<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;ไม่อยากนึกภาพ!ถ้าไทยเป็นอิตาลีปล่อยคนแก่ตายประชาชนจะโกรธแค้นรัฐบาลขนาดไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.63- &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ไม่อยากนึกภาพว่าหากไทยกลายเป็นเหมือนอิตาลี แล้วต้องปล่อยให้ผู้สูงอายุต้องตายไปโดยไม่ได้รับการรักษาพยาบาล ประชาชนจะโกรธแค้นรัฐบาลกันขนาดไหน&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61061</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7ca87f9432d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 08:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 08:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; จวก &#039;ชิมช้อปใช้&#039; ไร้ประโยชน์เหมือน &#039;เช็คช่วยชาติ&#039; ยุคอภิสิทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.62 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในยุครัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&amp;nbsp;กล่าวว่า เวิลด์อิโคโนมิกฟอรั่ม จัดอันดับความสามารถแข่งขันของไทยตกลง 2 อันดับ มาอยู่ที่ 40 ในขณะที่เวียดนามดีขึ้น 10 อันดับ ไอเอ็มเอฟ และ หลายสำนักวิเคราะห์ เห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะโตได้ประมาณ 2.8% หรืออาจแย่กว่า ซึ่งถือว่าต่ำมาก ทั้งหมดนี้มาจากผลการบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลวมาตลอด 5 ปี ช่วงเศรษฐกิจโลกดีไทยก็แย่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่าปัจจุบันรัฐบาลยังหลงทางคิดว่า ชิมช้อปใช้ จะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ และจะเพิ่มจีดีพีได้เกิน 3 % ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิด ชิมช้อปใช้ ไม่ต่างอะไรกับเช็คช่วยชาติสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่มีผลต่อเศรษฐกิจเลย ประชาชนอาจจะดีใจเพียงชั่วคราวที่ได้เงินฟรี แต่เป็นเงินจำนวนน้อยมาก การใช้จ่ายเพียงเท่านั้นไม่สามารถทำให้จีดีพีขยายได้ เหมือนกับตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และรัฐบาลยังหลงทางคิดว่าดี จะออกชิมข้อปใช้ เฟส 2 อีก ยิ่งเท่ากับหลงทางเข้าไปใหญ่แทนที่จะใช้เงินเพื่มความสามารถแข่งขันหรือเพิ่มศักยภาพของประเทศที่อันดับความสามารถแข่งขันลด เพราะอีก 2-3 เดือนให้หลัง คนก็จะลืมชิมช้อปใช้และเริ่มลำบากกันต่อแล้ว เพราะชิมช้อปใช้ไม่ก่อให้เกิดการสร้างงาน ซึ่งปัญหาการว่างงานจะเป็นปัญหาใหญ่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประยุทธ์เข้าใจหรือไม่เรื่องที่ไทยมีศักยภาพในการเติบโตด้านการค้าเป็นอันดับ 8 ไม่ได้หมายความว่าเป็นผลงานของรัฐบาล แต่หมายถึงว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องบริหารประเทศให้ได้ตามศักยภาพ เหมือนบอกว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่โตได้ถึงปีละ 5-6% แต่ที่ผ่านมารัฐบาลทำได้เพียงปีละ 2-3% เท่านั้น ซึ่งแปลว่ารัฐบาลสอบตก ทั้งนี้ดูได้จากประเทศที่มีศักยภาพลำดับก่อนหน้าไทยเช่น อันดับ 1 คือโกตติวัวร์ (ไอเวอรี่โคสท์) หรือ อันดับ 3 เคนย่า ที่แทบจะยังไม่พัฒนาเลย แต่อาจมีศักยภาพ และรวมถึง อินเดีย จีน ไอร์แลนด์ เวียดนาม อินโดนิเซีย ที่มีศักยภาพอยู่แล้ว เป็นต้น จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ได้เข้าใจให้ถูกต้อง อย่าได้นำมาโม้ในเรื่องที่ตัวเองอาจจะยังไม่เข้าใจ อีกทั้งอันดับความสามารถแข่งขันของไทยกลับลดลง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47734</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิมช้อปใช้, พิชัย นริพทะพันธุ์, มาตรการชิมช้อปใช้, อดีตรมว.พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab97deadb6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2019 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2019 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; ร่ายยาวสอนหัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาล &#039;บิ๊กตู่&#039; อ่อนหัดไม่เข้าใจจีนลดค่าเงินหยวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.62 -&amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลจะไม่เข้าใจผลกระทบจากการที่จีนลดค่าเงินหยวนอ่อนที่สุดในรอบ 11 ปี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอย่างมาก โดยเฉพาะการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย อีกทั้งธุรกิจคอนโดมิเนียมที่หวังขายตลาดจีนจะได้ผลกระทบอย่างหนัก จึงอยากให้เร่งศึกษาทำความเข้าใจและติดตามประเมินผลกระทบและหาทางรับมือกับสถานการณ์นี้ อีกทั้งต้องคำนึงว่าภาวะการผันผวนที่เกิดจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะเกิดขึ้นต่อไปอย่างต่อเนื่อง ทำอย่างไรไทยจะสามารถพัฒนาแนวคิดให้เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้เหมือนกับประเทศเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่าตลอดเวลาที่ผ่านมารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ พยายามจะโทษสงครามการค้าว่าเป็นสาเหตุของเศรษฐกิจไทยที่ย่ำแย่ ทั้งที่ก่อนจะมีสงครามการค้า เศรษฐกิจไทยก็ย่ำแย่อยู่แล้วจากฝีมือของรัฐบาล และไม่เคยเห็นคนในรัฐบาลซักคนเคยพูดถึงการจะรับมือหรือแม้กระทั่งจะแสดงความเข้าใจว่าสงครามการค้านี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอีกนานเพราะสหรัฐคงจะต้องการชะลอการเจริญของจีนไม่ให้แซงหน้าสหรัฐเร็วนัก ในขณะที่ประเทศเวียดนามได้วางรากฐานเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับสงครามการค้านี้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ประเทศเวียดนามได้ประโยชน์อย่างมหาศาลจากสงครามการค้า การส่งออกและการลงทุนของเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนแซงหน้าไทย และเวียดนามจะได้ประโยชน์จากสงครามการค้าเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ในขณะที่ไทยที่ได้แต่อ้างว่าสงครามการค้าเป็นอุปสรรคทำให้เศรษฐกิจไทยไม่ดี แต่ไม่ได้คิดจะรับมืออย่างไรหรืออาจจะคิดไม่เป็น จึงทำให้เศรษฐกิจไทยย่ำแย่ และจะย่ำแย่ต่อไปอีกเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศอย่างเดียวเลย ที่ผู้นำจะตัองรู้เรื่องเศรษฐกิจอย่างแตกฉาน ไม่ใช่แค่พอรู้เรื่อง แบบที่พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับเอง ยังดีที่แบงค์ชาติยังพอไหวตัวทันและได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ซึ่งคงจะพอช่วยเศรษฐกิจไทยได้บ้างแต่อาจจะไม่มากนัก ทั้งนี้แบงค์ชาติควรลดดอกเบี้ยก่อนที่สหรัฐจะลดตามที่ได้เคยเสนอแนะไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งจะทำให้ได้ผลมากกว่า อยากให้คำนึงเสมอว่า นโยบายการเงินจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าและเร็วกว่านโยบายการคลัง ดังเช่น การลดค่าเงินหยวนของจีน และ การลดค่าเงินบาทของไทยในอดีต เป็นต้น ทั้งนี้เชื่อว่าค่าเงินบาทไทยรวมถึงสกุลเงินในภูมิภาคน่าจะต้องอ่อนค่าลงตามค่าเงินหยวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี แม้จะมีเรื่องทางเศรษฐกิจอีกมากมายที่พลเอกประยุทธ์ จะต้องศึกษาทำความเข้าใจ แต่อยากให้พลเอกประยุทธ์ได้เร่งศีกษาก่อน 5 เรื่อง 1.พิจารณาการกระทำของตนเองในอดีตตลอด 5 ปีว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาของประเทศอย่างไร แล้วเร่งแก้ไขปรับปรุงการกระทำของตัวเอง ถ้าคิดไม่ได้ก็จะแก้ไขไม่ได้&amp;nbsp; ที่สำคัญอย่าดื้อรั้น อย่าให้เหมือนกับความผิดพลาดในการถวายสัตย์ที่ดื้อรั้นว่าทำถูกต้องมาตลอดแต่สุดท้ายถึงมายอมรับว่าทำผิดพลาดจริง 2.การพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ โดยเฉพาะการส่งเสริมธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีที่จะสร้างมูลค่าได้มากรัฐบาลจะต้องทำอย่างไรที่จะส่งเสริมให้เกิดขึ้นได้จริง การปิดกั้นความคิด และการจำกัดเสรีภาพ ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันขนาดส.ส.ยิ้มกันในสภายังถูกต่อว่าหาว่าเยาะเย้ยนายกฯ จะเป็นอุปสรรคหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ศึกษาและคาดการณ์ว่าสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน จะพัฒนาต่อไปอย่างไร อีกทั้งสถานการณ์ในฮ่องกงที่มีความสุ่มเสี่ยงสูง ประเทศไทยจะรับมืออย่างไรและทำอย่างไรประเทศไทยจะสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ผลกระทบจากสื่อหลักต่างประเทศหลายสำนักที่วิจารณ์ไทยอย่างหนักและเสียหายรุนแรง รัฐบาลจะแก้ไขปรับปรุงตัวเองอย่างไร การเอาแต่จะพูดแก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆไม่ได้ช่วยให้ภาพพจน์ของประเทศไทยดีขึ้น ความมั่นใจของนักลงทุนต่างประเทศจะไม่เกิดขึ้นถ้ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงตัวเองเพื่อทำให้สื่อหลักต่างประเทศยอมรับและเชื่อถือได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ศึกษาแนวทางการพัฒนาของประเทศที่พัฒนาแบบก้าวหน้าว่า ผู้นำเขาต้องมีวิสัยทัศน์อย่างไร จะวางตำแหน่งของประเทศอย่างไร และด้วยวิธีการใด เพราะ 5 ปีมาแล้วที่ประชาชนยังไม่เห็นวิสัยทัศน์ของผู้นำเลย และ ไม่รู้เลยว่าต่อไปประเทศไทยจะอยู่ตรงไหนของโลก แค่แนวคิดการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือการแจกเงินอย่างเดียวไม่สามารถพัฒนาประเทศได้อย่างถาวร ขนาดในไตรมาสแรกปีนี้ รัฐบาลทั้งแจกทั้งแถม อีกทั้งยังมีเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาลจากการเลือกตั้ง เศรษฐกิจไทยยังโตได้แค่ 2.8% เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้ง 5 เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่พล.อ.ประยุทธ์ต้องรีบศึกษา เร่งแก้ไขและรับมือ ส่วนความรู้เรื่องเศรษฐกิจอื่นๆ คงต้องใช้เวลาศึกษาอีกนานกว่าพลเอกประยุทธ์จะเข้าใจ โดยอยากแนะนำว่าหากไม่แน่ใจเรื่องใดว่าจะถูกต้องหรือไม่ ก็อย่าพูดเลยจะดีกว่า คนจะได้ไม่ทราบว่าไม่รู้เรื่อง จะได้ไม่เสียเครดิตอีก เพราะขนาดหลายเรื่องที่นายสมคิดได้พูดคลาดเคลื่อนในสภายังถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก&amp;quot;นายพิชัย กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42986</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเงินหยวน, ตลาดจีน, นายกฯ-หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พิชัย นริพทะพันธุ์, อดีตรมว.พลังงาน, เศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b325501ca427.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2019 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; ส่งทนายพบอัยการฟังคำสั่งคดี คสช.ฟ้องเอาผิดพรบ.คอมฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.62 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ และอดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่สำนักอัยการได้นัดหมายให้เข้าพบในวันที่ 11 เมษายนนี้ เพื่อฟังคำสั่ง ตนได้มอบอำนาจให้ทนายความ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความ เข้าพบ เพื่อฟังคำสั่งแทนในเวลา 10.00 น โดยหลังจากทนายได้เข้าพบแล้วคงได้ทราบแนวทางปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า กรณีดังกล่าว ตนถูกกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ยื่นฟ้องต่อสำนักอัยการในการโพสต์ 2 รูป รูปแรกเป็นรูปหน้าปกนิตยสารไทม์ฉบับหน้าปกรูปหน้าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยบอกในลักษณะไม่มีการขายในไทย ซึ่งก็หาซื้อไม่ได้จริง และข่าวในขณะนั้นก็แจ้งว่าร้านค้าไม่ได้นำเข้ามาจำหน่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกรูปเป็นรูปที่สืบเนื่องมาจากการเสวนาทางวิชาการ จัดโดยคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา2535 จัดที่สมาคมนักข่าวฯในหัวข้อการทุจริตคอรัปชั่น โดยในรูปมีเรื่องเกี่ยวกับ การดูด ส.ส.ในวิธีการต่างๆที่เป็นข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในสื่ออยู่แล้ว โดยนำมาวิเคราะห์และวิจารณ์ว่าจะนำมาสู่การทุจริตคอรัปชั่นได้ โดยทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องที่ประชาชนทราบกันดีอยู่แล้ว ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนแต่อย่างใด และไม่ได้มีผลทำให้เศรษฐกิจเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ก่อนหน้าได้เคยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจใน บก. ปอท. แล้วว่าทั้งสองรูปนี้ไม่ได้ระบุว่า คสช เป็นผู้กระทำ แต่เหตุใด คสช.จึงนำมาฟ้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รับทราบและเห็นเหมือนกัน โดย บก.ปอท.ได้ใช้เวลากว่า 8 เดือน เพิ่งจะมายื่นฟ้องต่อสำนักอัยการในช่วงนี้&amp;quot;นายพิชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33416</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คสช., นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นิตยสารไทม์-ประยุทธ์, บก.ปอท., สำนักอัยการ, อดีตรมว.พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa66e4b69986.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2019 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2019 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;ชี้เลือกตั้งไม่โปร่งใสส่อจุดชนวนวุ่นวายจนทำศก.ทรุดอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.62-นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ และอดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า โพลสำรวจพบประชาชนไม่มีความเชื่อถือ กกต. อีกต่อไป &amp;nbsp;มีประชาชนเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์เพียง 7.02% เท่านั้น การที่ผู้นำเหล่าทัพต้องออกมาเรียกร้องให้ประชาชนเชื่อใจ กกต. ยิ่งตอกย้ำว่า กกต. ไม่มีความน่าเชื่อถืออีกต่อไปแล้ว และก็ไม่แน่ใจว่าเหตุใด ผู้นำเหล่าทัพจึงต้องออกมาเรียกร้องให้ประชาชนเชื่อใจ กกต. ถ้ากกต. ไม่ได้ทำอะไรผิด ซึ่งเชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไปน่าจะมีความผิดปกติของการเลือกตั้งเพิ่มขึ้นอีกมาก จนน่าจะเป็นการเลือกตั้งที่มีความผิดปกติมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัยกล่าวว่า นานาชาติก็ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด โดย สหรัฐ อังกฤษ และ อียู ก็ได้แถลงการณ์เรียกร้องให้มีความชัดเจนโปร่งใสในการเลือกตั้งครั้งนี้ และจากสภาวะที่เป็นอยู่จะทำลายความเชื่อมั่นของประเทศทำให้ประเทศไทยหมดความน่าเชื่อถือในสายตาของนานาชาติ และจะทำให้เศรษฐกิจไทยย่ำแย่ลงไปอีก ประชาชนจะยิ่งลำบาก ในขณะที่ทั้งโลกกำลังกังวลกับ Yield Curve Inversion ที่ผลตอบแทนการฝากเงินในระยะยาวกลับน้อยกว่าผลตอบแทนในการฝากเงินในระยะสั้นซึ่งเป็นสัญญาณว่าอาจจะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยของทั้งโลกได้ แต่ไทยกลับยังไม่สามารถก้าวพ้นภาวะปัญหาการเมืองภายในประเทศที่ยาวนานมากว่า 10 ปีแล้วได้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้สร้างความโปร่งใส และ สร้างความเชื่อมั่นใจให้กลับมาโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องเกิดความวุ่นวายทางการเมือง และจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยย่ำแย่ยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32674</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., การเลือกตั้ง, ความโปร่งใส, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, อดีตรมว.พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab97deadb6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; เย้ย&#039;สมคิด&#039;คิดเลขผิดทำ&#039;บิ๊กตู่&#039;เสียฟอร์มซ้ำซ้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.61 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Pichai Naripthaphan ระบุว่าตามที่ได้ออกมาเตือนรัฐบาลเรื่องสถาบัน IMD ลดอันดับความสามารถแข่งขันของไทยลงหนักมาอยู่อันดับที่ 30 สาเหตุหลักมาจากความไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล และ ขาดดุลงบประมาณมาก และได้ชี้ให้เห็นว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยโตเฉลี่ยปีละ 2% กว่า เท่านั้น และ ถึงปีนี้จะโตได้ 4% กว่า ก็ยังต่ำสุดในอาเซียน ซึ่งเป็นข้อมูลจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ พลเอกประยุทธ์ ออกมาเตือนว่าใครบอกว่าเศรษฐกิจโต 2% จะผิดกฏหมาย และ จะดำเนินคดี ก็อยากให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจได้คำนวณตัวเลขเศรษฐกิจ 4 ปี ย้อนหลังและนำมาเฉลี่ย เพื่อรายงาน พลเอกประยุทธ์ เพราะจากที่ได้คำนวณตามตัวเลขเศรษฐกิจของสภาพัฒน์ ที่แถลงทุกสิ้นปี พบว่า เศรษฐกิจปี 2557 ขยายตัว 0.7 % ปี 2558 ขยายตัว 2.8 % ปี 2559 ขยายตัว 3.2% และ ปี 2560 ขยายตัว 3.9 % ซึ่งนำมารวมกัน 4 ปี จะได้ 10.6%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ เมื่อนำหารเฉลี่ย 4 ปี จะได้ ค่าเฉลี่ยเท่ากับปีละ 2.65% หรือ 2% กว่าตามที่บอก และเป็นการคำนวณตามหลักสากล ไม่ได้บิดเบือนแต่อย่างไร ซึ่งถ้าหากบอกว่าตัวเลขนี้บิดเบือน ก็น่าจะต้องบอกด้วยว่าตัวเลขการเติบโตเฉลี่ย 4 ปีที่ถูกต้องคือเท่าไหร่ อีกทั้ง ตนยังบอกด้วยว่าถึงปีนี้จะโต 4 % กว่า แต่ก็ยังต่ำสุดในอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงอยากให้นายสมคิดออกมายืนยันว่าการคำนวณนี้ถูกต้องหรือไม่ เพื่อสะกิดเตือนและยืนยันกับพลเอกประยุทธ์ อย่าปล่อยให้พลเอกประยุทธ์ เข้าใจคลาดเคลื่อนจะเสียฟอร์มซ้ำซ้อน และเชื่อว่าถ้านายสมคิดทราบก่อนคงไม่ปล่อยให้พลเอกประยุทธ์พูดคลาดเคลื่อนแบบนี้ และการเสนอความเห็นโดยสุจริตตามหลักสากลน่าจะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญและไม่ผิดกฏหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการที่ 4 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยโตเฉลี่ยเพียงปีละ 2% กว่านี้ จึงทำให้ประชาชนลำบากกันอย่างมากและยังทำให้เกิดปัญหาการว่างงานมากขึ้นและหนี้เสียเพิ่มสูงขึ้นในระบบธนาคาร ซึ่งยังเป็นปัญหาอยู่ถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการที่ตนหวังดีและแนะนำพลเอกประยุทธ์ให้อ่านหนังสือเศรษฐกิจมากๆก็เพราะสาเหตุนี้ ยิ่งพลเอกประยุทธ์อาจจะมีความตั้งใจจะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อหลังการเลือกตั้ง ก็ยิ่งจะต้องศึกษาเรื่องเศรษฐกิจให้มากยิ่งขึ้น จะได้เข้าใจและสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในตลอด 4 ปีที่ผ่านมานี้ได้ ปัญหาปากท้องของประชาชนจะได้ได้รับการแก้ไข ไม่ลำบากกันอยู่เหมือนในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องราคาพลังงานที่เริ่มสูงขึ้นมาก และรัฐบาลควรจะต้องเข้ามาหาทางช่วยเหลือและแก้ไขมากกว่านี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10232</URL_LINK>
                <HASHTAG>IMDลดอันดับการแข่งขัน, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, บิ๊กตู่, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, อดีตรมว.พลังงาน, เศษรฐกิจโต2%, เสียฟอร์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0cb68b9e61a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2018 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บาน!&#039;พิชัย&#039;สารภาพส.ส.เหนือ-อีสานซื้องบประมาณพัฒนาท้องถิ่นจากส.ส.ใต้ที่ยากจนกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.61-นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า ตามที่นายชวน หลีกภัย อดีต นายกรัฐมนตรี และ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวชื่นชม คสช. ที่พัฒนาภาคใต้พร้อมทั้งกล่าวตำหนิรัฐบาลทักษิณและรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่พัฒนาภาคใต้ว่า อยากให้นายชวน ที่ตนมีความเคารพส่วนตัว ได้กลับไปมองย้อนอดีตว่าตั้งแต่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลทุกครั้งมีการพัฒนาภาคใต้ขนาดไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะตนจำได้ดีว่าสมัยที่ตนเป็นเด็กภาคใต้ก็ถนนลาดยางสองเลนแล้ว ในขณะที่ถนนในภาคอีสานยังเป็นถนนลูกรัง แต่เวลาผ่านไป ภาคใต้ก็ยังมีแค่ถนนลาดยางสองเลน ในขณะที่ ภาคอีสาน และ ภาคเหนือ พัฒนามีถนนลาดยาง 8 เลน บ้าง 10 เลนบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมได้เคยสอบถาม ส.ส. หลายท่านว่าเพราะเหตุใดภาคใต้จึงไม่พัฒนา คำตอบที่ผมได้รับคือ ส.ส. ในภาคใต้ ที่ส่วนใหญ่ไม่มีอาชีพที่ทำรายได้มากนัก ได้ขายงบประมาณพัฒนาท้องถิ่นให้กับ ส.ส. ภาคเหนือ และ ภาคอีสาน ที่มีฐานะค่อนข้างดี ทำให้การพัฒนาภาคเหนือ และอีสาน มีมากกว่าภาคใต้มาก ไม่ทราบเรื่องนี้เท็จจริงเป็นอย่างไร อยากให้ นายชวนช่วยตอบข้อสงสัยนี้ เพราะผมจำได้ดีสมัยนายชวน เป็นนายกรัฐมนตรีได้ประกาศถนนลาดยาง 2 เลนทั่วประเทศ แต่เหตุใดภาคใต้จึงไม่พัฒนาเพิ่มขึ้นเลยหลังจากนั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าประชาชนส่วนใหญ่รวมถึงคนภาคใต้เองอาจจะไม่ทราบว่า ภาคใต้มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำกว่าภาคอื่นมาโดยตลอด การพัฒนากระจุกอยู่ในกลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวเท่านั้น เช่น ภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ สงขลา (หาดใหญ่) เป็นต้น จังหวัดอื่นๆกลับพัฒนาน้อยมาก เมื่อเทียบกับจังหวัดในภาคเหนือ และอีสาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หากย้อนไปดูการใช้งบประมาณไทยเข้มแข็ง 4 แสนล้านบาท สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ จะเห็นว่ามีการใช้งบเป็นเบี้ยหัวแตก มีการพัฒนาภาคใต้แค่ไหน งบส่วนใหญ่กระจายให้กับกระทรวงศึกษา และ กระทรวงสาธารณสุขที่พรรค ปชป ดูแลอยู่ ซึ่งทำไมไม่นำไปพัฒนาภาคใต้ให้เจริญกว่านี้ ในขณะที่ถ้ามองย้อนหลัง รัฐบาลทักษิณพยายามผลักดัน การพัฒนาเซาท์เทิร์นซีบอร์ด และ โครงการแลนด์บริดจ์ แต่มาโดนปฏิวัติเสียก่อน ซึ่งหากทำสำเร็จภาคใต้คงเจริญมากกว่านี้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัยกล่าวว่า รัฐบาลยิ่งลักษ์ได้พัฒนาถนนในจังหวัดภูเก็ตจนชาวภูเก็ตยังทำป้ายขอบคุณ ดังนั้น จึงอยากให้ ท่านชวนได้หันกลับมาดูวิธีคิด และ วิธีบริหารงานของพรรคประชาธิปัตย์ในสมัยที่ได้เป็นรัฐบาลให้ดีก่อนที่จะไปต่อว่ารัฐบาลอื่น และ น่าจะนำแนวคิดการพัฒนาภาคใต้ที่รัฐบาลทักษิณได้คิดไว้แล้วนำไปใช้ เพราะประชาชนภาคใต้จะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นไม่ต้องลำบากเหมือนในปัจจุบันที่ราคายางพาราตกต่ำกว่าสมัยรัฐบาลทักษิณและรัฐบาลยิ่งลักษณ์มาก และขอย้ำว่าปัจจุบันโลกแข่งขันกันมาก ดังนั้นประเทศนี้ต้องการผู้นำที่มีความเฉลียวฉลาดที่จะนำพาประเทศแข่งขันเพื่อให้ก้าวหน้าต่อไปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7090</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายงบประมาณ, ชวน หลีกภัย, ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, ภาคใต้, อดีตรมว.พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180414/image_big_5ad1b8a9425b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
