<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดุลย์&#039;จวก7ปี&#039;ประยุทธ์&#039;สร้างความหายนะกับประเทศหนุนรุ่นใหม่ทวงคืนอนาคต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค. 2564 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา2535 และ แกนนำไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองว่า ที่ผ่านมาได้พยายามเสนอทางออกให้บ้านเมืองเพื่อให้หลุดพ้นจากความขัดแย้งทางการเมือง ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยประวัติศาสตร์จนเกิดความสูญเสียของทุกฝ่าย แต่บัดนี้รู้สึกสิ้นหวังเพราะผู้รับผิดชอบและผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่ได้ใส่ใจนำพาแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง &amp;nbsp;ที่สำคัญคือ มีหลักคิดแบ่งแยกประชาชน มองอำนาจคือธรรม ไม่ใช่ธรรมคืออำนาจ ใช้อาญาสิทธิ์กดทับปัญหา โดยลืมไปว่า ประชาชนที่ถูกกดขี่ หรือถูกปกครองด้วยความไม่เป็นธรรมนั้น ตายสิบเกิดแสน การแก้ปัญหาแก้แบบซื้อเวลาไปวันๆคิดว่าการใช้อำนาจจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้อีกไม่นานก็จบ โครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นธรรมแบบที่เป็นอยู่นี้ ไม่สามารถสืบทอดต่อไปในอนาคตได้อย่างแน่นอน และเมื่อถึงเวลานั้น การปฏิรูปอาจไม่ใช่คำตอบที่เพียงพอของสังคมแล้ว หรือผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมีปัญญาคิดแค่นี้ก็ไม่ทราบได้ แต่ขอบอกว่า กำลังคิดผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนฝ่ายการเมืองต่างๆ ก็ไม่ได้ตระหนักว่าระบบการเมืองที่เป็นอยู่ไม่สามารถตอบโจทย์และคลี่คลายความขัดแย้งลงได้ หนำซ้ำยังกำลังเตรียมการเลือกตั้งกันแล้ว บางพรรคก็รณรงค์สร้างคะแนนนิยมในลักษณะตอกลิ่มความขัดแย้งของประชาชน ทุกวันนี้ประชาชนแตกแยกและยังเผชิญหน้ากันแทบทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า &amp;nbsp;มีความผูกพันกับแกนนำผู้ชุมนุมทุกฝ่าย เพราะส่วนใหญ่เคยช่วยเหลือเกื้อกูลญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 มาโดยตลอด เมื่อการเมืองทำให้เกิดความแตกแยกทางความคิดเป็น2ขั้ว ตนก็รับเป็นกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ ให้โอกาสรัฐบาลคลี่คลายความขัดแย้ง และได้เสนอแนวทางสร้างความปรองดองให้รัฐบาลแล้วแต่ก็ไม่ได้ทำอะไร ตรงกันข้ามกลับผลักดันให้แกนนำทุกกลุ่มเข้า สู่สายพานมรณะ ทั้ง2ฝ่ายติดคุกติดตาราง ชีวิตลำบากเดือดร้อนกันอย่างไม่รู้จักจบสิ้น เป็นเรื่องที่ตนเศร้าใจมาก ส่วนการปฏิรูปประเทศก็ไม่ทำมีแต่สร้างวาทกรรมไปวันๆ ยิ่งทำให้ประเทศชาติถอยหลัง สิ่งที่ทุกฝ่ายคาดหวังก็ได้คำตอบชัดว่าโดนหักหลัง จึงตั้งกลุ่มไทยไม่ทนฯออกมาขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงจากตำแหน่งนายกฯเพราะเป็นบุคคลที่ตระบัดสัตย์ ล้มละลายทางความน่าเชื่อถือ ยิ่งอยู่ยิ่งจะสร้างปัญหาให้ประเทศชาติมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;7ปีที่พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจนอกจากไม่แก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองแล้วยังสร้างปัญหาใหม่ขึ้นอีก เป็น 7 ปีบนความหายนะของประเทศชาติ คนรุ่นเก่าอาจจะมองไม่เห็นทางออกแล้ว แต่คนรุ่นใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากความล้มเหลวในการบริหารประเทศของรัฐบาลทำให้อนาคตเขามืดมดเหมือนอนาคตถูกขโมยไปเขาจึงต้องลุกขึ้นมาทวงคืนอนาคตของตัวเอง &amp;nbsp;แม้บางครั้งอาจจะล้ำเส้นกฎหมายไปบ้าง แต่เมื่อความอยุติธรรมเป็นกฎหมาย การต่อต้านจึงเป็นหน้าที่ การใช้อำนาจทุกอย่างจัดการกับผู้เห็นต่างทางความคิดโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ยิ่งจะสร้างความคับแค้นเหมือนไฟสุมอยู่ในอก พร้อมปะทุขึ้นมาอีกได้ตลอดเวลา &amp;nbsp;อย่าลืมว่าเวลาเป็นของพวกเขา พวกเราเป็นไม้ใกล้ฝั่งเข้าไปทุกที หากเกิดวิกฤติถึงขั้นนองเลือดอีกครั้ง แล้วจะมีหลักประกันอะไรว่าจะเอาอยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า ประวัติศาสตร์ความขัดแย้งทางความคิดในสังคมไทยที่ทำให้นักศึกษาและประชาชนเข้าป่าจับปืนร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.)ก็เพราะรัฐไทยประเมินสถานการณ์ผิดคิดว่าการปราบปรามจะเอาอยู่ แต่ยังโชคดีที่ยุคพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกฯในขณะนั้นออกคำสั่ง 66/23 กำหนดให้มีการแก้ปัญหาความอยุติธรรมทางสังคม ให้คนเห็นต่างทางความคิดออกมาร่วมพัฒนาชาติไทยยุติความขัดแย้งทำให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ความสงบได้ แล้วยุคปัจจุบันรัฐบาลและผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้มีแนวทางที่จะขจัดความขัดแย้งทางความคิดอย่างไร มีแต่ซ้ำเติมเพิ่มปัญหารอวันปะทุซึ่งตนพยายามเตือนมาตลอดหากถึงวันนั้นอาจจะสายเกินไป ซึ่งตนจะไม่เรียกร้องกับรัฐบาลนี้อีกแล้ว แต่จะสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้ทวงคืนอนาคตของเขาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119969</URL_LINK>
                <HASHTAG>สร้างความหายนะ, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, แกนนำไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8ebf1e8ec4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนลุก! สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยกำลังเข้าสู่จุด chaos</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.64 - นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)ในประเทศไทยกำลังเข้าสู่จุด chaos&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือ กำลังเข้าสู่ความโกลาหลวุ่นวาย เนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อพุ่งเกินหมื่นราย ผู้เสียชีวิตร้อยรายต่อวัน เกินขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขจะรับได้ จำนวนเตียงผู้ป่วยทั้งสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนรองรับไม่เพียงพอ และยังมีผู้ติดเชื้อที่ยังไม่แสดงอาการแต่เข้าไม่ถึงการตรวจเชื้ออีกจำนวนมากจนต้องให้ผู้ติดเชื้อกักรักษาตัวที่บ้าน(Home Isolation) &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ป่วยหนักต้องดิ้นรนหาเตียงกันอย่างยากเย็น บางคนต้องนอนตายข้างถนน &amp;nbsp;สำหรับการล็อกดาวน์ 13 จังหวัด ปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ยิ่งซ้ำเติมความทุกข์ยากของประชาชน เพราะรัฐไม่ได้มีมาตรการเยียวยาอย่างทั่วถึง ประชาชนจึงอยู่อย่างสิ้นหวัง ความอดทนเกินขีดจำกัด จะเกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้นได้ &amp;nbsp;จึงเสนอแนวทางรับมือกับความโกลาหลดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ประชาชนต้องก้าวข้าม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปได้แล้ว เพราะหมดสิ้นสภาพความเป็นผู้นำประเทศ จากการบริหารจัดการโรคระบาดที่ผิดพลาดล้มเหลว ผู้คนหมดความเชื่อถือศรัทธาไม่เคารพ ไม่ให้เกียรติ เพราะเป็นบุคคลไร้ความสามารถ อวดฉลาด ขาดความรับผิดชอบ การระบาดที่หนักขึ้นเกิดจากความผิดพลาดของตัวเอง แต่กลับโยนความผิดให้ประชาชนมาโดยตลอด ประชาชนรู้สึกคับแค้นใจและกำลังก่นด่าทั้งบ้านเมือง อีกทั้งมีพฤติกรรมมารยาทที่น่ารังเกียจ อารมณ์แปรปรวน เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อเด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ ดังนั้นจึงไม่ควรเสียเวลากับบุคคลที่สิ้นสภาพไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เมื่อประชาชนหมดที่พึ่ง จึงต้องรู้รัก สามัคคี ปรองดองกัน ไม่แบ่งแยกสีเสื้อ แม้คิดต่างทางการเมืองก็ต้องร่วมแรงร่วมใจกันนำพาชาติบ้านเมืองผ่านวิกฤติให้ได้ ด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ใครแข็งแรงมีกำลังมากกว่าต้องช่วยเหลือแบ่งปันคนที่อ่อนแอกว่า บางคนร่วมเป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคมตามความสามารถของตน &amp;nbsp;ผู้นำชุมชนต้องนำพาพี่น้องประชาชนให้ลุกขึ้นมาช่วยตนเอง ตัวอย่างเช่น ชาวอำเภอหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ที่ร่วมกันก่อตั้งโรงพยาบาลสนามโดยไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการ และชุมชนอื่นๆที่ร่วมมือกันช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกันเพื่อให้รอดพันจากวิกฤติครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จากความผิดพลาดและไร้วิสัยทัศน์ในการจัดหาวัคซีน ทำให้วัคซีนมีไม่เพียงพอกับสถานการณ์ที่โรคระบาดกำลังทวีความรุนแรง และยังเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพต่ำไม่สมราคาที่ต้องจ่าย แผนการกระจายฉีดวัคซีนก็สับสนไร้ระบบ และอาจต้องถูกเลื่อนออกไปอีก ส่วนการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอาจไม่ทันการณ์ อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุข จะต้องระดมฉีดวัคซีนไม่ว่ายี่ห้อใดก็ตามให้ครอบคลุมให้มากที่สุด และเร่งรีบจัดหาวัคซีนหลักที่มีระสิทธิภาพต้านไวรัสกลายพันธุ์ ให้กับแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข &amp;nbsp; อสม. คนงาน &amp;nbsp;ภารโรง สัปเหร่อ ที่ทำงานด่านหน้า ทุกคนโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.แม้พล.อ.ประยุทธ์ จะหมดสภาพความเป็นผู้นำประเทศ แต่ รัฐมนตรี ข้าราชการ ทุกหน่วยงาน ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ จะต้องหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ตัวอย่าเช่น &amp;nbsp;ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่สั่งลดค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนพร้อมขยายเวลาผ่อนชำระหรือผ่อนจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษา แต่ก็ยังไม่เพียงพอแก้ไขความลำบากของประชาชน จึงเป็นโอกาสสุดท้ายของบรรดารัฐมนตรีทั้งหลาย จะได้มีโอกาสแก้ตัวแข่งกันช่วยเหลือประชาชนที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก เช่นประกาศยกเลิกเก็บค่าสาธารณูปโภค ไฟฟ้า น้ำประปา &amp;nbsp;อย่างน้อย 1 ปี จนกว่าโรคระบาดซาลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.วิกฤติครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากกลไกรัฐที่ล้มเหลว ตั้งแต่การระบาดที่สนามมวยลุมพินีจากรณีการจัดชกมวยที่ฝืนมติครม.การปล่อยให้แรงงานเถื่อน บ่อนการพนัน สถานบันเทิงผิดกฎหมาย ที่จ่ายส่วยสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐจนกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อ และไม่มีการลงโทษางอาญาแก่เจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิด &amp;nbsp;บริหารงานแบบ&amp;rdquo;รัฐราชการ&amp;rdquo; ที่ตั้งรับและวิ่งไล่ตามปัญหา ไม่มีการบูรณาการ ไร้ยุทธศาสตร์เชิงรุก &amp;nbsp; ยึดระเบียบขั้นตอนมากกว่าเป้าหมาย ขาดความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน และยังมีผลประโยชน์ทับซ้อน จึงต้องปฏิรูปประเทศ ทุกสถาบัน ทุกองค์กร และทุกด้าน เมื่อสถานการณ์และกาลเวลาผ่านไปจะต้องปรับตัว เพื่อให้ดำรงอยู่ได้และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ในสภาวะแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ประเทศชาติถดถอยล้าหลังและเผชิญกับวิกฤติไม่ได้ เนื่องมาจาก&amp;rdquo;กลุ่ม 3ป.&amp;rdquo; ยึดอำนาจเมื่อวันที่22พ.ค.2557 แล้วเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจตัวเอง ไม่สร้างความสามัคคีปรองดอง ไม่ปฏิรูปประเทศเพื่อวางรากฐานให้อนาคต เป็นการหลอกลวง ตระบัดสัตย์ และยังนำบุคคลที่มีมลทินมัวหมอง มีประวัติด่างพร้อยมานั่งในครม.ร่วมกันทุจริตคอร์รัปชัน เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใหญ่ไม่กี่ตระกูล จนเกิดความเหลื่อมล้ำในทุกด้าน สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส เมื่อถึงจุดเปลี่ยนประชาชนลุกขึ้นมาขับไล่ &amp;ldquo;กลุ่ม3ป.&amp;rdquo;และลิ่วล้อ จะต้องถูกเช็คบิล ไม่มีแผ่นดินอยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนฯ ยืนยันว่า ความผิดพลาดล้มเหลวไร้วิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์ คือผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว &amp;nbsp;เพราะเป็นผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.และเป็นผู้รวบอำนาจจากรัฐมนตรีทุกกระทรวงตามพระราชบัญญัติ31ฉบับ &amp;nbsp;มีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่กลับไม่มีภาวะผู้นำ ดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกไป แล้วให้ผู้นำคนใหม่เข้ามาปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาโรคระบาดจึงจะสามารถกอบกู้สถานการณ์กลับมาได้ แต่หากพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งหมดสภาพไปแล้วเหมือนซากศพเดินได้ยังกุมบังเหียนประเทศชาติต่อไป จะมีประชาชนล้มตายเป็นใบไม้ร่วงอีกเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110680</URL_LINK>
                <HASHTAG>อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, โควิด19, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae3d108de81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินสายเขย่า‘บิ๊กตู่’ ซัดใช้ม.112ฟ้องดะ ‘ดร.โสภณ’โดนแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;#39;อดุลย์-จตุพร&amp;#39; นำทัพไทยไม่ทนตีขนาบจุดตาย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ปลุกสำนึกชาติทหารผละเก้าอี้ ส.ว. กระตุกหยุดเป็นไม้ประดับค้ำบัลลังก์ให้ประยุทธ์ หลังงัด ม.112 ฟ้องดะประชาชน เพื่อประโยชน์ตนเองมากกว่าปกป้องสถาบัน จ่อคิวฟ้องต่อศาล รธน.-กกต. ขณะที่ &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; จัดอีกแจ้งความ &amp;quot;ดร.โสภณ&amp;quot; ผิด ม.112&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ที่กองบัญชาการกองทัพไทย แจ้งวัฒนะ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายวีระ สมความคิด และนายไทกร พลสุวรรณ นางพะเยาว์ อัคฮาด และหมู่อาร์ม ยื่นหนังสือถึง พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เรียกร้องให้ลาออกจากสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) รวมถึง พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหม, พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร., พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผบ.ทอ. หลังจากไปยื่นให้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีนายทหารเวรมารับหนังสือไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การลาออกดังกล่าวย่อมแสดงถึงจุดยืนอันมั่นคงตามหลักประชาธิปไตย และมุ่งรับใช้ประชาชนมากกว่าไปคุ้มครองผลประโยชน์ส่วนตนของพลเอกประยุทธ์ ที่สำคัญระบอบประยุทธ์ไม่ได้ทำหน้าที่ในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่กำลังมีภัยคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นหน้าที่หลักของผู้บัญชาการทหารเรือจึงต้องกลับมาทำหน้าที่สำคัญดังกล่าว&amp;rdquo; ใจความหนังสือระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอดุลย์กล่าวว่า หากจำได้เมื่อ 29 ปีที่แล้ว พวกเราต้องเจ็บปวด ครอบครัวเราสูญเสีย จนวันนี้คนที่สูญหายก็ยังไม่มาคืนเราเลย จึงอยากให้กองทัพไทยช่วยเหลือประเทศชาติ ช่วยเหลือประชาชน อย่าไปค้ำบัลลังก์ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะการทำเช่นนั้นทำให้ประเทศชาติเสียหายมาก และขอให้ช่วยกันปกป้องสถาบัน อย่าปล่อยให้เรื่องที่เกิดขึ้น นอกจากสถาบันจะเสื่อมเสียแล้วยังถูกลบหลู่อีก ขออย่าลืมคำปฏิญาณตนไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจตุพรกล่าวว่า ผบ.เหล่าทัพอย่าไปเป็นไม้ประดับทางการเมืองให้ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการเป็น สว. อีกทั้งการเป็น ผบ.เหล่าทัพ จะไม่มีเวลาไปประชุม ส.ว. และ ผบ.เหล่าทัพ ควรเอาเวลามาปฏิรูปกองทัพ รับใช้ประชาชน ตนมาอย่างไมตรี ยื่นหนังสือถึง ผบ.เหล่าทัพ หยุดค้ำบัลลังก์ นั่งร้าน ให้ พล.อ.ประยุทธ์ อย่าเป็นเครื่องประดับบารมี ให้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ที่ไม่ปกป้องสถาบัน และแบ่งแยกประชาชนออกจากสถาบัน และไม่สามารถทำหน้าที่ในการบริหารประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการเอาผิดประชาชน ตามมาตรา 112 หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยประกาศไม่ครบถ้วน ล่อลวงให้คนทำผิด โดยบอกว่าจะไม่เอาโทษมาตรา 112 แต่อธิบายไม่ครบ จากที่เคยให้อัยการสูงสุดเป็นโจทย์ฟ้องได้คนเดียว แต่ต่อมาก็ให้บริวารมาฟ้อง ม.112 ได้ จึงทำให้สถาบันเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง โดยวันที่ 1 มิ.ย. 64 จะไปยื่นหนังสือให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาหาทางออกให้ประเทศ และจะไปยื่น กกต ต่อไปด้วย&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ สน.นางเลิ้ง นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อแจ้งความดำเนินคดี ดร.โสภณ พรโชคชัย ในฐานะประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 เนื่องจากการโพสต์ข้อความมีลักษณะหมิ่นสถาบันและ ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แม้ว่าจะได้ลบโพสต์ไปแล้ว แต่การกระทำความผิดได้สำเร็จแล้ว เพราะเริ่มมีคนติดตามจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายเสกสกลกล่าวว่า มาตรา 112 ถอนแจ้งความหรือยอมความไม่ได้ เพราะเป็นอาญาแผ่นดิน ตนเองและทนายได้ทำในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และประชาชนคนไหนใครก็ตามที่เห็นโพสต์นี้ก็สามารถที่จะไปร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ที่ทุกสถานี ทุกโรงพักได้เพราะเป็นความผิดอาญาแผ่นดินยอมความไม่ได้ และถอนแจ้งความไม่ได้ และเรื่องนี้นายกฯ ไม่ได้สั่งการ แต่ทีมเราทำตามหน้าที่ ที่ต้องปกป้องสถาบันเบื้องสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศาลนัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล หมายเลขดำ ลศ.1/2564 ที่ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญากล่าวหา นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่, นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบรท์ และนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง แนวร่วมกลุ่มราษฎร เป็นผู้ถูกกล่าวหา จากกรณีโพสต์เฟซบุ๊กภาพนายไชยอมร หรือแอมมี่ และภาพถ่ายนายอรรพล นอนอยู่ในห้องเวรชี้ศาลอาญา ซึ่งเป็นการประพฤติตนไม่เหมาะสมในบริเวณศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีเมื่อวันที่ 8 มี.ค.2564 เวลาประมาณ 18.10 น. นายชินวัตรได้โพสต์เฟซบุ๊กชื่อ ไบรท์ ราษฎร เป็นภาพถ่ายของนายอรรถพล และนายชินวัตร นอนอยู่ในห้องเวรชี้ศาลอาญา และภาพนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ ผ่านระบบการประชุมทางจอภาพ หรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังพบว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 มี.ค.2564 พนักงานอัยการได้ส่งตัวฟ้องทั้ง 3 กับพวก รวม 18 คนต่อศาลอาญา ทั้งหมดเข้าห้องเวรชี้เพื่อรอสอบคำให้การ ปรากฏว่า ช่วงเวลา 13.07 น. ขณะที่ศาลเปิดระบบการประชุมทางจอภาพปรากฏภาพนายไชยอมรนั้น นายอนุรักษ์ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพนายไชยอมร ต่อมาเวลา 13.10 น. นายชินวัตรได้หยิบโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปตัวเองและนายอรรถพล อันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันนี้นายชินวัตรและนายอนุรักษ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2-3 ให้การรับสารภาพ การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2-3 จึงเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ศาลจึงมีคำสั่งว่า ให้ลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหาที่ 2-3 คนละ 15 วัน ปรับคนละ 500 บาท เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองไม่ปรากฏว่าเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 1 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104854</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ม.112, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, เดินสายเขย่าบิ๊กตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4f284d8bbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทยไม่ทน&#039; บุกกองทัพไทย จี้ ผบ.เหล่าทัพ เลิกเป็นนั่งร้านให้ &#039;ประยุทธ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.64 &amp;nbsp;- ที่กองบัญชาการกองทัพไทย แจ้งวัฒนะ กลุ่มไทยไม่ทน นำโดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ ,นายวีระ สมความคิด และนายไทกร พลสุวรรณ นางพะเยาว์ อัคฮาด &amp;nbsp;ยื่นหนังสือถึง พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เรียกร้องให้ลาออกจาก สมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึง พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหม , พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร., พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผบ.ทอ. หลังจากไปยื่นให พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุขผบ.ตร. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมี นายทหารเวร มารับหนังสือไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า หากจำได้เมื่อ 29 ปีที่แล้ว พวกเราต้องเจ็บปวด ครอบครัวเราสูญเสีย จนวันนี้ คนที่สูญหาย ก็ยังไม่มาคืนเราเลยจึงอยากให้ กองทัพไทยช่วยเหลือประเทศชาติ ช่วยเหลือประชาชน อย่าไปค้ำบัลลังก์ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะการทำเช่นนั้นทำให้ประเทศชาติเสียหายมาก และ ขอให้ช่วยกัน ปกป้องสถาบันอย่าปล่อยให้เรื่องที่เกิดขึ้น นอกจากสถาบันฯจะเสื่อมเสียแล้วยังถูกลบหลู่อีก ขออย่าลืมคำปฏิญาณตนฯไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายจตุพร กล่าวว่า ผบ.เหล่าทัพ อย่าไปเป็นไม้ประดับทางการเมืองให้ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการเป็น สว. อีกทั้ง การเป็น ผบ.เหล่าทัพ จะไม่มีเวลาไปประชุม สว. และ ผบ.เหล่าทัพ ควรเอาเวลามาปฏิรูปกองทัพ รับใช้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมาอย่างไมตรี ยื่นหนังสือถึง ผบ.เหล่าทัพ หยุดค้ำบัลลังก์ นั่งร้าน ให้ พล.อ.ประยุทธ์ อย่าเป็นเครื่องประดับบารมี ให้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกที่ไม่ปกป้องสถาบัน และแบ่งแยกประชาชนออกจากสถาบัน และไม่สามารถทำหน้าที่ในการบริหารประเทศได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวอีกว่า บทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการเอาผิดประชาชน ตาม มาตรา 112 หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยประกาศ ไม่ครบถ้วน ล่อลวง ให้คนทำผิด โดยบอกว่า จะไม่เอาโทษมาตรา 112 แต่อธิบายไม่ครบ จากที่เคยให้อัยการสูงสุด เป็นโจทย์ฟ้อง ได้คนเดียว แต่ต่อมา ก็ให้บริวาร มาฟ้อง ม.112 ได้ จึงทำให้สถาบันเสียทั้งขึ้นทั้งล่องโดยวันที่ 1 มิย. 64 จะไปยื่นหนังสือ ให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณา หาทางออกประเทศ และ จะไปยื่น กกต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104821</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, จตุพร, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4c6024517c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุกหนัก! &#039;ไทยไม่ทน&#039; บุกยื่น ทบ. จี้ &#039;บิ๊กบี้&#039; ลาออก ส.ว.หยุดค้ำบัลลังก์อำนาจประยุทธ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - เวลา 10.00 น. หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) กลุ่มไทยไม่ทน &amp;quot;คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย&amp;quot; นำโดย อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, จตุพร พรหมพันธ์, วีระ สมความคิด, เมธา มาสขาว, ไทกร พลสุวรรณ, นางพะเยาว์ อัคฮาด, หมู่อาร์ม ส.อ.ณรงค์ชัย, กุ๊ก นันทพงษ์ ปานมาศ ฯลฯเดินทางไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ลาออกจากการเป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง หยุดการรับใช้ระบอบประยุทธ์ เพื่อกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ เพื่อแก้วิกฤติชาติบ้านเมือง โดยมีนายทหารเวรประจำสำนักงานเลขานุการทบ. ออกมารับหนังสือบริเวณเกาะกลางถนน หน้า บก.ทบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ระบุว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวเปิดทางให้ ผบ.ทบ. ได้ใช้เวลาทั้งหมดทำหน้าที่หลักในการควบคุมดูแลบังคับบัญชากำลังพลของกองทัพบกในการป้องกันรักษาความมั่นคงของประเทศ หากท่านอยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกพร้อมกับมีสมาชิกภาพวุฒิสภาที่มีการประชุมสัปดาห์ละ 2 วัน ก็จะเบียดเบียนเวลาปฏิบัติหน้าที่ราชการทหาร อีกทั้งในยามเชื้อโรคร้ายโควิด-19 ระบาดรุนแรง ประชาชนทั่วหัวระแหงยังคอยรับความช่วยเหลืออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะสามัคคีประชาชนฯ เชื่อมั่นว่า ผบ.เหล่าทัพ สามารถลาออกจากสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่งได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๑ (๓) ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ รวมทั้งท่านจะไม่ตกเป็นที่ครหาทางการเมือง ในการใช้กองทัพไปค้ำบัลลังก์อำนาจของพลเอกประยุทธ์ ซึ่งมีที่มาทางการเมืองไม่ชอบธรรม ขัดหลักจริยธรรมการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นการลาออกดังกล่าว ย่อมแสดงถึงจุดยืนอันมั่นคงตามหลักประชาธิปไตย และมุ่งรับใช้ประชาชนมากกว่าไปคุ้มครองผลประโยชน์ส่วนตนของพลเอกประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวอีกว่า ในการแก้ไขสถานการณ์ โควิด-19 ยังสะท้อนให้เห็นว่าพลเอกประยุทธ์ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง จนกระทั่ง สถาบันวิทยาลัยจุฬาภรณ์ต้องลงมือจัดการเองในการบริหารจัดการวัคซีน นอกจากนั้นยังไม่รักษาสัจจะวาจาที่ให้ไว้กับประชาชน ตั้งแต่เคยสัญญาว่าจะไม่ปฏิวัติในที่สุดก็ปฏิวัติรวมไปถึงการสืบทอดอำนาจ อีกทั้งการป้องกันการปราบปรามการทุจริตที่ได้บอกว่าจะเข้าล้างสิ่งเหล่านี้ให้หมดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวันศุกร์ที่ 28 พ.ค. เวลา 10.00 น. กลุ่มไทยไม่ทน &amp;quot;คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย&amp;quot; จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยเช่นกัน เพื่อเรียกร้องให้ ผบ.ตร.ลาออกจากตำแหน่ง ส.ว. และในวันที่ 1 มิ.ย.2564 เดินทางไปยังกองบัญชาการกองทัพไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เนื่องจากกำกับดูแลภาพรวมของเหล่าทัพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104340</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย, บิ๊กตู่ลาออก, ผบ.ทบ., ส.ว., อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af1d8672876.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 20:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว &#039;ไทยไม่ทน&#039; เปิดชื่อม้าศึกตัวใหม่ แทน &#039;ม้าขาเป๋&#039; รบไปก็ไม่ชนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.64 - นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ผู้ก่อตั้งกลุ่มสามัคคีประชาชน หรือกลุ่ม &amp;quot;ไทยไม่ทน&amp;quot; กล่าวในเวทีอภิปรายออนไลน์ ตอนหนึ่งว่า มีคนถามเข้ามาว่าเราจะเปลี่ยนม้ากลางศึก หมายถึงเปลี่ยนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกไปท่ามกลางสถานการณ์โควิด เรื่องนี้กลุ่มสามัคคีประเทศไทยเคยตอบไปแล้ว การเปลี่ยนม้ากลางศึก ย่อมหมายถึงม้าศึกนั้น สมบูรณ์ คล่องแคล่วว่องไว เก่งกาจ สามารถนำพาการต่อสู้สำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่วันนี้ม้าตัวนี้ไม่พร้อมทำศึก พิการ ขาเสีย ขาเป๋ &amp;nbsp;ไม่สามารถโรมรันกับสถานการณ์โควิดได้ จึงเกิดสภาพอย่างวันนี้ &amp;nbsp;ดังนั้นออกไปเสียแล้วหานายกฯใหม่ที่มีความสามารถ ถ้าเป็นม้าสมบูรณ์ อย่างไรก็ดี กว่าพล.อ. ประยุทธ์ วันยังค่ำ เพราะปล่อยไว้ก็ไม่มีทางที่ม้าพิการตัวนี้จะทำศึกชนะได้ เราต้องหาม้าตัวใหม่ที่เหมาะสม การหาม้าตัวใหม่ก็ไม่ยาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่าเวลานี้เราไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เรายังใช้รัฐธรรมนูญฉบับเก่าที่ร่างโดยตัวเก่า ที่ทำให้เกิดพฤษภาทมิฬ คนตายคนหายจำนวนมาก แต่เรายังมีแคนดิเดตนายกฯ ให้เราเลือกอีกหลายคน ถ้าเอาม้าพิการตัวนี้ออกไป เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายอภิสิทธิ์ &amp;nbsp;เวชชาชีวะ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ &amp;nbsp;นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ เลือกเอาจะเอาใครก็ได้ ตนเชื่อว่าตัวเลือกที่เหลืออยู่นี้ อย่างไรก็ดีกว่าม้าพิการที่ทำความเสียหายอยู่ทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน กล่าวด้วยว่า ข้อเสนอของนายนิติธร ล้ำเหลือ กลุ่มประชาชนคนไทย มองข้ามช็อตคือน่าจะไปเลือกเอานายกฯ คนนอก ตามมาตรา 272/2 ซึ่งทำได้ แต่ยังไม่สมควรทำ เพราะกติกายังอยู่ ต้องเดินตามกติกาก่อน เพราะมีตั้ง 5 คนให้เลือก หากรัฐสภาเลือกไม่ได้ค่อยว่ากัน &amp;nbsp;ซึ่งนายกฯ คนใหม่ทำหน้าที่คือ บริหารจัดการสู้กับโควิด โดยเฉพาะเรื่องวัคซีน ที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจ เพราะเปิดประเทศได้เร็วเศรษฐกิจก็ฟื้นเร็ว รวมทั้งรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นสากล ปลดล็อกสิ่งชั่วร้ายที่เขียนไว้ ส.ว.จะอยู่ต่อก็อยู่ไป แต่ไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ท่านไม่รู้หรือว่าพล.อ.ประยุทธ์ ค้ากำไรเกินควร ตั้งเป็น ส.ว. แล้วต้องตอบแทน &amp;nbsp;เคยคิดหรือไม่ว่ามันเกินพอแล้ว เมื่อเห็นประเทศชาติเสียหายอย่างนี้ ต้องสำนึกในบุญคุณแผ่นดินและควรต้องคืนความดีให้แผ่นดินที่อาศัยได้เกิดเป็นคนไทย หรือว่าจะรอเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ไปแล้ว พวกท่านจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ ถูกก่นด่าสาปแช่งตลอดชีวิต สิ่งที่ผมหวังคือพรรคร่วมรัฐบาลยอมเสียสละถอดสลักสิ่งที่ทำให้ประเทศเดินต่อๆปไม่ได้ออกไปเสีย อย่าไปเอาเลยม้าขาเป๋ ม้าพิการที่รบไม่ได้ ท่านต้องสละแล้ว เพื่อเป็นการช่วยประเทศชาติ&amp;quot; นายอดุลย์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104293</URL_LINK>
                <HASHTAG>สามัคคีประชาชน, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ไทยไม่ทน, ไล่ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae3d108de81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 18:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>29 ปี พฤษภาทมิฬ ปลดล็อกเดินลงถนนร่วมกับลูกหลาน เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.64 - นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535&amp;nbsp; และเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มไทยไม่ทน ออกแถลงการณ์ 29 ปี พฤษภาประชาธรรม มีเนื้อหาระบุว่า เนื่องในโอกาส &amp;ldquo;ครบรอบ 29 ปี พฤษภาทมิฬ&amp;rdquo; ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่สร้างบาดแผลให้กับประเทศชาติ มีนิสิตนักศึกษาประชาชนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากเพื่อให้ได้ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ และเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของเผด็จการทหารและนักประชาธิปไตย จึงมีข้อสรุปและข้อเสนอดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ในช่วง 29 ปีเหตุการ์พฤษภาทมิฬที่ผ่านมา ไม่มีการเรียนรู้จากประวัติศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม การสูญเสียของประชาชน ประเทศย่ำอยู่กับที่และถอยหลังมากกว่าเดิม เพราะโครงสร้างอำนาจเผด็จการปรับตัวเป็นรัฐพันลึก ฝ่ายประชาธิปไตยประชาชนบางส่วนสมาทานกับระบอบอำนาจนิยมและจารีตนิยม ลดตัวลงเป็นทาสผู้ไม่ยอมปลดปล่อย เป็นเครื่องมือรับใช้นายทุน ขุนศึก ศักดินา ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ปฏิเสธเสียวของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีส่วนร่วมกับประเทศ ซึ่งวันหนึ่งพวกเขาจะรับมอบส่งต่อและต้องนำพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ในเชิงสร้างสรรค์ที่มีลักษณะพลวัตร ไม่อาจต้านกระแสธารแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ฝืนความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การเมืองในระบอบรัฐสภา ไม่สามารถต้านทานโครงสร้างอำนาจเผด็จการได้ ระบบรัฐสภากลายเป็นกลไกแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ ฝ่ายบริหาร &amp;ndash; นิติบัญญัติ- ตุลาการ กลายเป็นฐานค้ำโครงสร้างอำนาจเผด็จการ &amp;nbsp;การรุกกลับของฝ่ายอำนาจและจารีตนิยมปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งมาจากการเมืองในระบอบในรัฐสภาเองที่เป็นประชาธิปไตยเพียงแค่เปลือก นักการเมืองที่อ้างเสียงประชาชนเฉพาะวันเลือกตั้ง ระบบการเมืองที่ไม่สามารถคัดเลือกคนที่มีความคิดและทำเพื่อบ้านเมืองส่วนรวมเข้ามาได้ รัฐสภาจึงเต็มไปด้วยผู้มีอิทธิพลในแต่ละท้องถิ่น ขณะที่รัฐมนตรีก็คือหัวหน้าที่สามารถตั้งกลุ่มรวมก๊วน ส.ส.ให้ได้จำนวนไปต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีมานั่ง ไม่แปลกที่เราจะมีรัฐมนตรีที่ต้องคดียาเสพติดนั่งชูหน้าชูตา และถูกยกเครดิตให้เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ชี้ความเป็นความตายของรัฐบาลเป็นการเมืองน้ำเน่าที่วนอยู่ที่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. 29 ปี พฤษภาทมิฬ ประชาชนจึงขอไม่ทนอีกต่อไป จะปลดล็อกเดินลงถนนร่วมกับลูกหลานเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ ในฐานะตนซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สูญเสียลูกชายจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ&amp;rsquo;35 และเฝ้ามอง คาดหวังว่าประเทศจะต้องดีขึ้นสักวันด้วยสายตาและความคิดของคนที่เข้าสู่วัยชรา วันนี้ ครบ 29 ปีพฤษภาทมิฬให้ข้อสรุปว่าจะไม่ทนอีกแล้ว และขอยืนอยู่คนละฝั่งกับโครงสร้างอำนาจจารีตนิยมคนละฝั่งกับนักการเมืองและกลุ่มคนที่รับใช้&amp;rdquo;ระบอบประยุทธ์&amp;rdquo; โดยขออยู่เคียงข้างลูกหลาน เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะออกมาปฏิรูปประเทศและเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกจากตำแหน่ง เพราะยิ่งอยู่ยิ่งทำให้ประเทศเสื่อมถอย ยิ่งทำให้ประเทศหายนะ แม้ในช่วงที่ผ่านมาตนได้เคยประกาศว่าจะไม่ก่อม็อบ ไม่ลงถนน แต่วันนี้ จะขอร่วมขับเคลื่อนเป็นพลังคู่ขนาน หรือร่วมเป็นพลังหนึ่งเดียวกับลูกหลาน และพร้อมลงถนนในทุกสถานการณ์ เพื่อส่งต่อประเทศที่มีอนาคตให้กับลูกหลานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ข้อเสนอเพื่อฉันทามติขับไล่ประยุทธ์ คือ สนับสนุนรัฐบาลเพื่อการฟื้นฟูประเทศทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และเพื่อตัดวงจรระบอบประยุทธ์ ก็คือ การมีรัฐบาลเพื่อการฟื้นฟูประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจที่เสียหายจากวิกฤติโควิด &amp;ndash; 19 และการกัดกร่อนอันเนื่องมาจากระบอบประยุทธ์ ที่สร้างสังคมแห่งความเหลือมล้ำ รวมถึงฟื้นฟูระบบการเมืองที่ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะข้อเรียกร้องของกลุ่มคนรุ่นลูกหลาน ทั้งนี้ผู้นำรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีเพื่อการฟื้นฟูประเทศหรือรัฐบาลช่วยชาติ ควรมีคุณสมบัติเบื้องต้นคือมีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ และประชาชนหรือสังคมเห็นพ้องถึงความมุ่งมั่น เจตนารมณ์ ที่จะนำพาประเทศหลุดออกจากวังวนของปัญหา ซึ่งตนยืนยันว่า &amp;nbsp;กรุงศรีอยุธยา ราชธานีไทย ถึงเคยแตกแหลกไป ก็ไม่สิ้นคนดี วันนี้ก็เช่นกัน ประเทศไทย มีประชากร 70 กว่าล้านสามารถที่จะหานายกรัฐมนตรีที่เป็นคนดีได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103221</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาธิปไตย, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606afe4bafea2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
