<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับต่อเนื่องแรงงานต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย เผยยอดทะลุกว่า 6,500 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมการจัดหางาน เผยตรวจจับดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวทำงานผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง พร้อมเผยดำเนินคดีไปแล้ว จำนวน 6,647 คน ส่งกลับประเทศต้นทาง 6,529 คน ขณะที่ดำเนินคดีนายจ้างไปแล้ว 1,420 ราย/แห่ง รวมค่าปรับนายจ้างและแรงงานต่างด้าว กว่า 41 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.62 - นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้มีนโยบายกวาดล้างแรงงานต่างด้าวที่ทำงานผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยได้สั่งการให้กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ และสำนักงานจัดหางานจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวทำงานเป็นจำนวนมาก เช่น สมุทรสาคร ปทุมธานี สมุทรปราการ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี สงขลา เชียงใหม่ กรุงเทพมหานคร อาทิ เขตห้วยขวาง เขตสุขุมวิท เป็นต้น ซึ่งมีสถิติการลักลอบทำงานสูง ให้จัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายปกครองตรวจเข้มการทำงานของแรงงานต่างด้าวและดำเนินคดีอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด ซึ่งตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2561 &amp;ndash; 18 มิถุนายน 2562 ได้ตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างด้าวไปแล้ว จำนวน 417,546 คน และดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือขายสินค้า ขายอาหารตามแผงต่างๆ ขายของหน้าร้าน รวมทั้งเร่ขายสินค้า และงานอื่น ๆ ได้แก่ พนักงานรักษาความปลอดภัย วินมอเตอร์ไซต์ นวดแผนไทย และเสริมสวย ซึ่งเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำตามกฎหมาย จำนวน 6,647 คน ส่วนใหญ่เป็นสัญชาติเมียนมามากที่สุด 4,250 คน รองลงมาเป็นกัมพูชา 1,050 คน ลาว 665 คน เวียดนาม 349 คน และอื่นๆ 333 คน โดยได้เปรียบเทียบปรับแรงงานต่างด้าว คิดเป็นเงินค่าปรับ จำนวน 28,845,200 บาท ผลักดันส่งกลับประเทศต้นทางแล้ว จำนวน 6,529 คน ขณะที่ตรวจสอบนายจ้าง/สถานประกอบการไปแล้ว 25,273 ราย/แห่ง &amp;nbsp;ดำเนินคดี 1,420 ราย/แห่ง &amp;nbsp;คิดเป็นเงินค่าปรับ จำนวน 12,225,400 บาท รวมค่าปรับทั้งนายจ้างและแรงงานต่างด้าวทั้งสิ้น 41,070,600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แรงงานต่างด้าวต้องมีใบอนุญาตทำงานและทำงานตรงกับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต โดยงานที่ทำต้องไม่ใช่งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำหรือนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 5,000-50,000 บาท หากผู้ใดพบเห็นคนต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบต่อไป&amp;rdquo; นางเพชรรัตน์ฯ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39017</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย, นายจ้าง, อธิบดีกรมการจัดหางาน, เพชรรัตน์ สินอวย, แรงงานต่างด้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b2480e432e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2019 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2019 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรงงานไทยแห่สมัครทดสอบภาษาเกาหลี เพื่อไปทำงานเกาหลีใต้ กว่า 12,000 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมการจัดหางาน &amp;nbsp;เผยยอดผู้สมัครทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน (Point System) เพื่อไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลี ใน 4 ศูนย์การรับสมัคร จำนวน 12,418 คน พบสมัครในภาคอุตสาหกรรมการผลิตมากสุด 6,281 คน ขณะที่ยอดการสมัครที่ศูนย์การรับสมัครอุดรธานีมากสุด 5,207 คน กำหนดเปิดทดสอบความสามารถภาษาเกาหลีประมาณเดือนกรกฎาคมนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.62- นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า จากการที่กรมการจัดหางานได้เปิดรับสมัครทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน (Point System) ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 7-9 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น ปรากฎว่า มีผู้มาสมัครทดสอบใน 4 ศูนย์การรับสมัครจำนวนทั้งสิ้น 12,418 คน โดยศูนย์การรับสมัครจังหวัดอุดรธานีมากสุดจำนวน 5,207 คน รองลงมาศูนย์ฯ นครราชสีมา 2,465 คน ศูนย์ฯ กรุงเทพมหานคร 2,429 คน และศูนย์ฯ ลำปาง 2,317 คน ตามลำดับ ขณะที่อาชีพที่มีผู้สมัครมากสุดคืออุตสาหกรรมการผลิต 6,281 คน รองลงมาภาคเกษตร/ปศุสัตว์ 3,886 คน และภาคก่อสร้าง 2,251 คน ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยการทดสอบความสามารถภาษาเกาหลีจะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม2562นี้ ซึ่งผู้ผ่านการทดสอบภาษาเกาหลีจะต้องเข้ารับการทดสอบทักษะการทำงานทุกคน และผู้มีรายชื่อผ่านเกณฑ์การทดสอบจะมีสิทธิยื่นใบสมัครไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลีตามระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (EPS) ซึ่งกรมการจัดหางานจะบันทึกข้อมูลลงในระบบบัญชีรายชื่อส่งให้ทางการเกาหลีตรวจสอบและเสนอรายชื่อให้นายจ้างเกาหลีพิจารณาคัดเลือกต่อไป โดยในปี 2562 นี้ นายจ้างเกาหลีต้องการคนไทยไปทำงานประมาณ 6,800 คน แบ่งเป็นประเภทกิจการอุตสาหกรรมการผลิตประมาณ 4,800 คน กิจการเกษตรและปศุสัตว์ประมาณ 1,000 คน และกิจการก่อสร้างประมาณ 1,000 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; เตือนอย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างว่าสามารถช่วยให้ไปทำงานเกาหลีใต้ได้ เพราะทุกอย่างต้องผ่านระบบการสอบทุกขั้นตอน และนายจ้างเกาหลีจะเป็นผู้พิจารณาคัดเลือก ซึ่งผู้ที่ผ่านการทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน (Point System) จะมีชื่ออยู่ในบัญชี 2 ปี กรณีไม่มีนายจ้างคัดเลือกภายใน 1 ปี กรมการจัดหางานจะต่ออายุบัญชีรายชื่อให้ปีที่ 2 โดยไม่ต้องสมัครทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน (Point System) ใหม่ &amp;quot;นางเพชรรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกภาพ อินทะนู อายุ 23 ปี จาก ต.คอนสาย อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี เป็นอีกคนหนึ่งที่สมัครทดสอบในครั้งนี้ โดยเล่าว่า &amp;ldquo;เคยลักลอบทำงานที่เกาหลีใต้ ต้องเคลื่อนย้ายสถานที่ทำงานตลอด ทำงานอุตสาหกรรมบ้างเกษตรบ้าง บางครั้งนายจ้างก็ไม่จ่ายเงินด้วย จึงขอฝากว่าอย่าไปแบบผิดกฎหมาย เพราะสวัสดิการก็ไม่มี ต้องลำบาก สมัครสอบไปทำงานอย่างถูกต้องดีกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38264</URL_LINK>
                <HASHTAG>อธิบดีกรมการจัดหางาน, เกาหลี, แรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190611/image_big_5cff52757deca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บิ๊กแรงงาน” ห่วงคนงานไทยถูกลอยแพในต่างแดน สั่งคุมเข้มตรวจสอบ จับกุมผู้กระทำผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการจัดหางาน เผยยอดเดือนมีนาคมสกัดกั้นผู้ลักลอบไปทำงานต่างประเทศ 261 คน เป็นเกาหลีใต้มากสุด 213 คน ขณะที่มีคนหางานเดินทางไปทำงานต่างประเทศผ่านด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิจำนวน 6,137 คน ส่วนใหญ่นิยมไปไต้หวันมากที่สุดถึง 2,096 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 62 -นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องคนงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศเกรงว่าจะถูกหลอกเสียเงินฟรี และยังถูกลอยแพอยู่ในต่างประเทศเพราะไม่มีงานให้ทำ ต้องอยู่อย่างหลบซ่อน โดยได้สั่งการให้ด่านตรวจคนหางานของกรมการจัดหางานเฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างเข้มงวด ซึ่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น กรมการจัดหางานได้ระงับการเดินทางของผู้ที่มีพฤติการณ์จะลักลอบไปทำงานในต่างประเทศและให้การยอมรับว่าจะไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 261 คน โดยระงับไปเกาหลีใต้มากที่สุด 213 คน คิดเป็นร้อยละ 81.61 ของผู้ที่ถูกระงับการเดินทาง รองลงมาเป็นบาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน และอิหร่าน ตามลำดับ ขณะที่มีคนหางานเดินทางไปทำงานต่างประเทศผ่านด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิ จำนวน 6,137 คน ยังคงนิยมไปไต้หวันมากที่สุด จำนวน 2,096 คน คิดเป็นร้อยละ 34.16 รองลงมาเป็นเกาหลีใต้ อิสราเอล ญี่ปุ่นตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพฤติกรรมการหลอกลวงนั้นพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพยังคงนิยมใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการโฆษณาชักชวนให้ไปทำงานในต่างประเทศโดยผิดกฎหมาย และขอย้ำเตือนว่าผู้ใดหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ โดยคนหางานสามารถสอบถามข้อมูลการไปทำงานต่างประเทศหรือแจ้งเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่1-10 หรือที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน โทร. 0-2248-4792 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน นางเพชรรัตน์ฯ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33361</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการจัดหางาน, คนงานไทย, อดุลย์ แสงสิงแก้ว, อธิบดีกรมการจัดหางาน, เกาหลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cad9e6907784.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 21:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 21:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอนวด-ช่างตัดผม&#039;เฮ! ห้ามต่างด้าวทำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2561 - นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผู้ประกอบการและนายจ้างเรียกร้องให้ปลดล็อกอาชีพสงวนบางอาชีพ ว่าหลังเปิดเวทีรับฟังความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรับฟังความเห็นผ่านเว็บไซต์ของกรม สามารถสรุปผลแยกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่ม 1.ไม่เป็นงานห้ามอีกต่อไป 2 งาน ประกอบด้วย งานกรรมกร และงานก่ออิฐ ช่างไม้ ช่างก่อสร้างอื่นๆ กลุ่มที่ 2.ให้ต่างด้าวทำได้ 10 งาน และกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มงานห้ามเด็ดขาดมี 28 งาน อาทิ งานแกะสลักไม้ &amp;nbsp;ขับขี่ยานยนต์ ขายของหน้าร้าน เจียระไนหรือขัดเพชรพลอย งานตัดผม ดัดผม เสริมสวย งานมัคคุเทศก์ นำเที่ยว เร่ขายสินค้า โดยเพิ่มงานนวดไทย เป็นงานห้ามใหม่ 1 อาชีพ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกงานที่ให้ทำจะเพื่อบรรเทาความขาดแคลนเท่านั้น โดยยึดหลัก 3 ประการ ต้องไม่เป็นภัยความมั่นคง ไม่กระทบการมีงานทำของคนไทย และจะอนุญาตเท่าที่จำเป็น งานใดที่มีคนไทยทำเพียงพอแล้ว จะไม่ให้ต่างด้าวทำ โดยเฉพาะขายของหน้าร้าน กับงานตัดผม เสริมสวย ซึ่งขณะนี้ได้สรุปความเห็นจากจากทุกภาคส่วน เพื่อนำเสนอต่อ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณาในวันที่ 28 พ.ค. เพื่อนำเข้าขอความเห็นชอบในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ก่อนออกประกาศเป็นกฎกระทรวง และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้มีผลบังคับใช้ภายใน 30 มิ.ย. เพื่อให้สอดรับกับ 1 ก.ค. ที่กฎหมายใหม่จะมีผลบังคับใช้&amp;rdquo;นายอนุรักษ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10118</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกจ., นายจ้าง, ปลดล็อก, ผู้ประกอบการ, อธิบดีกรมการจัดหางาน, อนุรักษ์ ทศรัตน์, อาชีพสงวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0abc6dd71a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
