<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชทัณฑ์คุมเข้ม 24 ชั่วโมง!ผ่าตัด&#039;บุญทรง&#039;ผู้ต้องขังคดีทุจริตจีทูจีข้าว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.61 - พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้ต้องขังในคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลตำรวจ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าผ่าตัดรักษาโรคหมอนรองกระดูกอักเสบ ในวันที่ 20 ธ.ค.นั้น ว่าโรงพยาบาลตำรวจได้ทำหนังสือขอให้ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ส่งตัวนายบุญทรงเพื่อไปทำการผ่าตัด ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ ซึ่งทางเรือนจำได้ส่งผู้คุมผลัดละ 2 คน ออกมาสลับเวรควบคุมตัวตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ณรัชต์ &amp;nbsp;กล่าวว่ากรมราชทัณฑ์มีนโยบายชัดเจนไม่ให้นักโทษออกไปพักรักษาอาการป่วยยังโรงพยาบาลภายนอกนานเกินความจำเป็น หรือนานเกินสมควร เมื่อรักษาจนคนไข้มีอาการดีขึ้นแล้ว ก็ให้ส่งตัวกลับมายังเรือนจำ หากต้องการนำตัวออกไปทำกายภาพบำบัด หรือตรวจรักษาอาการ ก็สามารถทำหนังสือขอตัวได้เป็นครั้งคราวตามความจำเป็น เนื่องจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่มีแพทย์เฉพาะทาง และไม่มีเครื่องมือกายภาพบำบัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การส่งตัวนายบุญทรงออกไปผ่าตัดรักษาโรคหมอนรองกระดูกอักเสบ เป็นไปตามหลักการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขัง และหลักมนุษยธรรม ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น หลังการผ่าตัดเรือนจำจะรับตัวนายบุญทรงกลับมาควบคุมไว้ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์&amp;quot; พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24605</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจีทูจีข้าว, บุญทรง เตริยาภิรมย์, พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181012/image_big_5bc06aff5f621.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2018 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัฒนา&#039;ประกาศกลับมาใหญ่เลิกเกณฑ์ทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2561 - นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ยกเลิกเกณฑ์ทหาร&amp;rdquo; ว่า ปัญหาเรื่องการเกณฑ์ทหารไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะบุคคล หรือเป็นปัญหาของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง แต่เป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างของกองทัพ ทั้งนี้เนื่องจากภัยคุกคามประชาชาติได้เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงแล้ว การทำสงครามแบบเดิมที่ต้องเกณฑ์ไพร่พลจำนวนมากเพื่อทำศึกได้เปลี่ยนเป็นภัยคุกคามในรูปการก่อการร้าย การก่อวินาศกรรม และการใช้เทคโนโลยีด้วยการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลที่มีอำนาจการทำลายล้างมหาศาล โลกปัจจุบันจึงเน้นนโยบายการสร้างความร่วมมือเพื่อลดเงื่อนไขการก่อสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าที่ของกองทัพคือการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามภายนอก กระทรวงกลาโหมจึงมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า &amp;ldquo;Ministry of Defence&amp;rdquo; ส่วนการดูแลความมั่นคงภายในเป็นหน้าที่ของตำรวจและกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตรงกับชื่อภาษาอังกฤษว่า &amp;ldquo;Ministry of Interior&amp;rdquo; แต่กองทัพกลับถูกใช้เป็นเครื่องมือทำรัฐประหาร จากนั้นใช้รักษาอำนาจเผด็จการด้วยการคุกคามสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เช่น อุ้มคนเห็นต่างเข้าค่าย แจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่ใช้สิทธิและเสรีภาพ หรือไปเยี่ยมบ้านของนิสิตนักศึกษาและผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เป็นต้น การมีกำลังพลมากเกินความจำเป็นทั้งยังถูกใช้งานผิดวัตถุประสงค์ กองทัพจึงกลายเป็นภัยคุกคามประชาธิปไตยเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิรูปกองทัพผ่านกระบวนการทางรัฐสภาจึงมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อสร้างวัฒนธรรมทหารมืออาชีพที่มีหน้าที่ป้องกันประเทศจากภัยคุกคามภายนอก การยกเลิกการเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นรับสมัครและการลดขนาดของกองทัพลงเพื่อให้มีกำลังพลเหมาะสมกับภารกิจ การย้ายหน่วยงานของกองทัพออกไปอยู่ตามหัวเมือง และการป้องกันไม่ให้กองทัพถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่เพียงเพื่อรักษาประโยชน์ด้านงบประมาณและความมั่นคง แต่ยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการใช้อำนาจในทางที่ผิดอีกต่อไป นี่คือภารกิจสำคัญที่พวกเราจะต้องกระทำให้สำเร็จหากชนะการเลือกตั้ง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7607</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหม, พท., พรรคเพื่อไทย, รัฐประหาร, วัฒนา เมืองสุข, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, เกณฑ์ทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad70df57403f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
