<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการโวยลั่น‘ปส.’เรียกสอบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แบบนี้ก็มีด้วย กลุ่มอัยการโวย ปส.ส่งหนังสือเรียกอัยการคดียาเสพติดสอบปากคำหลังสั่งไม่ฟ้อง &amp;quot;อดีต สว.ทางหลวง&amp;quot; คดียาเสพติด ชี้ตำรวจไม่มีอำนาจเรียกสอบสวนการใช้ดุลพินิจอัยการ ด้านเจ้าตัวเตรียมยื่นหนังสือขอหารือ อสส.ปมถูกตำรวจเรียกสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีหนังสือราชการ (หนังสือเรียกมาสอบสวนปากคำ) ของกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ที่ลงนามโดย พ.ต.อ.กฤษ มีนุชนารถ ผู้กำกับการ (สอบสวน) หัวหน้ากลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด &amp;nbsp;(บช.ปส.) แจ้งถึงอัยการกองคดียาเสพติด 9 เพื่อขอนัดหมายสอบสวนปากคำอัยการกองคดียาเสพติด 9 &amp;nbsp;รายหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือมีเนื้อหาว่า &amp;quot;ตามหนังสือกลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 ที่ ตช 0027.52/535 ลง 9 มีนาคม 2561 ส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่ &amp;nbsp;105/2560 ระหว่าง พันตำรวจโททิวาพงษ์ พลูโต ผู้กล่าวหา กับ นายสมคิด เสนพิแสง กับพวกรวม 5 &amp;nbsp;คน ข้อหา &amp;#39;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน&amp;#39; โดยมีความเห็นควรสั่งฟ้องนายสมคิดฯ กับพวกไปให้พิจารณาฟ้อง ความโดยละเอียดแจ้งแล้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีดังกล่าว กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 ได้มีคำสั่งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวน กรณีพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง พันตำรวจโทธนกฤต &amp;nbsp;นิตสพันธ์ ผู้ต้องหา จึงมีความจำเป็นต้องนัดหมายสอบสวนนางสาวสุเมธิณีฯ พนักงานอัยการโจทก์ ในประเด็นข้อบกพร่องในการทำสำนวน และการประสานคดี จึงขอนัดหมายสอบสวนปากคำ &amp;#39;น.ส.....อัยการคนดังกล่าว&amp;#39; เพื่อดำเนินการให้เสร็จสิ้น ภายในกำหนดเดือน เมษายน 2561
ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ขอท่านแจ้งให้นางสาว.......พนักงานอัยการฯ ทราบ พร้อมหนังสือนี้ได้แนบเอกสารเกี่ยวข้องจำนวน 5 แผ่น มาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ ผลเป็นประการใดขอท่านแจ้งให้ทราบโดยด่วนด้วย หวังคงได้รับความร่วมมือจากท่านเป็นอย่างดี และใคร่ขอขอบคุณท่านล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเรื่องนี้ในหมู่อัยการได้มีการแสดงความคิดเห็นกันว่า เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่งที่ฝ่ายตำรวจจะเรียกอัยการไปสอบสวนให้ปากคำในเรื่องการสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นการเข้ามาตรวจสอบดุลพินิจในการสั่งคดีของอัยการ นอกเหนือไปจากที่กฎหมายให้อำนาจไว้ ซึ่งหากฝ่ายตำรวจไม่เห็นด้วยก็มีอำนาจทำความเห็นแย้งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่มาสอบสวนอัยการหรืออ้างว่าเป็นเพียงแค่เชิญมาชี้แจงข้อเท็จจริงก็ตาม &amp;nbsp;เพราะเป็นการกระทำนอกเหนือจากกระบวนการตรวจสอบการสั่งคดีของอัยการตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การสั่งคดีของอัยการเป็นการใช้อำนาจดุลพินิจที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญปี &amp;nbsp;2560 มาตรา 248 วรรคสอง และพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา &amp;nbsp;21 และ 22 ซึ่งบัญญัติให้อัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดี และดุลพินิจในการพิจารณาสั่งคดีของอัยการซึ่งแสดงเหตุผลสมควรประกอบแล้วย่อมได้รับความคุ้มครอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพิจารณาสั่งไม่ฟ้องคดีที่มีพันตำรวจโทธนกฤต นิตสพันธ์ เป็นผู้ต้องหานั้น เนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน สำนักงานคดียาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด จึงได้แต่งตั้งอัยการชั้นผู้ใหญ่ระดับรองอธิบดีและอัยการพิเศษฝ่ายเป็นหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะทำงาน และมีอัยการอีกท่านหนึ่งร่วมเป็นคณะทำงานในการพิจารณาสั่งคดี การพิจารณาสั่งไม่ฟ้องคดีนี้จึงผ่านการกลั่นกรองจากอัยการหลายท่านแล้วว่า สำนวนสอบสวนที่พนักงานสอบสวนทำมาไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสั่งฟ้องผู้ต้องหาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหากเห็นว่าพนักงานสอบสวนทำสำนวนบกพร่อง ฝ่ายตำรวจก็สามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อบกพร่องในการทำสำนวนสอบสวนของพนักงานสอบสวนของตนได้อยู่แล้ว โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนว่ามีความบกพร่องไม่สมบูรณ์อย่างไร โดยไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมาขอสอบสวนอัยการหรือที่อ้างว่าใช้ถ้อยคำในหนังสือผิดพลาด โดยเพียงแค่ให้อัยการไปชี้แจงข้อเท็จจริง &amp;nbsp;ก็เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะไม่ควรอย่างยิ่งและไม่มีอำนาจทำได้ตามกฎหมาย&amp;nbsp;
ทำหนังสือชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งคดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องด้วยเหตุที่สำนวนสอบสวนของพนักงานสอบสวนมีข้อบกพร่อง เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสั่งฟ้องผู้ต้องหาได้มีเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เช่นนั้นแล้วอัยการไม่ต้องไปให้ปากคำ หรือไปชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพนักงานสอบสวนทุกเรื่องหรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหากกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 สามารถมีหนังสือเรียกอัยการไปสอบสวนให้ปากคำในคดีนี้ได้ ต่อไปก็จะเป็นแบบอย่างให้พนักงานสอบสวนเรียกอัยการไปสอบสวนในคดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องรวมทั้งสั่งฟ้อง ซึ่งขัดแย้งกับความเห็นของพนักงานสอบสวนได้ในคดีอื่นๆ ต่อไปได้ ซึ่งเป็นการกระทบกระเทือนและเข้ามาแทรกแซงดุลพินิจในการสั่งคดีของอัยการและกระทบต่อการอำนวยความยุติธรรมในคดีของอัยการ ซึ่งมีบทบาทหน้าที่สำคัญที่จะต้องดำรงความยุติธรรมในคดีด้วยความเที่ยงธรรมและปราศจากอคติทั้งปวงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า แม้จะมีข่าวว่าทั้งทางฝั่งผู้ใหญ่ บช.ปส.กับผู้ใหญ่ของทางฝั่งอัยการได้ทำความเข้าใจกันแล้ว แต่ก็ยังไม่มีหนังสือยกเลิกหนังสือเรียกดังกล่าวหรือหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรมาจาก บช.ปส.แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด มีรายงานว่าอัยการเจ้าของสำนวนคนดังกล่าวได้เตรียมทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริง และขอหารือกรณีพนักงานสอบสวนขอสอบปากคำอัยการเสนอต่อนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดียาเสพติดที่มีการสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ธนกฤต นิตสพันธ์ อายุ 48 ปี อดีต สว.สส. กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวงนั้น พนักงานสอบสวน บก.ปส.4 ได้ควบคุมตัว พ.ต.ท.ธนกฤตยื่นคำร้องฝากขังเมื่อวันที่ 19 มกราคม ตามหมายจับศาลอาญาที่ 25/2561 ลงวันที่ 17 มกราคม 2561 ข้อหาร่วมกันมีกัญชา ยาเสพติดประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ และสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคำร้องฝากขังบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2560 เวลาประมาณ 03.00 น. ต่อเนื่องจนถึง 23.00 น. ปส.ได้จับกุมตัวนายสมคิด เสนพิแสง, นายสถาพร ก่ำแก้ว และนายสุชาติ แสงตะวัน พร้อมด้วยของกลาง 10 รายการ คือ กัญชาอัดแท่งหุ้มด้วยพลาสติกใส รวม 520 แท่ง &amp;nbsp;น้ำหนักรวม 520 กก. ราคา 3,120,000 บาท, รถยนต์บรรทุก 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หัวลาก และรถพ่วง ทะเบียนสระบุรี, โทรศัพท์มือถือไอโฟนและยี่ห้ออื่นรวม 6 เครื่อง, กระเป๋าหนังสะพาย สีน้ำตาล และเอกสารประกอบคดี 18 แผ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.ท.ธนกฤต ผู้ต้องหาคดีนี้ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานพบว่ามีส่วนร่วมกระทำความผิด ด้วยการช่วยเหลือ มีส่วนร่วมลำเลียงกัญชาของกลางไปให้ลูกค้า และสมคบกันตั้งแต่ 2 &amp;nbsp;คนขึ้นฯ ทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ กับรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้กระทำผิดเพื่อให้ความสะดวกในการกระทำผิดด้วย ตามความผิด พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4, 7(5), 26 &amp;nbsp;วรรคสอง, 76/1 วรรคสอง, 102 และ พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม.6 (4), 8 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ในชั้นสอบสวน พ.ต.ท.ธนกฤต ผู้ต้องหาคดีนี้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7571</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการอัยการ, ปส., ยาเสพติด, หนังสือพิมพ์, อดีตสารวัตรทางหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180421/image_big_5adb430a39300.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
