<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2021 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2021 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  5 วันเมาขับพุ่งพรวด2,073คดี บุรีรัมย์นำโด่งอันดับ 1 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.64- &amp;nbsp;นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวถึงสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 ว่า เข้าสู่วันที่ 5 ของการควบคุมเข้มงวด (2 ม.ค.2564) แต่กลับมีจำนวนคดีที่เข้าสู่งานคุมประพฤติพุ่งสูงถึง 1,168 คดี เป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา จำนวน 1,162 คดี ขับเสพ จำนวน 5 คดี และคดีขับรถประมาท จำนวน 1 คดี ทำให้ยอดสถิติคดีสะสมรวมจำนวนทั้งสิ้น 2,196 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน &amp;nbsp;2,073 คดี คิดเป็นร้อยละ 94.40 คดีขับเสพ จำนวน &amp;nbsp;105 คดี คิดเป็นร้อยละ 4.78 คดีขับรถประมาทจำนวน 18 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.82&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายวิตถวัลย์ กล่าวต่อว่า โดย จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ 1. จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 309 คดี 2. จังหวัดจันทบุรี จำนวน 182 คดี และ 3. จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 153 คดี เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีเข้าสู่งานคุมประพฤติในวันที่ 5 ของช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2564 พบว่า คดีขับรถในขณะเมาสุรา ปี พ.ศ. 2563 จำนวน 3,701 คดี และปี พ.ศ. 2564 มีจำนวน 1,162 คดี ลดลง จำนวน &amp;nbsp;2,539 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า กรมคุมประพฤติ ได้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในคดีขับรถในขณะเมาสุราเพิ่มเติมอีกจำนวน 26 ราย โดยส่วนใหญ่มีเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัย ในช่วงเวลาตั้งแต่ 23.00 น. &amp;ndash; 04.00 น. เป็นระยะเวลา 30 วัน รวมยอดสะสมคดีขับรถในขณะเมาสุราที่ศาลสั่งติดอุปกรณ์ EM จำนวน 39 ราย จังหวัดที่ศาลสั่งติดอุปกรณ์ EM สูงสุดคือ จังหวัดสุโขทัย มีจำนวนถึง 30 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิตถวัลย์ กล่าวต่อว่า นอกจากการจัดกิจกรรมที่สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ร่วมกับอาสาสมัครคุมประพฤติ ภาคีเครือข่าย และผู้ถูกคุมความประพฤติ ลงพื้นที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการให้บริการประชาชน พร้อมทั้งจัดให้มีการทำงานบริการสังคม โดยการตรวจเยี่ยม แจกน้ำดื่ม ทำความสะอาดห้องน้ำ ตรวจวัดอุณหภูมิ เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทาง ณ จุดบริการประชาชน ด่านชุมชน และด่านตรวจค้น จำนวน 46 จุด โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น 156 คนแล้ว กรมคุมประพฤติ ยังดำเนินการจัดพนักงานคุมประพฤติอยู่เวรปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักงานคุมประพฤติ หรือศาล เพื่อให้คำแนะนำด้านต่างๆ อย่างเช่นสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสระแก้ว จัดกำลังพนักงานคุมประพฤติ และเจ้าหน้าที่อยู่เวรรับคดีในที่ศาลจังหวัดสระแก้ว โดยพนักงานคุมประพฤติได้มีการชี้แจงเงื่อนไข และกำหนดนัดรายงานตัวแก่ผู้ถูกคุมความประพฤติ ทั้งนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างรวดเร็ว .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88663</URL_LINK>
                <HASHTAG>อธิบดีกรมคุมประพฤติ, เมาขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210103/image_big_5ff1609e85409.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งติดอุปกรณ์กำไลEMคุมประพฤติเมาขับสงกรานต์แล้ว186ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.62-นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยศาลปิดทำการ ในวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา จึงมีสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติทั่วประเทศเพียง 11 คดี เป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา สำหรับยอดสะสมสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติในช่วง 4 วัน (11-14 เม.ย.) มี 4,067 คดี แบ่งเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 3,908 คดี คิดเป็นร้อยละ 96.09 คดีขับเสพ 150 คดี คิดเป็นร้อยละ 3.69 คดีขับรถประมาท 9 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.22 ส่วนจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม 337 คดีกรุงเทพมหานคร 250 คดี และจังหวัดนครพนม 211 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ศาลมีการสั่งใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (กำไรEM) เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดระยอง ศาลมีคำสั่งใช้อุปกรณ์ดังกล่าวกับกลุ่มผู้ถูกคุมความประพฤติในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา ซึ่งมีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ 8 ราย ขณะที่ยอดสะสมที่ศาลสั่งติดกำไรEM ในช่วงที่มีการควบคุมเข้มงวด (11-14 เม.ย.) มี 186 ราย แบ่งเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 184 ราย และคดีขับเสพ 2 ราย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33685</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไล EM, นายประสาร มหาลี้ตระกูล, สงกรานต์, อธิบดีกรมคุมประพฤติ, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190415/image_big_5cb4365e359ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
