<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตกรธ.เฉลย ส้มหวานไล่ 4 ส.ส. จะอ้างสิทธิให้คำนวณส.ส.บัญชี ใหม่ของพรรคไม่ได้ ไม่ใช่โกงเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ธ.ค.62- นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ต่อประเด็นที่การประชุมสมัยวิสามัญของสมาชิก พรรคอนาคต ลงมติขับ 4 ส.ส. ได้แก่ นางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่, พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี, นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี และ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรีออกจากพรรค ว่า การเปลี่ยนแปลงส.ส.ภายในพรรค ที่มาจากการลงมติไล่ให้ออกจากพรรคนั้น เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 พรรคสามารถมีมติให้ส.ส.พ้นจากการสังกัดพรรคการเมืองได้ และให้สิทธิส.ส.ที่ถูกลงมติให้พ้นพรรคนั้นหาสังกัดใหม่ได้ภายใน 30 วัน &amp;nbsp; แต่จะไม่มีผลให้พรรคได้การเติมเต็มส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ เพราะการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่นั้นจะใช้เฉพาะกรณีเดียวคือ การกระทำที่ทุจริตการเลือกตั้ง ภายใน 1 ปีนับจากวันเลือกตั้งทั่วไป ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 94 กำหนดเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; เมื่อคุณไล่ ส.ส.ออกจากพรรค จะอ้างสิทธิให้คำนวณส.ส.บัญชี ใหม่ของพรรคไม่ได้ เพราะคุณไปไล่เขาออก ไม่ใช่การทุจริตเลือกตั้ง เมื่อส.ส.ถูกขับให้พ้นพรรคไม่มีผลอะไรที่ทำให้คะแนนที่เคยได้ พรรคหนึ่ง ยังคงพรรคเดิมหรือเปลี่ยนพรรคใหม่ไม่มีผลทั้งสิ้น &amp;nbsp;อีกทั้งคะแนนที่ประชาชนในเขตเลือกตั้ง ซึ่งทำให้ได้ส.ส. ไม่ได้บอกว่าเป็นคะแนนของพรรค ดังนั้นอย่านำเรื่องการขับส.ส.ออก หรือการย้ายพรรค และทำให้เกิดการคำนวณคะแนนใหม่มาปนกัน หรือหาก ส.ส.ทั้ง 4 ไม่สามารถหาพรรคใหม่สังกัดใหม่ได้ทัน 30 วัน ต้องพ้นจากส.ส.และให้มีการเลือกตั้งใหม่ เช่นเดียวกับกรณีที่เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ หากใครถูกมติพรรคขับออก และหาสังกัดใหม่ไม่ทัน พรรคที่มีมติขับนั้นไม่สามารถอ้างสิทธิเลื่อนบัญชีรายชื่อของพรรคได้เช่นกัน&amp;rdquo; นายอุดม กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีมติพรรคที่ขับส.ส.ออก ด้วยเหตุการลงมติในสภาฯ ที่ใช้ความเป็นอิสระปราศจากการครอบงำ ถือว่าพรรคทำผิดรัฐธรรมนูญและเอาผิดได้หรือไม่ นายอุดม กล่าวว่า ต้องให้ส.ส.ที่ถูกมติพิจารณา และอาจฟ้องร้องได้หากพบเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่กรณีที่เกิดขึ้นตนมองว่าต้องพิจารณาถึงวินัยของพรรคด้วย ว่า ควาามเห็นในสภาฯ จะมีมติร่วมกันอย่างไร ทั้งนี้ตนเข้าใจว่าเหตุผลที่ไล่ไม่ใช่การแหกมติ แต่คือ ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ &amp;nbsp;อีกทั้งประเด็นที่เกิดขึ้นไม่ใช่การลงโทษเพราะความเห็นต่างจากพรรค การใช้เสรีภาพต่อการลงคะแนนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด พึงพิจารณาถึงวินัยของพรรคด้วย เพื่อคำนึงถึงการอยู่ร่วมกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52687</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 ส.ส.อนาคตใหม่, คำนวนปาร์ตี้ลิสต์, ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต, อดีตโฆษกกรธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc3269bd18d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตกรธ.เตือนยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับอาจถอยหลังนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.62- &amp;nbsp;นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)กล่าวถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นเรื่องปกติที่ในสภาฯ จะมีคนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง ซึ่งในทางปฎิบัติต้องดูว่าสิ่งที่ควรจะแก้ไขเป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมหรือไม่ เพราะเท่าที่ฟังดูหลายเรื่องเป็นเรื่องที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ เช่น ระบบเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว หรือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ส่วนตัวเห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ปี2560 เกิดขึ้นมาจากความขัดแย้งและบทเรียนในอดีต ดังนั้น จึงต้องสร้างบรรทัดฐานในการทำงานบางเรื่อง เพื่อไม่ให้กลับไปสู่วังวนเดิมๆในอดีตที่เสียงข้างมากใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุดม กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดว่าด้วยการแก้ไขบทเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญนั้น ต้องคิดให้รอบคอบว่าหากรัฐธรรมนูญถูกแก้ไขง่าย โดยเฉพาะการให้เสียงข้างมากในสภาฯ เท่านั้นเป็นผู้แก้ไข อาจส่งผลให้เกิดปัญหาตามมา แต่ในฐานะผู้ร่างรัฐธรรมนูญยืนยันว่าไม่ติดใจ หากใครจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร แต่ขอให้ดูให้ดีว่าจะแก้ในประเด็นใด และมีเหตุผลอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเป็นคนละเรื่องกัน เพราะขณะนี้กระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีทั้งการแก้รายประเด็น และการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. เพื่อแก้ไขทั้งฉบับ ซึ่งการแก้ไขทั้งฉบับอาจเป็นการถอยหลังไปนับหนึ่งใหม่ และอาจสร้างความขัดแย้งในสังคม จึงอยากให้ทุกฝ่ายให้เวลากับการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก่อน เพราะอย่าลืมว่าในช่วงร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่2560 ไม่ได้เกิดขึ้นจากคนร่างเพียง 21 คน แต่มีการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็น รวมถึงการร่างรัฐธรรมนูญใช้งบประมาณค่อนข้างมาก ผมยืนยันว่าหลายเรื่องอดีตผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้คิดไปเอง แต่เป็นความเห็นจากประชาชนที่ไปรับฟังความคิดเห็นมาล่วงหน้า ส่วนที่มีการเพิ่มเติมเข้ามาจนทำให้มีผู้ไม่พอใจก็ต้องพูดคุยกัน แต่คงไม่จำเป็นต้องทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ&amp;rdquo;นายอุดม กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49562</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความขัดแย้ง, ยกร่างรัฐธรรมนูญแบับใหม่, ยอุดม รัฐอมฤต, อดีตโฆษกกรธ., แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc3269bd18d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุดม&#039;ฟันธง&#039;หมอธีร์&#039;ต้องพ้นเก้าอี้ส.ว.ด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.62- &amp;nbsp;นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษก กรธ. ให้สัมภาษณ์กรณี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ส.ว. ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.2562 และห้ามดำรงตำแหน่ง 2 ปี ว่า ถ้านพ.ธีระเกียรติ ยังเป็นรัฐมนตรีก็ถือว่าหลุดจากตำแหน่งเลย แต่ในมาตรา 170(5) เกี่ยวกับคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ที่ศาลระบุห้าม 2 ปีนั้น หากถามว่าเกี่ยวโยงระหว่างความเป็นรมต.กับส.ว.ที่เขาเป็นอย่างไร ต้องดูในมาตรา 98(17) ที่บอกว่าอยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งข้อห้ามนี้ ห้ามสมัครเป็นส.ส. แต่เรื่องนี้ใช้ร่วมกับการเป็นส.ว.ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เมื่อนพ.ธีระเกียรติ ถูกศาลสั่งห้ามดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 2 ปีนับตั้งแต่วันลาออก ซึ่งขณะนี้ถือว่ายังอยู่ในระยะเวลา 2 ปี ในความเห็นของตนถือว่านพ.ธีระเกียรติ ขาดคุณสมบัติความเป็นส.ว.ด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44421</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, พ้นตำแหน่งส.ว., ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต, ศาลรัฐธรรมนูญ, อดีตโฆษกกรธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc3269bd18d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
