<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมควบคุมโรคแนะเคล็ดไม่ลับ!ลดเสี่ยงป่วยอาหารเป็นพิษ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 &amp;ndash; นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้เฝ้าระวังการป่วยจากโรคอาหารเป็นพิษ (Food Poisoning) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรคนี้มักจะเกิดขึ้นจากการกินอาหารร่วมกันของคนจำนวนมาก และมีอาการเจ็บป่วยในเวลาไล่เลี่ยกัน ในปีนี้ได้รับรายงานเกิด 2 เหตุการณ์ ได้แก่ อ.ภูซาน จ.พะเยา เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2564 พบผู้ป่วยทั้งหมด 200 ราย และครั้งล่าสุดที่ อ.ภูเพียง จ.น่าน เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2564 กรมควบคุมโรคได้ส่งทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่ ควบคุมป้องกันโรคร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน และโรงพยาบาลส่งเสริมตำบลในพื้นที่ พบผู้ป่วยทั้งหมด 130 ราย ในจำนวนนี้อาการรุนแรงต้องรักษาในโรงพยาบาลน่าน &amp;nbsp;30 ราย ที่เหลืออาการป่วยไม่มาก &amp;nbsp;พบสาเหตุเกิดมาจากรับประทานอาหารชนิดเดียวกัน คือ ข้าวขาหมู บรรจุในกล่องพลาสติก ที่ได้รับแจกมาจากในงานฌาปณกิจศพ &amp;nbsp;หลังรับประทานมีอาการท้องเสีย อาเจียน ไข้ หนาวสั่น ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการตัวอย่างอาหาร พบเชื้อแบคทีเรียก่อโรค 2 ชนิด คือ เชื้อสแตปออเรียส (S. aureus) พบในน้ำจิ้มและผักดอง และพบเชื้อ อี.โคไล (E.coli) ในไข่และในอาเจียนของผู้ป่วย รักษาหายทุกคน ไม่มีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคอาหารเป็นพิษ &amp;nbsp;เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือพยาธิและสารพิษทั้งจากพืช สัตว์ สารเคมี หรือโลหะหนัก ภายในระยะเวลาอย่างน้อย 2-6 ชั่วโมง หรือ 2-3 วัน ผู้ที่ป่วยมักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำหรือมีมูกเลือด ปวดมวนท้องถ่าย ปวดศีรษะ คอแห้งกระหายน้ำ อาจมีไข้ร่วมด้วย ความรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่รับเข้าไป หากเกิดในผู้สูงอายุ อาจทำให้ขาดน้ำถึงขั้นช็อกหมดสติได้ การช่วยเหลือเบื้องต้น ให้ผู้ป่วยดื่มสารละลายผงเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้นให้รีบพาไปพบแพทย์ทันที ซึ่ง ORS ประชาชนสามารถเตรียมเองได้ง่ายๆ โดยเติมน้ำตาลทราย 6 ช้อนชา &amp;nbsp;และ เกลือครึ่งช้อนชา ผสมกับน้ำสะอาด 1 ลิตร (1,000 ซีซี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาสกล่าวอีกว่า &amp;nbsp;วิธีการลดความเสี่ยงป่วยและป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ ขอให้ประชาชน ยึดหลัก &amp;ldquo;สุก ร้อน สะอาด&amp;rdquo; โดยรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ไม่รับประทานอาหารดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ อาหารที่เก็บไว้นาน 2 ชั่วโมง ต้องนำมาอุ่นร้อนให้ทั่วถึงก่อนรับประทานทุกครั้ง เลือกบริโภคอาหาร น้ำและน้ำดื่มที่สะอาดมีเครื่องหมาย อย. ล้างมือด้วยน้ำสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำหรือสัมผัสสิ่งสกปรกทุกครั้ง รวมถึงผู้ปรุงอาหารต้องล้างมือให้สะอาดก่อนปรุงประกอบอาหารทุกครั้ง หากมีบาดแผลที่มือควรเลี่ยงการสัมผัสอาหารหรือควรสวมถุงมือทุกครั้ง อาหารกล่องควรแยกกับและข้าวออกจากกัน ให้ระวังเรื่องการจัดเตรียมอาหารเป็นพิเศษในกรณีที่มีการประกอบอาหารจำนวนมาก ผู้ปรุงและผู้สัมผัสอาหารควรใส่หน้ากากอนามัย สวมถุงมือ &amp;nbsp;และเลือกซื้อวัตถุดิบที่สดสะอาดและมีคุณภาพ รวมทั้งไม่ทำข้าวกล่องประเภทรายการอาหารที่เกิดการบูดเสียง่าย เช่น ข้าวมันไก่ &amp;nbsp;ข้าวขาหมู &amp;nbsp;ขนมจีน เป็นต้น
ส่วนประชาชนผู้บริโภค ให้เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ อาหารที่เก็บไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง ต้องนำมาอุ่นให้ทั่วถึงก่อนรับประทานทุกครั้ง ไม่ควรทานอาหารที่มีกลิ่นผิดปกติ &amp;nbsp;ควรล้างผักและผลไม้ก่อนนำมารับประทานทุกครั้ง บริโภคน้ำดื่มและน้ำแข็งที่สะอาดได้มาตรฐานผ่าน อย. และล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังจากเข้าห้องน้ำทุกครั้ง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ขอให้หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีการชุมนุมกันมากๆ เช่น งานสังสรรค์รับประทานอาหาร หรืองานบุญต่างๆ และเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน อาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงติดเชื้อโควิดได้ สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117513</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, อธิบดีกรมควบคุมโรค, โรคอาหารเป็นพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614ac7a4233fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โต้วัคซีนไขว้ได้ผลดี เร่งฉีดกลุ่มอายุ50ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หมอโอภาส&amp;quot; ยืนยัน ไม่มีเงินทอนวัคซีนซิโนแวค เสนอกรอบงบ อิงราคาล็อตก่อนหน้า ซื้อเท่าไหร่ เบิกตามจริง ต่อราคาถูกลงเงินคืนแผ่นดินไม่เข้ากระเป๋าใคร ขณะที่การฉีดวัดซีนล่าสุดกว่า 32 ล้านโดสแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วัคซีนซิโนแวคไม่มีตัวแทนผู้ผลิตในประเทศไทย ดังนั้นองค์การเภสัชกรรม จึงเป็นผู้ได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนวัคซีนในประเทศไทย และเป็นตัวแทนนำเข้าซิโนแวค ซึ่งกรมควบคุมโรคเป็นผู้ซื้อวัคซีนต่อจากองค์การเพื่อนำมาฉีดให้ประชาชน &amp;nbsp;แต่อาจยังมีความสงสัยเรื่องการเสนอกรอบงบประมาณที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าแต่ละครั้งมีการเสนออย่างไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรคเผยว่า การจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคล็อตแรก 2 ล้านโดส เราซื้อในราคา 17 ดอลลาร์สหรัฐต่อโดส แต่เมื่อจะมีการจัดซื้อล็อตถัดไป ก็ต้องเสนอกรอบวงเงินต่อ ครม. ซึ่งเราจะอิงราคาจากล็อตที่ซื้อก่อนหน้า หรือราคากลาง ซึ่งจะมากกว่าหรือเท่ากับราคาจริง แต่ทางองค์การก็มีความพยายามในเจรจาต่อรองราคา ให้ได้ราคาที่ถูกลงที่สุด เนื่องจากซื้อในปริมาณที่มากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเมื่อเราได้กรอบวงเงินพร้อมราคาที่ได้ต่อรองมาแล้ว ก็จะเกิดกระบวนการจัดซื้อตามกฎหมาย พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการซื้อในแต่ละล็อตจะได้วัคซีนราคาถูกลง เกิดจากกระบวนการต่อรองราคา กระทั่งล็อตล่าสุดเราซื้อในราคา 8.9 ดอลลาร์สหรัฐต่อโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราอิงจากราคาของล็อตก่อนหน้า เช่น ล็อตก่อนหน้าซื้อ 10 บาท เราก็จะเสนอไปที่ 10 บาท แต่กระบวนต่อรองราคาก็จะต้องเกิดขึ้น หากต่อรองแล้วได้ 8 บาท เราก็เบิกตามจริง อีก 2 บาทก็ไม่ได้เบิก เงินก็จะกลับสู่งบประมาณกลาง ทำให้เรามั่นใจว่าไม่มีการเกิดเงินทอนแต่อย่างใด ไม่มีเงินเข้ากระเป๋าใคร&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 31 ส.ค. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 828,182 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 32,600,001 โดส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปัจจุบันมีวัคซีนเข้ามาในประเทศไทย 40 ล้านโดส ฉีดไปแล้ว 32 ล้านโดส อีก 8 ล้านโดสยังอยู่ในระบบ หรือฉีดแล้วแต่ยังไม่มีการลงข้อมูล จึงขอให้หน่วยฉีดเร่งลงข้อมูลการฉีด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้เสียชีวิตวันนี้ในกลุ่มผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไปมีจำนวนมาก ทำให้ขณะนี้เรากำลังพิจารณาเพิ่มกลุ่มคนอายุ 50 ปี ให้ได้รับวัคซีนโดยด่วนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ภาพรวมการฉีดวัคซีนของประเทศไทย ถึงวันที่ 31 ส.ค.2564 มีผู้ได้รับวัคซีนสะสมแล้ว 32,600,001 โดส ถือว่าฉีดได้เกินเป้าหมาย เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 23,975,098 ราย, เข็มที่ 2 จำนวน 8,212,750 ราย, เข็มที่ 3 สำหรับบุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่ต้องสัมผัสผู้ป่วย 592,153 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ชำนิ จิตตรีประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงพยาบาลสงฆ์ได้ดำเนินการถวายการฉีดวัคซีนโควิด-19 แด่คณะสงฆ์ ระหว่างวันที่ 22 มี.ค.-9 ส.ค.2564 รวม 15,594 รูป โดยฉีดครบทั้ง 2 เข็ม จำนวน 12,839 รูป และเข็มที่ 1 จำนวน 2,755 รูป ซึ่งขณะนี้ถวายวัคซีนแด่คณะสงฆ์เข็มที่ 1 เป็นซิโนแวค และเข็มที่ 2 เป็นแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​สำหรับบุคลากรภายในวัด &amp;nbsp;เป็นกลุ่มบุคคลที่อาจมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโควิด-19 และอาจนำเชื้อมาแพร่ต่อให้แก่คณะสงฆ์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันคณะสงฆ์ให้ปลอดภัยจากโรคโควิด-19 โรงพยาบาลสงฆ์นอกจากจะดำเนินการถวายการฉีดวัคซีนโควิด-19 แด่คณะสงฆ์แล้ว ยังได้จัดให้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ บุคลากรภายในวัดด้วย อาทิ สัปเหร่อ ลูกศิษย์วัด เจ้าหน้าที่โรงครัว คนขับรถ ที่อุปัฏฐากคณะสงฆ์อย่างใกล้ชิด รวม 3,561 ราย ทั้งนี้ หากพระสงฆ์รูปใดมีความประสงค์เข้ารับบริการการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่โรงพยาบาลสงฆ์ ขอปวารณากราบนิมนต์พระสงฆ์เข้ารับบริการการฉีดวัคซีนภายในเดือน ก.ย.2564 โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. &amp;nbsp;0-2640-9538-42 ต่อ 5131 หรือ 09-6934-8090
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ ที่รัฐสภา&amp;nbsp;นายศุภชัย&amp;nbsp;ใจสมุทร&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;พรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นพ.ศุภกิจ&amp;nbsp;ศิริลักษณ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์,&amp;nbsp;นพ.โอภาส&amp;nbsp;การย์กวินพงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค&amp;nbsp;แถลงหลังฝ่ายค้านอภิปรายกรณีที่มีความกังวลในการฉีดวัคซีนไขว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นพ.ศุภกิจกล่าวว่า&amp;nbsp;กรณีที่มีการอภิปรายว่าการไขว้วัคซีน&amp;nbsp;คือเข็มที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เป็นซิโนแวค&amp;nbsp;และเข็มที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นแอสตร้าเซนเนก้า&amp;nbsp;งานวิจัยยังไม่ได้ตีพิมพ์&amp;nbsp;แต่กำลังส่งตีพิมพ์&amp;nbsp;หากจะรอให้มีการตีพิมพ์งานวิจัยก่อนแล้วถึงนำมาบริหารจัดการถือว่าโง่มาก&amp;nbsp;หากถามว่าทำไมเราถึงยังต้องซื้อวัคซีนซิโนแวค&amp;nbsp;ก็สามารถตอบกลับได้ง่ายๆ&amp;nbsp;ว่าผลวิจัยบอกว่าการสู้กับเดลตาในปัจจุบันนั้น&amp;nbsp;การใช้ซิโนแวค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เข็มบวกแอสตร้าเซนเนก้า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เข็ม ให้ผลพอๆ&amp;nbsp;กับการฉีดแอสตร้าฯ 2&amp;nbsp;เข็ม&amp;nbsp;ซึ่งหากจะรอแค่แอสตร้าฯ อย่างเดียว&amp;nbsp;ต่อให้ได้มาเดือนละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านโดสก็สามารถฉีดได้เพียงแค่เดือนละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;แต่หากฉีดแบบสูตรไขว้ จะสามารถฉีดคนได้มากกว่าเดิมสองเท่า นี่เป็นตรรกะพื้นฐานง่ายๆ&amp;nbsp;หากคิดไม่ออกตนก็ไม่รู้ว่าจะบริหารบ้านเมืองไปได้อย่างไร จึงมีความจำเป็นที่ต้องซื้อวัคซีนซิโนแวคมาเพิ่ม ยืนยันว่าการฉีดไขว้มีความปลอดภัย และอย่าพูดให้ประชาชนเกิดความสับสน&amp;nbsp;ทั้งนี้ในการตัดสินใจของ สธ.ในยุคที่มีวิกฤต ต้องเร็ว&amp;nbsp;หากจะลีลาและต้องรอเอกสารอาจจะทำให้ชีวิตประชาชนเสียหายมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เผยว่า 1กันยา. ถือเป็นวันดีเดย์ใน 11 จุดครอบคลุมทั้งจังหวัดที่จะให้บริการฉีดวัคซีนคนทั้งจังหวัดแบบวอล์กอินได้เลย โดยมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั้งที่มีทะเบียนบ้านในจังหวัดสมุทรสาคร และคนต่างทะเบียนแต่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาครสามารถเข้ามาวอล์กอินรับวัคซีนได้เลย เรามีวัคซีนได้รับจัดสรรมามากเพียงพอ จึงขอเชิญชวนประชาชนที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาครอายุ 18 ปีขึ้นไป ให้รีบเข้ามารับบริการฉีดวัคซีนโดยเร็ว เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115349</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิบดีกรมควบคุมโรค, ไม่มีเงินทอนวัคซีนซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124add387c64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอโอภาส’รับราคาซิโนแวคขอเกินแต่จ่ายตามจริง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วัคซีนซิโนแวคไม่มีตัวแทนผู้ผลิตในประเทศไทย ดังนั้นองค์การเภสัชกรรม (อภ.) จึงเป็นผู้ได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนวัคซีนในประเทศไทยและเป็นตัวแทนนำเข้าซิโนแวค ซึ่งกรมควบคุมโรคเป็นผู้ซื้อวัคซีนต่อจาก อภ.เพื่อนำมาฉีดให้ประชาชน &amp;nbsp;แต่อาจยังมีความสงสัยเรื่องการเสนอกรอบงบประมาณที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าแต่ละครั้งมีการเสนออย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวว่า ต้องชี้แจงว่าการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค ล็อตแรก 2 ล้านโดส เราซื้อในราคา 17 ดอลลาร์ต่อโดส แต่เมื่อจะมีการจัดซื้อล็อตถัดไป ก็ต้องเสนอกรอบวงเงินต่อ ครม. ซึ่งเราจะอิงราคาจากล็อตที่ซื้อก่อนหน้า หรือราคากลาง ซึ่งจะมากกว่าหรือเท่ากับราคาจริง แต่ทาง อภ.ก็มีความพยายามในเจรจาต่อรองราคาให้ได้ราคาที่ถูกลงที่สุด เนื่องจากซื้อในปริมาณที่มากขึ้น จากนั้นเมื่อเราได้กรอบวงเงิน พร้อมราคาที่ได้ต่อรองมาแล้ว ก็จะเกิดกระบวนการจัดซื้อตามกฎหมายพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการซื้อในแต่ละล็อตจะได้วัคซีนราคาถูกลง เกิดจากกระบวนการต่อรองราคา กระทั่งล็อตล่าสุดเราซื้อในราคา 8.9 ดอลลาร์ต่อโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราอิงจากราคาของล็อตก่อนหน้า เช่น ล็อตก่อนหน้าซื้อ 10 บาท เราก็จะเสนอไปที่ 10 บาท แต่กระบวนต่อรองราคาก็จะต้องเกิดขึ้น หากต่อรองแล้วได้ 8 บาท เราก็เบิกตามจริง อีก 2 บาทก็ไม่ได้เบิก เงินก็จะกลับสู่งบประมาณกลาง ทำให้เรามั่นใจว่า ไม่มีการเกิดเงินทอนแต่อย่างใด ไม่มีเงินเข้ากระเป๋าใคร&amp;rdquo;นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115268</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, วัคซีนซิโนแวค, องค์การเภสัชกรรม, อธิบดีกรมควบคุมโรค, อภ., เงินทอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124add387c64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้องปปช.ฟัน&#039;214อภิสิทธิ์ชน&#039;ฉีดวัคซีนเข็ม4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องขอให้ไต่สวนเอาผิดอธิบดีกรมควบคุมโรค รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ผอ.สถาบันบำราศนราดูร นนทบุรี และอภิสิทธิ์ชนอีก 214 คนที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 ไปแล้ว ฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช.2561
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากที่อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ออกมาชี้แจงยืนยันว่า มีบุคลากรทางการแพทย์จาก รพ.รามาธิบดีจำนวน 2 คน ที่ฉีดวัคซีนชิโนเวคแล้ว 2 เข็ม และแอสตร้าเซนเนกาแล้ว 1 เข็ม รวมเป็น 3 เข็มแล้ว และต้องการเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ แต่ประเทศปลายทางคือแคนาดาที่แพทย์คนดังกล่าวจะไปศึกษานั้น ประกาศชัดเจนว่าไม่รับรองวัคซีนซิโนแวค จึงมีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
แต่ทว่ารองอธิบดีกรมควบคุมโรคกลับชี้แจงว่า บุคลากรทางการแพทย์ 2 คนดังกล่าวกำลังจะเดินทางไปปฏิบัติงานที่ประเทศแคนาดา ซึ่งมีระเบียบว่าจะต้องได้รับวัคซีนที่ประเทศแคนาดากำหนดจึงสามารถเข้าประเทศได้ โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน ได้แก่ แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ โมเดอร์นา J&amp;amp;J และโควิดชิลด์ ร่วมกับแสดงผลตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเข้าประเทศเป็นลบ ซึ่งคำชี้แจงดังกล่าวตางกันข้ามกับ ผอ.รพ.รามาธิบดีและอธิบดีกรมควบคุมโรคโดยชัดแจ้ง โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นการไปปฏิบัติงาน ทั้งๆ ที่ไปศึกษาต่อ จึงชี้ให้เห็นถึงเล่ห์ฉลของผู้มีอำนาจหน้าที่ในการอนุญาตอาจเล่นพวกพ้องกัน เพราะเป็นแพทย์เหมือนกัน จึงอนุญาตฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 ให้ โดยไม่สำเนียกเลยว่ายังมีคนไทยอีกเกือบ 50 ล้านคนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเลยแม้แต่เข็มแรก เช่นนี้ พ่อแม่พี่น้องหรือญาติคนที่ต้องเสียชีวิตไปก่อนที่จะมีโอกาสได้รับวัคซีนเข็มแรกเขาจะคิดอย่างไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ที่น่าตกใจยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ออกมาให้ข้อมูลว่าขณะนี้มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 ไปแล้วรวมๆ ประมาณ 200 ราย แต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่ามีมากกว่า 214 คนที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มที่ 4 ไปแล้ว โดยไม่ทราบเหตุผล ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นพวกอภิสิทธิ์ชนที่เป็นพรรคพวกเดียวกันกับผู้อนุมัติอนุญาต ซึ่กรณีดังกล่าวรัฐบาล โดย ศบค. ปล่อยให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นได้อย่างไร ไม่ละอายใจกันบ้างเลยหรือกระไร ยื่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย ที่มีมูลเหตุมาจากพวกอภิสิทธิ์ชนและผู้มีอำนาจเหล่านี้นี้เอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;quot;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงไม่ทนต่อพฤติการณ์ของบุคคลพวกนี้ จึงได้นำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ให้ไต่สวนสอบสวนเอาผิดผู้ที่อนุมัติอนุญาตให้มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 รวมทั้งให้สอบเอาผิดผู้ที่หน้าด้านมาขอรับฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 ทั้ง 214 คนด้วย และดำเนินการเอาผิดขั้นสูงสุดต่อบุคคลเหล่านี้ หากเป็นข้าราชการให้สั่งเอาผิดทางวินัย หากเป็นนักการเมืองให้เอาผิดทางจริยธรรมร้ายแรงต่อไป ทั้งนี้เพื่อหยุดยั้งกระบวนการนี้ให้จงได้&amp;quot; นายศรีสุวรรณ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114221</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., วัคซีนเข็ม4, ศรีสุวรรณ จรรยา, สธ., อธิบดีกรมควบคุมโรค, อภิสิทธิชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_61232bcb88def.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งไฟเซอร์7แสน ครบ77จว.14สค. ยันไม่มีสต๊อกไว้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมควบคุมโรคเผยจัดส่ง &amp;quot;วัคซีนไฟเซอร์&amp;quot; รอบ 2 ครบ 7 แสนโดส คาดถึงทุกพื้นที่ครอบคลุม 77 จังหวัด 14 ส.ค.นี้ ยันไม่มีการสต๊อกไว้ &amp;nbsp;กรมการแพทย์แจงฉีดไฟเซอร์ให้บุคลากรด่านหน้าตามหลักเกณฑ์ สธ. ขณะที่หลายพื้นจัดกิจกรรมฉีดวัคซีนเนื่องในวันแม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม น.พ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ เพื่อฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในช่วงเดือนสิงหาคม 2564 ว่าการจัดสรรโควตาวัคซีนไฟเซอร์ 7 แสนโดส สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เป็นผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าในพื้นที่ 77 จังหวัด ได้มีการจัดส่งวัคซีนแบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรกจัดส่งระหว่างวันที่ 4-5 สิงหาคม จำนวน 442,800 โดส รอบที่สองทยอยจัดส่งตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม จำนวน 257,200 โดส และคาดว่าจะถึงทุกพื้นที่ไม่เกินวันที่ 14 ส.ค.64 นี้ ส่วนหลักเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ 7 แสนโดส อ้างอิงมาจากฐานข้อมูลระบบกระทรวงสาธารณสุข (MOPH-IC) ที่มีประวัติการฉีดวัคซีนซิโนแวค ในช่วงวันที่ 28 ก.พ.-22 มิ.ย.64 เนื่องจากวัคซีนซิโนแวคเป็นวัคซีนหลักที่ฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในช่วงแรก และเป็นจำนวนบุคลากรทั้งหมดโดยไม่แยกว่าเป็นด่านหน้าหรือกลุ่มสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.พ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับการจัดส่งวัคซีนไปในพื้นที่ทั้ง 2 รอบ โดยห่างกัน 1 สัปดาห์ ซึ่งรอบแรกมีหลักเกณฑ์โดยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สำรวจผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มกระตุ้น และให้ส่งข้อมูลกลับมาภายในวันที่ 30 ก.ค.64 ซึ่งพบว่าข้อมูลที่สำรวจมีความหลากหลาย เช่น ไม่สอดคล้องกับจำนวนบุคลากรที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวคในฐานข้อมูล และหลายจังหวัดส่งข้อมูลกลับมาเลยเวลาที่กำหนด อีกทั้งมีบุคลากรทางการแพทย์ประมาณ 2 แสนราย ได้รับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มกระตุ้นไปแล้ว นอกจากนี้เมื่อเก็บวัคซีนไฟเซอร์ในตู้เย็นอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส จะมีอายุได้ 1 เดือน หากต้องการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นเข็มที่สอง จะต้องฉีดห่างจากเข็มแรก 3 สัปดาห์ ก่อนวัคซีนจะเสื่อมสภาพ ดังนั้นการจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ในรอบแรก จึงต้องส่งให้ครบตามจำนวนที่ต้องการในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจัดสรรจากโรงพยาบาลจังหวัด สสจ.จะจัดสรรไปตามโรงพยาบาลต่างๆ ถือเป็นดุลยพินิจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ยืนยันว่าไม่มีการสต๊อกวัคซีนไว้ที่กรมควบคุมโรค และไม่มีการเลือกฉีดให้กับเคสวีไอพีใดๆ ทั้งสิ้น หากพบเบาะแสการนำวัคซีนไปฉีดผิดกลุ่มเป้าหมาย ขอให้แจ้งกระทรวงสาธารณสุข หรือศูนย์บริหารจัดการเรื่องร้องทุกข์กระทรวงสาธารณสุข โทร.0-2590-2876-7&amp;quot; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกรมการแพทย์ชี้แจงผ่านเฟสบุ๊กกรมการแพทย์ กรณีที่มีการแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ เรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของ Pfizer ให้แก่บุคลากรส่วนกลางที่ปฏิบัติงานส่วนงานสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ว่า ยืนยันว่าการฉีดวัคซีนเป็นไปตามเงื่อนไขความจำเป็นและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ การฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เป็นผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและการควบคุมป้องกันโรค ซึ่งมีโอกาสและมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อจากการปฏิบัติงานทั้งสิ้น ดังนั้นหากผู้ปฏิบัติงานได้รับวัคซีนแล้วจะสามารถป้องกันการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 และสามารถเป็นกำลังสำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โพสต์ว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2564 ขอเชิญคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนซิโนฟาร์ม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 12-16 สิงหาคม 2564 ผ่านทาง LINE Official รพ.จุฬาภรณ์ https://bit.ly/MomForm2 ทั้งนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะส่งข้อความ SMS ถึงคุณแม่ที่ลงทะเบียนเข้ามาทุกท่านให้เข้ามาดำเนินการทำแบบคัดกรองและใบยินยอม และนัดหมายการเข้ารับวัคซีนต่อไป เงื่อนไขการเข้ารับสิทธิ์ 1.คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องมีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป 2.เข้ารับบริการที่ศูนย์ฉีดวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) อาคาร 9 (ทีโอทีเดิม) ถนนแจ้งวัฒนะเท่านั้น 3.ในวันฉีดวัคซีนกรุณานำเอกสารการฝากครรภ์ และบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อแสดงเป็นหลักฐานในการเข้ารับบริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันในพื้นที่จังหวัดต่างๆ มีการจัดกิจกรรมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แก่ประชาชน เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ตรัง นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เป็นประธานร่วมกิจกรรมฉีดวัคซีนแพ็กคู่ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ซึ่งทางโรงพยาบาลตรังจัดขึ้น โดยจัดกิจกรรมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แพ็กคู่ โดยแบ่งเป็นคู่แม่ลูก โดยแม่ต้องมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป หรืออยู่ใน 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และลูกหรือคนที่พาแม่มารับวัคซีนจะต้องมีอายุเกิน 18 ปีขึ้นไป โดยได้รับการฉีดวัคซีนทั้งแม่และลูก หรือคนพามา นอกจากนี้ยังมีการฉีดวัคซีนให้กับคู่สามีภรรยาที่ตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ขึ้นไป และผ่านการให้คำแนะนำของคลินิกฝากครรภ์ของโรงพยาบาลตรังมาแล้ว โดยได้เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกอำเภอใน จ.ตรัง ลงทะเบียน ซึ่งรับจำนวนจำกัด 888 คู่ มีประชาชนสนใจแจ้งความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลเบตง จ.ยะลา จัดฉีดวัคซีนโควิดพระราชทานซิโนฟาร์ม &amp;nbsp;เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หรือวันแม่แห่งชาติ ให้บริการ Walk-In จำนวน 1,200 คน เพื่อรับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม เข็มที่ 1 และเข็มที่ 1 โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ณ จุดบริการวัคซีนโควิด-19 หน้าอาคารตึกอุบัติเหตุโรงพยาบาลเบตง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เรือนจำอำเภอเบตง นพ.สวรรค์ กาญจนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเบตง พร้อมด้วยทีมแพทย์ ร่วมมอบวัคซีนพระราชทาน &amp;ldquo;ซิโนฟาร์ม&amp;rdquo; จากราชวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ให้กับผู้ต้องขังเรือนจำอำเภอเบตง และในวันนี้ 12 ส.ค. ทำการฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังรวม 254 คน แบ่งเป็นผู้ต้องขังชาย 217 คน ผู้ต้องขังหญิง 37 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรสาคร นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นางสาวศุภมิตา เรืองสิริวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลสมุทรสาคร และคณะเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสมุทรสาคร กับ อบจ.สมุทรสาคร ได้ร่วมกันลงพื้นที่นำหน่วยบริการชุมชนเคลื่อนที่จัดฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มเปราะบาง อำเภอเมืองสมุทรสาคร ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงตามโครงการฉีด &amp;ldquo;วัคซีนฟาร์มสุข&amp;rdquo; นำร่องวันแม่แห่งชาติ ซึ่งได้ลงทะเบียนจองวัคซีนซิโนฟาร์ม ผ่านทาง www.สาครรวมใจ.com ระยะที่ 1. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113120</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์แจงฉีดไฟเซอร์ให้บุคลากรด่านหน้าตามหลักเกณฑ์, น.พ.โอภาส การย์กวินพงศ์, วัคซีนไฟเซอร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิบดีกรมควบคุมโรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610d4dc808588.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ย้ำเร่งสอบสวนโรคค้นหาผู้ป่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2564 - นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคเปิดเผยว่า ในการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 จากเชื้อสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย)​ ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่พบผู้ป่วยจำนวนมาก รวมทั้งในต่างจังหวัดจากผู้ป่วยที่เดินทางกลับไปรักษาที่บ้าน ซึ่งวันนี้ (4 ส.ค.) ​พบผู้ป่วยรายใหม่กว่า 20,000 ราย จึงต้องเร่งดำเนินการค้นหาคัดกรองผู้ติดเชื้อ โดยมีทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค (Operation) ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัด และ กทม. เพื่อค้นหาผู้ป่วยเพิ่ม และแยกผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำ ให้เข้าระบบการเฝ้าระวัง ควบคุมการแพร่กระจายเชื้อให้อยู่ในวงจำกัดโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคได้เร่งกระจายวัคซีนไปยังจังหวัดต่างๆ ตามการจัดสรรของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ โดยในเดือน ส.ค. นี้ จะทยอยส่งวัคซีนให้จังหวัด จำนวน 10 ล้านโดส เพื่อฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และเพิ่มกลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ที่มีโรคประจำตัว เพื่อลดอาการป่วยที่รุนแรง และลดอัตราการเสียชีวิต รวมทั้งฉีดให้กับกลุ่มบุคลากรการแพทย์และบุคลากรด่านหน้า ซึ่งจะจัดส่งวัคซีนไฟเซอร์ไปให้จังหวัดในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส กล่าวต่อไปว่า สำหรับการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยตนเองด้วยชุดทดสอบแอนติเจน เทสต์ คิท (Antigen Test Kit : ATK) เป็นการตรวจหาเชื้อเบื้องต้นที่ช่วยให้รู้ผลได้เร็วขึ้น เพื่อให้ผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างรวดเร็ว เป็นไปตามแนวทางของกรมการแพทย์ โดยหากผล ATK เป็นบวก เรียกว่าผู้ติดเชื้อเข้าข่าย สามารถรับยาและรักษาแบบแยกกักตัวที่บ้านได้ทันที หากต้องเข้าแยกกักตัวในชุมชน หรือในสถานพยาบาล ผู้ติดเชื้อเข้าข่ายควรได้รับการตรวจด้วยวิธี RT-PCR คู่ขนาน และระหว่างรอผลตรวจยืนยันจะต้องพยายามแยกออกจากผู้ป่วยโควิด 19 เนื่องจากผลตรวจด้วย &amp;nbsp;ATK ให้ผลบวกลวงได้ 3-5% ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112178</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, สายพันธุ์เดลตา, อธิบดีกรมควบคุมโรค, อินเดีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a2ad8857b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.โต้เอกสารหลุดของปลอม เตือนห้ามค้ากำไรโมเดอร์นา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยฉีดวัคซีนเกิน 10 ล้านโดสแล้ว อธิบดีกรมควบคุมโรคเผยเอกสารหลุดไฟเซอร์ไม่ใช่ฉบับจริง แค่เอกสารที่เขียนเองอ่านเอง เหมือนเอาสไลด์การประชุมไปปะติด ขณะที่ ผอ.องค์การเภสัชฯ เตือน รพ.เอกชนห้ามค้ากำไรวัคซีนโมเดอร์นา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า การฉีดวัคซีนวันที่ 4 ก.ค. การฉีดทั้งสิ้น 106,851 โดส ทำให้ยอดรวมสะสมการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. มีทั้งสิ้น 10,777,748 โดส และจากข้อมูลประเทศอังกฤษที่มีการฉีดวัคซีนจำนวนมากแล้ว แต่วันนี้ยังพบผู้ติดเชื้อกว่า 2.4 หมื่นราย แต่ผู้เสียชีวิตแทบไม่มี ทำให้เห็นว่าวัคซีนป้องกันอาการหนักและเสียชีวิต โดยเราจะเร่งฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุและคนที่มี 7 โรคเรื้อรัง ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า ตอนนี้เรื่องการฉีดวัคซีน ที่ต้องเรียนรู้ร่วมกันว่าถึงแม้จะฉีดวัคซีนแล้วยังมีการติดเชื้อ เป็นหลักข้อมูลที่จะต้องเรียนรู้ร่วมกัน แต่เมื่อฉีดวัคซีนแล้วอัตราการเสียชีวิตลดลงทันทีในกลุ่มของผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มโรค ซึ่งกรมควบคุมโรครายงานสถิติว่าผู้ป่วยอายุมากกว่า 60 ปี ติดเชื้อ 10 คน ตาย 1 คน คนอายุ 40-60 ปี ติดเชื้อ 100 คน ตาย 1 คน คนอายุ 18-40 ปี ติดเชื้อ 1,000 คน ตาย 1 คน ขอให้ทุกคนช่วยกันในการดูแลสุขอนามัยส่วนตัว เพราะการไม่ป่วยก็ไม่เป็นภาระต่อระบบบริการทางการแพทย์ เพราะตอนนี้พวกเขาเหนื่อยมากๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า องค์การฯ ขอยืนยันว่าวัคซีนที่จะรับจากบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา ตัวแทนของโมเดอร์นาในช่วงแรกไตรมาส 4 ปี 64 และไตรมาส 1 ปี 65 ได้เพียง 5 ล้านโดสเท่านั้น ส่วนที่มีการนำเสนอข่าวว่ามีการสั่งจองวัคซีนดังกล่าวถึง 9 ล้านโดสนั้น เป็นจำนวนทั้งหมดที่สมาคมโรงพยาบาลเอกชนได้สำรวจความต้องการหรือมีการจองอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งเกินกว่าจำนวนที่จะได้รับจากบริษัทซิลลิคอย่างเป็นทางการในช่วงแรกนี้ 5 ล้านโดส เป็นจำนวนที่จะได้รับจากซิลลิค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีก 4 ล้านโดสเป็นความต้องการที่เกินจำนวนกว่าวัคซีนที่จะได้รับ ซึ่งในส่วนความต้องการที่เกินเพิ่มมานี้ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบร่วมกันไปแล้วเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยองค์การฯ ได้ประสานการจองวัคซีนจำนวนที่เกินมานี้สำหรับรอบการผลิตในปี 2565 ไว้กับบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด เพิ่มเติมแล้ว รอการยืนยันจำนวนที่จะได้รับการจัดสรรที่ชัดเจนจากบริษัทต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแนวทางการจองวัคซีนของแต่ละโรงพยาบาลนั้นได้มีแนวทางร่วมกันว่า ให้แต่ละโรงพยาบาลรับการจองวัคซีนจากประชาชนที่ประสงค์จะฉีดจริงๆ มีการแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน และไม่มีการเก็งกำไรจากการให้บริการนี้ เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายภายใต้ข้อจำกัดของจำนวนวัคซีนที่ได้รับมา องค์การฯ ขอยืนยันว่า การดำเนินการจัดหาวัคซีนโมเดอร์นานั้น ได้มีการประสานงานเพื่อสั่งจองวัคซีนกับทางโมเดอร์นาในต่างประเทศมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งได้รับคำตอบว่าสามารถจัดส่งได้เร็วสุดในไตรมาส 1 ปี 2565 และได้สอบถามถึงตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการมาอย่างต่อเนื่อง จนเดือนเมษายนโมเดอร์นาจึงแจ้งว่าได้ให้บริษัทซิลลิคเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และวันที่ 15 พฤษภาคม บริษัทซิลลิคประกาศว่าการจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นาจำเป็นต้องจัดซื้อผ่านตัวแทนภาครัฐเท่านั้น ในที่นี้คือองค์การเภสัชกรรมเป็นไปตามเงื่อนไขของโมเดอร์นา หลังจากนั้นจึงได้มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างองค์การฯ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน และบริษัทซิลลิคมาอย่างต่อเนื่อง มีการกำหนดเป็นแผนดำเนินงานและได้รับทราบร่วมกันว่า วัคซีนช่วงแรกไตรมาส 4 ปี 64 และไตรมาส 1 ปี 65 ได้เพียงประมาณ 5 ล้านโดสเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอย้ำว่าการดำเนินการจัดหาวัคซีนโมเดอร์นาทุกขั้นตอนเป็นไปตามแผนที่ทุกฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน แม้มีบางรายละเอียดต้องดำเนินการเพิ่ม การดำเนินงานยังเป็นไปตามกรอบเวลาของแผน ไม่ได้ช้ากว่าแผน บริษัทซิลลิคก็ยังคงยืนยันว่าจะส่งวัคซีนได้ตามกำหนด ส่วนที่มีการกล่าวหาว่ามีการดำเนินการล่าช้านั้นจึงไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจและคาดหวังว่าหากมีการดำเนินการทุกอย่างเร็วกว่านี้ วัคซีนจะได้เร็วขึ้น ต้องข้อเรียนย้ำว่า บริษัทซิลลิคยังคงยืนยันว่าจะส่งวัคซีนได้ตามกำหนดเดิมคือ ไตรมาส 4 ปี 64 และไตรมาส 1 ปี 65 และขอให้ติดตามข่าวสารความจริงเรื่องวัคซีนจาก 3 องค์กรหลัก คือ องค์การเภสัชกรรม สมาคมโรงพยาบาลเอกชน และบริษัทซิลลิคเท่านั้น&amp;rdquo; นพ.วิฑูรย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในที่ประชุมคณะกรรมการวิชาการด้านวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิดไฟเซอร์ ที่ประเทศไทยได้รับบริจาคจากสหรัฐอเมริกา จำนวน 1.5 ล้านโดส ว่า ในการประชุมวิชาการต้องการความเห็นที่หลากหลายเพื่อให้ได้ข้อสรุป ซึ่งกรรมการต่างออกความเห็น แต่ความเห็นนั้นไม่ได้เป็นทางการ ดังนั้นต้องดูบริบทด้วยว่าพูดอะไร การเอาเพียงบางส่วนไปเปิดเผยก็ไม่เป็นธรรมกับผู้เข้าประชุม อย่างไรก็ตาม ตนเข้าร่วมประชุมแต่ไม่ได้อยู่จนจบ ดังนั้นจึงไม่ทราบว่าใครพูดอย่างไรบ้าง และโดยมารยาทก็ไม่ควรพูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นกรณีนี้จึงไม่ใช่เอกสารหลุด แต่เป็นการเผยแพร่เอกสารที่ไม่จริง ไม่ถือว่าเป็นฉบับจริงของที่ประชุม เพราะวันนั้นเป็นการประชุมหลักๆ คือ ด้านวิชาการ 3 คณะ คือ คณะวิชาการใน พ.ร.บ.โรคติดต่อแห่งชาติ คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค พ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีน ของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และคณะกรรมการด้านวิชาการและวิจัยในการฉีดวัคซีน ซึ่งเน้นในด้านวิชาการ คนเข้าประชุมเยอะ ทั้งในที่ประชุมและประชุมผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ความเห็นทางวิชาการที่หลากหลาย โดยเฉพาะที่จะมีวัคซีนตัวอื่นๆ เข้ามาในอนาคต เช่น ไฟเซอร์ ว่าจะฉีดให้กลุ่มเป้าหมายอย่างไร เพราะมีความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ จึงต้องเตรียมการล่วงหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวว่า โดยกระบวนการ เมื่อการประชุมเสร็จสิ้น จะมีการเสนอรายงานการประชุมต่อคณะกรรมการที่ดูแลต่อไป ทั้งนี้ พอคณะที่เป็นทางการทั้ง 3 คณะ เห็นชอบแล้ว ก็ต้องเสนอต่อ ศบค.เพื่อเห็นชอบต่อไป &amp;quot;หากสังเกตดีๆ เหมือนเอกสารที่เขียนเอง อ่านเอง และเอกสารนั้นเหมือนเอาสไลด์การประชุมไปปะติด ยืนยันว่าไม่ใช่เอกสารจริงจากฝ่ายประชุม ทั้งนี้ ไม่ควรเผยแพร่ต่อ เพราะถ้าเผยแพร่ต่อก็จะเป็นเรื่องไม่จริงไปกันใหญ่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข้อเท็จจริงของวัคซีนไฟเซอร์และวัคซีนซิโนแวค ตามเอกสาร นพ.โอภาสกล่าวว่า เรานำเรียนหลายครั้ง โดยสัปดาห์ที่แล้วก็มีการเปิดเสวนา จาก นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์, นพ.นคร เปรมศรี, &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร และ รศ.นพ.ทวี &amp;nbsp;โชติพิทยสุนนท์ ตรงกันว่า วัคซีนที่ไทยใช้นั้นผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก และผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาใช้เพื่อควบคุมการระบาดใน จ.สมุทรสาคร และช่วยลดการติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มบุคลากรสาธารณสุข และเป็นตัวอย่างให้เห็นจากการใช้งานจริง เช่น ที่ จ.ภูเก็ต ลดการติดเชื้อได้ร้อยละ 80-90 ส่วนที่ จ.เชียงราย ที่พบติดเชื้อโควิด-19 ก็พบว่าได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม ลดโอกาสติดเชื้อได้มากกว่าบุคลากรที่ยังไม่ได้ฉีด หรือยังฉีดไม่ครบ 2 เข็มอย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการวิชาการ มีอาจารย์แพทย์ ซึ่งแต่ละท่านเสียสละเวลาเข้ามาเพื่อให้ความเห็น เพื่อให้ทัศนะ เมื่อผ่านขั้นตอนนี้ไปแล้ว ก็ต้องไปพิจารณากันอีกหลายชั้นว่าจะปฏิบัติแบบไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งหมดเป็นเพียงความเห็นเท่านั้น เป็นความเห็นของคณะกรรมการคนหนึ่ง ในทั้งคณะ เมื่อเป็นรูปแบบของคณะกรรมการจึงไม่ได้ให้ใครคนใดคนหนึ่งตัดสินใจ ส่วนจะนำวัคซีนไฟเซอร์มาฉีดเป็นเข็มที่ 3 ให้บุคลากรทางการแพทย์หรือไม่ เป็นเรื่องวิชาการ ขอรอให้คณะกรรมการวิชาการได้ข้อสรุปออกมาก่อน&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108749</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผอ.องค์การเภสัชฯ, วัคซีนโมเดอร์นา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิบดีกรมควบคุมโรค, ไทยฉีดวัคซีนเกิน 10 ล้านโดส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d994a7161f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
