<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 07:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 07:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธะอิสระ&#039;เฉ่งม็อบ3นิ้วชูธงอุยกูร์ เย้ยคนไทยที่ตายไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63- &amp;nbsp;พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ถึงม็อบคณะรฎร 63 ว่า อ้าวไหนบอกว่าเป็นม็อบออร์แกนิคไงหละ แล้วพฤติกรรมของม็อบออร์แกนิคไทยกำลังร่วมมือกับแกนนำม็อบฮ่องกงและม็อบไต้หวันที่ต่อต้านรัฐบาลจีนอยู่ทุกวันนี้มีใครอยู่เบื้องหลังกันหละหว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งมาได้เห็นภาพม็อบออร์แกนิค นำเสาธงของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน อุยกูร์ที่ต่อต้านจีน มาโบก สะบัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนอุยกูร์เคยเข้ามาปฏิบัติการวางระเบิดในไทยที่โรงแรมไฮแอท เอราวัณ เมื่อปี ๒๕๕๘ มีคนไทยต้องเสียชีวิตถึง ๒๐ คนพวกม็อบออร์แกนิคยังจะกล้านำธงเขามาโบกสะบัด เย้ยคนไทยที่ตายไปอีกหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ม็อบออร์แกนิค ขณะ ชุมนุมอยู่ที่อนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ อยู่ดีๆ ก็ร้องตะโกนให้ปล่อยตัวนักโทษ อุยกูร์ มือวางระเบิด ความบังเอิญเหล่านี้มันชวนให้พิศวง หากไม่มีการนัดแนะร่วมไม้ร่วมมือกัน ประสานนอก ตีใน พวกม็อบออร์แกนิคและผู้ที่อยู่เบื้องหลังคงไม่เหิมเกริม ได้ถึงขนาดนี้ดอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานนี้คงต้องเสียชาติ ที่เกิดเป็นแน่ หากคนไทยยังเฉยชา ในภาพนี้ ท่านทั้งหลาย เห็นไหมว่า ธงชาติไทย เขายังเอาไว้ใต้ธงต่างประเทศเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบนี้เค้าเรียกว่า ออร์แกนิคด้วยใช้ไหมตัวเอง.
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81898</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ, ม็อบออร์แกนิค, อดีตพระพุทธอิสระ, อุยกูร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97679270311.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธะอิสระ&#039; ขอบคุณประชาชนรับเสด็จเรียบร้อยก่อนประกาศแยกย้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.63 - เมื่อเวลา 17.00น.&amp;nbsp;ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์&amp;nbsp;ถนนราชดำเนินนอก&amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมามีกลุ่มประชาชนสวมใส่เสื้อสีเหลืองจำนวนมากได้มานั่งรอเฝ้ารับขบวนเสด็จฯตลอดสองฝั่งเส้นทาง&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่านในพื้นที่เวลาประมาณ 16.35&amp;nbsp;น.ประชาชนได้พร้อมใจเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในพื้นที่ยังได้เกิดเหตุการณ์กลุ่มประชาชนเสื้อสีเหลืองปะทะกันกับกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรในช่วงเวลาดังกล่าวด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรได้เข้ามาก่อกวนในพื้นที่รอรับเสด็จ&amp;nbsp;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าควบคุมสถานการณ์และนำตัวบุคคลดังกล่าวออกจากพื้นที่ไปทันที&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อขบวนเสด็จฯ&amp;nbsp;ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่ตรึงกำลังไว้โดยรอบ&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ศรี&amp;#39; ไม่ทนพวกไร้กาลเทศะสร้างความวุ่นวาย ต้องจับขังให้หมดทั้งตัวการและผู้สนับสนุน
	สุดคึก &amp;#39;อานนท์-บิ๊กกวิ้น&amp;#39; ขยับม็อบมา 8 โมงเช้าปักหลักอนุสาวรีย์ปชต. ประกาศลั่นเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย
	&amp;#39;รมต.ยุคยิ่งลักษณ์&amp;#39; ประณามการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ ต่อผู้ชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ
	นักศึกษาขอนแก่นจุดเทียน เรียกร้องตำรวจปล่อย &amp;#39;ไผ่ดาวดิน&amp;#39;
	&amp;#39;แท็กซี่&amp;#39; เดือด!ด่าลั่นแกนนำม็อบชังชาติ &amp;#39;จอมขวัญ&amp;#39; ถึงกับอึ้ง อิหยังว่ะ (คลิป)
	&amp;#39;ทอน&amp;#39; มาแล้วจ้า ลั่น &amp;#39;ผมมาในวันนี้เพื่อประกาศว่าไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ&amp;#39;
	&amp;#39;บุญเกื้อ&amp;#39; หยัน &amp;#39;ธนาธร&amp;#39; แกนนำคณะก้าวหนี
	มันปาก&amp;#39;อานนท์&amp;#39;ทุบหม้อข้าว!ขอวัดเสียง&amp;#39;ทรงพระเจริญ&amp;#39;กับ&amp;#39;ปฏิรูปสถาบัน&amp;#39;อะไรจะดังกว่ากัน
	รุ้ง-แกนนำคณะราษฎร 2563 วอนมวลชนมีสติ เชื่อแกนนำ สู้ด้วยสมอง เราจะชนะไปด้วยกัน


&lt;p&gt;โดยทันทีที่ขบวนเสด็จผ่านในจุดนี้&amp;nbsp;ทางอดีตพระพุทธอิสระได้ประกาศขอบคุณประชาชนที่มาร่วมแสดงพลังจงรักภักดีในวันนี้&amp;nbsp;ก่อนที่จะแยกย้ายทยอยเดินทางกลับบ้าน&amp;nbsp;ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย&amp;nbsp;ถนนราชดำเนิน&amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมาได้มีเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครระดมกำลังเข้าทำความสะอาดและนำต้นไม้ประดับจัดแต่งไว้ตามเดิมเนื่องจากถูกรื้อออกมา&amp;nbsp;รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าเคลียร์พื้นที่&amp;nbsp;เพื่อให้การจราจรเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&amp;nbsp;หลังจากช่วงบ่ายวันนี้เกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มคนเสื้อสีเหลืองและกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรก่อนที่จะแยกย้ายกัน&amp;nbsp;และทางกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรได้เคลื่อนขบวนออกจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปยังทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80511</URL_LINK>
                <HASHTAG>รับเสด็จ, อดีตพระพุทธอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f86e2fe25f28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2020 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2020 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;อินไซด์!คนสกปรกจัดกำลัง4สาย สร้างการปะทะกับกลุ่มหลวงปู่พุทธะอิสระ ที่ลานพระบรมรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.63- นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า คงคิดว่าล้ำลึก!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกจิบางพวก พอได้ทราบว่า วันที่ 14 ตุลาคมนี้ &amp;quot;ท้องทุ่ง ข้าวเหลืองเริงรวง&amp;quot; ก็ออกคำชี้แนะลงเพจ ให้จัดกำลัง 4 สาย สร้างการปะทะ กับกลุ่มหลวงปู่พุทธะอิสระ ที่ลานพระบรมรูป!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนสกปรกบางจำพวกหรอก!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเลงหมากรุกข้างถนนอย่างพวกผมนี้ ยังอ่านออกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหลว!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80358</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไพศาล พืชมงคล, ม็อบ 14 ตุลา, ลานพระบรมรูปทรงม้า, อดีตพระพุทธอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f35df93d8b66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 08:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอบคุณทุกความห่วงใย&#039;อดีตพระพุทธะอิสระ&#039;เผย&#039;จตุพร&#039;โทรมาให้กำลังใจหลังโพสต์ภาพรถของวัดถูกเผา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1พ.ย.62-อดีตพระพุทธะอิสระ ผู้ก่อตั้งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ว่า &amp;nbsp;
ขอบคุณในทุกความห่วงใย และไมตรีจิต ที่คุณจตุพรและเพื่อนพ้องน้องพี่ ญาติโยมที่มีให้
๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒
พอนำเอาภาพรถของวัดถูกผู้ไม่ประสงค์ออกนามย่องมาเผาจนเสียหายไปทั้งคันในเวลาค่ำคืนของวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒
ก็มีบรรดาลูกหลาน ญาติโยม พี่น้องเผ่าพ้องไทย ผู้มีน้ำใจต่อกัน ต่างก็แสดงความห่วงใยในสวัสดิภาพความปลอดภัยของพุทธะอิสระ
ไม่เว้นแม้แต่คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ก็ได้โทรศัพท์มาสอบถามให้กำลังใจด้วยความห่วงใย
ก็ได้แต่หวังว่า เหตุการณ์ที่ถูกเผาทรัพย์สินของวัดในครั้งนี้จักเป็นครั้งสุดท้าย
แม้ใครต่อใครจักพูดว่า ทรัพย์สินของวัดถูกเผาเป็นครั้งที่สองแล้วนะ
ซึ่งครั้งแรกกุฎิพระก็ถูกลอบวางเพลิงไหม้ไปครึ่งหลัง มาครั้งนี้รถที่ชาวบ้านเขาถวายมาให้ใช้ ก็วอดวายไปอีกคัน แล้วครั้งต่อไปจะเป็นอะไรอีกหละ
พุทธะอิสระ จึงพูดสวนไปว่า วันข้างหน้ามันคงมาเผาฉันหละมั่ง
ที่เขียนมานี้ก็เพราะมีเสียงพูดเตือนให้ระวังตัวไว้บ้าง เพราะว่าอะไร อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ กับคนที่เป็นผู้ชี้มูลความผิด ในคดีทุจริตเงินทอนวัด คดีรถหรูหนีภาษี และคดีของเครือข่ายธรรมกาย เหล่านี้ล้วนสร้างความเดือดร้อนเคืองแค้นให้แก่ผู้ต้องคดีและบริวารด้วยกันทั้งนั้น
ซึ่งพุทธะอิสระยังเถียงกับเขาไปว่า อาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ก็ได้
แต่ไม่ว่าจักเกิดจากเหตุอะไรก็แล้วแต่
พุทธะอิสระก็ยังมุ่งหวังว่าเหตุการณ์ข่มขู่ คุกคามเช่นนี้มันคงจะไม่เกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49300</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, พุทธอิสระ-จตุพร, อดีตพระพุทธอิสระ, เผารถวัดอ้อน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbb867ab04d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการฟ้องแล้ว&#039;พุทธะอิสระ&#039;คดีร่วมการ์ดกปปส.ซ้อมตำรวจสันติบาล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15&amp;nbsp;ส.ค.61 -&amp;nbsp; ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เป็นโจทก์นำสำนวนส่งยื่นฟ้องนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อยและแกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ อายุ&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังหรือกระทำด้วยการใดให้เจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ฯ ให้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันตั้งแต่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนขึ้นไปข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายฯ หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;309, 310&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;เวลากลางวัน ขณะนั้นมีการตั้งเวทีปราศรัยของกลุ่ม กปปส.ที่ ถ.แจ้งวัฒนะ บริเวณหน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยมีจำเลยเป็นหัวหน้าผู้นำกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณเวทีดังกล่าวทั้งหมด โดยจำเลยกับกลุ่มบุคคลไม่ทราบชื่อจำนวนมากกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนขึ้นไป ซึ่งทำหน้าที่เป็นการ์ดคอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณเวทีปราศรัยที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้บังอาจร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ร.ต.ต.สมคิด เชยกมล และ ด.ต.วชิรพงศ์ อุ่นนวลบูรพงศ์ ผู้เสียหายที่&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลที่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เข้าไปทำหน้าที่สืบสวนหาข่าว จำเลยกับพวกได้ใช้กำลังจับผู้เสียหายทั้งสองปิดตา มัดมือไพล่หลัง ใช้กำลังประทุษร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ได้รับอันตรายสาหัส กระดูกซี่โครงหักและตับฉีกขาด บาดแผลใช้เวลารักษาตัวประมาณ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สัปดาห์ ผู้เสียหายที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้รับอันตรายแก่กาย มีบาดแผลฟกช้ำหลายแห่ง ฟันซ้ายล่างหัก ใช้เวลารักษาตัวประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วัน และเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้งสองถูกประทุษร้ายสูญหายมูลค่ารวม&amp;nbsp;60,900&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จำเลยกับพวกยังร่วมกันข่มขู่ให้ผู้เสียหายทั้งสองบอกรหัสปลดล็อคโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหาย ให้บอกว่าตนเป็นผู้ใด เข้ามาบริเวณที่ชุมนุมเพื่ออะไร เมื่อไม่ยอมบอกพวกของจำเลยจึงใช้กำลังประทุษร้ายและข่มขู่ว่าจะเอาผู้เสียหายทั้งสองไปลอยน้ำ จนผู้เสียหายทั้งสองต่างจำยอมตามที่พวกของจำเลยข่มขู่ โดยจำเลยนี้ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการชุมนุมมีอำนาจสั่งการให้พวกของจำเลยปฏิบัติตามคำสั่งของตนได้ จำเลยทราบว่าพวกของจำเลยได้หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายทั้งสองไว้ แต่กลับเพิกเฉยไม่สั่งให้ปล่อยตัวไป และสั่งการพวกของจำเลยหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายทั้งสองไว้เป็นเวลาหลายชั่วโมง เหตุเกิดที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้อัยการได้ขอให้ศาลนับโทษจำเลยต่อจากคดีหมายเลขดำ อ.247/2561&amp;nbsp;(คดีกบฏ กปปส.) ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.2498/2561&amp;nbsp;และให้เบิกตัวจำเลยมาสอบคำให้การในวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ส.ค.นี้ เวลา&amp;nbsp;9.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอดีตพระพุทธอิสระขณะนี้ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เนื่องจากไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างฝากขังในคดีนี้ และคดีที่ถูกแจ้งข้อหาปลอมพระปรมาภิไธย จากการนำอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. และอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. มาประดิษฐานหลังองค์พระเครื่องนาคปรก อุดปรอท รุ่นหนึ่งในปฐพี โดยไม่ได้รับพระราชทาน ทั้งนี้ยังเป็นจำเลยที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ในคดีกบฏ กปปส. ซึ่งอัยการฟ้องความผิดฐานร่วมกันกบฏ อั้งยี่ ซ่องโจร และข้อหาอื่นๆ จากการชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15467</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดกปปส., พุทธะอิสระ, ฟ้องพุทธะอิสระ, สุวิทย์ ทองประเสริฐ, อดีตพระพุทธอิสระ, เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180525/image_big_5b07d53fa2378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมวดเจี๊ยบ&#039; ปูดเหตุ &#039;ประยุทธ์&#039; ขอโทษ &#039;พุทธะอิสระ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 พ.ค.61 - ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง อดีรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สงสัยอดีตพระพุทธอิสระจะกำความลับของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไว้เยอะใช่ไหม และคงรู้เบื้องหลังการยึดอำนาจอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์เป็นอย่างดี เลยทำให้ พล.อ. ประยุทธ์ ต้องกางปีกปกป้องอดีตพระพุทธอิสระโดยไม่แคร์สายตาใคร ทั้งๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ย่อมรู้อยู่เต็มอกว่าเพราะอะไรอดีตพระพุทธอิสระจึงถูกดำเนินคดีในครั้งนี้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังกล้าพูดจาเย้ยฟ้าท้าดินส่งสัญญาณเข้าไปในคุกให้อดีตพระพุทธอิสระได้รับรู้ว่าตำรวจในชุดจับกุมครั้งนี้ได้ถูกลงโทษทางวินัยแล้ว สงสัยว่าอดีตพระพุทธอิสระและมวลชนยังมีความจำเป็นต่อแผนการสืบทอดอำนาจในอนาคตใช่ไหม แล้วนี่จะเป็นการกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ไหม ในเมื่อตำรวจทุกคนรับรู้กันทั่วแล้วว่างานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังถือหางอดีตพระพุทธอิสระ แล้วตำรวจจะกล้าดำเนินคดีอย่างจริงจังงั้นหรือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งขณะนี้ อดีตพระพุทธอิสระก็ลำพองใจถึงขนาดส่งสัญญาณถึง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนัยๆ ว่าอยากจะกลับมาห่มผ้าเหลืองอีก ก็ไม่รู้ว่านี่คือการขู่แบล็คเมล์ พล.อ.ประยุทธ์ แบบนิ่มๆ หรือเปล่า ว่าหากงานนี้ไม่สบอารมณ์ ก็อาจเกิดรายการแฉเบื้องหลังการยึดอำนาจและขบวนการโค่นล้มอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็เป็นได้ ดังนั้น นี่คือบททดสอบระดับจิตใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องแยกแยะและชั่งน้ำหนักให้ดีระหว่างความมักใหญ่ใฝ่สูงอยากสืบทอดอำนาจ กับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความซื่อตรงในการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ถึงแม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯ ที่ยัดเยียดตัวเองให้กับประชาชน ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของคนส่วนใหญ่ก็ตาม แต่หน้าที่ก็ต้องมาก่อนความสัมพันธ์ส่วนตัวอยู่ดี&amp;quot;ร.ท.หญิง สุณิสา &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10246</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง, หมวดเจี๊ยบ, อดีตพระพุทธอิสระ, เพื่อไทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a642ea7755f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ทำตามแรงกดดัน ประยุทธ์เมินปลดจักรทิพย์/พุทธะอิสระฝากบอกอย่าโกรธคสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์-ประวิตร&amp;rdquo; ย้ำขอโทษ &amp;ldquo;พุทธะอิสระ&amp;rdquo; อีกระลอก เมินข้อเสนอปลด &amp;ldquo;จักรทิพย์&amp;rdquo; ลั่นไม่ทำงานตามแรงกดดัน ชี้การลงโทษมีกฎหมายตามขั้นตอนอยู่แล้ว &amp;ldquo;ตู่-ป้อม-ป๊อก&amp;rdquo; พาเหรดประสานเสียงไม่ได้สนิทแนบแน่น ส่วน &amp;ldquo;จักรทิพย์&amp;rdquo; อ้างติดประชุมปล่อยสื่อรอคำขอโทษเก้อ &amp;ldquo;ท่านจันทร์&amp;rdquo; รุดเยี่ยม บอกลูกศิษย์อย่าโกรธ คสช. ย้ำยังไม่ได้สึก รออีกไม่นานก็ออกไปห่มเหลือง แค่มาติดคุกขำๆ &amp;ldquo;อภิสิทธิ์&amp;rdquo; ข้องใจคลิปผิดธรรมชาติ แนะจับตาหลังเหตุการณ์คลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงอาการปวดหลังของนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ซ่องโจร และปลอมและใช้พระปรมาภิไธยโดยไม่ได้รับอนุญาต ว่าได้ประสานแพทย์ของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เข้าไปตรวจอาการปวดหลัง เนื่องจากเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เพื่อประเมินอาการว่าจะต้องรักษาดูแลอย่างไร และจำเป็นต้องส่งตัวไปรักษาที่ทัณฑสถาน รพ.ราชทัณฑ์หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ได้เข้าไปพูดคุยสอบถามอาการพระพุทธะอิสระ ซึ่งย้ายไปคุมขังยังแดน 4 โดยเจ้าตัวบอกว่าไม่ต้องการออกจากเรือนจำเพื่อไปพบแพทย์ภายนอก เพราะไม่อยากตกเป็นเป้า และยังบอกด้วยว่าทนได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเช้า ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สมณะจันทเสฏโฐ หรือท่านจันทร์ และนายมหัศจักร โสดี ทนายความ พร้อมด้วยลูกศิษย์อดีตพระพุทธะอิสระกว่า 100 คน เดินทางมาเข้าเยี่ยมอดีตพระพุทธะอิสระ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมหัศจักรกล่าวว่า พระพุทธะอิสระปวดหลังและเจ็บบั้นเอวจากโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แต่หน้าตายังสดใส และไม่ต้องการเข้ารับการรักษาใน รพ.ของกรมราชทัณฑ์ เพราะไม่อยากถูกมองว่ามีอภิสิทธิ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านท่านจันทร์กล่าวว่า พระพุทธะอิสระเดินออกมาจากห้องเยี่ยมญาติพร้อมกับวอล์กเกอร์ เนื่องจากมีอาการเจ็บหลัง แม้เจ้าหน้าที่จะแนะนำให้ไปโรงพยาบาลก็ปฏิเสธ เพราะกลัวถูกมองว่ามาสร้างปัญหา ทั้งนี้พระพุทธะอิสระฝากไปถึงลูกศิษย์ ไม่ต้องเป็นห่วงอย่าไปโกรธแค้นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือตำรวจกองปราบฯ การชำระพระพุทธศาสนา ฝากเราทำเองไม่ได้ แต่ คสช.ทำได้ จึงต้องให้กำลังใจ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ท่านฝากบอกว่า การเข้ามาในเรือนจำยังไม่ทำให้พ้นจากความเป็นพระ เพราะยังไม่ได้เปล่งวาจาสึก รออีกไม่นานก็จะได้ออกไปห่มผ้าเหลืองเหมือนเดิม การเข้าคุกเป็นภารกิจปราบอลัชชี ให้คิดว่ามาติดคุกขำๆ ในช่วงวันวิสาขบูชา อยากให้กลุ่มศิษย์ไปทำบุญที่วัดอ้อน้อย จ.นครปฐมกันมากๆ&amp;rdquo; ท่านจันทร์กล่าว
ขณะเดียวกัน พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการ รพ.มงกุฎวัฒนะ ซึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊กปลุกกระแสในโลกออนไลน์เมื่อวันอาทิตย์เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจมาตรา 44 ปลด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รวมทั้งตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมพระพุทธะอิสระได้ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้ง หลังมีผู้แสดงความห่วงใยว่าจะได้รับผลกระทบจากกลุ่มคนที่จะไม่มาใช้บริการ
โดย พล.ต.นพ.เหรียญทองโพสต์ในหัวข้อว่า &amp;ldquo;รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่ขอรักษาควายในร่างคนครับ!&amp;rdquo; พร้อมยืนยันว่า รพ.มงกุฎวัฒนะเผชิญสถานการณ์ต่อต้านไม่ใช้บริการจากกลุ่มคนที่รังเกียจมานานกว่า 4 ปีแล้ว แต่ กลับมีผู้ใช้บริการมาอุดหนุนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 จนสามารถชำระหนี้คืนธนาคารกรุงไทยมากกว่า 500 ล้านบาทได้หมดสิ้นใน 8 เดือน และยังมีเงินซื้อที่ดินโดยรอบโรงพยาบาลอีก 200 ล้านบาท จึงไม่ต้องห่วงว่า รพ.มงกุฎวัฒนะจะเดือดร้อน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ไอ้พวกต่อต้านผมด้วยการต่อต้าน รพ.มงกุฎวัฒนะ มันยิ่งทำให้คนดีๆ เห็นใจ และมาใช้บริการ รพ.มงกุฎวัฒนะมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นโรงพยาบาลของคนที่มีจิตสำนึกดี ไม่ใช่โรงพยาบาลรักษาควายในร่างคน&amp;rdquo;
เมินปลด&amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น ในช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นกรณีออกมาขอโทษการเข้าจับกุมพระพุทธะอิสระ รวมทั้งกรณี พล.ต.นพ.เหรียญทองเรียกร้องให้ปลด พล.ต.อ.จักรทิพย์ด้วย
ต่อมาในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์กลับให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ ว่าเท่าที่ทราบมีผลกระทบต่อสังคม หลายคนอาจไม่เข้าใจ หลายคนอาจมองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ซึ่งได้ขอโทษไปแล้ว และขอให้เห็นใจกับทั้งสองฝ่าย ในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็พยายามทำหน้าที่ของเขา ซึ่งมันอาจมากไป ทั้งนี้ก็มีมาตรการในการลงโทษอยู่แล้ว คราวนี้ตำรวจเขาก็มีการลงโทษ ซึ่งในส่วนของข้าราชการก็มีหลายวิธีการด้วยกัน โดยเฉพาะในเรื่องของพระราชบัญญัติวินัยตำรวจ ทหาร การลงทัณฑ์ การภาคทัณฑ์ กักขัง และจำขัง ถ้าคดีไปถึงเรื่องของอาญาก็จะต้องดำเนินคดีอาญาด้วยทั้งหมด ก็อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมด
&amp;ldquo;ขอร้องว่าอย่าให้เกิดความสับสนอลหม่านมากเกินไป ผมก็ขอโทษด้วยนะ ผมเป็นหัวหน้ารัฐบาล แต่เวลาทำงานทุกหน่วยงานก็มีหน้าที่ มีกฎหมายของตัวเอง ตรวจสอบกระทำความผิดตรงไหนก็ไปทดสอบตรงนั้น ก็อยู่ที่ว่าวิธีการมาตรการมันจะมากหรือน้อยเกินไป หน่วยงานก็ต้องลงโทษเจ้าหน้าที่ของตัวเองก็โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บหรือสูญเสีย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อสอบถามถึงการเรียกร้องให้ปลด พล.ต.อ.จักรทิพย์ และทีมที่เข้าจับกุมพุทธะอิสระ พล.อ.ประยุทธ์สวนทันทีว่า เป็นเรื่องของตนเอง และจะไม่ทำงานภายใต้แรงกดดันอะไรทั้งสิ้น ก็ต้องไปดูว่าอะไรมันถูก อะไรมันผิด การลงโทษก็มีหลายมาตรการอยู่แล้ว ทั้งการตักเตือน การภาคทัณฑ์และการลงทัณฑ์ เขาก็มีการลงโทษของเขาอยู่ ไม่เช่นนั้นมันก็ยุ่งไปทั้งหมด
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวเช่นกันถึงกรณี พล.ต.นพ.เหรียญทองเรียกร้องว่า เป็นเพียงความคิดของคนเพียงคนเดียว ซึ่งเรื่องนี้ขอโทษประชาชนไปแล้ว สาเหตุเพราะมีประชาชนบางส่วนไม่เข้าใจ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งต่อไป ก็ต้องดูให้ดีว่าทำอะไรกับใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าต้องเข้าจับกุมพุทธะอิสระแบบนั้น เพราะมีการ์ด กปปส.เฝ้าอยู่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เรื่องนี้ไม่รู้ ไม่มีข้อมูล ซึ่งการจับกุมพุทธะอิสระครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อรัฐบาล เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ แต่บางทีก็ทำอะไรเกินเลยไปหน่อย ก็ขอโทษนะ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 5/2561 ที่ห้องประชุมศรียานนท์ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ท่ามกลางสื่อมวลชนที่เฝ้าจับตาเพื่อรอสัมภาษณ์ในกรณีการจับกุมอดีตพระพุทธะอิสระ&amp;nbsp;
โดยก่อนการประชุมทีมงานโฆษก ตร.ได้ประสานผู้สื่อข่าวประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ถึงประเด็นข่าวต่างๆ ที่สัมภาษณ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ซึ่งทีมงานโฆษก ตร.ก็ยืนยันว่า ผบ.ตร.จะให้สัมภาษณ์เรื่องการจับกุมพระพุทธอิสระ รวมถึงการกล่าวคำขอโทษเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร แต่ปรากฏว่าเมื่อประชุมเสร็จ พล.ต.อ.จักรทิพย์กลับรีบเดินเข้าลิฟต์เพื่อขึ้นสำนักงานทันที โดยมีทีมงานรักษาความปลอดภัยเข้มงวด เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามตามเข้าไปสอบถามเรื่องการจับกุมพระพุทธะอิสระ ตำรวจสันติบาลก็ได้พยายามกันไม่ให้เข้าไปสัมภาษณ์ แต่ก่อนจะเข้าลิฟต์ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ต้องรีบไปประชุมต่อ&amp;nbsp;
พาเหรดปัดเป็นลูกศิษย์
ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพแสดงถึงรัฐมนตรี และ คสช.หลายคนสนิทสนมและเป็นลูกศิษย์ลูกหาพระพุทธะอิสระ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;มันเกิดประโยชน์อย่างไรหรือไม่ และเรื่องนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ตนเองก็เคารพพระทุกรูป ในช่วงเวลานั้นก็ไปหลายวัด ไปสร้างพระก็ไปกันทั้งหมด ทุกคนก็ไป แล้วเมื่อก่อนการเมืองเขาเป็นแบบนี้หรือไม่ล่ะ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;วันนี้อย่าเอาอันเก่ามาพันกับอันนี้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครเชิญผมก็ไป ถ้าไปได้ผมก็ไป วันดังกล่าวดูเหมือนเขาจะเชิญไปรอพระอะไรสักอย่าง ซึ่งท่านก็เชิญผม และอดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) 4 คน ท่านก็หวังแต่เพียงว่ามีทั้ง 4 ผบ.ทบ.พระจะขลังหน่อย ก็แค่นั้นเอง อย่าพูดอะไรให้มันเสียหายกันนักเลย&amp;rdquo;
เมื่อถามต่อว่า พระรุ่นดังกล่าวยังขลังอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ขลังหรือไม่เล่า ไม่รู้ ดูศาสนาเป็นหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชท่านทรงมีคำสอนมาแล้วว่า ให้ใช้หลักอริยสัจ 4 &amp;nbsp;คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค หาให้เจอ หาหนทางดับทุกข์ให้เจอ หาหนทางดับความไม่สงบเรียบร้อยของประเทศเราให้เจอ ซึ่งรัฐบาลพยายามหามาตลอด 4 ปีแล้ว ซึ่งพวกเราเองก็ต้องหาให้เจอด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงภาพไปทำบุญกับพุทธะอิสระ รวมถึงการเจิมหน้าผากว่า เกิดขึ้นตั้งนานแล้ว 6-7 ปีแล้ว ไม่เกี่ยวกรณีว่าใกล้ชิดหรือสนิทสนมกัน ซึ่งก็รู้จักตอนไปในครั้งนั้น จะเรียกว่าเป็นลูกศิษย์หรือไม่&amp;nbsp;
ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวเช่นกันว่า เป็นเหตุการณ์หลังจากที่เกษียณราชการแล้ว วัดได้เชิญอดีต ผบ.ทบ.ในขณะนั้นไปร่วมงานหล่อพระพุทธรูป ประกอบด้วย พล.อ.สมทัต อัตตะนันทน์ พล.อ.ประวิตร, พล.อ.ประยุทธ์ และตนเองเดินทางไปร่วมงานในฐานะพุทธศาสนิกชน และไม่ได้เดินทางไปวัดนี้เพียงแห่งเดียว แต่เดินทางไปวัดอื่นๆ ด้วย และในปี 2561 จะเดินทางไปหล่อพระพุทธรูปตามสถานที่ต่างๆ คงไม่มีประเด็นอะไร ถ้าเขานุ่งผ้าเหลืองมาเชิญ สมควรไปก็ไป ไม่ได้มีอะไรที่เป็นข้อเสียหายในขณะนั้นเราก็ไป
&amp;ldquo;การจับกุมพุทธะอิสระนั้น ทุกคนทำไปตามหน้าที่ ขอให้ตรึกตรองกันให้ดี อย่าใช้ความรู้สึกหรืออารมณ์กันมากนัก คนที่เขาทำตามกฎหมายก็ต้องดำเนินการไป หากดำเนินการแล้วประชาชนคิดว่าเกิดความรุนแรงก็มีสิทธิคิดได้ นายกฯ และผู้เกี่ยวข้องก็ได้ออกมาขอโทษสังคมแล้วว่าอาจรุนแรงไป ขณะที่ผู้ปฏิบัติก็มีเหตุผล จึงอยากให้สังคมรับฟังและพิจารณาเอาเอง&amp;rdquo; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะเสียคะแนนนิยมหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ยืนยันว่า ไม่มีเสียคะแนนอะไร เพราะทำไปตามอำนาจหน้าที่ สื่อเอาไปโยงแบบนั้น แต่มองว่าไม่เห็นจะเกี่ยวอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการจับกุมพุทธะอิสระว่า &amp;nbsp;เรื่องนี้ไม่ว่าฝ่ายไหนเราก็ต้องบอกว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายก็ต้องทำโดยเสมอภาคกัน แต่สิ่งที่ต้องยอมรับและคิดว่าตำรวจน่าจะต้องคำนึงถึงมาก คือเรื่องของพระสงฆ์นั้น ประชาชนมีความศรัทธา ถ้าเราไปดำเนินการในรูปแบบอะไรที่ไม่คำนึงถึงความละเอียดอ่อนก็จะมีปฏิกิริยาตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เห็นคลิปที่บุกจับพุทธะอิสระรู้สึกตกใจ ว่าทำไมต้องปฏิบัติเช่นนี้ เพราะความผิดที่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นนานแล้ว อีกทั้งไม่ได้มีอะไรที่บ่งบอกว่ากำลังจะหลบหนี หรือต่อสู้ขัดขืน จนทำให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลถึงขั้นออกมาขอโทษว่าอาจทำเกินกว่าเหตุ แต่เรื่องนี้พุทธะอิสระก็นิ่งมาก โดยความปรารถนาของท่านคือ ทำอย่างไรถึงจะสะสางความไม่โปร่งใส คอร์รัปชันในวงการสงฆ์ให้ได้ และความจริงการดำเนินการทางกฎหมายกับพระสงฆ์ค่อนข้างมั่นใจว่าสามารถปฏิบัติได้ด้วยความนุ่มนวล ไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกในหมู่ประชาชนที่มีความศรัทธาอย่างที่เกิดขึ้น&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;ldquo;มาร์ค&amp;rdquo;ข้องใจผิดธรรมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า การที่นายกฯ และ พล.อ.ประวิตรออกมาขอโทษแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งรัฐบาลคงพยายามบอกว่าตำรวจก็ใช้ดุลพินิจตนเองในการทำหน้าที่ เข้าใจว่ารัฐบาลคงไม่อยากกระโดดลงมาหรือเข้าไปแทรกแซงให้เรื่องสลับซับซ้อนไปกว่านี้ แต่คงรับรู้ความรู้สึกของประชาชนส่วนหนึ่ง จึงต้องแสดงท่าทีอย่างนี้เพื่อหาทางออกให้บรรยากาศคลี่คลายไปทางที่ดีขึ้น แต่ในที่สุดแล้วก็ถูกบางฝ่ายโยงเป็นเรื่องการเมือง ว่าทำไมต้องมาขอโทษ สังคมไทยยังวนเวียนอยู่กับเรื่องการมองต่างเป็นเรื่องพวก
&amp;ldquo;สงสัยการถ่ายคลิปว่าขณะที่บุกเข้าไปดูเหมือนตื่นเต้นมาก แต่คนก็สามารถยืนถ่ายคลิปได้อย่างนิ่งๆ และสามารถเผยแพร่ออกมาได้ด้วย ก็แปลกอยู่ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดดูแล้วขาดความเป็นธรรมชาติ และสุดท้ายก็ต้องดูต่อไป เมื่อคดีต่างๆ คลี่คลายลงก็อาจจะได้คำตอบว่าของจริงคืออะไร&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการบุกจับอดีตพระพุทธะอิสระ ว่ามีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม และอาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่ มีลักษณะเหยียดหยามศาสนา ถือว่าเป็นการกระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้นายกฯ และรองนายกฯ ออกมากล่าวขอโทษต่อประชาชนและศิษยานุศิษย์ของพุทธะอิสระแล้วก็ตาม แต่ขอคำโทษก็เป็นเพียงแค่คำพูดที่ไม่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานในทางกฎหมายถึงการกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจอื่นๆ ในอนาคต ดังนั้น สมาคมจึงขอมาร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานใดๆ เกี่ยวกับการดำเนินการจับกุมพระภิกษุสงฆ์เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำที่ไม่สมควรแก่เหตุ รวมทั้งลงโทษเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทั้งหมด ตั้งแต่ผู้สั่งการไปจนถึงผู้ปฏิบัติ&amp;quot; นายศรีสุวรรณกล่าว
หลังจากนั้นเวลา 11.00 น. นายศรีสุวรรณได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ว่าเข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10218</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประยุทธ์, ประวิตร, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, หนังสือพิมพ์, อดีตพระพุทธอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0c189e81242.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
