<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทย-จีนจับมือแก้ปัญหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.2564 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า วันที่ 1 มี.ค.2564 กรมฯ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ผ่านระบบ VDO Conference กับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (CNIPA) โดยมีการตั้งผู้ประสานงาน 2 ประเทศ เพื่อร่วมแก้ปัญหาหากเกิดกรณีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างกัน ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประกอบการไทยที่ถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในจีนได้เร็วขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่มอบหมายให้กรมฯ ดำเนินการเชิงรุกในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทยในต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันพัฒนาการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทั้งการพัฒนาบุคลากรและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการตรวจสอบและจดทะเบียน การคุ้มครองภูมิปัญญาดั้งเดิม ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ ซึ่งเป็นเรื่องที่จีนมีความเชี่ยวชาญ และเป็นประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมฯ จะเดินหน้าผลักดันกิจกรรมความร่วมมือระหว่างไทยและจีนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผลักดันจีนเร่งรัดจดทะเบียนคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ไทย 3 รายการ ที่ยื่นไปแล้วก่อนหน้านี้ คือ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง และมะขามหวานเพชรบูรณ์ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า GI ไทยในจีน และนำรายได้กลับมาสู่ชุมชนท้องถิ่นและผู้ประกอบการ GI ของไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเร่งรัดการขึ้นทะเบียน GI เพราะสินค้าเหล่านี้ เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งจีนที่เดินทางเข้ามาในไทย และได้ทดลองบริโภคสินค้า ทำให้มีความต้องการบริโภคเพิ่มสูงขึ้น จึงต้องขึ้นทะเบียน GI เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าไทยได้รับผลกระทบ จากการที่จะเข้าไปทำตลาดในอนาคต รวมถึงป้องกันการละเมิดที่อาจจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน มีสินค้า GI ไทยที่ขึ้นทะเบียนในต่างประเทศแล้ว 7 รายการ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ กาแฟดอยตุง กาแฟดอยช้าง ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ที่สหภาพยุโรป (อียู) ผ้าไหมยกดอกลำพูน ที่อินเดียและอินโดนีเซีย เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน ที่เวียดนาม กาแฟดอยตุง ที่กัมพูชา และมีสินค้าที่รอการขึ้นทะเบียน GI ได้แก่ กาแฟดอยช้าง สับปะรดห้วยมุ่น ที่ญี่ปุ่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มะขามหวานเพชรบูรณ์ และส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ที่จีน มะขามหวานเพชรบูรณ์ และลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง ที่เวียดนาม ส่วนสินค้าที่กำลังอยู่ระหว่างการผลักดันให้ขึ้นทะเบียน GI ในต่างประเทศ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี และทุเรียนปราจีนบุรี ที่จีน ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ และข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ที่มาเลเซีย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94637</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์, ละเมิดลิขสิทธิ์, อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา, ไทย-จีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd92fe7d47f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 00:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์เร่งเครื่องปราบเว็บหนังเถื่อน ล่าสุดปิดไปกว่า 2 พันลิงค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เมษายน 2562 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินการกับเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ว่า ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐได้ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันมีถึง 2 ช่องทางที่ให้ผู้ประกอบการแจ้งปัญหาการละเมิด โดยสามารถแจ้งปัญหาผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์และระงับการเผยแพร่การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและการกระทำความผิดอื่นๆ ทางออนไลน์ (COPTICS) ซึ่งมีตำรวจและสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้รับผิดชอบหลัก และแจ้งมายังกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อที่จะประสานต่อไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในการใช้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จัดการ
ทั้งนี้ ในการแจ้งปัญหาผ่าน COPTICS นั้น ให้แจ้งเรื่องไปยังศูนย์ฯ และเจ้าหน้าที่จะพิจารณาและหากเห็นว่ามีการละเมิดจริง ก็จะส่งเรื่องต่อไปยัง กสทช. เพื่อใช้อำนาจของ กสทช. ในการแจ้งไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ให้นำเว็บไซต์ละเมิดออก ซึ่งจะดำเนินการเร็วมากภายใน 2-3 วัน โดยปัจจุบันมีการสั่งปิดเว็บไซต์แล้ว 34 เว็บ หรือ 1,080 URL&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแจ้งผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญา สามารถดำเนินการได้โดยแจ้งเว็บไซต์ ภาพยนตร์ที่ถูกละเมิดมีอะไรบ้าง ซึ่งกรมฯ จะส่งเรื่องต่อไปยังกระทรวงดีอี เพื่อพิจารณา และหากเห็นว่าผิดจริง ก็จะส่งศาลพิจารณาสั่งให้ระงับเว็บไซต์ โดยล่าสุดได้มีคำสั่งปิดเว็บไซต์ไปแล้ว 37 คำสั่ง หรือ 953URL&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีเจ้าของสิทธิ์ ตัวแทนเจ้าของสิทธิ์มาร้องกับกรมฯ อยู่เรื่อยๆ ทั้งหนังไทย หนังสหรัฐฯ หรือหนังเกาหลี ซีรี่ส์เกาหลี ซึ่งกรมฯ ได้มีการประสานงานกับกระทรวงดีอีในการสั่งปิดเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง แต่ก็พบว่ามีบางเว็บไซต์ที่มีเซิฟเวอร์ตั้งอยู่ในต่างประเทศ เท่าที่ตรวจสอบได้มีที่สิงคโปร์ ปานามา และสหรัฐฯ ซึ่งการแก้ไขปัญหา กสทช.ได้ทำการปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงได้ และกรมฯ เองยังได้มีหนังสือถึงสถานทูตสหรัฐฯ เพื่อขอความร่วมมือให้ช่วยปิดด้วย&amp;rdquo;นายทศพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพลกล่าวว่า นอกเหนือจากการปิดเว็บไซต์ ปิดกั้นเว็บไซต์ กรมฯ ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรในการดำเนินการจับกุมผู้ละเมิดอย่างเต็มที่ โดยหากตรวจสอบพบก็จะจับกุมดำเนินคดี ซึ่งที่ผ่านมา มีการจับกุม ยึดคอมพิวเตอร์และเซิฟเวอร์ที่ทำการละเมิดได้อย่างต่อเนื่อง และยังได้เสนอให้ใช้กฎหมายฟอกเงินในการดำเนินการกับผู้ละเมิด เพราะความผิดละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นความผิดที่อยู่ในฐานฟอกเงิน เพื่อให้ตามอายัดทรัพย์ของผู้ละเมิด รวมทั้งส่งให้กรมสรรพากรดำเนินการตรวจสอบภาษีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ล่าสุดกรมฯ กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำโครงการพัฒนาระบบการแจ้งและรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ในรูปแบบไร้กระดาษ เพื่อใช้สำหรับการรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์จากผู้ที่คิดค้นงานอันมีลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ เพลง ภาพ หนังสือ วรรณกรรม เป็นต้น โดยจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ และจากนั้น กรมฯ จะนำข้อมูลงานลิขสิทธิ์ที่มาแจ้งกับกรมฯ ไปเชื่อมโยงกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือเอ็ตด้า ที่ปัจจุบันมีโปรแกรม &amp;ldquo;ไอแมงมุม&amp;rdquo; ที่ใช้ในการตรวจจับการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการกับการละเมิดภาพยนตร์ ที่ไอแมงมุม จะกระจายเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์แล้ววิ่งไปตรวจจับว่าเว็บไซต์ไหนมีภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ หากตรวจเจอก็จะแจ้งกลับเข้ามา ทำให้รู้ว่าภาพยนตร์ละเมิดอยู่ที่ไหน เว็บอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในช่วงแรก กรมฯ จะเริ่มดำเนินการกับภาพยนตร์ก่อน เพราะเป็นงานลิขสิทธิ์ที่ถูกละเมิดเป็นอย่างมากในปัจจุบัน จากนั้นจะขยายผลไปยังเพลง และภาพถ่าย โดยเฉพาะภาพถ่าย ต่อไปหากมีคนนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ก็จะตรวจเจอเลยว่าอยู่ตรงไหน ทำให้ดูแลการละเมิดได้ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33240</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทศพล ทังสุบุตร, หนังเถื่อน, อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา, เว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa7931172093.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
