<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อดีตรองอธิการบดีมธ.’วิเคราะห์สาเหตุคนจองวัคซีนน้อยนิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.2564 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า รัฐบาลเตรียมวัคซีนไว้สำหรับผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง 7 โรค ทั้งหมดประมาณ 16 ล้านโดส ให้เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ 1 พ.ค. 64 จนถึงวันนี้มีคนลงทะเบียนจองวัคซีนไปเพียงประมาณ 1.6 ล้านคน เพียง 10% เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานซืนคิดอยู่ว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ หากผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวไม่ต้องการฉีดวัคซีน รัฐบาลน่าจะเปิดกว้าง ให้ผู้ที่อยากจะฉีด มาฉีดได้เลย ไม่ต้องรอลงทะเบียนเดือนกรกฎาคมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานซืนได้แต่คิด พอวันรุ่งขึ้นใน social media ก็เซ็งแซ่ไปด้วยเรื่องนี้ คิดแบบเดียวกันหมด เพราะโควิด 19 ขณะนี้ แม้ยอดผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิตยังไม่มากเท่ากับหลายๆประเทศส่วนใหญ่ แต่การแพร่ระบาด ครอบคลุมเป็นวงกว้างไป ทั้งประเทศ อัตราผู้เสียชีวิต น่ากลัวมาก และใกล้ตัวเราเข้ามาทุกที หากไม่รีบฉีดวัคซีนแบบปูพรม สถานการณ์ก็ยากที่จะกระเตื้องขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่า กลับมีคนประสงค์จะฉีดวัคซีนน้อยมาก เหมือนกลัวผลข้างเคียงมากกว่ากลัวโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะอะไรจึงมีผู้ประสงค์จะฉีดวัคซีนน้อยมาก แน่นอนว่า มีผู้ที่ลงทะเบียนไม่เป็น หรือไม่มีสมาร์ทโฟน จำนวนหนึ่งแต่นั่นไม่ใช่สาเหตุใหญ่ และไม่ใช่เพราะศบค อ่อนประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาหตุหลักจึงน่ามาจากคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการเมือง และสถาบันพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;จึงจ้องหาทุกช่องทุกโอกาส โจมตีรัฐบาล และให้กระทบถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เว้นแม้แต่การใช้สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด 19 เพื่อผลในการกัดเซาะสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง&amp;nbsp;เนื่องจากรัฐบาลรับมือกับการแพร่ระบาดได้ดีในระยะแรก คนกลุ่มนี้จึงนำเรื่องวัคซีนขึ้นมาโจมตี โดยวิจารณ์ว่ารัฐบาล ฝากความหวังไว้กับวัคซีนยี่ห้อเดียว คือ Astra Zeneca เพื่อให้บริษัท Siam Bioscience ซึ่งเป็นของพระบาทสมเด็จพระอยู่หัวได้เป็นผู้ผลิต เท่ากับเอาประชาชนมาเสี่ยงเพื่อบริษัทเอกชน เพราะไม่ยอมติดต่อวัคซีนของบริษัทอื่นเลย และเรียกวัคซีน Astra Zeneca ว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;วัคซีนพระราชทาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แท้ที่จริงแล้ว จะว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดหรือถูกก็แล้วแต่มุมมอง แต่การไม่เข้าร่วมใน COVAX และยังไม่ทำสัญญาผูกมัดกับวัคซีนเจ้าไหนในขณะนั้นก็เพราะ ยังไม่มีใครสามารถพัฒนาวัคซีนได้สำเร็จเลยสักราย และเงื่อนไขของ COVAX ทำให้ประเทศที่รวยก็ไม่ใช่ จนก็ไม่เชิงอย่างเรารับได้ยาก ประกอบกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด 19 ในประเทศไทยดูเหมือนจะคุมอยู่ เพราะมีอัตราผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิต น้อยมาก แต่การตัดสินใจดังกล่าวก็ทำให้เราได้รับวัคซีนช้ากว่าหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทย กับ Astra Zeneca และ Siam Bioscience เป็นข้อตกลงที่น่าสนใจที่สุด เพราะประเทศไทยจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเป็นฐานการผลิตในภูมิภาคด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสถานการณ์แพร่ระบาดของโวิด 19 ระลอกใหม่เกิดขึ้น เพราะความตั้งใจละเลยในหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงไม่สามารถรอวัคซีนที่จะผลิตในประเทศได้ รัฐบาลจึงเร่งเจรจากับหลายบริษัท เพื่อจัดหาวัคซีนให้ได้ก่อนโดยเร็ว ก่อนจะเริ่มผลิตภายในประเทศ ซึ่งต้องใช้เวลา และก็ได้วัคซีนจาก 2 บริษัทมาก่อนจำนวนหนึ่งคือ Sinovac และ Astra Zeneca โดยการนำเข้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเป็นเช่นนี้ คนกลุ่มนี้จึงมุ่งโจมตีวัคซีน 2 ยี่ห้อนี้ว่า เป็นวัคซีนด้อยประสิทธิผล มีผลสัมฤทธิ์ต่ำ มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย เป็นวัคซีนชั้น 2 สู้วัคซีนของ Pfizer และ Moderna ไม่ได้ เป็นการเอาชีวิตประชาชนมาเสี่ยง เพราะไม่จัดหาวัคซีนที่ดีที่สุดให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อต่างๆที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน ก็พากันเสนอข่าวไปในทิศทางนี้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ไม่ได้อยู่เฉยยังได้เจรจากับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนหลายบริษัท และในปลายปีนี้น่าจะมีวัคซีนของ หลายบริษัท รวมทั้งของ Pfizer เข้ามาค่อนข้างแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ Astra Zeneca เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง และวัคซีนที่ผลิตโดย Siam Bioscience ได้ผ่านการรับรองแล้ว จึงเชื่อแน่ว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ประเทศไทยจะมีวัคซีน ไม่ใช่แค่เพียงพอ แต่เหลือเฟือสำหรับประชาชน หากต้องการจะฉีด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ การโจมตีจึงเปลี่ยนมาเป็นการปล่อยข่าวว่า มีคนผูกขาดวัคซีน ไม่ยอมให้ภาคเอกชนนำเข้าวัคซีน ซึ่งทำให้ประชาชนไม่มีทางเลือก ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนยี่ห้ออื่นๆได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดก็ยังมีข่าวปล่อยว่า มีการแอบนำเข้าวัคซีนของ Pfizer เข้ามาโดยฉีดให้กับกลุ่มคนชั้นสูงเท่านั้น ประชาชนทั่วไปไม่อาจเข้าถึงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่แหละคือสาเหตุที่มีผู้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนกันน้อยมาก ก็เพราะไปหลงเชื่อการโจมตี และการปล่อยข่าวเหล่านี้&amp;nbsp;รัฐบาล จึงไม่ควรจะรอช้า เมื่อไม่ต้องการฉีดวัคซีน ก็ควรรีบยกเลิกการให้ลำดับความสำคัญกับผู้สูงอายุ และพวกมีโรคประจำตัวเรื้อรัง เปิดกว้างให้ทุกคนที่ต้องการฉีดวัคซีน ได้ฉีดวัคซีน เพื่อให้มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว มีจำนวนมากที่สุด เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่กลัวๆกล้าๆอยู่ ก็อย่าไปหลงเชื่อ ข่าวปล่อย ข่าวปลอม เพื่อผลทางการเมือง &amp;nbsp;พวกนี้แหละคือพวกที่มีความโหดเหี้ยม ตัวจริง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102615</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, วัคซีน, อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เฟซบุ๊ก, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b3ba5a48f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการฯมธ.ชำแหละ&#039;ปิยบุตร-ธนาธร-พรรณิการ์&#039;ไม่เห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญต่อชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.63- รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr หัวข้อ ปิยบุตร ธนาธร พรรณิการ์ โดยระบุรายละเอียดว่า ผมเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 และเกษียณอายุราชการเมื่อปี พ.ศ.2555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กว่าครึ่งเวลาของการรับราชการ ผมมีโอกาสเข้าไปทำงานในส่วนกลางของมหาวิทยาลัย เป็นผู้ช่วยอธิการบดีบ้าง รองอธิการบดีบ้าง หลายต่อหลายสมัย การทำงานส่วนกลางทำให้ได้รู้จักคุ้นเคยกับอาจารย์ในคณะต่างๆมากมาย แต่ผมไม่เคยรู้จักหรือพบหน้า อ.ปิยบุตรเลยแม้แต่ครั้งเดียว ได้แต่เคยได้ยินชื่อว่าอยู่ในกลุ่มคณะราษฎร์ แต่ผมรู้จักคุ้นเคยกับคณบดีคณะนิติศาสตร์ซึ่งเป็นต้นสังกัดของอ.ปิยบุตรเกือบทุกท่าน รวมทั้งท่านปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะไม่เคยรู้จักอ.ปิยบุตร แต่ก็เคยได้ยินกิตติศัพท์เกี่ยวกับทัศนคติต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของอ.ปิยบุตรจากอาจารย์คณะนิติศาสตร์หลายท่าน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ท่านหนึ่งเคยบอกกับผมว่าอ.ปิยบุตรเป็นคน &amp;ldquo;แรง&amp;rdquo; เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ความหมายคือเป็นคนที่ไม่เห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติ ซึ่งนั่นก็คืออุดมการณ์ที่ไม่เคยเปลี่ยนของ อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกัน คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คุณธนาธรก็มีอุดมการณ์เดียวกัน ชัดเจนมากจากที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ใน Portrait ธนาธร ว่าต้องการได้ เสียงมากๆเพื่อต่อรองกับ....และต้องจัดการกับกองทัพและกับสถาบันตุลาการให้ได้ มิฉะนั้นจะทำ......อะไรก็ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณพรรณิการ์ วาณิช ก็เช่นกัน จะเห็นได้จากการที่ในอดีตเคย post รูปและข้อความใน face book ส่วนตัว หลายครั้ง ทำให้เขื่อได้ว่ามีอุดมการณ์ที่ไม่แตกต่างจากทั้งอ.ปิยบุตรและคุณธนาธรแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 3 คน เป็นผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน ร่วมกันก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้น และเดี๋ยวนี้ แปลงกายมาเป็นคณะก้าวหน้า ก็ยังไม่มีอะไรบ่งชี้ว่าทั้ง 3 คน มีการเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์แต่อย่างใด ทั้งนี้พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรค nominee ของคุณธนาธร ก็คงต้องยึดมั่นในอุดมการณ์เดียวกัน ดังจะเห็นได้จากการที่สมาชิกพรรคก้าวไกลเกือบทุกคน เมื่อครั้งพรรคอนาคตใหม่ยังไม่ถูกยุบ ต่างท้าทายพระราชอำนาจด้วยการโหวตคว่ำพระราชกำหนดการโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วน จากกองทัพบกไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีสมาชิกพรรคบางคนที่ไม่โหวตคว่ำ หรือบางคนงดออกเสียง ก็ถูกสมาชิกคนอื่นๆเหล่านั้นร่วมกันโหวตให้ขับออกจากพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ทราบว่าผู้ที่เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล และผู้สนับสนุนทั้งหมด รวมทั้งผู้ที่ลงคะแนนเลือก
ผู้สมัครส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ตระหนักถึงความจริงข้อนี้หรือไม่ หากตระหนักอยู่แล้วหรือมีอุดมการณ์เดียวกันอยู่แล้วก็แล้วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากท่านเป็นผู้ที่เชื่อว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญต่อประเทศชาติ แต่ไม่ตระหนักหรือไม่เชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่ คณะก้าวหน้า พรรคก้าวไกลล้วนมีอุดมการณ์ตรงข้ามกับความเชื่อของท่าน ก็โปรดตระหนักเสียและขอโปรดจงเชื่อเถิดว่าพวกเขามีอุดมการณ์เช่นนี้จริงๆ และควรถอยออกมามองคณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล ด้วยใจเป็นธรรมและเป็นกลาง ก่อนจะถึงวันที่จะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66952</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยบุตร ธนาธร พรรณิการ์, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, สถาบันพระมหากษัตริย, อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecc8c8e77910.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
