระ&#039;หวังลดศรัทธา&#039;บิ๊กตู่-คสช.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค. 61 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Chuchart Srisaeng ถึงกรณีการเข้าจับกุมพระพุทธะอิสระว่า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามพร้อมด้วยอาวุธร้ายแรงบุกเข้าจับกุมพระพุทธอิสระโดยได้ดำเนินการเปรียบเสมือนกับท่านเป็นมหาโจรหรือหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการนำคลิปขณะปฏิบัติการจับกุมมาเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค เมื่อถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต่างออกมายืนยันว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการกระทำตามยุทธวิธีและเหมาะสมดีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเข้าจับกุมพระพุทธอิสระที่กุฏิในวัดอ้อน้อย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมว่า ขอโทษแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเสียความรู้สึก และพลเอกประยุทธได้ว่ากล่าวตักเตือนและกำชับไปแล้วว่าต้องไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก รวมทั้งยังได้ฝากขอโทษนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลโทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า ฝ่ายความมั่นคงไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกลาโหม ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตักเตือนถึงการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ อาจกระทบต่อความรู้สึกของศิษย์ยานุศิษย์และประชาชน ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมแก่นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ ตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้พลเอกประวิตรอยากขอโทษประชาชนแทนตำรวจชุดปฏิบัติการและเน้นย้ำไปแล้วไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านพลเอกประยุทธและท่านพลเอกประวิตร ไม่สงสัยบ้างหรือว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุเฉพาะการจับกุมพระพุทธอิสระที่รับปฏิบัติตามพระบัญชาของอดีตสมเด็จพระสังฆราชสมเด็จพระญาณสังวรให้ท่านพยายามขจัดลัทธิธรรมกายให้ได้และท่านก็ได้ดำเนินการตลอดมาจนประสบความสำเร็จได้ระดับหนึ่งแล้วเท่านั้น แต่ในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปทำการจับกุมพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่ในคดีโกงเงินทอนวัดซึ่งบางองค์มีความสนิทสนมกับธรรมชโยเป็นพิเศษกลับได้รับการปฏิบัติอย่างนอบน้อมสุภาพเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านพลเอกประยุทธและท่านพลเอกประวิตรคิดดูเถอะว่า การนำคลิปที่ไม่มีบุคคลใดอาจเข้าไปถ่ายภาพได้จึงไม่อาจนำเผยแพร่ได้ ผู้ที่นำมาเผยแพร่ก็น่าเชื่อว่าคือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้ถ่ายภาพหรือผู้ที่ได้เข้าร่วมจับกุมนั่นแหละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำมาเผยแพร่โดยย่อมเล็งเห็นผลได้อยู่แล้วว่า จะถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงแน่นอนและผลที่ตามมาก็คือทำให้ประชาชนไม่พอใจและเสื่อมศรัทธา คสช.และรัฐบาลลงไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านพลเอกประยุทธและท่านพลเอกประวิตรกรุณาคิดดูว่า การกระทำดังกล่าวคือการวางแผนทำลายการชื่นชม ความเลื่อมใสและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อ คสช.และรัฐบาลได้อย่างแนบเนียนที่สุดใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10114</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chuchart Srisaeng, ชูชาติ ศรีแสง, พระพุทธะอิสระ, อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa20f58ba9fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
