<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2025 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 08:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้อน&#039;เหตุการณ์6ตุลา&#039;เตือนสติคนไทย อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp; ปีนี้เป็นปีครบรอบ 45 ปีของเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 แม้วันนี้จะเลยวันที่ 6 ตุลาคมมาแล้ว แต่คงยังไม่ช้าเกินไปที่จะกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ช่วงนี้ใครต่อใครทั้งที่เกิดทันและเกิดไม่ทันมักเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น การ &amp;quot;สังหารหมู่&amp;quot; กันเกือบทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเกิดทัน หรือเกิดไม่ทันเหตุการณ์ 6 ตุลาไม่ใช่เป็นประเด็นว่าจะวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์เดือนตุลาได้หรือไม่ แต่การกล่าวถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา ว่าเป็นการ &amp;quot;สังหารหมู่&amp;quot; นักศึกษาประชาชนผู้บริสุทธิ์และปราศจากอาวุธ แม้เกิดการสังหารกันจริง แต่ดูจะเป็นการพูดแบบง่ายและรวบรัดเกินไป เพราะสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 มีความซับซ้อนเกินกว่าที่จะนิยามเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการ &amp;quot;สังหารหมู่&amp;quot; เพียงเท่านั้น การ &amp;quot;สังหารหมู่&amp;quot; ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลันทันที แต่มีที่มาที่ไป บางอย่างอาจเป็นความลับที่ไม่มีใครทราบ ในที่นี้จึงอยากจะให้ทำความเข้าใจกันว่า การ&amp;quot;สังหารหมู่&amp;quot; ที่ว่านั้น เกิดขึ้นได้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเข้าใจสาเหตุของเหตุการณ์ 6 ตุลา เราจะต้องมองย้อนกลับไปที่สถานการณ์ก่อนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 จนเกิดเหตุการณ์ที่เราเรียกกันว่า &amp;quot;วันมหาวิปโยค&amp;quot; และมองว่ามีการพัฒนาการอย่างไรหลังจากนั้น จนกระทั่งในที่สุดเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงก่อนวันที่ 14 ตุลาคม 2516 รัฐบาลที่ดำรงอยู่ในขณะนั้นเป็นรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งเป็นรัฐบาลที่สืบทอดมาจากรัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่มาจาการทำรัฐประหารรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม จอมพล ถนอมขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อจอมพล สฤษดิ์ ถึงแก่อสัญญกรรมในปี 2506 ใช้เวลาถึง 5 ปีจึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วเสร็จ เมื่อมีการเลือกตั้งในปี 2512 พรรคสหประชาไทยที่จอมพลถนอม และจอมพลประภาส จารุเสถียร ก่อตั้งขึ้น ชนะการเลือกตั้ง จอมพลถนอม จึงได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป แต่แล้วในปี 2514 จอมพล ถนอมก็ทำรัฐประหารรัฐบาลตัวเอง เช่นเดียวกับที่รัฐบาลจอมพล ป. เคยทำ ครั้งนี้การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก็ค่อยเป็นค่อยไปตามเคย จนมีอาจารย์ นักศึกษา และประชาชน 13 คน ออกแจกใบปลิวเรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญ ทั้ง 13 คนถูกจับกุมในข้อหาชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน และอีกหลายข้อหา รวมทั้งข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ เหตุการณ์นี้นำไปสู่การชุมนุมประท้วงจนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2&amp;nbsp; ในช่วงสงครามเย็น รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้พยายามผลักดัน และสนับสนุนรัฐบาลไทยให้ต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่รัฐบาลจอมพล ป. เป็นต้นมา และยิ่งเข้มข้นในยุครัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ และจอมพลถนอม ดังนั้นจึงได้มี พระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ตั้งแต่ พ.ศ. 2495 และได้มีการพยายามสร้างภาพลัทธิคอมมิวนิสต์ให้ดูน่ากลัวเกินกว่าความเป็นจริง โดยไม่แยกแยะระหว่าง ระบอบการปกครองแบบสังคมนิยมประชาธิปไตย กับระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์สุดโต่ง เช่นประเทศจีนยุคเหมา เจ๋อ ตุง ให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งมีอำนาจเผด็จการได้ทำการปราบปรามผู้ที่มีแนวคิด และชักจูงให้คนนิยมลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง หนังสือและตำราที่เกี่ยวกับลัทธิคอมมิวนิสต์ถูกห้ามจำหน่าย การปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับลัทธิคอมมิวนิสต์ สร้างความอึดอัดแก่นักวิชาการ และนิสิต นักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ อย่างมาก แต่เข้าทำนองยิ่งห้ามยิ่งยุ นิสิต นักศึกษาจึงเริ่มหันไปนิยมลัทธิคอมมิวนิสต์มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังมีความรู้สึกว่า ลัทธินี้มิได้เลวร้ายจนน่ากลัวอย่างที่มีการพยายามวาดภาพไว้แต่อย่างใด ตรงข้ามระบอบการปกครองแบบคอมิวนิสต์อาจเป็นคำตอบ ที่จะทำให้ประเทศไทย และประชาชนไทยหลุดพ้นจากความยากจน และสร้างความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 นิสิต นักศึกษาที่เคยถูกปิดกั้นไว้ จึงเริ่มมีเสรีภาพในการแสดงออก และมีการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ต่อผู้สนใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำนิสิต นักศึกษา ที่รวมกันจัดตั้งองค์กรที่เรียกว่า ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ดูเหมือนจะมีความคิด &amp;quot;เอียงซ้าย&amp;quot; ถึง &amp;quot;ซ้ายจัด&amp;quot; กันเป็นส่วนใหญ่ ช่วงเวลานี้ป็นยุคเฟื่องฟูของขบวนการนักศึกษา เนื่องจากผู้นำนักศึกษา ในนามศูนย์กลางนิสิตนักศึกษามีบทบาทสูงมากทางการเมือง มีการนำการประท้วงของผู้ใช้แรงงาน ชาวนา เกษตรกร และกลุ่มอื่นๆบ่อยครั้ง จนกระทั่งเราเรียกยุคนี้ว่า ยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนิสิต นักศึกษา มีบทบาทสูง ทั้งยังมีความโน้มเอียงไปทางฝ่ายซ้ายมากขึ้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือ พคท. จะเริ่มมีการจัดตั้งนิสิต นักศึกษา และประชาชนที่มีความคิดเป็นซ้ายจัด ให้เข้าสังกัดและให้ทำการเผยแพร่ความคิดของฝ่ายซ้ายให้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย นี่เป็นเรื่องจริงที่ยอมรับกันเป็นการภายใน ในกลุ่มคนที่อยู่ในวงในจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อฝ่ายซ้ายเริ่มมีกิจกรรมมากขึ้น คนอีกกลุ่มที่จัดได้ว่าเป็นฝ่ายขวา ถึงขวาจัดก็เริ่มรู้สึกว่า กำลังถูกภัยคุกคามจากฝ่ายซ้าย จนไม่สามารถอยู่นิ่งเฉย จึงมีการจัดตั้งกลุ่มต่างๆ ขึ้นต่อต้าน เช่นกลุ่มนวพล กลุ่มกระทิงแดง และยังมีกลุ่มอื่นๆ ที่เปิดเผยตัว และไม่เปิดเผยตัวอีกมากมายหลายกลุ่ม สถานีวิทยุที่เป็นกระบอกเสียงที่ต่อต้านฝ่ายซ้ายอย่างรุนแรงและเปิดเผย คือสถานีวิทยุยานเกราะ ซึ่งทำหน้่าที่ปั่นกระแสให้เกิดความรู้สึกเกลียดชังของฝ่ายขวาต่อฝ่ายซ้ายอย่างต่อเนื่อง มีการเปิดเพลงปลุกใจกันอย่างกว้างขวาง เช่น เพลงหนักแผ่นดิน เพลงเราสู้ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่า ผู้ที่แวดล้อมใกล้ชิดกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ย่อมต้องรู้สึกว่า สถาบันพระมหากษัตริย์กำลังถูกภัยคุกคามเช่นกัน จึงได้มีการจัดตั้งกลุ่มที่เรียกว่า ลูกเสือชาวบ้าน เพื่อสร้างกิจกรรมให้รักชาติ และต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ คำว่า &amp;quot;ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์&amp;quot; จึงเริ่มใช้กันมากในช่วงเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกัน ผู้นำนิสิต นักศึกษาที่มีบทบาทสูง และมีแนวโน้มว่าอาจได้รับการจัดตั้งจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ก็เริ่มรู้สึกว่ากำลังถูกติดตามความเคลื่อนไหวจากฝ่ายความมั่นคงอย่างใกล้ชิด ผู้นำนักศึกษาชื่อดังคนหนึ่งเล่าว่า เขาต้องตัดสินใจเข้าป่าไปร่วมกับพคท.ต่อสู้กับฝ่ายรัฐบาล ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาเสียด้วยซ้ำ เพราะเริ่มมีความรู้สึกว่าอยู่ในเมืองไม่ปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความแตกแยกในสังคมระหว่างซ้ายกับขวา เกิดมากขึ้นเรื่อยๆ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับความเกลียดชังระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดแตกหักระหว่างซ้ายกับขวากันเกิดขึ้นเมื่อ จอมพลถนอม กิตติขจร บวชเป็นสามเณร แอบเข้ามาในประเทศอย่างเงียบๆ ในวันที่ 19 กันยายน 2519 แล้วจึงบวชเป็นพระภิกษุที่วัดบวรนิเวศวิหาร ผู้นำนิสิต นักศึกษาเมื่อทราบข่าว จึงเรียกร้องยื่นคำขาดให้รัฐบาลนำตัวพระถนอมออกนอกประเทศ แต่รัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ซึ่งเพิ่งกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ชี้แจงว่าไม่สามารถทำได้เนื่องจากขัดรัฐธรรมนูญ ศูนย์กลางนิสิตจึงจัดชุมนุมขึ้นที่ท้องสนามหลวง ภายหลังย้ายเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อประท้วง ขับไล่จอมพลถนอม ให้ออกไปนอกประเทศโดยทันที
&amp;nbsp;
ก่อนการชุมนุม มีข่าวว่าพนักงานการไฟฟ้าที่จัดหวัดนครปฐม ออกทำการปิดโปสเตอร์เชิญชวนคนให้มาชุมนุม ถูกฆ่า และนำศพมาแขวนคอประจาน ในวันที่ 24 กันยายน ต่อมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นาย ถูกตั้งข้อหาว่าเป็นผู้ฆ่าพนักงานการไฟฟ้าดังกล่าว และถูกดำเนินคดี เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ประเเทศชาติมีความแตกแยกและประชาชนทั้ง 2 ฝ่ายมีความเกลียดชังซึ่งกันและกันมากเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 4 ตุลาคม 2519 แกนนำการชุมนุมเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เลื่อนสอบ เพื่อให้นักศึกษามาร่วมชุมนุมได้มากขึ้น มีการจัดแสดงละครที่ลานโพธิ์ โดยชุมนุมศิลปะและการแสดง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อจำลองเหตุการณ์ฆ่าแขวนคอที่นครปฐม ตัวละครที่ต้องแสดงการแขวนคอ ต้องใช้หลายคนเพื่อสลับสับเปลี่ยนกัน มีผู้แสดงคนหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นนักกรีฑา&amp;nbsp; มีโครงหน้าคล้ายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช แต่ตัวเล็กกว่ามาก แต่คนจำนวนมากที่ชมการแสดงสดวันนั้น ไม่มีใครรู้สึกอะไร จนกระทั่งวันที่ 5 ตุลาคม หนังสือพิมพ์ดาวสยาม และ Bangkok Post นำรูปนี้ ไปลงหน้า 1 ซึ่งดูจากรูปในหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ทั้ง 2 ฉบับแล้วกลับคล้ายสมเด็จพระบรมฯ มาก&amp;nbsp; หนังสือพิมพ์ดาวสยาม พาดหัวข่าวว่า &amp;quot;ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เหยียบหัวใจคนไทยทั้งชาติ&amp;quot; สถานีวิทยุยานเกราะก็ยิ่งกระโหมกระพือยุยงเพิ่มความเกลียดชังให้มากขึ้นไปอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช้าวันที่ 6 ตุลาคม มีกลุ่มกระทิงแดง และประชาชนประมาณ 2,000 คน มารวมตัวกันที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประชาชนกลุ่มนี้กำลังโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด เพราะนอกจากจะเห็นว่าศูนย์กลางนิสิตนักศึกษา กระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้ว ยังถูกป้อนข้อมูลว่ามวลชนที่ประท้วงอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ล้วนเป็นพวกคอมมิวนิสต์ และส่วนใหญ่ไม่ใช่คนไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้กว้างขวางในจังหวัดเพชรบุรีท่านหนึ่งเล่าว่า เช้าวันที่ 6 ตุลาคม มีการระดมบรรดามือปืนที่เพชรบุรี มาขอยืมรถของท่าน บอกว่าจะใช้บรรทุกคนไปยิงพวกคอมมิวนิสต์ ท่านนั้นรีบไปห้ามคนขับรถไม่ให้ไป แต่ในที่สุดก็ไม่ทราบว่าคนกลุ่มนี้ได้ไปถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนั้น รอบๆ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีตำรวจท้องที่และหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองปราบมาประจำการ ตั้งแต่เช้าเช่นกัน ประชาชนพยายามจะขับรถชนประตูมหาวิทยาลัย แต่ตำรวจห้ามไว้ จากนั้นมีการยิงโต้ตอบกันระหว่างผู้ที่อยู่ด้านในมหาวิทยาลัย กับผู้ที่อยู่นอกมหาวิทยาลัยรวมทั้งตำรวจ แต่ผู้อยู่ในเหตุการณ์ผู้หนึ่งยืนยันว่า มีการยิงโต้ตอบมาจากทางผู้ร่วมชุมนุม แต่เบาบางกว่าที่ยิงเข้าไปข้างในค่อนข้างมาก ต่อมากำลังตำรวจตระเวนชายแดนจากค่ายนเรศวร ได้เข้ามาสลายการชุมนุม เมื่อประตูพัง กลุ่มคนที่กำลังกระเหี้ยนกระหือรือ ก็บุกเข้าไปกระทำการอันเหี้ยมโหดตามสัญชาติญานดิบ เถื่อน ดังที่เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า การชุมนุมครั้งนี้เป็นการชุมโดยพลังบริสุทธิ์หรือไม่ ก็ขอตอบว่าคนส่วนใหญ่ที่มาชุมนุมมาร่วมชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่หากถามว่า การชุมนุมครั้งนี้มีจุดหมายเพียงขับไล่จอมพลถนอม และไม่มีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใดๆ เลยจริงหรือไม่ ก็ขอตอบว่า ไม่แน่นัก เพราะเป็นการแน่ชัดว่า การชุมนุม 6 ตุลา ต่างกับการชุมนุม 14 ตุลา ตรงที่หลัง 14 ตุลา 16 เริ่มมีนิสิต นักศึกษา และประชาชนกลุ่มหนึ่ง ได้รับการจัดตั้งโดย พคท.แล้ว ในขณะที่ก่อนการชุมนุม 14 ตุลา ไม่มีการจัดตั้ง ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดการแสดงละครจำลองเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าการไฟฟ้าถูกฆ่าแขวนคอเล่าว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคืนวันที่ 5 ตุลาคม หลังจากที่หนังสือพิมพ์ดาวสยาม และ Bangkok Post นำรูปการแสดงไปลงหน้า 1 และแกนนำบางคนถูกตำรวจเรียกตัวไปรับทราบข้อกล่าวหา ได้มีการถกเถียงกันระหว่างแกนนำที่เหลือว่า ควรจะประกาศสลายการชุมนุมหรือไม่ เพราะมีความเสี่ยงว่าจะมีการใช้กำลังสลายการชุมนุม และจะเกิดความรุนแรงขึ้น แกนนำคนหนึ่งกล่าวว่า &amp;quot;หากต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ก็อาจต้องยอมให้เกิดการสูญเสียบ้าง&amp;quot;&amp;nbsp; ในที่สุดก็ไม่ได้มีการประกาศสลายการชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า ผู้ชุมนุมปราศจากอาวุธจริงหรือไม่ ก็ต้องตอบว่า ไม่จริง เพราะมีรายงานว่ามีการยิงตอบโต้จากด้านผู้ชุมนุม ข่าวบางกระแสว่ามีเสียงปืนกลยิงออกมาจากด้านใน แต่จะอย่างไรอาวุธของผู้ชุมนุมไม่มีทางเทียบได้กับอาวุธของตำรวจกองปราบ และ ตชด. อย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือที่มาของเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศเรา สาเหตุมาจากการแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายโจมตีกัน เกลียดชังกัน ทั้งอาจมีผู้อยู่เบื้องหลังที่ต้องการผลทางการเมือง ดูๆ ไปบรรยากาศในปัจจุบันชักคลับคล้ายกับบรรยากาศก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาเข้าไปทุกที&amp;nbsp; ยิ่งมีกระแสการนำเพลงปลุกใจมาทำใหม่ เผยแพร่ใหม่ ยิ่งรู้สึกว่า บรรยากาศยิ่งน่ากลัวขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็หวังว่า ทุกคน ทุกฝ่ายจะอยู่กันอย่างมีสติ ทำอะไรกันอย่างมีสติ มองเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เป็นบทเรียน อย่าให้ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีก ก่อนที่จะสายเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเล่าถึงเหตุการณ์ของบุคคลต่างๆ ที่ไม่ได้เอ่ยชื่อในข้อเขียนชิ้นนี้ ผู้เขียนได้รู้จักบุคคลเหล่านี้เป็นส่วนตัว และได้รับฟังเรื่องราวเหล่านี้ด้วยตัวเองโดยตรง.&lt;/p&gt;vsc888
riches888pg
wink24hr
betflix168
xoth
388goalv2
pgslotbetflix
G2g899
G2g1bet
Helen88
Tw2xslot
evo77
63luck
101tiger
eu9thai
ufalion
ufa25hr
ufa24h
ufa911
ufa555
ufaauto888
ufa1919
ufa147
betflix789
zuma789
zdc789
wtf777
zambawin
ssgame350
zslot666
yakbet168
fifa55
betflix888
gclubpros
wowslot66
joker369
pg99slot
pgslot888
ttn69
macau191
ssr77
hothit88
marboclub
maxz
jedi2
168galaxy
allslot789
jetbet888
london168
g2gmega
jimmy888
g2g778a
gu899
g2g123
g2g168f
g2gcash
sagame66
369joker
winner191
123win88
ipro191
siam99
sabai99
lucia88
onelove168
akbet25
scr888
dubai1688
omg777
lion168
pgzeed42
lava1688
bombslot42
123bet
sora168
168lambo
thaisiambet
victory club
atgame
z16 slot
ezybet168
ufawallet
m4la
shark66
dnabet
faw99
sakidbet
seabet333
maxwyn
megac4
3dbet
ktvvip
ninja168
65bet
ktv888
lazywin888
usa888
ak189
luckatron
dumbo12345
giga888
lucac4
bkkgaming
tiger126
ubet89
3mbet
pgplay168
m358
chapo88
zata888
dara168
mslot99
betflik19
megame888
550ww
win9999
Jun88
zeed777plus
bigwin168
vodka168
scg9
superbet vip
cr168
iconxfun
fin88
bigboxfun
panama888
winbet55
789pro
betflix1688
fenix168
nexobet
ufalion168
168bet
bgame777
okcasino
run24
nemo168
pgdog
rich6et
zeed191
aress77
xe998
goatza88
bkm222
play97
live911
chalu
rpm888
megaways
1zlot
thorin99
easyroman
pattaya168
hunter1688
789step
ufavision
dark168
wing1688
pk789
e699
flowbet1234
playrich
g2g168p
uplay168
za88
gkbet888
g2gbetx
g2g59
g2g45
g2ggalaxy
tgaslot
betflix282
g79g
tkb666
vkr168
123direct
zeus789
zbet911
pk711
g2g888
betflixdc
g2gmajor
beo89
g2gbet168
lv177
madibet
metalslot
p6slot
pgslot999
pk999
sa168
slot1234
t6slot
ufa369
unix789
axie789th
g2grich888th
g2gmagicth

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120039</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, อดีตรองอธิการมธ., เหตุการณ์6ตุลา, เหตุสังหารหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60938aa10bdf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 19:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตรองอธิการมธ.&#039;ยกพรบ.ชุมนุมฯ สอนกม.&#039;อาจารย์3นิ้ว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คุณพ่อผมจบกฎหมายจากโรงเรียนกฎหมายที่มีอยู่แห่งเดียวในประเทศไทย ตั้งแต่ยังไม่มีคณะนิติศาสตร์ทั้งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งสมัยนั้นเรียนจบก็เป็นเนติบัณทิตไทยโดยไม่ต้องไปสอบอีก คุณพ่อเป็นนักกฎหมายที่เก่งมาก แต่ไม่ได้เลือกเส้นทางด้านกระบวนการยุติธรรม เลือกไปรับราชการที่กรมสรรพากร คุณพ่ออยากให้ผมเรียนกฎหมาย บอกว่าผมน่าจะเรียนกฎหมายได้ดี และพี่ๆ ไม่มีใครเรียนกฎหมายเลยสักคน คุณพ่อเสียชีวิตก่อนที่ผมจะเข้ามหาวิทยาลัย คงเป็นเพราะไม่มีใครมากระตุ้นเตือน ผมจึงไปเลือกเรียนบริหารธุรกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาวันนี้ นึกเสียดายที่ไม่ได้เรียนนิติศาสตร์ เพราะได้อ่านได้ฟังความเห็นอาจารย์สอนกฎหมายบางคนแล้วอดที่จะเห็นแย้งไม่ได้ แต่ก็แย้งไม่ค่อยถนัดเพราะเราไม่ใช่นักกฎหมาย ตั้งแต่ความเห็นที่ว่า การปล่อยตัวชั่วคราวเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ศาลจะต้องอนุญาต เพราะต้องถือว่าผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีการพิสูจน์ว่ากระทำผิดจริง บรรดาแกนนำม็อบ 3 นิ้วที่ถูกดำเนินคดี และผู้สนับสนุนล้วนท่องคาถาบทนี้ตั้งแต่ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จนอนุญาตโดยมีเงื่อนไข จนถูกถอนประกัน ก็ยังท่องคาถาบทนี้อยู่เช่นเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาช่วงมีการสลายการชุมนุมหรือสลายม็อบ ซึ่งระยะนี้มีทุกวัน อาจารย์สอนกฎหมายก็ย้ำว่า ตำรวจควบคุมฝูงชนจะเข้าสลายการชุมนุมได้ ตามพ.ร.บ.การชุมนุม 2558 จะต้องไปขออนุญาตศาลก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่ออาจารย์สอนกฎหมายอ้างข้อกฎหมายเช่นนี้ เราก็ต้องเชื่อไว้ก่อน แต่โดยสามัญสำนึกก็อดมีข้อกังขากับข้อกฎหมายไม่ได้ เพราะหากจะต้องขออนุญาตศาลทุกครั้งที่จะสลายการชุมนุม ถ้าเป็นการชุมนุมที่สงบ ไม่มีอาวุธ คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่ใช่เช่นนั้น กว่าตำรวจจะไปขออนุญาตศาลกลับมา ก็คงป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายไม่ทัน ยิ่งช่วงนี้มีการชุมนุมป่วนเมืองด้วยความรุนแรงทุกวัน ตำรวจก็สลายการชุมนุมทุกวัน ไม่เห็นมีข่าวว่ามีการไปขออนุญาตศาลแต่อย่างใด หรือว่าตำรวจกระทำความผิดตามพ.ร.บ.การชุมนุม ทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดไม่ได้จึงต้องไปเปิดดู พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 ซึ่งได้คัดลอกบางตอนมาให้ดูกันดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาตรา 21 ในกรณีมีการชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 14 หรือกรณีผู้จัดการชุมนุมหรือผู้ชุมนุมฝ่าฝืนมาตรา 7 หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 8 มาตรา 15 มาตรา 16 มาตรา 17 หรือมาตรา 18 ให้เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะดำเนินการ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) กรณีการชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 14 หรือไม่เลิกการชุมนุมภายในระยะเวลาที่ได้แจ้งไว้ต่อผู้รับแจ้งตามมาตรา 18 ให้ประกาศให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมภายในระยะเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) กรณีผู้จัดการชุมนุมหรือผู้ชุมนุมฝ่าฝืนมาตรา 7 หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 8 มาตรา 15 มาตรา 16 หรือมาตรา 17 ให้ประกาศให้ผู้ชุมนุมแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตามประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะร้องขอต่อศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดที่มีเขตอำนาจเหนือสถานที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะเพื่อมีคำสั่งให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมสาธารณะนั้น ในระหว่างรอคำสั่งศาลให้เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะมีอำนาจกระทำการที่จำเป็นตามแผนหรือแนวทางการดูแลการชุมนุมสาธารณะที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอแนะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; ทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนและคุ้มครองการชุมนุมสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนหรือแนวทางการดูแลการชุมนุมสาธารณะตามวรรคสอง ต้องกำหนดให้เจ้าพนักงานหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง ในกรณีที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงการใช้กำลังได้ ให้ใช้กำลังและเครื่องมือควบคุมฝูงชนเพียงเท่าที่จำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินการของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะตามมาตรานี้ ไม่ตัดสิทธิของผู้อื่น ซึ่งได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการชุมนุมสาธารณะนั้นที่จะร้องขอต่อศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดที่มีเขตอำนาจเหนือสถานที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะเพื่อมีคำสั่งให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 25&amp;nbsp; ในกรณีที่ผู้ชุมนุมกระทำการใด ๆ ที่มีลักษณะรุนแรงและอาจเป็นอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือทรัพย์สินของผู้อื่นจนเกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ให้เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะมีอำนาจสั่งให้ผู้ชุมนุมยุติการกระทำนั้น หากผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวให้เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะและผู้ควบคุมสถานการณ์และผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุมสถานการณ์มีอำนาจดำเนินการตามมาตรา 23 และมาตรา 24&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่ผู้ชุมนุมไม่เห็นด้วยกับคำสั่งตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดที่มีเขตอำนาจเหนือสถานที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะเพื่อพิจารณาภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้อุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค คำสั่งศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคให้เป็นที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่ออ่าน พ.ร.บ.ฉบับนี้แล้วก็พบว่า มาตรา 21 กำหนดให้เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมต้องไปร้องศาลจริง เพื่อมีคำสั่งให้ยุติการชุมนุม แต่ระหว่างรอคำสั่งศาล เจ้าพนักงานยังมีอำนาจกระทำการที่จำเป็นตามแนวทางการดูแลการชุมนุมตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชน และคุ้มครองการชุมนุม ซึ่งแนวทางดังกล่าวต้องหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้ใช้กำลังและเครื่องมือการควบคุมฝูงชนเพียงเท่าที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดข้างต้นนี้ อาจารย์สอนกฎหมายไม่ได้กล่าวถึง และที่ไม่ได้กล่าวถึงเลยแม้แต่น้อยคือยังมีมาตรา 25 ซึ่งสรุปได้ว่า (รายละเอียดอ่านได้จากด้านบน) ในกรณีที่ผู้ชุมนุมกระทำการรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือทรัพย์สินของผู้อื่นจนเกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ให้เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมมีอำนาจสั่งให้ผู้ชุมนุมยุติการกระทำนั้น หากผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตาม ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจดำเนินการตามมาตรา 23 และมาตรา 24 ซึ่งหมายถึงมีอำนาจการดำเนินการให้ยุติการชุมนุมได้โดยไม่ต้องร้องต่อศาล ทั้งนี้ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในมาตรา 23 และมาตรา 24 ด้วย (สามารถอ่านพ.ร.บ. การชุมนุมทั้งหมดได้ตาม link ด้านล่าง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือข้อสรุปของคนที่ไม่ได้เรียนนิติศาสตร์อย่างผม จะถูกต้องหรือไม่ อยากให้นักกฎหมายทั้งหลายที่ได้อ่านข้อเขียนชิ้นนี้ช่วยกันให้ความเห็นด้วยครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114218</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.ชุมนุมสาธารณะ, ม็อบ, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, อดีตรองอธิการมธ., อาจารย์3นิ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60938aa10bdf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตรองอธิการมธ.&#039;ชำแหละระบอบทักษิณตอน6(ต่อ) นิรโทษสุดซอยกำเนิด&#039;กปปส.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย. 64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตอนที่ 6 (ต่อ) ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายรับจำนำข้าวทุกเมล็ดเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง พลพรรคของทักษิณจึงมีความภูมิอกภูมิใจ ไม่ฟังและกระทั่งดูแคลนผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้าวอันดับต้นๆของประเทศ นั่นคือ ศ.ดร.อัมมาร สยามวาลา ที่แสดงความไม่เห็นด้วย และวิพากษ์วิจารณ์ติติงหลายครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายรับจำนำข้าวทุกเมล็ด ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เนื่องเพราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การรับจำนำข้าวทุกเมล็ดในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดถึง 50% ทำให้ชาวนาทุกคนล้วนนำข้าวมาจำนำกับรัฐ ผู้ส่งออกข้าวแทบจะไม่มีข้าวให้ส่งออก นอกจากข้าวที่ปลูกเองแล้วยังมีคนที่ไปซื้อข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาจำนำเพื่อทำกำไรเป็นจำนวนมาก ทำให้รัฐต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อดำเนินนโยบายนี้ โดยกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. แม้ประเทศไทยยังคงเป็นผู้นำในการส่งออกข้าวในตลาดโลก แต่ก็ไม่ได้มีส่วนแบ่งตลาดสูงพอที่จะสร้างผลกระทบต่อราคาข้าวได้ ประเทศที่หายใจรดต้นคอประเทศไทยอยู่ในช่วงเวลานั้น มีทั้ง เวียดนาม และอินเดีย ทั้งคุณภาพก็ใกล้เคียงกัน ดังนั้นเมื่อไทยกักตุนข้าวอยู่ในโกดัง เวียดนามจึงแซงหน้าเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 แทนที่ประเทศไทย และการกักตุนข้าวไว้ในโกดังของไทย ก็ไม่ได้ทำให้ปริมาณข้าวในตลาดโลกลดลงจนทำให้ราคาสูงขึ้นได้ ดังนั้นจึงไม่มีชาวนาคนไหนนำข้าวมาจำนำแล้วมาไถ่ถอนแม่แต่รายเดียว เพราะราคาข้าวในตลาดไม่เคยขยับขึ้นสูงกว่าราคารับจำนำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การรับจำนำข้าวต้องมีค่าเก็บรักษาที่สูง รัฐบาลต้องเช่าโกดังของเอกชนเป็นที่เก็บข้าว ทั้งยังต้องมีค่าดูแลรักษา เมื่อไม่สามารถระบายข้าวได้ เพราะต้องขายขาดทุน&amp;nbsp; ค่าเก็บรักษายังคงต้องจ่ายยิ่งเก็บนานยิ่งต้องจ่ายมาก และยิ่งเก็บนานข้าวก็ยิ่งเสื่อมสภาพ ราคาก็ยิ่งต่ำลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. มีการทุจริตกันหลายรูปแบบ ทั้งในระดับโรงสีข้าวที่โกงความชื้นกับชาวนา surveyor ที่รับสินบน การนำข้าวจากต่างประเทศมาจำนำ และที่ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นักการเมือง รวมทั้งยิ่งลักษณ์ และข้าราชการกระทรวงพาณิชย์หลายคน รวมทั้งเอกชน ต้องโทษจำคุก ก็คือการระบายข้าวที่แอบแฝงว่าเป็นการขายแบบรัฐต่อรัฐในราคาต่ำกว่าทุน แต่แท้ที่จริงเป็นการขายให้บริษัทของคนไทยซึ่งเป็นพรรคพวกกันเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนโยบายรับจำนำข้าวดำเนินไปได้ระยะหนึ่ง ป.ป.ช. มีหนังสือไปถึงรัฐบาลขอให้พิจารณาทบทวน เนื่องจากเชื่อว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ แต่รัฐบาลไม่ฟัง หรือควรจะบอกว่า ทักษิณไม่ฟัง แต่ก็ยังให้มีการตรวจสอบโดยมีข้อสรุปว่า ไม่มีการทุจริตแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชนวนเหตุที่ทำให้มีการชุมนุมประท้วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์กลับไม่ใช่เรื่องการรับจำนำข้าว แต่เป็นเรื่องมีความพยายามที่จะออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ที่เรียกกันว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ร่างพ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นร่างของนายวรชัย เหมะ แห่งพรรคเพื่อไทย ต้องการช่วยผู้ที่ต้องโทษในคดีเผาศาลากลางจัดหวัดต่างๆในปี 2553&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เมื่อร่างนี้เสนอเข้าสภาฯ ในชั้นกรรมาธิการ ได้มีการใช้เสียงข้างมากแก้ไขให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยให้รวมทั้งผู้ต้องคดีอาญา ในช่วงปี 2549-2554 ได้พ้นผิดไปด้วย นั่นหมายถึงว่า คดีทุจริตต่างๆ ของทักษิณ ก็จะได้นิรโทษกรรมไปด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคประชาธิปัตย์ เป็นคณะแรกที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลภายนอกสภา โดยเลือกบริเวณสถานีรถไฟสามเสนเป็นสถานที่ปราศรัยโจมตีรัฐบาล มีคนมาร่วมฟังการปราศรัยเป็นหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ถูกนำกลับมาเพื่อลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ในวาระ 3 และผ่านฉลุย เวลา 4.25 น ของวันที่ 1 พฤศจิกายน ด้วยคะแนน 307 ต่อ 0 งดออกเสียง 4 โดยส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมดวอล์กเอาท์จากที่ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากมีข่าวว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ประชาชนแทบจะทุกกลุ่มต่างออกมาประท้วงกันอย่างมืดฟ้ามัวดิน บนท้องถนนเป็นจำนวนล้าน เพื่อคัดค้าน พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ในที่สุดรัฐบาลต้องยอมถอย พ.ร.บ.ฉบับนี้จึงถูกคว่ำในวุฒิสภาในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยจะตกไปแล้ว แต่การประท้วงยังคงดำเนินต่อไป นำโดยคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งลาออกจาก ส.ส. และจากพรรคประชาธิปัตย์ และมี ส.ส.อีกหลายคนลาออกตามมา เพื่อทำงานการเมืองภาคประชาชนอย่างเต็มที่ และต่อมามีแนวร่วมจากกลุ่มต่างๆมากขึ้น รวมตัวกันเรียกว่า &amp;ldquo;คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo; หรือ กปปส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนหลากหลายกลุ่มออกมาร่วมกับ กปปส. มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเรือนแสน บางครั้งหลายแสน ทั้งนักการวิชาการ&amp;nbsp; นักการเมืองฝ่ายค้าน นักธุรกิจ ข้าราชการจากเกือบทุกกระทรวง บ้วนมาร่วมชุมนุม และมีตัวแทนมาขึ้นปราศรัยบนเวที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่ชุมนุมย้ายจาก สถานีรถไฟสามเสน ไปยังอนุเสารีย์ประชาธิปไตย ไปที่ศูนย์ราชการ จากนั้นไปยัง 4 แยกปทุมวัน สุดท้ายไปอยู่สวนลุมพินี และมีกลุ่มคปท. อยู่ที่สะพานชมัยมรุเชฐ มีการประกาศ Shut Down กรุงเทพฯ มีการพยายามนำมวลชนออกไปยึดหน่วยราชการ และยึดทำเนียบรัฐบาลเพื่อกดดันให้นายกยิ่งลักษณ์ลาออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แทนที่จะลาออก ยิ่งลักษณ์ประกาศยุบสภา กลายสภาพเป็นรัฐบาลรักษาการและให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพราะเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยต้องได้รับเลือกกลับมาอีก แต่ฝ่าย กปปส. ไม่ยอมด้วยเหตุผลเดียวกัน จึงยืนยันว่าก่อนการเลือกตั้ง จะต้องมีการปฏิรูปประเทศก่อน กกปส.จึงจัดมวลชนเข้าขัดขวางการเลือกตั้งในเขตต่างๆ ทำให้หลายเขตไม่สามารถจัดให้มีการหย่อนบัตรลงตะแนนได้ และยังจัดให้มีการชุมนุมใหญ่คัดค้านการเลือกตั้ง การชุมนุมในวันเลือกตั้ง มีผู้มาร่วมชุมนุมอย่างล้นหลาม หลายแสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไม่สามารถลงคะแนนเสียงได้ครบทุกเขต ทุกจังหวัดใน 1 วัน การเลือกตั้งจึงไม่สมบูรณ์ ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรดติดตามตอนจบในโพสต์หน้าครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107907</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, ระบอบทักษิณ, อดีตรองอธิการมธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9720e6531f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตรองอธิการฯมธ.&#039;แจงเหตุที่ต้องมี&#039;ม.112&#039; จับไต๋ม็อบทำไมอยากเลิก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค. 63 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 บัญญัติไว้ดังนี้ &amp;ldquo;ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 บัญญัติไว้ว่า &amp;ldquo;ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองเปรียบเทียบประมวลกฎหมายอาญาทั้ง 2 มาตรา ส่วนที่ต่างกันที่เป็นสาระสำคัญจริงๆ ก็คืออัตราโทษเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกำหนดอัตราโทษที่สูงกว่า สำหรับการหมิ่นประมาท หรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพองค์พระมหากษัตริย์ หรือหมิ่นประมาทประมุขสูงสุดของประเทศ เป็นเรื่องที่ชอบด้วยเหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจะให้ยกเลิกมาตรา 112 แล้วให้พระมหากษัตริย์ใช้มาตรา 326 เช่นเดียวกับคนทั่วไป เป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 1 การจะให้พระมหากษัตริย์ทรงดำเนินการฟ้องหมิ่นประมาทเอง และเป็นคู่กรณีกับคนทั่วไป เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ด้วยเหตุนี้การยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จึงเท่ากับเป็นการลิดรอนสิทธิของพระมหากษัตริย์ในการปกป้องพระเกียรติของพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 2 การมีกฎหมายปกป้องคุ้มครองประมุขสูงสุดของประเทศ เป็นเรื่องที่ไม่ใช่มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แม้ไม่ได้มีทุกประเทศ แต่การที่บอกว่า ไม่ยอมรับกฎหมายนี้ เนื่องจากไม่เป็นสากล เพราะประเทศอื่นๆ ไม่มี เป็นการบิดเบือนจากความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลข้อดียวที่ฟังขึ้นในการเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยใช้อ้างกัน คือ เปิดโอกาสให้มีการใช้มาตรา 112 เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งกันทางการเมือง ด้วยการใช้มาตรานี้แจ้งความดำเนินคดีต่อบุคคลที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม เนื่องจากใครก็สามารถไปร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาข้างต้นน่าจะแก้ได้โดยไม่ต้องยกเลิกมาตรา 112 กล่าวคือ ให้กำหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสียว่าผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษจะเป็นใครได้บ้าง เช่น กำหนดให้ผู้ที่จะร้องทุกข์กล่าวโทษได้คือ เลขาธิการสำนักพระราชวัง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กลับเป็นการเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่อยากจะกล่าวหา โจมตีด้วยคำหยาบคาย ล้อเลียน หรือกระทำการใดๆที่เป็นการหมิ่นพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ กระทำได้อย่างสะดวก เพราะไม่ต้องกลัวถูกดำเนินคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการยกเลิกมาตรา 112 จึงเป็นบุคคลประเภทดังกล่าว ประชาชนทั่วไปที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย เพราะประชาชนทั่วไป ไม่ได้มีความประสงค์จะทำผิดกฎหมายมาตรานี้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากมาตรา 112&amp;nbsp; ยังมีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 133 ที่มีไว้เพื่อปกป้องกษัตริย์ หรือประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ ผู้ฝ่าฝืนตัองระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี ซึ่งหากยกเลิกมาตรา 112 โดยไม่แตะต้องมาตรานี้ จะหมายความว่าอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเรียกร้องที่เน้นให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อยู่ในขณะนี้ จึงดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เป็นการเรียกร้องเพื่อส่วนรวมจริง แต่เป็นการเรียกร้องเพื่อตัวเองและพรรคพวก ที่กำลังถูกดำเนินคดีกันเป็นระนาว และเพื่อจะได้สามารถจาบจ้วงล่วงละเมิดกันให้สนุกปากได้ต่อไป เสียมากกว่า&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.112, ม็อบ, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, อดีตรองอธิการมธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecc8c8e77910.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 08:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการฯมธ.อบรม&#039;นักเรียนเลว&#039;ตราบใดที่ยังไม่ยกเลิกกฎไม่ควรที่จะละเมิดกฎโดยอ้างเสรีภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
1 ธ.ค.63-รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr ระบุว่า วันนี้เป็นวันที่กลุ่มภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย นัดให้นักเรียนทั่วประเทศ แต่งตัวชุดไปรเวท งดแต่งเครื่องแบบนักเรียนไปโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นด้วยกับนักเรียน ว่าการแต่งเครื่องแบบนักเรียน ไม่ได้เป็นการสร้างระเบียบวินัยให้เกิดขึ้นในชาติแต่อย่างใด เพราะเราแต่งเครื่องแบบนักเรียนกันมาแต่ไหนแต่ไร แต่ระเบียบวินัยของคนไทยเรา เคยหย่อนยานมาอย่างไร ก็ยังคงหย่อนยานอยู่อย่างนั้น และการแต่งเครื่องแบบก็ไม่ได้ทำให้การเรียนการสอนดีขึ้นแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การจะเปลี่ยนแปลงอะไร จะต้องมองสภาพความเป็นจริงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่นักเรียนทุกคนจะตัดสินใจสมัครสอบเข้าเรียนในโรงเรียนที่อยากจะเข้า ทุกคนทราบถึงกฎระเบียบของโรงเรียนแต่ละโรงเรียนเป็นอย่างดี เมื่อตัดสินใจเข้ามาเป็นนักเรียนแล้ว ก็เท่ากับว่า นักเรียนทุกคนยอมรับที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียนนั้นๆทุกประการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเรียกร้องให้ยกเลิกกฎระเบียบบางข้อของโรงเรียนที่ไม่เหมาะสม ย่อมเป็นสิ่งที่ทำได้ และควรทำ แต่ตราบใดที่ยังไม่มีการยกเลิกกฎระเบียบข้อนั้นๆ เราไม่ควรที่จะละเมิดกฎระเบียบโดยอ้างเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากสังคมใด คนที่อยู่ในสังคม เอาแต่ละเมิดกฎ กติกา หรือข้อตกลงที่รับรู้ร่วมกัน โดยอ้างเสรีภาพอยู่ร่ำไป สังคมนั้นจะอยู่ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเทศที่ถือว่ามีเสรีภาพมาก เช่นสหรัฐอเมริกา โรงเรียนของรัฐซึ่งเรียนฟรี จะไม่ค่อยมีกฎระเบียบ เช่น ไม่มีเครื่องแบบ หรือไม่บังคับเรื่องทรงผม แต่โรงเรียนเอกเชน โดยเฉพาะโรงเรียนที่เรียกว่า preparatory school หรือโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นั่นแหละ จะไม่เหมือนโรงเรียนของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงเรียนเหล่านี้ มีกฎระเบียบมากมาย บางโรงเรียนบังคับให้แต่งเครื่องแบบ บางโรงเรียน ไม่บังคับ แต่บังคับให้ผูกเน็คไทด์ ใส่เสื้อนอก เวลาเข้าเรียนในห้องเรียน มีช่วงเวลาที่บังคับให้นักเรียนประจำทุกคนต้องดูหนังสือ เรียกว่าเวลา study hall บังคับให้นักเรียนทุกคนเลือกเล่นกีฬา 1 ประเภท เวลาอาหาร หากใครขาด ไม่ไปทานอาหารตามเวลา ก็จะมีการลงโทษ ซึ่งไม่ใช่การตี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงเรียนเอกชนเหล่านี้ เก็บค่าเล่าเรียนแพงมาก แต่คนอเมริกันที่มีฐานะที่จะจ่ายได้ ต่างก็อยากให้บุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนเหล่านี้ เพราะเขาเชื่อว่า บุตรหลานของเขาจะได้รับการศึกษาที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับครอบครัวที่ไม่ต้องการอยู่ภายใต้กฎระเบียบมากนัก หรือไม่ต้องการจ่ายค่าเล่าเรียนแพงๆ ก็เลือกที่จะให้บุตรหลานเข้าโรงเรียนของรัฐ ซึ่งไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อว่า ในอนาคต ประเทศไทยเราจะมีโรงเรียนทั้ง 2 แบบมากพอให้เลือกได้ แต่ในขณะที่เรายังไม่มีมากพอ และระเบียบการแต่งกายที่บังคับให้นักเรียนแต่เครื่องแบบยังไม่ได้ยกเลิก และหากเรายังต้องการอยู่ในโรงเรียนต่อไป ก็ควรปฏิบัติตามระเบียบของโรงเรียน และในขณะเดียวกัน ก็สามารถเรียกร้องให้ยกเลิกระเบียบที่ไม่เหมาะสมกันต่อไป จนกว่าจะสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องไม่ลืมว่า การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องใช้เวลา การดึงดันฝ่าฝืนกฎ ระเบียบที่ยังบังคับใช้ เป็นการสร้างความลำบากใจให้กับคนที่รักเรา เป็นการทำให้สังคมนี้ เป็นสังคมที่อยู่ยาก เราควรรู้จักการอดทน วันหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงอย่างที่เราต้องการจะเกิดขึ้น อาจไม่เกิดขึ้นในรุ่นเรา แต่จะค่อยๆเกิดขึ้นในรุ่นต่อๆไป แน่นอน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85578</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักเรียนแต่งชุดไปรเวท, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, อดีตรองอธิการมธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecc8c8e77910.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการฯมธ.ชำแหละ&#039;ก้าวหน้า-ก้าวไกล-เพื่อไทย&#039;กำลังผลักไสผู้จงรักภักดีสถาบันเป็นศัตรู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;22 พ.ย.63- รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr ระบุว่าไม่ได้แปลกใจที่สมาชิกพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า ไม่นำพาต่อพฤติกรรมของม็อบราษฎร ที่กระทำต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง อย่างชนิดที่คนทั่วไปไม่อยากเชื่อ และเริ่มทนไม่ได้ เพราะเป็นแนวทางของพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้าอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าแปลกใจคือ พรรคฝ่ายค้านใหญ่ ที่อ้อมแอ้มปฏิเสธมาตลอดว่า ไม่เคยมีใครในพรรคที่มีความคิด &amp;ldquo;ล้มเจ้า&amp;rdquo; ซึ่งประชาชนในระดับรากหญ้าที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็เชื่อเช่นนั้น แต่ระยะหลังนี้พรรคนี้ได้ แสดงออกอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับพรรคกัาวไกล และคณะก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากไม่รู้สึกว่าม็อบราษฎรทำอะไรผิดแล้ว ยังมีอดีตสมาชิกพรรคคนสำคัญ ไปคอยช่วยสนับสนุนม็อบอย่างเปิดเผยในการชุมนุมทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มข้นขึ้น กับผู้ชุมนุมที่ทำผิดกฎหมาย ท่าทีของพรรคนี้ก็คือ ออกมาโจมตีรัฐบาลว่า กำลังผลักให้ผู้เห็นต่างเป็นศัตรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วาทกรรมเช่นนี้ ดูเหมือนจะเป็น
วาทกรรมเดียวกันกับ แกนนำม็อบ และบรรดาสมาชิกพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า ที่ใช้ข้ออ้างว่า แกนนำและผู้ชุมนุมที่ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย พวกเขาเพียงแต่เห็นต่างเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิญญูชนย่อมทราบดีว่า แกนนำและผู้ชุมนุมได้ทำผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง และยังทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายเลยแม้แต่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่ไม่นำพา ไม่เดือดร้อนกระทั่งสนับสนุนการกระทำของม็อบราษฎร ทั้งยังมองว่า การบังคับใช้กฎหมาย เป็นการทำร้าย และผลักไสให้ผู้เห็นต่างเป็นศัตรู พึงทราบด้วยว่า พวกคุณกำลังผลักไสให้ผู้เห็นต่าง คือผู้ที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นศัตรูกับพวกคุณด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราคงต้องคอยดูกันว่า ท่าทีเช่นนี้ จะส่งผลต่อการเลือกตั้งอบจ รวมทั้งผลการเลือกตั้งครั้งต่อไปอย่างไร หากมีการยุบสภา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84629</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวหน้า-ก้าวไกล, ม็อบ3นิ้ว, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, ล้มเจ้า, อดีตรองอธิการมธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf0e0c404ca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการฯมธ.เตือน3นิ้ว กระทำย่ำยีพระมหากษัตริย์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะเป็นเหตุผลทำรัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ย.63- &amp;nbsp;รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr ระบุว่า วานนี้ นายกรัฐมนตรีแถลงว่า จะใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นกับผู้ชุมนุมที่ทำผิดกฎหมาย โดยจะบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตรา ไม่มีการยกเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไม่ยกเว้น ย่อมหมายถึงการนำ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ไม่ได้นำมาใช้เป็นเวลาหลายเดือน กลับมาบังคับใช้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีข่าวเช่นนี้ แกนนำการชุมนุม ต่างก็ออกมาวิจารณ์ว่า รัฐบาลกำลังจะใช้กฎหมายมาทำร้ายประชาชน กล่าวหาเลยว่ารัฐบาลจะทำ&amp;rdquo;นิติสงคราม&amp;rdquo; กับประชาชน บางคนแสดงความไม่เกรงกลัว และท้าทายว่า พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ซึ่งคนทั่วไปเห็นข้อความนี้เข้า ก็ต้องถามว่า คุณยังเห็นตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยได้ยังไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา ทั้งแกนนำ ทั้งผู้ร่วมชุมนุม ได้กระทำย่ำยีองค์พระมหากษัตริย์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ย่ำยีเกินเลยไปถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง การทำเข่นนี้ ไม่ใช่เป็นการย่ำยีพระองค์ท่านทั้ง 2 พระองค์เท่านั้น แต่ยังเป็นการย่ำยีหัวใจของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างสาหัสด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ทั้งแกนนำ และผู้ชุมนุมกระทำ รวมทั้งสาวกที่เขียนข้อความใน social media มีความรุนแรงขึ้นทุกวันในระดับที่ ไม่เคยนึกฝันว่า จะมีใครใช้คำพูด ข้อความ และการแสดงออก ต่อองค์พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ถึงขนาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชน และขอย้ำว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เขารับกันไม่ได้แล้ว รัฐบาลในขณะนี้ จึงไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากยังไม่ทำอะไรเหมือนที่ผ่านมา ประชาชานอีกฝ่ายจะออกมาจัดการกันเอง และเมื่อถึงวันนั้น จะเป็นเหตุผลอย่างดีสำหรับการทำรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ง่ายนิดเดียวที่จะไม่ต้องถูกกฎหมายทำร้ายอย่างที่อ้าง และหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการทำรัฐประหาร นั่นคือผู้ชุมนุมเพียงแต่หยุดทำผิดกฎหมายเสีย และชุมนุมอย่างสงบ สันติ อย่างแท้จริง หยุดการจาบจ้วง ล่วงละเมิด หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ องค์พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ หยุดการใช้กำลังฝ่าแนวกั้น หยุดการทำลายทรัพย์สินของราชการ และของผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าลืมว่า หากต้องการอนาคตที่ดีกว่าเดิม ประเทศที่ดี สังคมที่ดี ต้องเริ่มที่ตัวเราเองก่อน ไม่ใช่โทษแต่ผู้อื่น โดยไม่มองดูตัวเอง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84448</URL_LINK>
                <HASHTAG>รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, รัฐประหาร, อดีตรองอธิการมธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecc8c8e77910.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
