<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทยไม่ทน&#039;เดินสายยื่นหนังสือจี้&#039;ผบ.ตร.&#039;ลาออกจากส.ว.หยุดค้ำบัลลังก์ประยุทธ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 พ.ค.64- ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กลุ่มไทยไม่ทน &amp;quot;คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย&amp;quot; นำโดย อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, จตุพร พรหมพันธ์, วีระ สมความคิด ฯลฯ เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ลาออกจากการทำหน้าที่สมาชิกสุฒิสภา โดยตำแหน่ง โดยมีพ.ต.อ.ธงชัย วิไลพรหม รองผบก.ทพ. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจเวรอำนวยการเป็นตัวแทนออกมารับหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาด้วยความปราถนาดี ถึงเวลาแล้วที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะต้องลาออกจากการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา เพื่อออกมาช่วยชาติหยุดค้ำบัลลังก์ ให้กับนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจตุพร กล่าวว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกับพวกของตนมีความสัมพันธ์อันดีมาตลอด ทุกฝ่ายต่างเคารพหน้าที่ของตัวเอง เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเดินทางมาจุดนี้ จึงเห็นว่า ตำแหน่งของผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งหมด ที่ตามรัฐธรรมนูญระบุว่าต้องดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ควบคุมการทำงานของนายกรัฐมนตรีเพียงแต่ตำรวจ อยู่ฝ่ายบริหารต้องอยู่ภายใต้การดำเนินงานของนายกรัฐมนตรี จึงเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกัน ขอฝากไปถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าพลเอกประยุทธ์ ดำรงอยู่ โดยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะเรื่องการปกป้องสถาบัน ซึ่งเป็นหน้าที่ตามหลักประชาธิปไตย และที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตกเป็นจำเลยของสังคมมาเสมอ ถึงเวลาแล้วที่ตำรวจจะต้องถอดสลักระเบิดเวลาทางการเมืองของประเทศไทย ด้วยการกลับไปปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และลาออกจากสมาชิกวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวีระ กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจเองยังเอาตัวไม่รอด เพราะฉะนั้นแล้วตำรวจควรกลับไปปฏิรูปตัวเองให้เป็นตำรวจอาชีพไม่ให้ใครมาแทรกแซง ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าการแทรกแซงเกิดขึ้น เพราะไม่มีการปฏิรูปอย่างเช่นเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง การปฏิรูปจะทำให้ตำรวจสามารถกลับไปรับใช้ประชาชนได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหนังสือที่ยืนในวันนี้ มีใจความว่า ด้วยบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 269(1) (ค) บัญญัติให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่ง ประกอบกับ (4) กำหนดให้มีวาระห้าปีนับตั้งแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ สถานการณ์ของประเทศอยู่ในภาวะวิกฤต อันเนื่อง จากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไร้ประสิทธิภาพ ขาดวิสัยทัศน์ ไม่มีศักยภาพในการบริหารและแก้ไขปัญหาประเทศล้มเหลว กระทั่งประชาชนทุกภาคส่วนขาดความเชื่อมั่น พร้อมกับเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยหวังจะได้บุคคลใหม่ที่มีความสามารถมาแก้ไขปัญหาของชาติ ทั้งจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมาบริการประชาชนให้รอดพ้นจากโรคระบาดโควิด-19 จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย เป็นการรวมตัวกันของคนทุกภาคส่วนอาชีพ ขอให้ท่าน &amp;quot;ลาออก&amp;quot; จากสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่ง เพื่อใช้เวลาทั้งหมดทำหน้าที่หลักในการควบคุมดูแลบังคับบัญชาข้าราชการตำรวจทั้งมวล ให้ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ หากท่านอยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพร้อมกับมีสมาชิกภาพวุฒิสภาที่มีการประชุมสัปดาห์ละ 2 วัน ก็จะเบียดเบียนเวลาปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจ อีกทั้งในยามเชื้อโรคร้ายโควิด-19 ระบาดรุนแรงประชาชนทั่วหัวระแหงยังคอยรับความช่วยเหลืออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ การลาออกของท่านจึงทำให้มีเวลารับใช้ประเทศชาติอย่างเต็มที่ ได้ใช้ความรู้ ความสามารถบัญชาการผู้ใต้บังคับบัญชาร่วมผนึกกำลัง ไปป้องกันความมั่นคงให้ประชาชนจะได้รอดพ้นจากโรคระบาดโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย เชื่อมั่นว่า การลาออกจากสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่งของท่านสามารถกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 111 (3) ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ รวมทั้งท่านจะไม่ตกเป็นที่ครหาทางการเมือง ในการใช้ข้าราชการตำรวจไปค้ำบัลลังก์อำนาจของพลเอกประยุทธ์ ซึ่งมีที่มาทางการเมืองไม่ชอบธรรม ขัดหลักจริยธรรมการปกครองตามระ บอบประชาธิปไตย ดังนั้นการลาออกดังกล่าว ย่อมแสดงถึงจุดยืนอันมั่นคงตามหลักประชาธิปไตย และมุ่งรับใช้ประชาชนมากกว่าไปคุ้มครองผลประโยชน์ส่วนตนของพลเอกประยุทธ์ ที่สำคัญระบอบประยุทธ์ไม่ได้ทำหน้าที่ ในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่กำลังมีภัยคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ดังนั้นหน้าที่หลักของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงต้องกลับมาทำหน้าที่สำคัญดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยจึงขอให้ท่านได้ทำตามที่ประชาชนเรียกร้อง ให้ลาออกจากสมาชิกวุฒิสภา เพราะการลาออกดังกล่าวนั้น จะเป็นส่วนสำคัญให้พลเอกประยุทธ์ ยอมลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และหลีกทางให้ผู้มีความสามารถคนใหม่มาเป็นนายกรัฐมนตรี นำพาประเทศชาติให้หลุดพ้นจากหายนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104470</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มไทยไม่ทน, พล.ต.อ สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, ลาออกจากส.ว., หยุดค้ำบัลลังก์ประยุทธ์, อดุลย์ เขียวบริบุรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0770f2567b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 07:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 07:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เดินหน้าปรองดอง!&#039;ประธานญาติวีรชนฯ&#039;ขยับจัดเวทีทำความเข้าใจทำไมต้องนิรโทษคดีการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มิ.ย.63-นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 และอดีตคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยกับ&amp;#39;ไทยโพสต์&amp;#39;ถึงแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการสร้างความปรองดอง -การนิรโทษกรรม ในคดีการเมืองที่มีแรงจูงใจทางการเมือง&amp;nbsp; ต่อจากนี้ ว่า หากสังคมไทยไม่มีการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคมไทย สิ่งที่จะเกิดต่อไปในระยะยาวก็คือ ความขัดแย้งในสังคมไทยก็ยังคงมีอยู่ ที่ก็จะส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาของชาติด้านต่างๆ ที่จะไม่มีวันทำได้เลย เพราะจะมีการขัดแข้งขัดขากันหมด แต่หากทำเรื่องปรองดองได้ ก็จะทำให้ทุกฝ่ายมารวมตัวกัน โดยถือชาติเป็นหลัก มาช่วยกันสร้างชาติใหม่ ไปสู่มิติใหม่ มาช่วยกันแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เพราะหลังจากนี้มีปัญหาหลายเรื่องสำคัญรออยู่ที่เป็นปัญหาหนักๆ ทั้งสิ้น เช่น ปัญหาคนอดอยาก ตกงาน คนจะลำบากกันมากโดยเฉพาะคนในเมือง&amp;nbsp; จากผลพวงเหตุการณ์ไวรัสโควิดฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีควรฟังเสียงเรียกร้องของทุกภาคส่วนในเรื่องนี้ ซึ่งหากทุกภาคส่วนเห็นด้วยกับแนวทางการสร้างความปรองดอง นายกรัฐมนตรีก็ควรทำเรื่องนี้ให้เป็นความจริง เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ท่านทรงรับสั่งไว้ว่า &amp;quot;ให้มีความรักสามัคคี สมานฉันท์ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน &amp;quot;นี้คือสิ่งที่ ในฐานะประธานญาติวีรชนฯ ก็น้อมรับสั่งและปฏิบัติตามตลอด ตั้งแต่สมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ในหลวงรัชกาลที่ 10 นี้คือสิ่งที่ผมต้องดำเนินการภายใต้พระราชดำรัสฯที่พ่อหลวงทรงสอนสั่งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานญาติวีรชนฯ กล่าวต่อว่า หากจำกันได้ ถ้าย้อนหลังไปถึงเหตุการณ์เมื่อ 28 ปีที่ผ่านมา นับแต่เหตุการณ์ พฤษภาฯ 2535 ที่ญาติวีรชนฯ ประกาศอโหสิกรรมให้กับพลเอกสุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรีและพวกสมัยเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp; ที่หลังจากนั้น กลุ่มญาติวีรชนฯ ก็ได้ไปขอพบพูดคุยกับพลเอกสุจินดา โดยพลเอกสุจินดาก็ให้ความร่วมมือโดยการไม่ทำตัวให้มีบทบาทใดๆ อีกเลยเพื่อให้สังคมสงบ ซึ่งจากการอโหสิกรรมดังกล่าว ก็ทำให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ขึ้นมา บ้านเมืองก็สงบมาร่วม 20 ปีจากวันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวกับอดีตนายกฯ พลเอกสุจินดา คือรูปแบบที่เราไม่ต้องมานั่งอธิบายกันอีกว่า หลังจากนี้เราควรทำอย่างไร นอกจากเมตตาธรรมแบบนี้ และที่สำคัญที่สุดก็คือว่า บุคคลที่อยู่ในข้อขัดแย้ง ที่จะเข้าสู่กระบวนการปรองดอง -นิรโทษกรรม ล้วนแล้วแต่มีเจตนารมณ์ที่ดีต่อประเทศไทย จนทำให้แรงจูงใจทางการเมืองดังกล่าว อาจเขาได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองเช่น เสื้อเหลือง-เสื้อแดง -กปปส. แม้กระทั่ง ทหาร ก็ทำหน้าที่เพื่อความมั่นคงของชาติ ทุกส่วนมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งนั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจเรื่องการสร้างความปรองดอง การนิรโทษกรรม และเพื่อรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้มีการเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง หมดเวลาที่จะมาซื้อเวลากันอีกต่อไปแล้ว ทางคณะกรรมการญาติวีรชนฯ จึงจะจัดเวทีเสวนาในเรื่องการสร้างความปรองดอง สองครั้งในช่วงใกล้เคียงกัน โดยเวทีแรกจะจัดในวันจันทร์นี้ 29 มิ.ย.ในช่วงบ่าย ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp; เพื่อหวังสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะ ว่าสังคมจำเป็นต้องมีความรักใคร่สมานฉันท์ ที่ก็จะมีตัวแทนด้านต่างๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ จะมี นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง ,นายปรีดา เตียสุวรรณ์ ประธานกรรมการ บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น ที่จะมาบอกสังคมว่า ถ้าไม่ปรองดองเศรษฐกิจบ้านเมืองเราจะแก้ไขได้ลำบาก แล้วก็จะมี พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ที่ศึกษาและทำงานเรื่องการสร้างความปรองดอง มาตลอด -นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสว.-ดร. ภูมิ มูลศิลป์&amp;nbsp; ประธานหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อดีตอนุกรรมการศึกษาการสร้างความปรองดอง สปช. -และตัวแทน จากพรรคการเมืองเช่น นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย และตัวแทนพรรคการเมือง คนอื่น ๆที่กำลังประสานงาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวอีกว่านอกจากนี้ ทางกลุ่มผู้ขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวและญาติวีรชนฯ จะจัดเวทีเสวนาเรื่องการสร้างความปรองดอง อีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค. ที่จะเชิญทุกภาคส่วน ทั้งจากฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ว่าจะเป็น สมาชิกวุฒิสภา -ส.ส.ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน -ตัวแทนกองทัพ ที่ก็จะทำหนังสือเชิญ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. -ตัวแทนกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง -ตัวแทนคู่ขัดแย้ง เช่น จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. -นายสุริยะใส กตะศิลา ตัวแทนจากอดีตพันธมิตรฯ เสื้อเหลืองและกปปส. -นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการกปปส. -ตัวแทนกลุ่มญาติผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ทางการเมือง -ตัวแทนนักวิชาการเช่น พลเอกเอกชัย จากสถาบันพระปกเกล้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ ย้ำว่า การจัดเวทีเสวนาเรื่องปรองดองทั้งสองครั้งดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ตัวแทนแต่ละฝ่ายได้มาร่วมกันขึ้นเวที แสดงความเห็น นั่งพูดคุยกันถึง แนวทางการที่จะหลอมรวมชาติให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อร่วมกันสะท้อนความเห็นออกมาให้สังคมได้รับทราบ โดยเฉพาะการสื่อสารไปถึงบุคคลกลุ่มต่างๆ จึงควรที่ ทางพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี จะรับฟังความรู้สึก ความคิดเห็นต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เช่น หากการจัดเวทีเรื่องปรองดองสมานฉันท์ ในวันที่ 12 ก.ค.ถ้าทุกฝ่ายที่มาร่วมให้ความเห็น&amp;nbsp; เห็นชอบกันแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีต้องแสดงความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชาติ โดยนายกฯก็ควรให้ความร่วมมือในเรื่องนี้เหมือนคนอื่นๆ เพราะนายกฯเป็นบุคคลเพียงคนเดียว ที่จะนำเสนอเรื่องนี้ได้ ซึ่งถ้านายกฯทำได้ ผมว่าเอาไปเลย สังคมจะมอบคำว่า&amp;quot;ฮีโร่&amp;quot;ให้กับนายกรัฐมนตรี เพราะยังไม่มีใครทำได้ในการนำเสนอเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานญาติวีรชนฯ ย้ำว่า การที่นายกรัฐมนตรี พูดว่าเรื่องปรองดองอะไรต่างๆ จะต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ก็ต้องบอกเลยว่าทุกวันนี้ เหลืองกับแดง ส่วนใหญ่ตอนนี้ เขาก็เข้าคุกกันเกือบหมดแล้ว เพราะฉะนั้น เขาก็ได้รับความทุกข์ยากลำบากกันมาระยะหนึ่ง แล้วทำไม ถึงไม่เข้าไปปลดเปลื้องความทุกข์ยากลำบากที่เขามีเจตนาดีต่อบ้านเมืองทุกฝ่าย เพราะหากเอาตามกฎหมายอย่างที่คนเสื้อเหลือง-แดงเจอ ทหาร เองก็ต้องติดคุกกันหมด เพราะหากนำกฎหมายมาพูด พลเอกสุจินดา ตอนหลังเหตุการณ์ปี 2535 พลเอกสุจินดา ก็ต้องเข้าคุกเหมือนกัน ทุกคนก็ต้องเข้าคุกกันหมด แล้วทำไมจะต้องทำแบบนั้น เพื่ออะไร การผลักดันเรื่องนี้ หมดเวลาที่มานั่งซื้อเวลากันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้เป็นเวลาที่บ้านเมืองต้องรัก สามัคคี ตามพระราชดำรัสฯในหลวงแล้ว เพราะหลังจากโควิดฯ&amp;nbsp; ทุกคนก็บอกเหมือนกันหมดว่า สถานการณ์ด้านต่างๆ ของประเทศต่อจากนี้ จะหนักหนาสาหัส ถ้าหากยังไม่ยอมปรองดอง สามัคคี บ้านเมืองที่มันแย่อยู่แล้ว มันจะแก้ไขอะไรไม่ได้เลยหากยังอยู่กันแบบนี้ ทุกภาคส่วนจึงควรต้องรวมตัวกันสามัคคีปรองดอง เพื่อนำพาประเทศชาติ ละเว้นไว้ซึ่งอะไรที่ไม่ถูกใจ ความเห็นที่ไม่ตรงกัน ก็ควรเว้นไว้ก่อนแล้วก็มารวมกันสร้างชาติ อย่างที่นายกรัฐมนตรีก็ออกมาเรียกร้อง เพราะฉะนั้นทุกคน แม้อาจมีไม่ถูกใจในบางเรื่อง แต่ก็ควรให้ความร่วมมือ เพื่อชาติบ้านเมืองเป็นหลัก เอาให้ชาติรอดก่อน จะเป็นการสร้างสิ่งที่ดีต่อลูกหลานของเรา และทำให้ประเทศพ้นจากมหาวิกฤตที่จะเกิดขึ้นหลังโควิดฯ นี้ไปได้ &amp;quot;นายอดุลย์ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เรื่องปรองดอง นิรโทษกรรม ดูเหมือน นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ไม่อยากรับเรื่องนี้ไปขับเคลื่อน เพราะรัฐบาลมองว่าเป็นเผือกร้อน นายอดุลย์ กล่าวว่า ถ้าสังคมส่วนใหญ่มีความต้องการ ที่สื่อออกมาในแนวทางที่ต้องการให้เกิดความรัก สามัคคี ก็เชื่อว่านายกรัฐมนตรี ก็พร้อมที่จะเสียสละทำ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หมักหมม มาสิบกว่าปีแล้ว ได้เวลาที่จะเริ่มต้นกันใหม่เสียที เพื่อทำให้สังคมไทยลดความขัดแย้ง โดยรูปแบบการสร้างความปรองดองก็ให้ใช้โมเดลที่ คณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธานได้สรุปผลการพิจารณาออกมา คือเริ่มต้นด้วยการนิรโทษกรรมคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ไม่รวมถึงการกระทำความผิดอาญาโดยเนื้อแท้ ความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชัน และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งต้องดำเนินการตามขั้นตอน โดยเท่าที่ได้ตรวจดูรายชื่อนักโทษที่ถุกคุมขังในเรือนจำต่างๆ ก็มีการแยกรายชื่อออกมาว่าใครบ้างที่อาจจะเข้าข่ายได้รับการนิรโทษ ก็มีการแยกออกมาไว้อย่างชัดเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องทำทีละขั้นตอน ไม่ใช่อยู่ดีๆ ไปทำข้ามขั้นตอนเลย เพราะก็มีบทเรียนคราวที่แล้ว ก็เคยพังมาแล้ว(ตอนรัฐบาลเพื่อไทยออกร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า จากที่เคยได้ไปร่วมพูดคุยฟังความเห็นจากตัวแทนกลุ่มต่างๆ เช่น เสื้อเหลือง อดีตพันธมิตรฯ -เสื้อแดง นปช.หรือกลุ่มกปปส. ตัวแทนที่ไปคุยมาด้วย เขาตกผลึกชัดเจนหรือยังว่า เอาด้วยกับแนวทางปรองดอง นิรโทษกรรม นายอดุลย์ เปิดเผยว่า เอาด้วยแน่นอน ตนคุยมาหมดแล้ว ก็มีคนมาช่วยประสานให้ด้วยเช่น นายประสาร มฤคพิทักษ์ -สุริยะใส กตะศิลา -จตุพร พรหมพันธุ์ ที่ช่วยประสานทุกฝ่าย ทุกคนช่วยกันมาก แม้แต่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี อดีตแนวร่วมนปช.เสื้อแดง ก็มาช่วยประสาน ก็ถูกด่ากันจากทั้งสองฝ่าย แต่ก็ทนมหาทนเลย เพราะต่างก็มุ่งหวังจะให้สังคมไทยสงบลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนที่มีชื่อมาร่วมประสานงานข้างต้น อย่างเช่น ที่ไปคุยกับแกนนำกปปส. อย่าง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็บอกผ่านมาว่า หากจะทำเรื่องนี้ ขอให้ได้กับประชาชนเป็นหลัก ให้ประชาชนได้&amp;nbsp; ไม่ต้องมาคำนึงถึงตัวเขา นายสุเทพ เขาก็ใจใหญ่ใจกว้าง ผมก็ยินดีมากที่ได้ยินแบบนี้ หรืออย่างตู่ จตุพร ก็บอกตลอดว่าเรื่องปรองดองที่หากจะทำกัน ไม่ต้องมาคำนึงถึงผม ให้ทำให้ถึงประชาชนทั่วไป เช่นเดียวกับอดีตแกนนำพันธมิตรฯ อย่างคุณพิภพ ธงไชย ก็พูดแบบเดียวกัน ทุกคนทุกสายพูดแบบเดียวกันหมด ว่าไม่ต้องคำนึงตัวเขา แต่ให้คำนึงตัวประชาชนที่ลำบาก ที่ติดคุกติดตะราง ครอบครัวลูกเมียก็ลำบาก หลายคนติดคุกมาหลายปีแล้ว ก็ควรให้โอกาสเขาเถอะครับ &amp;quot;นายอดุลย์ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์กล่าวอีกว่า จะสังเหตุเห็นได้ชัด ว่าเมื่อทางคณะกรรมการญาติวีรชนฯ เรียกร้องให้ทุกฝ่าย สมานฉันท์สามัคคี ตามแถลงการณ์ของคณะกรรมการญาติวีรชนฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็พบว่า ผ่านมาหลายวัน ไม่เห็นมีกระแสต่อต้านแนวทางนี้เลย มีแต่คนบอกว่า ได้เวลาต้องสมานฉันท์ เลิกม็อบ เลิกอะไรกันเสียที เพราะคนไทยเวลานี้ เบื่อหน่ายกับเรื่องนี้ เขามองข้ามเรื่องม็อบไปแล้ว ต่างมองไปที่ประเด็นเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังจากนี้เป็นประเด็นหลักไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำต่อไปว่า ข้อเสนอข้างต้นในเรื่องการสร้างความปรองดอง มองว่าหากมีการทำขึ้นมา จะเหมือนกับตอนสมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ในช่วงสงครามเย็นหรือไม่ นายอดุลย์กล่าวว่า ก็คล้ายกัน เหมือนกับที่พลเอกเปรม รัฐบุรุษได้ทำไว้ กับการออกคำสั่ง 66/23ที่ทำให้บ้านเมืองสงบมา จนถึงบัดนี้ คนที่ออกมา ก็ออกมาช่วยสร้างชาติ ทำให้เกิดความเจริญขึ้นมากมาย อันนี้ ก็เหมือนกัน มันได้เวลาสร้างชาติแล้ว ก็คล้ายกัน แต่สำคัญที่สุด ก็คือ ต้องรู้จักการให้อภัย การอโหสิซึ่งกันและกัน ตามธรรมเนียมประเพณีไทยที่มีมาแต่โบราณ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69753</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง, ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, นิรโทษกรรม, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.สุจินดา คราประยูร, อดุลย์ เขียวบริบุรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef545976b31f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2019 20:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2019 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ประธานญาติวีรชนพฤษภา 35 แนะบทบาทความเป็นผู้นำ ควรสื่อสารเพื่อสร้างความกลมเกลียวให้คนในชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค 62 - นายอดุลย์ เขียวบริบุรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่าจากการที่พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ออกมาระบุว่ามีขบวนการจ้องล้มสถาบัน เรื่องนี้ผบ.ทบ.ควรระมัดระวังในการแสดงความเห็น เพราะนอกจากผู้เสียสติหรือคนบ้าเท่านั้น ที่จะไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญกำหนดว่าพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ภายใต้กฏหมาย วันนี้ประชาชนทุกผู้ ทุกหมู่เหล่า ล้วนน้อมนำสิทธิอำนาจ ของตนถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยรักบูชา เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีด้วยกันทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เป็นที่กังขาว่าเหตุใดจึงได้มีการถกเถียงในหมวดที่ 1 ของรัฐธรรมนูญทั้งที่ประชาชนคนไทยทั้งชาติ อยากข้ามพ้นความขัดแย้ง ไม่ควรมีการกล่าวอ้างเรื่องรัฐธรรมนูญกับเรื่องสถาบันเลย &amp;quot; นายอดุลย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า เรารู้กันดีว่าทั่วโลกทุกประเทศ เศรษฐกิจฝืดเคือง คงไม่มีใครอยากต่อสู้กันยามนี้ วันนี้ประชาชนให้ความสำคัญกับปากท้อง ดังนั้นบทบาทผู้นำที่สื่อสารเพื่อสร้างความกลมเกลียวให้คนในชาติได้จึงจะสามารถเข้าไปนั่งในหัวใจประชาชนได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47912</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญาติวีรชนพฤษภา, บิ๊กแดง, ผบ.ทบ., อดุลย์ เขียวบริบุรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afbeb2961672.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
