<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิญา&#039;ยื่นกกต.ยุบพรรคเพื่อไทยปมขับ 2 ส.ส.-เรียกรับเงินอธิบดีกรมน้ำบาดาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

15ต.ค.64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นหนังสือต่อกกต.เพื่อขอให้ยุบพรรคเพื่อไทย กรณีขับนายศรัณย์วุฒิ ศรัณเกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ และน.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี ออกจากเพื่อไทย เนื่องจากโหวตสวนมติพรรค และกรณีการที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย เรียกรับเงินจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสนธิญา กล่าวว่า ตนยื่นขอให้กกต.ยุบพรรคเพื่อไทยมาจนขณะนี้รวม 3 ครั้งโดยในครั้งนี้ยื่นกกต.ขอให้ยุบพรรคใน 2 ประเด็น โดยประเด็นที่พรรคเพื่อไทยขับ 2 ส.ส.ออกจากพรรค เนื่องจากยื่นสวนมติพรรค ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในมาตรา 5 ระบุว่าบทบัญญัติใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญใช้บังคับมิได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้อ้างข้อบังคับของพรรคเพื่อไทยและไปขับส.ส นอกจากนี้ยังขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 114 และ 124&amp;nbsp; ที่ระบุว่าการออกเสียงและลงคะแนนเป็นเอกสิทธิของส.ส. และมาตรา 224 (5) และ(6) ระบุให้อำนาจกกต.การพิจารณายุบพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ยังฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 14(4) ที่ระบุว่า ข้อบังคับพรรคต้องไม่มีลักษณะครอบงำเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระของส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในส่วนประเด็นกรณีส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ที่ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยกระทำการเรียกรับเงินต่ออธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&amp;nbsp; เป็นการกระทำผิดต่อพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 20 , 21 ,22 , 46 และมาตรา 92 (1)(2)(3) โดยขอให้กกต.พิจารณาเรื่องดังกล่าวส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคต่อเพื่อไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสนธิญา กล่าวว่า นอกจากมายื่นยุบพรรคเพื่อไทยแล้ว ตนจะให้ข้อมูลเอกสารในการสอบสวนตนต่อกกต. ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 9 ประเด็นโดยรวมกับเรื่องที่มายื่นในวันนี้ เพื่อให้กกต.พิจารณาวินิจฉัยในกรณีที่ตนร้องเพื่อขอให้ยุบพรรคเพื่อไทย และตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากรณีที่พรรคเพื่อไทยมีมติขับนายศรัณย์วุฒิ ศรัณเกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ ออกจากพรรค โดยให้เหตุผลว่าเป็นการพูดให้ร้ายพรรค ไม่ใช่เรื่องของการโหวตสวนมติพรรคในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นายสนธิญา กล่าวว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยจะต้องมาชี้แจงต่อกกต. เพราะส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรคคนดังกล่าว ระบุว่าที่ตนถูกขับออกจากพรรคเนื่องจากโหวตสวนมติพรรค ทั้งนี้เป็นเรื่องที่ต้องไปดูข้อเท็จจริง แต่ไม่ว่ากฎหมาย หรือข้อบังคับอะไรก็ตาม ขัดรัฐธรรมนูญก็บังคับใช้ไม่ได้ ซึ่งแม้แต่การอภิปรายต่างๆในสภาของส.ส. ต่างได้รับเอกสิทธิในการคุ้มครองตามกฎหมาย แม้กลุ่มบุคคลภายนอกที่ได้รับผลกระทบก็ไม่สามารถฟ้องร้องได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119795</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางพรพิมล ธรรมสาร, นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ, นายสนธิญา สวัสดี, ร้องยุบพรรคเพื่อไทย, อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_61690d716709c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ยันมีพยานแวดล้อมมัด&#039;อนุรักษ์&#039;ตบทรัพย์5ล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ผู้ที่ถูกชี้มูลความผิดว่าเรียกรับเงินอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ออกมาตอบโต้ว่าการชี้มูลของ ป.ป.ช. ไม่ได้พิจารณาอย่างรอบด้านว่า&amp;nbsp; กรณีดังกล่าวยังถือว่านายอนุรักษ์เป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา&amp;nbsp; ซึ่งเหตุผลที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด เนื่องจากพบว่ามีพยานแวดล้อมประกอบ อันควรเชื่อได้ว่ามีการเรียกรับเงิน 5 ล้านบาทเกิดขึ้นจริง แต่หากผู้ถูกกล่าวหายืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง ยังสามารถดำเนินการต่อสู้ตามขั้นตอนได้ ทั้งในชั้นอัยการและชั้นการพิจารณาของศาล ซึ่งจะได้รับความเป็นธรรมอย่างเต็มที่​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คาดว่า ป.ป.ช. จะสรุปสำนวนส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดได้ภายใน 30 วันนี้ ระหว่างนี้หากผู้ถูกกล่าวหาจะยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ทบทวนมติก็สามารถทำได้ เพราะถือว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา แต่ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดว่า จะต้องมีหลักฐานใหม่ที่ไม่เคยปรากฏ หรือไม่เคยวินิจฉัยมาก่อนเท่านั้น จึงจะสามารถนำมายื่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณี ส.ส.อีก 1 คนที่ไม่ถูกชี้มูล&amp;nbsp; แม้จะมีส่วนร่วมในการพูดคุยโทรศัพท์ด้วยนั้น เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดว่า ได้มีส่วนร่วมในการเรียกรับเงินด้วย ซึ่ง ป.ป.ช. จะพิจารณาพยานแวดล้อมเป็นสำคัญ หากมีน้ำหนักถึงจะชี้มูลได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118699</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตบทรัพย์, นายนิวัติไชย เกษมมงคล, พท., อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล, อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a756b6685c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กมธ.ปราบโกง&#039; ข้องใจอธิบดีกรมน้ำไม่ร่วมมือแฉ ส.ส.ตบทรัพย์5ล้าน อ้างให้ข้อมูล ปปช.แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.63 - นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบกรณี ส.ส.พรรคการเมืองหนึ่งโทรศัพท์ถึงอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรียกรับเงินเพื่อแลกการผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ว่า กมธ.ฯ ได้เชิญนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เข้าชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิกร กล่าวว่า นายศักดิ์ดายอมรับว่ามีบุคคลที่ดำรงตำแหน่งรองอนุกมธ.แผนงานบูรณาการ 2 ในกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ได้โทรศัพท์ขอเงิน 5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการผ่านงบประมาณโดยไม่ปรับลดจริง ซึ่งนายศักดิ์ดา กล่าวปฏิเสธที่จะให้เงินเนื่องจากไม่มีเงิน แต่บุคคลที่โทรศัพท์ติดต่อนั้น ได้ขอแลกเป็นโครงการแทน อย่างไรก็ตามในรายละเอียดนั้นนายศักดิ์ดาไม่สามารถให้ได้ในชั้น กมธ.ฯ เนื่องจากได้ให้ข้อมูลและรายละเอียดทั้งหมดกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว ทั้งชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์ ทั้งนี้ ป.ป.ช. ได้เรียกนายศักดิ์ดาชี้แจงนานถึง 5 ชั่วโมงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิกร กล่าวด้วยว่า นายศักดิ์ดาให้ข้อมูลเบื้องต้นด้วยว่า ได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างว่าเป็นอนุกมธ.ฯ ช่วงกลางคืนและเช้าวันถัดมาได้เข้าชี้แจงรายละเอียดกับอนุกมธ.ฯ โดยช่วงเช้าทางอนุกมธ.ฯ พยายามขอปรับลดงบประมาณในหน่วยงาน ซึ่งบรรยากาศวันดังกล่าวนั้นนายศักดิ์ดา ได้ระบุว่าหากอยากตัดขอให้ตัดไป แต่มีอนุกมธ.ฯ โทรศัพท์ขอเงินกับงตน แต่เมื่อเวลาผ่านไปถึงเที่ยง บรรยากาศการพิจารณางบประมาณกลายเป็นหนังคนละม้วนทันที ทั้งนี้บุคคลที่โทรศัพท์ถึงอธิบดีนั้นจากการซักถามพบว่าเป็นอนุกมธ.ฯ​ที่เข้าประชุมในวันดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กมธ.ปราบโกง ของสภาฯ ได้สอบถามถึงรายชื่อและบุคคลที่นายศักดิ์ดาได้รับโทรศัพท์ แม้ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน กมธ.​พยายามจะสอบถามและบอกว่ากมธ.ฯอยู่ข้างอธิบดี และต้องการนำความจริงมาเปิดเผย แต่ผมไม่ทราบว่าอธิบดีคิดอย่างไร จึงไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดกับกมธ. แต่กมธ. ยังตรวจสอบเรื่องนี้ต่อ&amp;rdquo; นายรังสิกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิกร กล่าวด้วยว่า สำหรับการตรวจสอบของกมธ.ฯ นั้น มีมติจากที่ประชุมให้เชิญ น.ส.แนน บุญย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานอนุกมธ.แผนงานบูรณาการ 2 เข้ามาให้ข้อมูล พร้อมกับรองอนุกมธ.ฯ ทั้ง3 คนได้แก่ นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย , นายจักรัตน์ พั้วช่วย ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;และนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย เข้าประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามองได้หรือไม่ว่าอนุกมธ. ทั้ง3 คนที่เชิญชี้แจง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินและเข้าข่ายผิดกฎหมาย นายรังสิกร กล่าวว่า เป็นเรื่องเชิงวิเคราะห์ที่เกิดขึ้นได้ แต่ในชั้นของกมธ. ต้องตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิดเหตุการณ์ อย่างไรกรณีของน.ส.แนน บุณย์ธิดา ที่เป็นประธานอนุกมธ.ฯ แต่ไม่ถูกระบุถึง ต้องเชิญให้ข้อมูลในวันที่ถูกกล่าวอ้างด้วย อย่างไรก็ดีการทำงานของกมธ.นั้นไม่ได้ให้ร้ายหรือกล่าวหาบุคคลใดว่ากระทำผิด แต่ต้องตรวจสอบ ส่วนกรณีที่นายศักดิ์ดา ยื่นเรื่องให้ป.ป.ช.ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วนั้น ไม่ถือว่ากระทบต่อการทำงานของกมธ.ฯ และกมธ.ฯ​มีสิทธิ์เดินหน้าตรวจสอบได้ต่อตามที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ​มอบหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79641</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต, นักการเมืองรีดทรัพย์, ส.ส.ตบทรัพย์, อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190102/image_big_5c2c2d5f2093d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.กฎหมายรุมกินโต๊ะอธิบดีน้ำบาดาลหวังรู้ชื่อไอ้โม่งตบทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่ห้องประชุม407 รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธานการประชุม โดยได้เชิญนายศักดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มาชี้แจงหลังจากปรากฏข่าวถูกอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ 2 เรียกรับผลประโยชน์แลกกับการผ่านงบประมาณ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เชิญ อนุกรรมาธิการบูรณาการ 2 มาร่วมชี้แจงด้วย แต่ไม่มีตัวแทนมาชี้แจง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระกล่าวว่า หลังปรากฏข่าวอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ2 เรียกรับเงิน 5 ล้านบาทกับอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มาให้ข้อมูล และได้เชิญ ส.ส.ในอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 2 มาชี้แจงด้วย 5-6คน แต่ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ทั้งที่ควรจะให้เกียรติซึ่งกันและกัน คงต้องพิจารณากันว่าเพราะเหตุใด ถ้ามีเหตุผลไม่เพียงพอต้องรับผิดชอบคูณสองมากกว่าคนทั่วไป และขอให้อธิบดีบอกเล่าในรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดาชี้แจงว่า กรมน้ำบาดาลโดยตนและคณะไปชี้แจงอนุ กมธ.ฯ วันที่ 17ก.ค. 21ก.ค. 22ก.ค. 5 ส.ค. แต่เหตุที่เกิดขึ้นเกิดตอนคืนวันที่ 4 ส.ค.เวลา 19.10น. มีคนโทรศัพท์มาหาพร้อมแนะนำตัวว่าเป็น กมธ.ในคณะ โดยได้ของาน ขอเงินตามจำนวนที่ได้พูดต่อที่ประชุมอนุกรรมาธิการฯ เอาไว้จริง ในการประชุมวันที่ 5 ส.ค.มีการซักถาม รายละเอียดต่างๆ ในการขุดเจาะบ่อบาดาลนานกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งไม่ได้โต้เถียง ได้แต่นั่งฟังคณะที่มาด้วยชี้แจง แต่เมื่อฟังไปฟังมาเห็นว่า ไม่ใช่ประเด็นเลยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ออกไปเดินเล่น พอกลับเข้ามายังห้องประชุมอีกครั้ง ยังอยู่ในประเด็นเดิม ดูเหมือนอนุกรรมาธิการฯ บางคนเหมือนจะไม่เข้าใจ ทั้งที่เราได้ชี้แจงในรายละเอียดไปแล้วหลายครั้ง เลยตัดสินใจพูดความจริง ตามที่เป็นข่าวเพื่อให้อนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ2 ได้รับทราบข้อเท็จจริง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.กฎหมายฯ ได้สอบถามว่า ตามที่อธิบดีระบุว่า คืนวันที่ 4 ส.ค.มีคนโทรศัพท์มาหานั้นเป็นใคร เบอร์โทรอะไร เสียงที่โทรมาเป็นอนุกรรมาธิการบูรณาการ2 ใช่หรือไม่ ทำให้นายศักดาชี้แจงกลับมาว่า ข้อมูลตรงนี้ได้ส่งบันทึกให้ปลัดกระทรงทรัพยากรธรรมชาติฯ ผู้บังคับบัญชา รวมทั้งหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบได้ขอข้อมูลไปบางส่วนแล้ว ขออนุญาตไม่บอกว่าเป็นใคร เพราะอาจถูกกล่าวหาในข้อหาหมิ่นประมาทได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีมีทั้ง กมธ.ที่อยากให้มีการระบุชื่อ ส.ส.ที่ไปเรียกรับผลประโยชน์ มีการข่มขู่แลกกับการไม่ผ่านงบประมาณให้หรือไม่ มีคลิปเสียงหรือไม่ คนที่โทรศัพท์มาหาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แต่ กมธ.บางคนก็เห็นใจเพราะอาจมีผลเกี่ยวกับวินัยราชการและผลทางคดี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ จึงถามขึ้นมาอีกว่า เรื่องนี้กระทบต่อ ส.ส.และสภาเมื่อเกิดเรื่อง 2 คนที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับผลประโยชน์เป็นใครก็ยังไม่รู้ เราต้องปกป้อง ส.ส.และปกป้องสภาเช่นกัน ต้องขอให้อธิบดีเปิดเผยออกมา ไม่เช่นนั้นก็อาจเป็นกระแสตีกลับไปยังอธิบดีได้ว่า ที่พูดมาเป็นเรื่องจริง มีข้อมูลจริงหรือไม่ และจะปล่อยให้ ส.ส.2 คนที่เป็นอนุกรรมาธิการฯ ได้ร่วมพิจารณางบประมาณแผ่นดิน ยังอยู่ในอนุกรรมาธิการชุดนี้อีกหรือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดาชี้แจงกลับมาว่า ขอยืนยันว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์และข่มขู่จริง ที่ผ่านมาไม่เคยให้ข่าวกับสื่อเลย รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์พยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ทุกวัน แต่ไม่เคยให้สัมภาษณ์ ขอบคุณนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เห็นใจและให้กำลังใจ อย่างไรก็ดีในส่วนของข้อมูลต่างๆนั้นทาง ป.ป.ช.เชิญไปสอบถามแล้ว ทาง สตง.ก็ติดต่อมา เชื่อว่าหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบทั้งหลาย จะตรวจสอบอย่างเร็ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มั่นใจข้อมูลที่ให้กับหน่วยงานตรวจสอบ ถ้าผมให้ข้อมูลเท็จ ผมก็เดือดร้อน หรือถ้าไปกุเรื่องมา ก็ไม่สมควรอยู่ในแผ่นดินไทย แต่ถ้าจะให้เปิดเทปบันทึกเสียง ทุกคนคงรู้จักกันหมด แต่ทุกคนคงพอทราบเลาๆแล้ว คงไม่ไปไกลกว่าที่ทุกคนคิด หากได้อ่านบันทึกที่ได้นำเสนอปลัดกระทรวงทรัพย์ฯหรือที่ส่งมายังประธานสภา ถ้าได้อ่านคงก็คงพอรู้ว่าเป็นใคร&amp;rdquo;นายศักดากล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงช่วงนี้ กมธ.กฎหมาย เริ่มซักถามและอยากให้ลงรายละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะบุคคลในอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ2 ที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับประโยชน์นั้นเป็นใคร และได้มีความพยายามขอให้ประธาน ประชุมลับ เพื่อที่อธิบดีจะได้ให้ข้อมูลเชิงลึก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดากล่าวอีกว่า ผมมีพยาน หลักฐาน อะไรมากกว่านี้ ในชีวิตผ่านคำพิพากษาทางศาลฎีกามาแล้ว 2 ครั้ง ในชีวิตก็ผ่านอะไรมาพอสมควร ไม่ขอเปิดเผย ทุกท่านก็รู้ เมืองไทยมักมีอะไรที่เราไม่เคยคาดคิดได้ ไม่มีมวยล้ม ถ้าล้มมวย เราหกล้มกลางทาง เราจะเดือดร้อน เชื่อว่าหน่วยงานตรวจสอบที่เข้ามาตรวจสอบ คงเชื่อมั่นในตัวผม แม้ประธานกรรมาธิการกฎหมายฯ อยากจะคัดคนไม่ดีให้ออกไป แต่ถ้าได้อ่านบันทึกที่ได้ส่งไปให้ผู้บังคับบัญชา คงรู้ว่าเป็นใคร แต่ที่ไม่เปิดเผย เพราะไม่อยากให้คดีหนึ่งตกเป็นโจทก์ อีกคดีตกเป็นจำเลย ซึ่งต้องเสียเวลามานั่งแก้ต่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงช่วงนี้ นายสาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ นายศิริพงษ์ รัศมี ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ2 ได้เดินเข้าร่วมรับฟังการชี้แจงด้วย ทำให้ประธานในที่ประชุม ได้กล่าวหยอกล้อว่า ใช่ &amp;nbsp;2 คนนี้หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า เป็นหนึ่งใน ส.ส.ที่อยู่ในอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ2 ได้รับฟังการชี้แจง ช่วงหนึ่งอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เดินออกจากห้องประชุมแล้วกลับเข้ามาและได้บอกว่า โดนตบทรัพย์ ผมก็อยู่ในอนุกรรมาธิการฯชุดนี้ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย พอกลับไปบ้าน ชาวบ้านถามว่า มีคนไปตบทรัพย์จริงหรือไม่ ผมก็ร้อน เพราะดันอยู่ในอนุกรรมาธิการชุดนี้ ที่บอกว่ามีการเรียกกัน 5 ล้านบาท เขาก็ต้องเหมารวมไปด้วยว่าได้ส่วนแบ่ง ทั้งที่ไม่ได้รู้ ไม่ได้รู้ว่า ใครไปคุยอะไรอย่างไรกับใคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอนายสาธิตชี้แจง ทำให้ กรรมาธิการกฎหมายฯ รุมซักถามทันทีว่า ในการมาชี้แจงของอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ส.ส.ที่เป็นอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ2 ใครเป็นคนซักถามมากที่สุด นายสาธิตจึงตอบว่า ซักกันหลายคน กรรมาธิการกฎหมาย ถามต่อไปว่า ใคร บอกชื่อมาเลย นายสาธิต ตอบกลับมาว่า ก็ถามพอๆกัน มีทั้งพี่ศิริพงษ์ ผมนายอนุรักษ์ และพี่มันแกว ที่ประชุมได้รุมซักอีกว่า อนุรักษ์ไหน พรรคอะไร โดยนายสาธิต ได้แต่ยิ้มแทนคำตอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นที่ประชุมกรรมาธิการ ขอมติที่ประชุมเป็นการประชุมลับ เพื่อจะได้ให้ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ลงในรายละเอียดได้มากกว่านี้ และเชิญสื่อที่เข้าร่วมรับฟังออกจากห้องประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74910</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน, นายสิระ เจนจาคะ, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, ศักดา วิเชียรศิลป์, ส.ส.กทม., สภาผู้แทนราษฎร, อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3cbc0b09a12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;โยนเผือกส.ส.ตบทรัพย์ให้&#039;กมธ.ปราบทุจริตฯ&#039;ชำแหละชี้กมธ.ชุดอื่นห้ามยุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีกระแสข่าวอนุกรรมาธิการ (กมธ.) แผนงานบูรณาการ 2 เรียกเงิน 5 ล้านบาทจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อแลกกับการผ่านงบประมาณของกรม ว่าได้มีรายงานลับจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้มอบให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบ และส่งต่อให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้พิจารณาศึกษาเรื่องนี้ต่อไป ดังนั้น คณะ กมธ.อื่นๆจึงไม่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กมธ.ต้องปฏิบัติกับผู้มาชี้แจงอย่างสุภาพ เรียบร้อย อย่าไปทำอะไรที่ไม่เหมาะสม กมธ.ชุดใดที่ได้รับมอบหมายก็ให้ชุดนั้นดูแล ชุดอื่นไม่มีสิทธิ์ที่จะไปเรียกคนเข้ามา ขอเรียนให้ทราบ เพราะไม่เช่นนั้นจะสับสน และขอเรียนด้วยว่าในยุคนี้ผิดต้องผิด ถูกต้องถูก ไม่มีสิทธิไปช่วยเหลือปกปิดอะไรได้&amp;rdquo; ประธานสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงหลักฐานที่ทางกระทรวงทรัพยากรฯ ส่งมาให้มีอะไรบ้าง นายชวน กล่าวว่า ทางกระทรวงไม่ได้เปิดเผยชื่อว่าเป็นใคร แต่มีเบอร์โทรศัพท์ ส่วนหน้าที่ของหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง อย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้กำชับให้เลขาสภาฯให้ความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าขณะนี้ทางคณะกมธ.การกฎหมาย &amp;nbsp;การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่มีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานกำลังตรวจสอบเรื่องตบทรัพย์อยู่ด้วย นายชวน กล่าวว่า โดยหลัก กมธ.ที่เรามอบหมายเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ในการศึกษาเรื่องนี้ ถ้า กมธ.ชุดอื่นตรวจสอบก็ต้องพิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74888</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมาธิการ, ชวน หลีกภัย, ตบทรัพย์, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3c986b26e86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.ตบทรัพย์คอพาดเขียง!เบอร์โทร-รายชื่อถึงมือประธานสภาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีการเปิดประเด็นร้อนในการพิจารณางบประมาณปี 2564 โดยนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล &amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เกิดการโต้เถียงระหว่างการชี้แจงงบประมาณ ในคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.) แผนงานบูรณาการ 2 ในคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ระบุว่า มีกรรมาธิการฯเรียกเงินจำนวน 5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการผ่านงบประมาณปu64 นั้น จนทำให้กมธ.ชุดใหญ่ เชิญ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะอนุ กมธ.แผนงานบูรณาการ 2 และนายศักดิ์ดา &amp;nbsp;เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวอีกว่า นายศักดิ์ดาได้รายงานข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งมอบเบอร์โทรศัพท์ของ ส.ส.ซึ่งเป็นผู้ชาย ที่โทรศัพท์เข้ามาหลายครั้ง เพื่อเรียกตบทรัพย์ แก่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทส. เพื่อส่งมอบให้กับนายวราวุธ &amp;nbsp;ศิลปอาชา รมว.ทส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด รายงานข้อเท็จจริงและเบอร์โทรศัพท์ของ ส.ส.ชายรายดังกล่าว ถึงมือนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียบร้อยแล้ว โดยจะได้ส่งให้ฝ่ายกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74446</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ตบทรัพย์, ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์, ส.ส., อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f32a6d7e1801.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039; รับลูกสอบ อนุกมธ.งบฯ ตบทรัพย์ แฉ ส.ส.ตั้งแก๊งรีดไถมีทุกยุค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
13 ส.ค.63 - ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฏร กล่าวถึงกรณีมีข้อร้องเรียนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 เรียกรับเงิน หรือตบทรัพย์ และตั้งงบประมาณเกินจริงเพื่อหักหัวคิวว่า ตนเห็นด้วยที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มอบให้คณะกิจการสภาผู้แทนราษฎร รับเรื่องไปพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อนำไปดำเนินการต่อผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป และจะได้เชิญผู้เกี่ยวข้องในการพิจารณางบประมาณเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรนำ้บาดาล ผู้เปิดโปงพฤติกรรมการตบทรัพย์ของอนุกมธ.บางคน และจะเชิญอนุกมธ.ทุกคนมาสอบสวนด้วย เมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่มีประเด็นอะไรที่สลับซับซ้อนมากนัก น่าจะสอบสวนได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนตัวเชื่อว่าพฤติกรรมแบบนี้ มีเกิดขึ้นจริงในการพิจารณางบประมาณประจำปีของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่ปีงบประมาณนี้ มีคนกล้าแบบอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลออกมาเปิดโปง จึงเป็นที่สนใจของสังคมขึ้นมา เพราะการเป็นกมธ.งบประมาณ จะมีความสำคัญและมีบทบาทในการตัดลดงบประมาณของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ จึงเป็นที่เกรงกลัวของบรรดาข้าราชการระดับผู้บริหารกระทรวง หรือกรมต่างๆ จะไม่มีข้าราชการหรือผู้บริหารคนใดกล้าทะเลาะกับกมธ.จนมีข่าวซุบซิบนินทากันอย่างหนาหูในหมู่ ส.ส.มาโดยตลอดว่า กมธ.แต่ละคนมีเทคนิคในการพิจารณางบประมาณที่แตกต่างกัน มีการตั้งก๊วน ตั้งแก๊งแบ่งหน้าที่กันทำ มีการเจรจาของบประมาณลงพื้นที่ของตัวเอง มีผู้ทำหน้าที่เสนอตัดงบประมาณหรือเสนอแขวนงบประมาณในห้องประชุม จนต้องมีการเคลียร์งบประมาณ หรือเกี้ยเซี้ยกันกับผู้บริหารระดับกระทรวง หรือกรม จนถึงการของานโครงการรับเหมาก่อสร้างกัน จึงเป็นที่มาของการแย่งชิงการเป็นกมธ.งบประมาณในพรรคการเมืองต่างๆของทุกปี ถึงขั้นต้องโหวตกันภายในพรรค ทะเลาะกัน จนต้องออกมาเปิดโปงโจมตีกัน แสดงให้เห็นว่าการเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ย่อมมีผลประโยชน์แอบแฝง ซึ่งบางคนมักจะทำตัวเป็นกรรมาธิการงบประมาณมืออาชีพ จองตำแหน่งขอเป็นกมธ.งบประมาณทุกปี ถ้าปีไหนพลาดโอกาส ก็จะออกอาการ ฟาดงวง ฟาดงา ตามที่เป็นข่าวให้เห็นอยู่บ่อยๆ&amp;rdquo; นายเทพไท กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพไท กล่าวต่อว่า ตนเป็นส.ส.มาหลายสมัย เป็นนักการเมืองมาเกือบ20ปี แต่ยังไม่เคยเป็นกมธ.งบประมาณ หรืออนุกมธ.แม้แต่ครั้งเดียว เพราะไม่มีความถนัดและไม่ประสงค์จะไปยุ่งเกี่ยวกับการจัดงบประมาณใดๆทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลในการพิจารณางบประมาณในปีนี้ ก็พร้อมจะทำหน้าที่ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อจะล้างความชั่วร้าย การหาประโยชน์แอบแฝง ในการพิจารณางบประมาณแผ่นดินประจำปีของรัฐบาลให้หมดสิ้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74283</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตบทรัพย์, อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200812/image_big_5f3339518d257.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
