<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2018 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2018 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตสส.หญิงอัด &#039;สตช.&#039; ขาดวิสัยทัศน์มิติหญิงชาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 &amp;nbsp;พ.ค. 61 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก อดีตส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความ &amp;quot;สำนักงานตำรวจแห่งชาติขาดวิสัยทัศน์มิติหญิงชาย&amp;quot; ลงในเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;เห็นประกาศรับสมัครเฉพาะเพศชายสำหรับตำแหน่งพนักงานสอบสวน สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เข้าใจในมิติหญิงชายของผู้บริหารองค์กร หลายๆงานชายหญิงทำงานได้ดีไม่ต่างกัน บางงานผู้ชายทำได้ดีกว่า บางงานผู้หญิงทำได้ดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานสอบสวนคดีเฉพาะทางเช่นความรุนแรงในครอบครัว ความผิดเกี่ยวกับเพศ คดีที่ผู้ต้องหาเป็นเด็ก ถือเป็นแนวปฏิบัติสากลที่จะให้พนักงานสอบสวนหญิงเป็นผู้รับผิดชอบ และในบางประเทศก้าวหน้าไปถึงจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะที่จะดูแลงานด้านนี้ บางที่กำหนดให้ต้องมีพนักงานสอบสวนหญิงประจำทุกสถานีตำรวจ เพราะคดีเหล่านี้เป็นงานที่มีความละเอียดอ่อน ผู้ปฏิบัติหน้าที่จะต้องมีความเห็นใจและเข้าใจในความละเอียดอ่อนของการสอบปากคำ ซึ่งผู้หญิงทำได้ดีกว่าผู้ชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้มีคดีการคุกคามทางเพศและทำร้ายร่างกายจากคนในครอบครัวเกินขึ้นเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ผู้เสียหายไม่กล้าไปแจ้งความเพราะอายเวลาถูกสอบปากคำ ยิ่งถ้าต้องให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ๆใช้คำพูดและท่าทางที่ไม่เข้าใจหัวอกผู้หญิง ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำความเจ็บปวด บางทีจากผู้ถูกกระทำกลายเป็นผู้ก่อปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนทั่วประเทศมีหมื่นกว่าคน เป็นผู้หญิงเพียงสี่ร้อยกว่าคน เมื่อจะเปิดรับเพิ่มกลับไม่มีให้ผู้หญิงเลย ซึ่งสวนทางกับความต้องการและสิ่งที่ควรจะเป็นอย่างยิ่ง ประเด็นนี้ได้มีข้อเสนอจากเครือข่ายพนักงานสอบสวนหญิง และเครือข่ายผู้หญิงเพื่อการปฏิรูปได้เสนอไปยังคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจครั้งแล้วครั้งเล่า และสิ่งที่ได้คือความว่างเปล่าแบบรับฟังแต่ไม่ได้ยิน เพราะไม่มีวิสัยทัศน์ไงหละ!&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9535</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปตำรวจ, ประชาธิปัตย์, รัชดา ธนาดิเรก, อดีตส.ส.กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae68a0458fd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2018 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2018 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตส.ส.กทม.เพื่อไทยฉะ &#039;ปชป.&#039; เล่นบทสองหน้าทั้งรัก-ทั้งเกลียด&#039;คสช.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.61 - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรองผู้ว่ากทม. ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัครส.ส.เขตหลักสี่ และเป็นแกนนำ กปปส.สั่งห้ามทำกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนและให้เก็บป้ายของนักการเมืองออกทุกจุด โดยมีจดหมายของ ผอ.เขตหลักสี่ ไปถึงผู้อำนวยการสาขาพรรคเพื่อไทยเขตหลักสี่ว่า แม้ล่าสุดนายสกลธี &amp;nbsp;ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯจะออกมาปฎิเสธ ว่า ผอ.เขตเข้าใจผิดเอง นับเป็นความซวยของผู้อำนวยการเขต &amp;nbsp;แต่ไม่เชื่อเพราะเขตเลือกตั้งตน ที่เขตคลองสามวา ก็โดยผู้อำนวยการเขตคลองสามวาโทรมาสั่งให้ปลดป้ายเช่นเดียวกัน อยากปลดก็ยินดีแต่ถ้าป้ายของสภาวัฒนธรรมที่เป็นประธานสภาฯติดในที่เอกชนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้อำนวยการเขตฯ จะโดนข้อหาลักทรัพย์ทำให้เสียทรัพย์แน่นอน &amp;nbsp;ที่สำคัญหากการช่วยเหลือประชาชนกทม.ทำได้ดี นักการเมืองก็คงไม่ต้องลงไปช่วยเหลือชาวบ้าน &amp;nbsp;เพราะวันนี้ฝนตกทีท่อก็ตันน้ำก็ท่วม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุ กล่าวว่าหากมองการเมืองต้องมองให้ลึกซึ้งก็จะเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังเล่น 2 หน้าหรือไม่ เพราะภาพใหญ่แม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาประกาศไม่เอา คสช.และด่าทุกวันในช่วงนี้ ซึ่งก็อาจเป็นแค่ หมอกจางๆ หรือควัน เท่านั้นเองเพราะดูแล้วพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม.เป็นลูกหม้อของ พรรคประชาธิปัตย์ แม้จะได้รับการแต่งตั้ง จากอำนาจ ม.44โดยพลเอกประยุทธ์ แต่ที่ผ่านมาผู้ว่าฯก็ยังแต่งตั้งพลพรรคประชาธิปัตย์เข้ามามากมายในศาลาว่าการ กทม. หมายความว่า คสช.กำลังโดนหลอกให้รักหรือไม่เพราะทางหนึ่ง ประชาธิปัตย์บอกเกลียด คสช.ทางหนึ่งก็ทำงานให้ คสช. สุดท้ายเลยไม่รู้ว่าตกลงใครโดนหลอกกันแน่ระหว่าง คสช.และประชาชน &amp;nbsp;แนะ พลเอกประยุทธ์ รีบเอ็กเรย์ ข้าราชการการเมืองของ กทม. หลังใช้อำนาจลงพื้นที่หาเสียงเอาเปรียบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุ กล่าวต่อว่า วันนี้ประชาชนชาวกทม.กำลังจับตามอง กทม.หาก ผู้ว่าฯอัศวิน ไม่รู้ว่าข้าราชการการเมืองที่แต่งตั้งด้วยตนเองไปใช้อำนาจเพื่อผลปะโยชน์ทางการเมือง ไปเกี่ยวพันกับการจัดซื้อจัดจ้างอะไรบ้าง หรือ ไปสั่งให้เจ้าหน้าที่เขตพาไปพบชุมชนอ้างว่ามาติดตามงาน และเที่ยวไปสัญญาว่าจะให้ ทั้งๆที่หลายเขตแต่ก่อนมีทั้งผู้ว่ากทม.มี สส.,สก.,สข. จากพรรคประชาธิปัตย์แท้ๆ ยังทำไม่ได้ ซึ่งหากผู้ว่าฯไม่รู้ตนก็จะไม่ว่าอะไร แต่หากรู้และยังทำเพิกเฉย ก็หมายความว่า มีทฤษฎีสบคบคิดเกิดขึ้นจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พลเอกประยุทธ์ น่าจะลองให้ทีมงานไป เอ็กเรย์ ดูว่าในกทม.มีข้าราชการการเมืองที่สังกัดพรรคการเมือง แต่งตั้งโดยผู้ว่าฯ ในตำแหน่งต่างๆไปกี่คน ที่ไปใช้อำนาจสั่งข้าราชการให้ลงพื้นที่จนข้าราชการเขต อึดอัดอย่างมาก หลายคนเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่เตรียมจะลง สส.กทม.ชัดเจนแถมควงนักการเมืองท้องถิ่นสังกัดพรรคตัวเองไปร่วมกันใช้ทรัพยากรของรัฐ อันมาจากภาษีประชาชนลงพื้นที่หาเสียงจนน่าเกลียด ตนขอเรียกว่าพวกนี้เป็นพวกไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ เอาเปรียบทุกๆด้าน &amp;nbsp; แต่ถ้าไม่คิดจะลง สมัคร สส. ตนจะขอถอนคำพูดและจะขึ้นป้ายยกย่องสรรเสริญ เพราะถือว่าทำให้กับประชาชน แต่หากวันไหนประกาศลงสมัคร สส. นั่นหมายความว่าที่ผ่านมาไม่ใช่สุภาพบุรุษและประชาชนเก็บข้อมูลไว้แล้วถึงวันนั้นชาวบ้านจะเป็นผู้ตัดสิน&amp;quot;
&amp;nbsp;
เขา กล่าวว่าที่ผ่านมาเห็นว่า &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ ม.44 แต่งตั้งผู้ว่าฯอัศวินเพื่อมาแก้ไขปัญหา ให้เกิดความเป็นกลางและโปร่งใส ปลอดพรรคการเมือง และแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานานของกทม. แต่วันนี้กลับทำท่าจะซ้ำรอยเดิม &amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานปราบโกงของพรรคเพื่อไทยในส่วนกรุงเทพมหานครก็จะดำเนินการตรวจสอบการใช้งบประมาณการใช้อำนาจในทางมิชอบ ของกทม. ซึ่งที่ผ่านมาปีกว่ามีผู้ร้องเรียนเข้ามาพร้อมข้อมูลมาที่พรรคอย่างน้อย 11 โครงการ และ 5 โครงการเป็นโครงการขนาดใหญ่ &amp;nbsp;และสำนักงานปราบโกงจะนำข้อมูลร้อง ต่อ ปปช. ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8988</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ ห่วงทรัพย์, ปชป., ปลดป้ายฉีคยุง, ผู้ว่ากทม., อดีตส.ส.กทม., เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180505/image_big_5aed3d9193b1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 07:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 07:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตส.ส.กทม.เพื่อไทยโวยลั่นคำสั่งปลดป้ายฉีดยุง วัคซีนหมาแมว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.61 - นายสุรชาติ เทียนทอง อดีตส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;โพสต์ข้อความว่าลงในเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;เรียนผู้มีอำนาจ &amp;nbsp;ผมได้รับจดหมายจากสำนักงานเขตหลักสี่ ลงนามโดยผู้อำนวยการเขตหลักสี่ ใจความสำคัญคือกล่าวอ้างคำสั่งของ คสช.เรื่องห้ามพรรคการเมือง และนักการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองและการประชาสัมพันธ์ทางการเมืองทุกชนิดและระบุชัดเจนว่ารวมถึงกิจกรรมฉีดยุงและฉีดวัคซีนสุนัขและแมว อ่านแล้วรู้สึกหดหู่และแปลกใจและมีคำถามหลายคำถามที่อยากจะถามผู้ที่ลงนามในหนังสือฉบับนี้หรือผู้มีอำนาจที่สั่งการเรื่องนี้ลงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอ้างคำสั่ง คสช.ห้ามนักการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง เรื่องนี้ผมเข้าใจดีครับเพราะประเทศเราอยู่ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารจะครบ 4 ปีในอีกไม่กี่วันนี้และคำสั่งนี้มีออกมานานมากแล้วด้วย ซึ่งหลังจากการรัฐประหารผมได้ถูกเชิญโดยเจ้าหน้าที่ทหารจาก คสช.ที่รับผิดชอบพื้นที่เขตหลักสี่และดอนเมืองเพื่อพูดคุยถึงสองครั้ง ซึ่งนายทหารท่านนั้นได้ขอความร่วมมือจากผมเรื่องการไม่สร้างความแตกแยกทางสังคม การระดมคน ซึ่งผมได้รับปากแบบลูกผู้ชายว่าผมตกลงเพราะนั่นไม่ใช่แนวทางการทำการเมืองของผมอยู่แล้ว และผมได้ขอกลับไปข้อหนึ่งคือการทำงานในพื้นที่เพื่อดูแลทุกข์สุขและการบริการประชาชนรวมถึงกิจกรรมฉีดยุงและฉีดวัคซีนสุนัขและแมวด้วย ท่านยังบอกเลยว่าการดูแลประชาชนขอให้ทำไปเถอะเป็นเรื่องที่ดีแล้วและผมก็ทำตามที่ตกลงกันไว้ตลอดมา ที่สำคัญคือกิจกรรมพวกนี้ผมทำอย่างสม่ำเสมอมาตลอดทั้งปีและทุกปี ท่านอดีต ผ.อ.เขตหลักสี่ท่านก่อนยังเคยพูดขอบคุณผมหลายครั้งที่ช่วยกันดูแลบริการประชาชนเพราะหน่วยงานทางภาครัฐไม่สามารถให้บริการบางเรื่องได้อย่างทั่วถึง และท่าน ผ.อ.ท่านปัจจุบันที่เป็นผู้ลงนามคำสั่งฯก็ได้ย้ายมาอยู่ที่เขตหลักสี่ได้ระยะนึงแล้ว ท่านก็เห็นกิจกรรมที่ผมและทีมงานทำมาตลอดเกือบทุกวัน ท่านก็ไม่เคยพูดประเด็นเรื่องนี้กับผมเลย ผมจึงรู้สึกแปลกใจที่ได้เห็นหนังสือฉบับนี้และมีคำถามถึงท่านหรือผู้ที่สั่งท่านมาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ถ้าท่านอ้างว่าเป็นคำสั่งของ คสช. ทำไมถึงเพิ่งมาบังคับปฏิบัติเอาตอนนี้ทั้งที่คำสั่งนี้ถูกประกาศออกมาหลายปีแล้วและที่ผ่านมาผมและทีมงานก็ทำงานในพื้นที่แบบเปิดเผยและทาง คสช.ที่ดูแลพื้นที่รวมถึงสำนักงานเขตฯและท่านก็รับทราบตลอดมา ถ้าเป็นคำสั่ง คสช.จริง ท่านผู้มีอำนาจช่วยกรุณาประกาศผ่านสื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกันด้วย เขาจะได้เข้าใจว่าที่ผมและนักการเมืองคนอื่นๆที่ยึดถือการทำงานรับใช้ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถทำงานได้เพราะคำสั่งของท่าน และช่วยบอกผมมาเป็นข้อๆด้วยว่าอะไรบ้างที่ผมพอจะทำเพื่อดูแลประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ถ้าคำสั่งนี้ไม่ได้ถูกสั่งโดย คสช.โดยตรงแล้วใครเป็นคนสั่งโดยอ้างคำสั่งดังกล่าวและสั่งเพื่ออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. คำสั่งนี้ถือเป็นการเลือกปฏิบัติเฉพาะเขตหลักสี่หรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบยังไม่มีคำสั่งลักษณะดังกล่าวในพื้นที่อื่นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การที่ท่านมีคำสั่งให้พวกผมหยุดดำเนินกิจกรรมบริการต่างๆ ท่านมั่นใจและให้สัญญากับประชาชนในพื้นที่ฯได้หรือไม่ว่าท่านในฐานะที่มีอำนาจหน้าที่ดูแลรับผิดชอบจะสามารถให้บริการประชาชนในกิจกรรมดังกล่าวได้อย่างทั่วถึง ปัญหาการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าเป็นปัญหาที่มีมาต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี พ.ศ.2561 นี้ที่มีการระบาดของโรคอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ดังนั้นการป้องกันปัญหาการระบาดจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนและภาคการเมืองควรทำร่วมกัน ผมและทีมงานเข้าใจข้อจำกัดของภาคประชาชนส่วนหนึ่งที่จะนำสัตว์เลี้ยงของตนเองออกมารับการฉีดวัคซีนฯที่คลีนิคสัตวแพทย์หรือรับการบริการของภาครัฐตามจุดต่างๆที่กำหนด ด้วยเหตุผลทางด้านเวลา การเดินทาง จำนวนของสัตว์เลี้ยงและรายได้ในครอบครัว เพื่อเป็นการบริการประชาชนและแบ่งเบาภาระของภาครัฐ เราจึงใช้วิธีเดินให้บริการตามบ้านโดยทีมงานที่ได้ผ่านการอบรมจากกรมปศุสัตว์แล้วเป็นเวลาต่อเนื่องมาหลายปี โดยใช้งบประมาณส่วนตัวของทีมงานและไม่เคยขอหรือได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเลย ดังนั้นเราควรร่วมกันทำงานแทนที่จะมาสั่งห้ามโดยไม่มีเหตุผลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผมตั้งคำถามมาทั้งหมดไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้งใดๆ ผมทำงานการเมืองมา 13 ปี สิ่งที่ยึดถือมาตลอดคือการทำงานพิสูจน์ตัวเอง ไม่อยากให้ใครมาชี้หน้าด่าได้ว่าเป็นนักการเมืองที่เห็นหน้าเฉพาะเวลามีเลือกตั้ง พยายามพูดน้อยๆ ทำงานเยอะๆ ไม่ขัดแย้ง ไม่สร้างเงื่อนไขกับประชาชน กับข้าราชการก็ไม่เคยไปวุ่นวายหรือแทรกแซงการทำงาน มีแต่มิตรไมตรีที่ดีต่อกันไม่ว่าจะฝ่ายไหน สีไหน ไม่เคยสักครั้งที่คิดจะใช้วิธีการสกปรกทางการเมือง แม้แต่คนที่เป็นคู่แข่งผมก็ให้เกียรติกันเสมอมา ผมอยากเห็นอนาคตบ้านเมืองที่ดีขึ้น ประชาชนได้เลือกนักการเมืองเพราะความรักความศรัทธาจริงๆ ไม่ใช่เลือกเราหรือเขาเพราะเพียงเกลียดชังอีกฝ่าย ถ้าคำสั่งนี้เป็นคำสั่งเพื่อปิดกั้นทางการเมือง ผมขอเถอะครับ อย่ามาใช้อำนาจสั่งห้ามผมทำงานเลย มันไม่มีประโยชน์กับใครทั้งนั้น ประชาชนก็เสียประโยชน์ ทำการเมืองกับแบบสร้างสรรค์เถอะครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8882</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำนักงานเขตหลักสี่, สุรชาติ  เทียนทอง, อดีตส.ส.กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af38b3089535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
