<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จาตุรนต์’เผย’6ตุลาถึงเวลาชำระ’ต้องเปลี่ยนโครงสร้าง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดนิทรรศการ &amp;ldquo;หนี้เลือด 6 ตุลาคม 2519 ถึงเวลาชำระ&amp;rdquo; ในงานรำลึก 45 ปี 6 ตุลา 2519 ตอนหนึ่งว่า เมื่อพูดถึงชื่อนิทรรศการนี้ ตนเองและคนที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์หลายคน ก็จะนึกถึงคำว่าเลือดล้างด้วยเลือด ซึ่งคำนี้เป็นผลผลิตจากเหตุการณ์ 6 ตุลา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการที่ชนชั้นนำ ผู้มีอำนาจ ใช้ความรุนแรงเข้าสังหารเข่นฆ่านักศึกษาประชาชนที่เห็นต่างกับรัฐ การใช้ความรุนแรงนั้นไม่ได้นำไปสู่การปราบและการทำลายล้างผู้ที่เห็นต่างให้ราบคาบ แต่กลับกลายเป็นเกิดความขัดแย้งและความรุนแรงที่มากยิ่งขึ้น จนถึงขั้นที่มีคำขวัญใช้กันว่าเลือดล้างด้วยเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์ กล่าวว่า บทเรียนของสังคมไทยก็คือการที่รัฐใช้อำนาจ ใช้กำลังความรุนแรง เข้าจัดการกับนักศึกษาประชาชนอย่างโหดเหี้ยมมีแต่ทำให้เกิดความเสียหายต่อสังคม และทางออกจากความขัดแย้งนั้น ไม่ได้เกิดจากการปราบการเข่นฆ่าให้สิ้นซาก แต่เกิดจากการหาทางออกที่จะทำให้คนในสังคมอยู่ร่วมกัน ทำให้ผู้ที่เห็นต่างสามารถอยู่ในสังคมได้ ทั้งๆที่เห็นต่างจากรัฐ มาในวันนี้มีนิทรรศการที่บอกว่าหนี้เลือด 6 ตุลา ถึงเวลาชำระ ความหมายย่อมแตกต่างไปก็คือไม่ใช่เลือดล้างด้วยเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกความหมายที่อยากเสนอก็คือการชำระหนี้เลือด 6 ตุลา ยังเป็นเรื่องที่สังคมไทยประชาชนคนไทย จะต้องคิดว่าการปราบปรามที่โหดเหี้ยมในครั้งนั้นเกิดจากโครงสร้าง &amp;nbsp;ระบบทางสังคม อุดมการณ์ ความคิด ความเชื่อ อย่างไร ที่ทำให้ชนชั้นนำใช้มารักษาอำนาจผลประโยชน์ของตนเอง ใช้มาปลุกปั่น ยุยง ทำให้เกิดความโกรธแค้นเกลียดชังต่อนักศึกษาประชาชนถึงขั้น เข่นฆ่าอย่างโหดเหี้ยมทารุณ ระบบโครงสร้าง อุดมการณ์ ความคิดและวัฒนธรรมนั้นยังอยู่ในสังคมไทยจนถึงปัจจุบันนี้ และยังเป็นหลักในการนำ ในการปกครอง ในการปราบประชาชนอยู่จนทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าจะชำระหนี้เลือด นอกจากจะชำระกันในทางกฎหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมความยุติธรรมขึ้น ยังเป็นเรื่องที่ประชาชนไทยจะต้องคิดว่าเราจะเปลี่ยนโครงสร้าง เปลี่ยนระบบ ทำลายอุดมการณ์ ความคิด ค่านิยม และวัฒนธรรมที่พร้อมจะฆ่านักศึกษาประชาชนเพียงเพื่อรักษาโครงสร้างอำนาจและผลประโยชน์ตัวเองได้อย่างไร นิทรรศการในวันนี้จะทำให้เราเห็นภาพความโหดเหี้ยมของเหตุการณ์ 6 ตุลา แต่สิ่งที่สังคมไทยจะต้องคิดต่อไปก็คือคิดถึงการให้มีการชำระหนี้เลือดทางกฎหมายโดยหลักนิติธรรม และหาทางแก้ไขเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม อุดมการณ์ ความคิด ค่านิยม ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตยและการพัฒนาประเทศ และการส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ทั้งหลายมีเสรีภาพในการแสดงออก เพื่อสร้างสังคมอย่างที่เขาปรารถนาและอย่างที่เขาต้องการ&amp;rdquo;นายจาตุรนต์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118950</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นิทรรศการ, หนี้เลือด 6 ตุลาคม 2519 ถึงเวลาชำระ, อดีตรองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d37185073f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ๋อยโปรดักชั่นบอกละคร’น้องตู่-พี่ป้อม’ยิ่งกว่าน้ำเน่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.2564 - ที่ลานประติมากรรม ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าขึ้นอยู่กับการหารือในพรรคร่วมรัฐบาล และ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จะตั้งรัฐมนตรีเพิ่มหรือไม่ ก็ได้ การที่ยังไม่ตั้งรัฐมนตรีใหม่ แต่มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้รองนายกฯ ดูแลงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แทนรัฐมนตรี แม้จะยกเลิกคำสั่งแล้ว แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งในรัฐบาลที่ยังไม่ลงตัว ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและแกนนำพรรค ไม่เป็นผลดีต่อบ้านเมือง เพราะเป็นความขัดแย้งในเชิงอำนาจผลประโยชน์ มีความโกรธแค้นต่อกันจากการที่ล้ม หรือมีการปลดกัน ในลักษณะของการแก้แค้นและยังไม่ได้มีการเคลียร์กัน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในเสถียรภาพทางการเมือง และในรัฐบาล จึงเชื่อว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่มีทางที่จะเกิดความราบรื่นในการบริหารงาน รวมทั้งยังเห็นภาพการแสดงกำลังของแต่ละฝ่ายในการลงพื้นที่ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน ยังทำให้รัฐมนตรี &amp;nbsp;ข้าราชการไม่มีสมาธิในการทำงานเพราะต้องคอยระวังว่า กำลังจะไปอยู่ในซีกไหนในความขัดแย้งนี้ และแสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของอายุรัฐบาล ทั้งนายกรัฐมนตรีและพรรคแกนนำรัฐบาลควรรีบหาทางจัดการปัญหาเหล่านี้โดยเร็ว เพื่อมีเวลาและมีสมาธิในการแก้ไขปัญหาของประเทศ ทั้งน้ำท่วม ปัญหาโควิด-19 และปัญหาเศรษฐกิจ ที่เป็นเรื่องใหญ่กระทบกับคนหลายล้านคนแต่รัฐบาลยังเสียงเวลากับการชิงไหวชิงพริบล้างแค้นกันอยู่ &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ไม่มีใครทราบล่วงหน้า ทั้งหมดคือความไม่แน่นอน เพราะไม่มั่นใจว่าในรัฐบาลจะจัดการความสัมพันธ์ การร่วมมือกันได้ดีแค่ไหนระหว่างนายกรัฐมนตรีกับพรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่าหากไม่ลงตัวเปิดสภามาจะต้องลุ้นในทุกการออกกฎหมายที่สำคัญว่าจะมีการแจกกล้วยอีกหรือไม่ ต้องจับตาดูว่าจะมีการทำอะไรที่ซ่อนเร้นที่ห้องน้ำหรือไม่ เพื่อให้ผ่านกฎหมาย ถ้าเป็นเช่นนั้นสภาก็จะมีปัญหาไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะยังคงอยู่กับพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งสมัยหน้าหรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหนึ่งในผู้สร้างพรรคพลังประชารัฐร่วมกับ 3 ป.และพรรคพลังประชารัฐก็สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แต่เกิดการพัฒนากลายเป็นความขัดแย้งระหว่างกัน ซึ่งเป็นความขัดแย้งเสมือนละครน้ำเน่าและมากกว่าเรื่องหลักการอุดมการณ์ หรือนโยบายใดๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118940</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปรับคณะรัฐมนตรี, ขัดแย้ง, ครม., นายจาตุรนต์ ฉายแสง, อดีตรองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d223c484a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พญาปลอดไม่หนี นอนคุก1ปี8เดือน เด้ง‘วิฑูรย์’มิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไม่หนี &amp;quot;ปลอดประสพ&amp;quot; มารายงานตัวศาลคดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบสั่งย้าย &amp;quot;วิฑูรย์ ชลายนนาวิน&amp;quot; อดีตรองอธิบดีกรมทรัพยากรฯ ไปปฏิบัติหน้าที่ต่ำกว่าระดับเดิม ก่อนที่ศาลฎีกาพิพากษาคุก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ชดใช้ค่าเสียหาย 1.4 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวส่งนอนเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มีนาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี นายปลอดประสพ สุรัสวดี อายุ 75 ปี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จำเลยคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ที่ศาลได้ออกหมายจับให้ติดตามตัวมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.1063/2558 ที่นายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน อดีตรองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทส. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลก่อนถึงกำหนดนัดวันที่ 7 เม.ย.นี้ พร้อมขอให้ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ ซึ่งนายปลอดประสพมีอาการป่วย ใส่หน้ากากอนามัยและนั่งรถเข็นมาศาล พร้อมทั้งมีบุตรชาย ญาติ และคนใกล้ชิดนับสิบคนมาร่วมให้กำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.25 น. ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้ คำฟ้องโจทก์ระบุกรณีเมื่อวันที่ 4 ก.ย.2546 นายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะนั้น มีคำสั่ง 399/2546 แต่งตั้งนายวิฑูรย์ โจทก์ ดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนัก (นักวิชาการป่าไม้ 9) สำนักส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจ กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรฯ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2546 แต่จากนั้นมีการตรา พ.ร.ฎ.โอนป่ากรมป่าไม้ สังกัด ทส. มีผลเมื่อลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 30 ก.ย.2546 ซึ่งขณะนั้นโจทก์ดำรงตำแหน่ง ผอ.กองการอนุญาต กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 1 ต.ค.2546-12 พ.ย.2556 จำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งปลัด ทส. ได้ออกคำสั่ง ทส.ที่ 287/2546 เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2546 ให้ระงับการมอบหมายงานในหน้าที่ตามคำสั่ง 399/2546 ซึ่งแต่งตั้งโจทก์ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนัก (นักวิชาการป่าไม้ 9) โดยให้ถือว่าเป็นการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไว้ก่อน อันเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยไม่ชอบเพื่อยับยั้งไม่ให้โจทก์ได้เลื่อนตำแหน่ง สาเหตุเนื่องจากโจทก์กับจำเลยมีเรื่องโกรธเคืองในเรื่องส่วนตัวกันมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งวันที่ 12 พ.ย.2546 จำเลยกลั่นแกล้งโจทก์ ด้วยการให้นายดำรงค์ พิเดช ออกคำสั่งกรมป่าไม้ ที่ 543/2546 ย้ายโจทก์ไปตำแหน่ง &amp;ldquo;ป่าไม้จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญระดับ 8 เป็นการย้ายให้ปฏิบัติหน้าที่ต่ำกว่าระดับเดิม อีกทั้งก็ไม่ใช่ความจำเป็นที่ต้องรีบดำเนินการ และจำเลยก็ทราบดีว่านายดำรงค์ไม่มีอำนาจสั่งย้ายโจทก์ ดังนั้นคำสั่งย้ายที่จำเลยให้ความเห็นชอบนั้น จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นผลให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง และเสียสิทธิไม่ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นระดับ 9 จึงขอให้ชดใช้ค่าเสียหายส่วนนี้ด้วย 2 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มี.ค.2560 เห็นว่าการที่จำเลยมีคำสั่งไม่แต่งตั้งโจทก์ให้เลื่อนขั้นเป็นข้าราชการระดับ 9 นั้น ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย ทั้งที่โจทก์มีคุณสมบัติจะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารได้ จึงให้จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และให้จำเลยชดใช้เงินค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย 1.4 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 เม.ย.2561 เห็นว่าการย้ายโจทก์เพียงคนเดียวและในระดับที่ต่ำกว่าเดิมด้วยเสมือนเป็นการลงโทษ โดยโจทก์กับจำเลยเคยมีข้อพิพาทกันเมื่อปี 2541 ขณะที่คำสั่งให้โจทก์ได้เลื่อนชั้นดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักงานวิชาการ 9 ก็ชอบด้วยกฎหมาย การที่จำเลยให้ยกเลิกคำสั่งนั้นจึงกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย และน่าเชื่อว่ามาจากกรณีจำเลยมีสาเหตุโกรธเคืองโจทก์มาก่อน และเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ และเมื่อพิจารณาการกระทำที่จำเลยให้รับโอนนายดำรงค์มาซ้อนตำแหน่งโจทก์ที่โจทก์ได้รับการแต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย ก็อาจทำให้เกิดปัญหาว่าการปฏิบัติราชการของนายดำรงค์ต่อการออกคำสั่ง-ประกาศต่างๆ ของกรมป่าไม้ว่ามีความถูกต้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการได้ พฤติการณ์นับว่าเป็นความผิดร้ายแรง จึงไม่เห็นสมควรรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ฯ จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ม.157 ประกอบมาตรา 84 อีกกรรมหนึ่ง ที่ใช้ให้นายดำรงค์โยกย้ายโจทก์ จึงให้จำคุก 2 กระทง กระทงละ 1 ปี รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ ก็ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 1.4 ล้านบาทด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปลอดประสพ จำเลย ได้ยื่นฎีกาต่อสู้คดี และได้ประกันตัวระหว่างฎีกา ด้วยหลักทรัพย์ 400,000 บาท แต่เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2563 ที่ผ่านมา นายปลอดประสพไม่มาศาลตามนัดฟังคำพิพากษาฎีกา ศาลมีคำสั่งให้ปรับนายประกันเต็มจำนวน และให้ออกหมายจับนายปลอดประสพมาฟังคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาศาลฎีกาวันนี้ ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่าการกระทำของนายปลอดประสพ จำเลย ขณะดำรงตำแหน่งปลัด ทส. ที่ให้นายดำรงค์ออกคำสั่งใหม่ให้นายวิฑูรย์ โจทก์ ย้ายไปดำรงตำแหน่งป่าไม้จังหวัดอำนาจเจริญนั้น เป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือนระดับ 8 เป็นการย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ต่ำกว่าระดับเดิม และเป็นการโยกย้ายโดยเร่งด่วน ไม่ได้หารือต่อคณะกรรมการฯ ที่จำเลยอ้างว่ามีปัญหาเรื่องตำแหน่งใหม่ของโจทก์ เมื่อมีการโอนย้ายสังกัดกรมป่าไม้จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ ซึ่งจากคำเบิกความของพยานที่ตอบคำถามยังได้ความว่าตำแหน่ง ผอ.สำนักงานวิชาการ 9 นั้น ก็จะมีกระบวนการสรรหาผู้มีคุณสมบัติซึ่งโจทก์ก็มีคุณสมบัติ จึงต่างจากที่จำเลยอ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การออกคำสั่งยกเลิกการแต่งตั้งโจทก์และการย้ายนายดำรงค์มาในตำแหน่งทับซ้อนกับโจทก์ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ได้รับความเสียหายและทางเจริญก้าวหน้าในอาชีพของโจทก์ ซึ่งการแต่งตั้งโยกย้ายระบบราชการนอกจากความเหมาะสมแล้ว จะต้องคำนึงถึงคุณธรรมและธรรมาภิบาล แต่เมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์ของจำเลยแล้ว เป็นการกระทำที่ทำลายระบบคุณธรรมและธรรมาภิบาลในระบบราชการ จึงไม่ควรรอการลงโทษ และที่ศาลอุทธรณ์ฯ กำหนดให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 1.4 ล้านบาทนั้นเหมาะสมแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ให้จำคุกรวม 1 ปี 8 เดือน โดยให้ออกหมายคดีถึงที่สุดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ได้รับฟังคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งผลถือเป็นที่สุดตามกฎหมายแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้ควบคุมตัวนายปลอดประสพไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อรับโทษตามผลการพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ในช่วงเย็นวันนี้ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัวนายปลอดประสพ ซึ่งต้องโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ตามคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการรับตัวผู้ต้องขังใหม่ มีการถ่ายรูป ตรวจร่างกาย เพื่อทำประวัตินักโทษ ซึ่งในวันนี้แพทย์อาจตรวจสุขภาพผู้ต้องขังใหม่ไม่ทัน เนื่องจากรับตัวเข้ามาในช่วงเย็น หากนายปลอดประสพ ซึ่งมีอายุ 87 ปี จัดอยู่ในกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุ มีอาการเจ็บป่วย เรือนพิเศษกรุงเทพฯ อาจส่งตัวไปคุมขังในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59003</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ปลอดประสพ สุรัสวดี, วิฑูรย์ ชลายนนาวิน, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตรองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d2816714c676.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอเลี๊ยบฟันธงเลื่อนเลือกตั้งเท่ากับไม่มีเลือกตั้ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.2562 - นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;เลื่อนเลือกตั้ง เท่ากับ (อาจ)ไม่มีเลือกตั้ง&amp;rdquo; ระบุว่า 1. เมื่อมีข่าวการเลื่อนเลือกตั้งไปเป็นวันที่ 24 มีนาคม 2562 บางคนอาจหงุดหงิดไม่พอใจคนที่ออกมาคัดค้านอย่างกว้างขวางด้วย #เลื่อนแม่มึงสิ พร้อมกับบ่นว่า เลื่อนแค่นี้จะเป็นจะตายหรือไง 2.การเลื่อนไป 1 เดือนจากวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เหมือนเป็นเวลาสั้นๆ แต่เวลาเพียง 1 เดือนนี้แหละที่อาจทำให้ไม่มีการเลือกตั้งในปีนี้อีกเลย 3. ดูเป็นการมองโลกในแง่ร้าย แต่...ช่วยไม่ได้ ที่ผ่านมา 12 ปีนั้น เกินพอที่ทำให้การมองโลกในแง่ดี เปรียบเสมือนการหลอกตนเอง ไม่อยู่กับความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.12 ปีที่ผ่านมา มีรัฐประหาร 2 ครั้ง บอยคอตเลือกตั้ง 2 ครั้ง ยุบพรรคการเมือง 4 พรรค เลื่อนเลือกตั้งที่สัญญาไว้มาแล้ว 3 ครั้ง กำลังจะเลื่อนเป็นครั้งที่ 4 5.การเลื่อนเลือกตั้งไปอีก 1 เดือนนี้ มีนัยยะแอบแฝงหรือไม่ เพราะเชื่อว่า มีบางกลุ่ม บางพรรคไม่อยากเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง 6.การเลือกตั้งมีแพ้มีชนะ แต่เดิมพันในการเลือกตั้งครั้งนี้สูงยิ่ง บทเรียนของมาเลเซียหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุด กำลังหลอกหลอนหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 171 บัญญัติไว้ว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ในวาระเริ่มแรก ให้ตราพระราชกฤษฎีกากําหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภามีผลใช้บังคับ และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดวันเลือกตั้งซึ่งต้องไม่ช้ากว่าหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีผลใช้บังคับ&amp;quot; สรุปได้ง่ายๆว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 กำหนดให้&amp;nbsp;
- ตราพระราชกฤษฎีกาฯ ภายในวันที่ 10 มีนาคม 2562
- กำหนดให้ &amp;quot;วันเลือกตั้ง&amp;quot; ไม่ช้ากว่าวันที่ 9 พฤษภาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. เห็นอย่างนี้...การกำหนดให้เลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 ก็ทำได้สิ ช้าก่อน...อย่าเพิ่งโล่งใจ ลองไปดูบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กัน 9. รัฐธรรมนูญแห่งราขอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 268 บัญญัติไว้ว่า &amp;quot;ให้ดําเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา 267 (1) (2) (3)และ (4) มีผลใช้บังคับแล้ว&amp;quot; สรุปได้ง่ายๆว่า รัฐธรรมนูญฯ กำหนดให้ &amp;quot;การเลือกตั้งแล้วเสร็จ&amp;quot; ภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. &amp;quot;การเลือกตั้งแล้วเสร็จ&amp;quot; ในรัฐธรรมนูญฯ ไม่เหมือนกับ &amp;quot;การกำหนดวันเลือกตั้ง&amp;quot; ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ ทั้งตัวข้อความและสาระสำคัญ &amp;nbsp;เพราะ &amp;quot;การเลือกตั้งแล้วเสร็จ&amp;quot; หมายถึงภารกิจของการดำเนินการเลือกตั้งทั้งหมดของคณะกรรมการเลือกตั้งแล้วเสร็จ ซึ่งกินความตั้งแต่ การกำหนดวันเลือกตั้ง การจัดการเลือกตั้งให้เสรีและเป็นธรรม จนถึงการประกาศผลการเลือกตั้งแล้วเสร็จภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ด้วย
11. เมื่อมีความแตกต่างกันใน &amp;quot;ภารกิจ&amp;quot; เช่นนี้ ต้องยึดบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทําใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทํานั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12. เมื่อคณะกรรมการเลือกตั้งต้องดำเนินการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 และด้วยเหตุที่ข้อกฎหมายกำหนดให้คณะกรรมการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วันหลังวันเลือกตั้ง วันเลือกตั้งจึงไม่ควรช้ากว่าวันที่ 11 มีนาคม 2562 13. การเสนอให้กำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 จึงสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญฯ เพราะคณะกรรมการเลือกตั้งอาจไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 และอาจมีผู้ไปร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ คณะกรรมการเลือกตั้งถูกฟ้องร้องทั้งแพ่งและอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14. หากศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องร้องเรียนให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และ คณะรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีกำหนด ตามบทบัญญัติในมาตรา 263 และ 264 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 15. หากศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาในการพิจารณายาวนาน อาจไม่มีการเลือกตั้งใหม่ในปีนี้ หรือหากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะมีการเลือกตั้งใหม่อีกเมื่อไร ไม่มีใครทราบได้ เพราะบทเฉพาะกาลไม่มีกำหนดเงื่อนเวลาในสถานการณ์จำลองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16. ดังนั้น การเลื่อนเลือกตั้ง อาจนำไปสู่การไม่มีเลือกตั้งไปอีกนาน #เลื่อนเลือกตั้งเท่ากับไม่มีเลือกตั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25853</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, ศาลรัฐธรรมนูญ, อดีตรองนายกรัฐมนตรี, เฟซบุ๊ก, เลื่อนเลือกตั้ง, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c317c90ab006.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2018 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2018 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จาตุรนต์ขู่บิ๊กตู่อาจโดน157</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07 ต.ค.2561 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้งถึงกรณีการถูกระงับธุรกรรมทางการเงินอีกครั้งว่า ตอนที่สั่งให้ยกเลิกหนังสือเดินทางผม นักข่าวถามว่าเพราะอะไร คุณประยุทธ์ตอบว่า&amp;rdquo;....ก็ทำผิดซ้ำซากไง&amp;rdquo; ต่อมาศาลปกครองสูงสุดตัดสินตามศาลชั้นต้นว่าการยกเลิกหนังสือเดินทางของผมไม่ชอบด้วยกฎหมาย เลือกปฏิบัติและไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่คุณประยุทธ์สั่งให้ยกเลิกหนังสือเดินทางผมนั้น ผมจะฟ้องตามกฎหมายอาญามาตรา 157หรือไม่ ผมจะพิจารณาอีกทีหลังเลือกตั้งครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณประยุทธ์มักพูดว่า&amp;rdquo;ถ้าไม่ผิดจะถูกดำเนินคดีคดี ถูกฟ้องหรือ..&amp;rdquo; คราวนี้คุณประยุทธ์ถูกฟ้องบ้างแล้วในกรณีระงับธุรกรรมการเงินผม ไม่ทราบจะว่าอย่างไร ผมไม่เคยเห็นด้วยกับคุณประยุทธ์ว่าคนถูกดำเนินคดีหรือถูกฟ้องคือคนผิด คุณประยุทธ์ทำผิดกฎหมายหรือไม่ในเรื่องที่เกี่ยวกับผม คงต้องรอให้ศาลตัดสิน แต่ในเรื่องระงับธุรกรรมการเงินนี้ ผมอยากจะเตือนพลเอกประยุทธ์ว่า เมื่อผมร้องให้ท่านในฐานะนายกรัฐมนตรีดำเนินการแล้ว ท่านไม่ทำอะไรเลยอย่างนี้ ท่านอาจผิดกฎหมายฐานละเว้นก็ได้ อย่านึกว่าท่านจะอยู่เหนือกฎหมายได้ตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อันนี้จะเกี่ยวกับพลเอกประยุทธ์หรือไม่ไม่ทราบ แต่ข้อกฎหมายเป็นอย่างนี้ครับ ละเลย ล่าช้าเกินควร อาจเท่ากับละเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา 157 ครับ พลเอกประยุทธ์จะลองหาความรู้จากรองนายกฯวิษณุไว้บ้างก็น่าจะดีนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19266</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ธุรกรรมทางการเงิน, พรรคเพื่อไทย, อดีตรองนายกรัฐมนตรี, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a8633caa4ba0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2018 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2018 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จาตุรนต์โอดสุดช้ำจ่ายค่าน้ำ-ไฟยังต้องขอ คสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07 ต.ค.2561 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีการถูกระงับธุรกรรมทางการเงินอีกครั้ง ว่าที่ผ่านมาเวลาอธิบายเรื่องการระงับธุรกรรมการเงินทำให้เดือดร้อนอย่างไรนั้น มักพูดถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับบุคคลในฐานะเป็นผู้ถูกระงับโดยตรง แต่พอนึกถึงกรณีบก.ลายจุดที่กำลังตั้งพรรคการเมืองแล้วประกาศจะไปดักพบ พล.อ.ประยุทธ์ ในทุกที่ที่ไปได้ ก็เข้าใจเหตุผลได้ไม่ยาก เพราะคำสั่งนี้ไม่ได้ห้ามเฉพาะทำธุรกรรมการเงินที่เป็นทรัพย์สินเงินทองของตัวเอง แต่ผู้ถูกระงับจะทำธุรกรรมทางการเงินใดๆกับธนาคารและสถาบันการเงินไม่ได้ทั้งสิ้น หากทำไปก็จะถูกลงโทษถึงขั้นจำคุก เพราะฉะนั้นถ้าคุณสมบัติ บุญงามอนงค์เป็นหัวหน้าพรรค จะเซ็นเช็คฝากเงินถอนเงินจากบัญชีของพรรคการเมืองที่เป็นหัวหน้าอยู่ก็ไม่ได้ จะจ่ายค่าน้ำค่าไฟแต่ละที ต้องขออนุญาต คสช.เป็นครั้งๆไป ถ้าคนเขาบริจาคเงินมา เกิดใส่ชื่อคุณสมบัติๆก็เอาเข้าธนาคารไม่ได้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ คสช.เคยถูกถามว่าทำไมไม่ยกเลิกคำสั่งแบบนี้เสียที เขาบอกว่าบ้านเมืองยังไม่สงบเรียบร้อยครับไม่ต้องการทำให้ความเดือดร้อนของ บก.ลายจุดเป็นเรื่องตลก และผมเองก็เดือดร้อนไม่ต่างกัน แต่ที่เล่ามา ประเทศนี้เป็นอย่างนี้จริงๆครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19259</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ธุรกรรมทางการเงิน, พท., พรรคเพื่อไทย, อดีตรองนายกรัฐมนตรี, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae887ef7f813.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
