<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ฟัน&#039;ผู้สมัครส.ส.สกลนคร&#039;อนาคตใหม่ ถือครองหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมฯได้ยื่นร้องเรียนไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อ 29 เม.ย.62 เพื่อขอให้วินิจฉัยคุณสมบัติของนายวีระชน นามประกาย ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ กับพวกผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ อาจขัดต่อ มาตรา 98 (3) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 เนื่องจากถือครองหุ้นสื่อในขณะที่ยื่นสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 18 ก.พ.64 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีหนังสือถึงสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยแจ้งคำวินิจฉัยของ กกต.ที่ 9/2564 กรณีการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 โดย กกต. พิจารณาแล้วเห็นว่าให้ดำเนินคดีอาญาแก่นายวีระชน นามประกาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) และมาตรา 151 กรณีรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ในการถือครองหุ้นสื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งนายวีระชน นามประกายนั้น กกต. ได้ตรวจสอบพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า เป็นหุ้นส่วนของ หจก.วชิรวิชญ์ เคเบิ้ลทีวี หจก.สมาร์ท เซอร์วิส เน็ทเวิร์ค และ หจก.นครพนม ทีวี แอนด์ เน็ทเวิร์ค โดยกรณี หจก.นครพนม ทีวี แอนด์ เน็ทเวิร์ค ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปรากฏวัตถุประสงค์ในข้อ 23 ว่า ประกอบกิจการส่งเสริมการศึกษา และให้บริการข่าวท้องถิ่นแก่บุคคล คณะบุคคล นิติบุคคล ส่วนราชการ และองค์การอื่น ๆ ของรัฐฯ (เคเบิ้ลทีวี) โดยเป็นการประกอบกิจการสื่อมวลชนใด ๆ และแม้นายวีระชน จะให้ถ้อยคำว่า หจก.นครพนม ทีวี แอนด์ เน็ทเวิร์ค เลิกกิจการไปแล้วเมื่อประมาณปี 2558 และออกจากการเป็นหุ้นส่วนประมาณเดือน ม.ค.2562 โดยอ้างสำเนาหนังสือถอนเงินลงหุ้นเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2562 ระบุว่า ยอมขาดสิทธิจากการเป็นหุ้นส่วนเป็นหลักฐาน แต่ที่ไม่สามารถจดทะเบียนเลิกห้างได้ เนื่องจากสำนักงาน กสทช. มีหนังสือขอระงับการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี หรือระงับการขีดชื่อนิติบุคคลออกจากทะเบียนนิติบุคคลร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากการตรวจสอบแบบนำส่งงบการเงิน (ส.บช.3) ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2559 ยังคงนำส่งงบการเงินรอบปี 2559 โดยไม่ปรากฏหลักฐานว่านายวีระชน ดำเนินการยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมผู้เป็นหุ้นส่วนต่อนายทะเบียนแต่อย่างใด ประกอบกับนักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้ถ้อยคำว่า หจก.นครพนม ทีวี แอนด์ เน็ทเวิร์ค มีสถานะดำเนินกิจการอยู่ ขณะเดียวกันสำนักงาน กสทช. มีหนังสือแจ้งว่า หจก.แห่งนี้เป็นผู้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ และเอกสารของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2562 ระบุว่านายวีระชนยังเป็นหุ้นส่วนของ หจก.แห่งนี้อยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กกต.จึงมีมติให้ดำเนินคดีอาญาแก่นายวีระชน นามประกาย ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98(3) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 42 (3) และ มาตรา151 ซึ่งมีอัตราโทษโทษจําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 20 ปีด้วย&amp;quot; นายศรีสุวรรณ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93808</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., วีระชน นามประกาย, ศรีสุวรรณ, อดีตผู้สมัครส.ส.มหาสารคาม, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_603318e508666.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
