<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัชนีผู้บริโภคขยับ ลุ้นเลือกตั้ง‘อบต.’ กระตุ้นเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ก.ย.64 ปรับตัวดีขึ้นในรอบ 7 เดือน อานิสงส์จากคลายล็อก-ฉีดวัคซีนทั่วถึง สวนทางกับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ยังลดต่อเนื่องต่ำสุดในรอบ 33 เดือน กังวลสถานการณ์ระบาดโควิด-น้ำท่วม-ราคาน้ำมัน หวังเลือกตั้ง อบต.เงินสะพัด 2-3 หมื่นล้าน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากผลของการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนกันยายน 2564 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นทุกรายการ ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม 35.5 ปรับตัวดีเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนสิงหาคม ที่อยู่ในระดับ 33.8 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม อยู่ที่ระดับ 37.8 เพิ่มจากเดือนที่ผ่านมา ที่อยู่ในระดับ 36.3 และ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 50.8 เพิ่มจากเดือนที่ผ่านมา ที่อยู่ในระดับ 48.6&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากจำนวนผู้ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มากขึ้นและทั่วถึง รวมทั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 29 จังหวัดที่ครอบคลุมขนาดเศรษฐกิจประมาณ 80% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศของไทย (จีดีพี) ส่งผลให้ประชาชนและภาคธุรกิจมีการจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยวมากขึ้น จึงทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นทุกตัว อย่างไรก็ตาม มุมมองผู้บริโภคน่าจะดีกว่านี้ถ้าไม่มีปัจจัยมาแทรก ได้แก่ สถานการณ์น้ำท่วม ราคาน้ำมันที่ทะลุเกิน 30 บาทต่อลิตร สถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่นิ่ง ทั้ง 3 ปัจจัยเหล่านี้ยังเป็นตัวกดดันที่ทำให้ดัชนีเชื่อมั่นในอนาคตขยายตัวได้น้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวรรธน์กล่าวว่า ด้านดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยประจำเดือน ก.ย.2564 อยู่ที่ระดับ 19.4 ลดลงจากในเดือน ส.ค. 2564 ที่ระดับ 19.8 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 33 เดือน และปรับตัวลดลงในทุกภาค ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ที่ 18.9 ลดลงจากเดือนสิงหาคมที่อยู่ในระดับ 19.4, &amp;nbsp;ภาคกลาง อยู่ที่ 20.3 ลดลงจากระดับ 20.8, ภาคตะวันออก อยู่ที่ 23.2 ลดลงจากระดับ 23.7, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ 19.5 ลดลงจากระดับ 19.8, &amp;nbsp;ภาคเหนือ อยู่ที่ 18.9 ลดลงจากระดับ 19.3 และภาคใต้ อยู่ที่ 16.5 ลดลงจากเดือน ส.ค. ที่อยู่ในระดับ 16.9&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ดัชนีลดลง มาจากความวิตกกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในหลายพื้นที่ และความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาค่าครองชีพ ราคาสินค้ายังทรงตัวในระดับสูง รวมถึงราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกชนิด ขณะที่ปัจจัยบวก เป็นเรื่องของการผ่อนคลายมาตรการในพื้นที่สีแดงเข้ม เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศเริ่มลดลง คณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.50% การส่งออกไทยที่เพิ่มขึ้น และราคาพืชผลเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเสนอให้รัฐบาลเร่งผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น เร่งจัดหาวัคซีนให้เพียงพอ เปิดประเทศแบบมีมาตรการที่รัดกุม และเตรียมแผนรับมือน้ำและกักเก็บน้ำให้สมดุล&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวรรธน์กล่าวว่า สิ่งที่ต้องจับตาคือการหาเสียงการเลือกตั้งท้องถิ่น เชื่อว่าการใช้เงินน่าจะตกอยู่ที่ 2-3 หมื่นล้านบาท อาจจะช่วยผลักสถานการณ์เศรษฐกิจคึกคักได้บ้าง และถ้ารัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมที่ชัดเจน ทำให้มีเม็ดเงินเข้ามาอัดฉีดในระบบมากขึ้น เศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสจะโตได้ 1-1.5%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119104</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนวรรธน์ พลวิชัย, ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffc39995ead.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดทุบเชื่อมั่น ดิ่งสุดรอบ23ปี หวังปีหน้าดีขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.หอการค้าไทยเผย ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 275 เดือน หรือ 22 ปี 11 เดือน กังวลในวิกฤตโควิด-19 และการล็อกดาวน์ ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย &amp;nbsp;ลุ้นฉีดวัคซีนทั่วประเทศ การผ่อนคลายล็อกดาวน์ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 กันยายน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวลดลงจากระดับ 40.9 เป็น 39.6 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 275 เดือน หรือ 22 ปี 11 เดือน นับตั้งแต่ทำการสำรวจในเดือน ต.ค.41 เป็นต้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวรรธน์ระบุว่า การที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงเห็นว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงย่ำแย่จากวิกฤตโควิด-19 ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบในเชิงลบอย่างมากต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก ธุรกิจโดยทั่วไป &amp;nbsp;และการจ้างงานในอนาคต โดยบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 33.8, 36.3 และ 48.6 ตามลำดับ โดยปรับตัวลดลงทุกรายการเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือน ก.ค.ที่อยู่ในระดับ 35.3, &amp;nbsp;38.0 และ 49.6 ตามลำดับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่าผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคตอย่างมาก เพราะมีความกังวลในวิกฤตโควิด-19 รอบใหม่ในประเทศไทยและทั่วโลก ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสปรับตัวแย่ลงได้ในอนาคต ซึ่งจะทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคลดลงในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงอีกครั้ง สะท้อนว่าผู้บริโภคยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โควิดในประเทศไทยและทั่วโลกว่า จะส่งผลกระทบต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ โดยต้องติดตามเรื่องการฉีดวัคซีนทั่วประเทศ การแพร่ระบาดโควิดรอบที่ 4 &amp;nbsp;ตลอดจนรัฐบาลจะมีการประกาศผ่อนคลายล็อกดาวน์เพิ่มเติมหรือไม่ &amp;nbsp;รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในอนาคต เหล่านี้จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้นจากระดับที่คาดการณ์ไว้ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ที่คาดว่าขยายตัว 0 ถึง -2% มาอยู่ที่ขยายตัว 0 ถึง 2%
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สัญญาณเศรษฐกิจดีขึ้น ทำให้เชื่อว่าจีดีพีปีนี้จะกลับมาเป็นบวกได้ &amp;nbsp;หรืออยู่ในกรอบ 0.8-1.2% โดยมาจากการที่โควิดคลายตัวลง และต้องไม่มีการล็อกดาวน์ซ้ำ เพราะสิ่งที่ประชาชน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการมีความกังวล คือการล็อกดาวน์และไม่สามารถเปิดเมืองได้ แต่หากรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการต่างๆ จะทำให้มีเม็ดเงินสะพัดในไตรมาส &amp;nbsp;4 นี้ประมาณ 3.5-5 หมื่นล้านบาท&amp;rdquo; นายธนวรรธน์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116211</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนวรรธน์ พลวิชัย, ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ, ม.หอการค้าไทยเผย, วิชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_6073bae69026e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัชนีเชื่อมั่นดิ่งสุด ชงกู้เพิ่ม1ล้านล. หุ้นก.ค.ร่วง4.1%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นเดือน ก.ค.ต่ำสุดรอบ 22 ปี 10 เดือน เหตุโควิดระบาดยังไม่หยุด เสี่ยงทำจีดีพีติดลบ 2% ชงรัฐกู้เพิ่ม 5 แสน-1 ล้านล้าน ตลท.เผยเดือน ก.ค.64 ดัชนีหุ้นไทยลดลง 4.1% แต่เพิ่มขึ้น 5% จากต้นปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงผลการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนกรกฎาคม 2564 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 35.3, 38.0 และ 49.6 ตามลำดับ โดยปรับตัวลดลงทุกรายการเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนมิถุนายน ที่อยู่ในระดับ 37.3, 40.0 และ 52.1 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่าผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคตอย่างมาก เพราะมีความกังวลในวิกฤติโควิดรอบใหม่ในประเทศไทยและทั่วโลก ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสปรับตัวแย่ลงได้ในอนาคต ซึ่งจะทำให้รายได้ของผู้บริโภคลดลงในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การปรับตัวลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการในเดือนนี้ ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงจากระดับ 43.1 เป็น 40.9 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 274 เดือน หรือ 22 ปี 10 เดือน นับตั้งแต่ทำการสำรวจในเดือนตุลาคม 2541 เป็นต้นมา การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงมองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังย่ำแย่จากวิกฤติโควิด-19 ในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบในเชิงลบอย่างมากต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก ธุรกิจโดยทั่วไป และการจ้างงานในอนาคต โดยบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวรรธน์กล่าวว่า ต้องติดตามของการฉีดวัคซีนทั่วประเทศในเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป การแพร่กระจายของโควิดรอบที่ 4 ว่าจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และจะควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดได้รวดเร็วเพียงไร รัฐบาลจะมีการประกาศล็อกดาวน์เพิ่มเติมหรือไม่และอย่างไร ตลอดจนรัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคตเพิ่มเติมหรือไม่และมากน้อยเพียงใด จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในอนาคตได้ และอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัว 0-2% ขณะที่มีการขยายพื้นที่ล็อกดาวน์ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ 3-5 แสนล้านบาท ตอนนี้ต้องหวังให้สามารถคุมสถานการณ์จบใน 1 เดือน แต่ถ้ายังดำเนินการไม่ได้ รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม 5 แสนถึง 1 ล้านล้านบาท เพื่อออกมาตรการเยียวยาเพิ่ม เพื่อประคองเศรษฐกิจไม่ให้ได้รับผลกระทบมากกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2564 ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,521.92 จุด ลดลง 4.1% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า ส่วนช่วง 7 เดือนแรกปี 2564 ปรับเพิ่มขึ้น 5% ถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ในภูมิภาค โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่าดัชนีหุ้นไทยเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 คือ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มเทคโนโลยีกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง และกลุ่มบริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 84,941 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน 7 เดือนแรกมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 96,388 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ขายสุทธิ 17,741 ล้านบาท และในช่วง 7 เดือนแรกปี 2564 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวม 95,558 ล้านบาท โดยนักลงทุนในประเทศมีสถานะซื้อสุทธิ 129,185 ล้านบาท นอกจากนี้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นักลงทุนในประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดมาอย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112349</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนวรรธน์ พลวิชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่น, อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, เหตุโควิดระบาดยังไม่หยุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffc39995ead.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
