<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.แจ้งถนนเชื่อมสองอำเภอ จ.ระยองยกระดับการเดินทางพร้อมใช้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.62-นายกฤชเทพ สิมลี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.)เปิดเผยถึงการดําเนินโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3377 &amp;ndash; บ้านชุมแสง อําเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ระยะทาง 18.526 กิโลเมตร ว่า เดิมถนนสายดังกล่าวมีสภาพถนนเป็นถนนลาดยาง บางช่วงมีผิวจราจรและไหล่ทางแคบ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ไม่ได้รับความสะดวกใน การเดินทาง

ทั้งนี้กรมทางหลวงชนบทจึงดำเนินการปรับปรุงโดยขยายความกว้างผิวจราจรและไหล่ทางพร้อมทั้งติดตั้ง อุปกรณ์อํานวยความปลอดภัยเพื่อรองรับการจราจรที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากเป็นถนนที่เชื่อมระหว่าง อําเภอเขาชะเมา กับอําเภอวังจันทร์และเป็นเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว เช่น อ่างเก็บน้ำประแสร์รวมถึงเชื่อมโยงไป ยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ อาทิ น้ำตกเขาชะเมา น้ำตกคลองปลาก้าง ถ้ำเขาวงวัดถ้ำวัฒนมงคล ฯลฯ

ทั้งนี้ เพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวให้สามารถสัญจรไป-มา ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นลดต้นทุนด้านการขนส่ง ตลอดจนสนับสนุนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของจังหวัด กรมทางหลวงชนบทจึงได้ดําเนินโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสายแยก

ทล. 3377 &amp;ndash; บ้านชุมแสง อําเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เป็นผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาด 2 &amp;ndash; 4ช่องจราจร กว้าง 7.00 &amp;ndash; 14.00 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 1.00 &amp;ndash; 2.50 เมตร โดยมีจุดเริ่มต้นที่ กม.0+000 ถึงกม.ที่ 18+526 รวมระยะทาง 18.526 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 143.399 ล้านบาท ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้ประชาชนได้ใช้สัญจรเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39586</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, อธิบดีกรมทางหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d14417027460.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ดีเดย์20 พ.ค.นี้เก็บค่าผ่านทางวงแหวนด้านใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 พ.ค.62-นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)เปิดเผยว่าในวันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2562 เวลา 00.01 น. การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางแทนกรมทางหลวงบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนพระประแดง &amp;ndash; บางแค ช่วงพระประแดง &amp;ndash; ต่างระดับบางขุนเทียน ซึ่งเป็นไปตามตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปีพ.ศ.2554 และ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมผ่านทางเป็นไปตามกฎกระทรวงปีพ.ศ.2555 สำหรับรถ 4 ล้อ, รถ 6 ล้อ และรถที่มีล้อเกิน 6 ล้อขึ้นไป ในอัตรา 15 บาท, 25 บาท และ 35 บาท ตามลำดับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายอานนท์ กล่าวว่าค่าธรรมเนียมผ่านทางที่จัดเก็บได้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจะนำส่ง เพื่อเข้าบัญชีเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้เก็บรักษา โดยจะนำไปใช้ในการบำรุงรักษาทางและ สะพาน ตลอดจนระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการจราจรให้แก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;รวมทั้งใช้สำหรับการก่อสร้างขยายโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายทางอื่นๆในอนาคต ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระงบประมาณแผ่นดิน รักษาวินัยทางการเงินการคลังภาครัฐ พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35699</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์, วงแหวนด้านใต้, สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนพระประแดง – บางแค ช่วงพระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน, อธิบดีกรมทางหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd8ebdcdc4e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2019 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2019 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อมรับมือปาบึก สั่งตั้งศูนย์อำนวยการส่วนหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 ม.ค.62-นายอานนท์ &amp;nbsp;เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการในสภาวะฉุกเฉิน &amp;nbsp;เนื่องจากพายุโซนร้อน &amp;quot;ปาบึก&amp;quot; (PABUK) ได้อย่างทันท่วงทีกรมทางหลวงจึงจัดตั้งศูนย์อำนวยการส่วนหน้าและศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่ จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราชและ จังหวัดระนอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้สำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช) เป็นศูนย์อำนวยการส่วนหน้า โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช) เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ มีหน้าที่ อำนวยการ สั่งการแก้ไข และบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกว่าเหตุการณ์ยุติ รวมทั้งให้แขวงทางหลวงในพื้นที่จังหวัด ชุมพร ,สุราษฎร์ธานี,นครศรีธรรมราช และระนอง &amp;nbsp;เป็นศูนย์ปฏิบัติการ โดยมีผู้อำนวยการแขวงทางหลวงในพื้นที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ให้เตรียมความพร้อมทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร และบุคคลากร ในการอำนวยความสะดวกด้านจราจร รวมถึง การให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยทุกกรณีตามการร้องขอตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ เคลื่อนย้ายยานพาหนะ สิ่งของสัมภาระ การแจกจ่ายน้ำดื่ม เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและพร้อมในการช่วยเหลือหน่วยงานอื่นตามการร้องขอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายอานนท์ กล่าวว่าได้สั่งการให้แขวงทางหลวงในสังกัดสำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช) สำนักงานทางหลวงที่ 17 (กระบี่) สำนักงานทางหลวงที่ 18 (สงขลา) ,แขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์, แขวงทางหลวงชุมพร เตรียมความพร้อมโดยจัดทำแผนที่ความเสี่ยงอุทกภัย บริเวณที่เกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง พร้อมจัดทำแผนที่ทางเลี่ยงเส้นทางในกรณีที่เกิดการสัญจรไม่ได้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนผู้ใช้ทางทั้งนี้ เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่โดยเร็วและปฏิบัติงานตามคู่มือการปฏิบัติงานของกรมทางหลวงกรณีเกิดภัยพิบัติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทางหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25744</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งศูนย์อำนวยการส่วนหน้า, พายุโซนร้อน &quot;ปาบึก&quot;, อธิบดีกรมทางหลวง, อานนท์  เหลืองบริบูรณ์, เตรียมความพร้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2eea885f9ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ลุยระดมทุนทีเอฟเอฟ 5 หมื่นล้านผุดมอเตอร์เวย์สายใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค. 2561 - นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)เปิดเผยว่า กรมทางหลวงมีแผนเปิดระดมทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์(ทีเอฟเอฟ)เพื่อนำไปก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใหม่เชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวพร้อมไปกับการลดภาระด้านงบประมาณและเพดานหนี้สาธารณะตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการที่มีความพร้อมในการเข้าแผนระดมทุนทีเอฟเอฟนั้นเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพด้านปริมาณจราจรเบื้องต้นมองไว้ 2 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.โครงการทางยกระดับศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 15 กม. วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิปีละมากกว่า 60 ล้านคนและแก้ปัญหารถติดสะสมบนมอเตอร์เวย์สายกรุงเทพ-พัทยา &amp;nbsp;2.โครงการมอเตอร์เวย์ช่วงฉะเชิงเทรา-นครราชสีมา วงเงิน 2-3 หมื่นล้านบาท เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางและระบบโลจิสติกส์ระหว่างภาคอีสานกับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในแผนเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงพิเศษสายชลบุรี-หนองคายอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาโครงการที่เหมาะสมในการระดมทุนเพิ่มเติม โดยกรมทางหลวงจะทำสัญญาโอนและรับสิทธิ์โอนในรายได้ของมอเตอร์เวย์สาย 7 และ สาย 9 นำส่งกองทุนทุกปี&amp;quot; นายอานนท์กล่าว
นายอานนท์กล่าวต่อว่าสำหรับแผนดำเนินงานในปีหน้านั้นเตรียมเปิดประมูลโครงการเมกะโปรเจ็กส์ 2 โครงการได้แก่ 1.โครงการเปิดให้เอกชนร่วมทุนพีพีพีดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&amp;amp;M) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี วงเงินรวม 6.1 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับบเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์) คาดว่าจะเปิดประมูลช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 2.โครงการทางหลวงระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์ ) ช่วงนครปฐม-ชะอำ วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเสนอฝ่ายนโยบาย คาดว่าจะส่งให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาเห็นชอบในหลักการของโครงการภายในกลางเดือน ก.พ. หากได้รับความเห็นชอบจะเดินหน้าร่างทีโออาร์และออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินต่อไปในช่วงกลางปีหน้า ก่อนเปิดประมูลโครงการช่วงปลายปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์กล่าวอีกว่าสำหรับโครงการพัฒนามอเตอร์เวย์สายใหม่โดยการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของภาครัฐ(พีพีพี)ซึ่งฝ่ายนโยบายผลักดันและขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างนั้นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายใน 5 ปีนับจากนี้จะสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้เพื่อเชื่อมโยงการโครงข่ายถนนและลดระยะเวลาการเดินทางให้กับประชาชน ประกอบด้วย 1.โครงการมอเตอร์เวย์ช่วงพัทยา-มาบตาพุด ขณะนี้คืบหน้าไปมากกว่า 65% เปิดบริการปี 2563 2.โครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา &amp;nbsp;คืบหน้าไปแล้วมากกว่า 50% เปิดบริการปี 2563 3.โครงการมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี ขณะนี้คืบหน้า 15% เปิดบริการปี 2564-2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่ากระทรวงคมนาคมได้รับมอบแผนยุทธศาสตร์ชาติมาปรับใช้ในการพัฒนาโครงการถนนทางหลวงและเส้นทางมอเตอร์เวย์ เบื้องต้นได้สั่งการให้ทล.ไปจัดลำดับความสำคัญของแผนพัฒนาระยะสั้น 3-5 ปี ว่าเส้นทางไหนเหมาะสมคุ้มค่าแก่การลงทุนพัฒนา อย่างไรก็ตามเบื้องต้นต้องการให้แผนพัฒนาเส้นทางมอเตอร์เวย์ในอนาคตเน้นเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนและเส้นทางการค้าตามแนวชายแดนที่มีมูลค่าจำนวนมาก ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาถนนสายหลักตามแนวระเบียงเศรษฐกิจที่มีศักยภาพของประเทศไม่ว่าจะเป็น แนวระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (NEC) แนวระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) แนวระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันตก (WEC)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25010</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์, อธิบดีกรมทางหลวง, โครงการทางยกระดับศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ, โครงการมอเตอร์เวย์ช่วงฉะเชิงเทรา-นครราชสีมา, ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a8313aa077c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2018 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2018 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ลุยเปิดร่วมทุน PPP มอเตอร์เวย์บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว4.8หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล.เล็งเปิดร่วมทุนพีพีพีเน็ทคอสปั้นมอเตอร์เวย์ 4.8 หมื่นล้านช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว แก้รถติดสายลงใต้ คาดกวาดรายได้ปีละ 1 พันล้านตั้งแต่เปิดใช้ ด้านอธิบดีทางหลวงสั่งเร่งเมกะโปรเจ็กส์ 1.5 แสนล้านช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)เปิดเผยว่าทล.ได้จัดงานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชน(Market Sounding) โครงการทางยกระดับหมายเลข 35 ช่วงบางขุนเทียน-วังมะนาว แบ่งเป็น 3 เฟส ได้แก่ เฟส 1 ช่วงบางขุนเทียน-มหาชัย ระยะทาง 10 กม. วงเงิน 1.05 หมื่นล้านบาทและเฟส 2 ช่วงมหาชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 15 กม. วงเงินลงทุนรวมกัน 4.8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 2.96 หมื่นล้านบาท ค่าดำเนินงานและบำรุงรักษาตลอดอายุสัมปทาน 1.61 หมื่นล้านบาท ค่าก่อสร้างด่านงานระบบ 1.26 พัน ค่าเวนคืนที่ดิน 640 ล้านบาท และอื่นๆ 670 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรูปแบบที่คาดว่าจะนำมาใช้คือการร่วมทุนแบบ PPP Net Cost โดยฝ่ายรัฐจะลงทุนงานก่อสร้างเฟสแรก 1.05 หมื่นล้านบาท ขณะที่เอกชนลงทุนงานก่อสร้างเฟส 2 และงานบริหารรวมถึงบำรุงรักษาตลอดเส้นทางเฟส 1-2 รวมมูลค่า 3.16 หมื่นล้านบาท โดยเอกชนต้องลงทุนเองทั้งหมด พร้อมงานบริหารและรับความเสี่ยงพร้อมแบ่งรายได้ให้รัฐตามสัดส่วนที่ตกลงกัน บนอายุสัมปทาน 33 ปีแบ่งเป็นก่อสร้าง 3 ปีและงานบริหาร 30 ปี โดยมีกรรมสิทธิ์โครงการแบบ BTO คือภาคเอกชนต้องโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้รัฐบาลทั้งหมด เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว คาดว่าจะเปิดประมูลปี ‭2562-2563‬ เริ่มต้นก่อสร้างปี 2566 ทั้งนี้คาดว่าปริมาณยานพาหนะบนถนนเส้นดังกล่าวมากกว่า 1 ใน 3 ของทั้งหมดจะหันมาใช้ทางยกระดับเมื่อเปิดให้บริการ ปัจจุบันมีปริมาณราว 170,000 คัน/วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์กล่าวต่อว่าตัวเลขคาดการณ์ปริมาณจราจรในโครงการนี้ในปีแรกที่เปิดให้บริการอยู่ที่ 48,000 คันต่อวัน แบ่งเป็นสัดส่วนรถยนต์ 4 ล้อ 85% และรถยนต์ขนาด 6 ล้อขึ้นไป 15% ก่อนเพิ่มเป็น 100,000 คันในปี 2036 คิดเป็นปริมาณเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ก่อนจะเติบโตไปจนถึงระดับ 220,000 คันต่อวัน ในปี 2051 ส่วนด้านประมาณการรายได้ในปีแรกที่เปิดบริการนั้นอยู่ที่ 1,095 ล้านบาท คิดเป็น 3ล้านบาทต่อวัน ก่อนจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ปีละ 3,650 ล้านบาท ในปี 2036 คิดเป็นการขยายตัว 233% &amp;nbsp;หรือคิดเป็น 10 ล้านบาทต่อวัน ก่อนจะมีรายรับช่วงปลายสัมปทานในปี 2051 จะอยู่ที่ 8,030 ล้านบาท คิดเป็น 22 ล้านบาทต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะที่อัตราค่าผ่านทางของโครงการนี้นั้นสำหรับรถยนต์ 4 ล้อมีค่าแรกเข้า 10 บาทและคิดเพิ่ม 2 บาทต่อกม. ขณะที่รถยนต์ขนาด 6 ล้อจะมีค่าแรกเข้า 16 บาทและคิดเพิ่ม 3.2 บาทต่อกม. ส่วนรถยนต์มากกว่า 6 ล้อจะมีค่าแรกเข้า 23 บาทและคิดเพิ่ม 4.6 บาทต่อกม. ส่งผลให้ประมาณการค่าใช้จ่ายตลอดเส้นทางช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ระยะทาง 25 กม. แบ่งเป็น รถยนต์ 4 ล้อ 60 บาท รถยนต์ 6 ล้อ 96 บาทและรถยนต์มากกว่า 6 ล้อ 138 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รูปแบบโครงการจะเป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร กว้างช่องจราจรละ 3.6เมตร โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณจุดเชื่อมต่อทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกตะวันตก และมีจุดสิ้นสุดโครงการช่วงบ้านแพ้ว ทั้งนี้ตามแผนนั้นจะต่อขยายเฟส 3 ไปวังมะนาวเพื่อบรรจบกับมอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์กล่าวต่อว่าสำหรับโครงการที่ต้องเร่งเปิดประมูลในช่วงสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้นั้นมีทั้งหมด 3 โครงการได้แก่ 1.โครงการทางยกระดับหมายเลข 35 เฟส 1 วงเงิน 1.05 หมื่นล้านบาท แบ่งประมูล 3 สัญญา จะประกาศเชิญชวนเอกชนในเดือนนี้ ก่อนเปิดประมูลปลายเดือนธ.ค.นี้ 2.โครงการบริหารงานระบบและบำรุงรักษามอเตอร์เวย์สองสาย ช่วงบางปะอิน-นครราชสีมา และช่วงบางใหญ่-กาญจนบุรี วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาทนั้นจะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน และเปิดประมูลภายในเดือนธ.ค.นี้ คาดว่าจะได้ตัวเอกชนต้นปีหน้า ซึ่งขณะนี้ คณะกรรมการตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2556 อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดทีโออาร์ใหม่หลังปรับแก้ไขใหม่ 3.โครงการมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ วงเงิน 7.9 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก่อนเข้าสู่การร่างทีโออาร์ต่อไป คาดว่าจะเร่งประมูลในปี 2562 ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเปิดเวทีในครั้งนี้ทีเอกชนเข้าร่วมอย่างคึกคักทั้งจากในประเทศและนอกประเทศ รวมเอกชนเจ้าใหญ่ 19 ราย แบ่งเป็น งานก่อสร้าง 16 ราย อาทิ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD บริษัทบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน)และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC เป็นต้น ส่วนด้านงานระบบ มีสนใจ 3 ราย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสถาบันการเงินอย่างธนาคารญี่ปุ่นอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21591</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์, พีพีพีเน็ทคอส, มอเตอร์เวย์บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว, อธิบดีกรมทางหลวง, แก้ปัญหารถติดลงภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a8313aa077c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.สั่งเฝ้าระวังน้ำท่วม ดินโคลนถล่มบนทางหลวง ตลอด24ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทางหลวง รายงานสถานการณ์น้ำท่วมและสถานการณ์ดินสไลด์ ดินโคลนถล่มบนทางหลวง หลังได้รับผลกระทบจากพายุเบบินคา พบ 3 จังหวัดน้ำท่วม การจราจรผ่านไม่ได้ 6 แห่ง พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ส.ค.61 นายธานินทร์ &amp;nbsp;สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยถึงความเสียหายของสายทางที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงที่ได้รับความเสียหายจากอิทธิพลของพายุเบบินคา ประจำวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2561 ว่ามีสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ 3 จังหวัด จำนวน 4 แห่ง จำนวน 4 สายทาง &amp;nbsp;การจราจรผ่านได้ 1 แห่ง / ผ่านไม่ได้ 3 แห่งรายละเอียดสายทางที่การจราจรผ่านไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีดังนี้ 1. จังหวัดน่าน ทางหลวงหมายเลข 1168 ตอน น่าน &amp;ndash; น้ำใส พื้นที่อำเภอภูเพียง ช่วงกม.ที่ 0 ระดับน้ำสูง 90 ซม. แนะนำเส้นทางเลี่ยง ไปอำเภอเมือง ไปอำเภอแม่จริม ใช้เส้นทางเลี่ยงแยกทางหลวงหมายเลข 101 ที่ กม.353 เข้าสะพานนาเหลืองพัฒนา ผ่าน อบต.นาเหลือง &amp;ndash; อบต.น้ำแก่น ผ่านที่ว่าการ อำเภอภูเพียง ไปออกทางหลวงหมายเลข 1168 ที่กม.2+000 (วัดพระธาตุแช่แห้ง) ไปอำเภอแม่จริม แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางหลวงหมายเลข 1169 ตอน ท่าล้อ &amp;ndash; เมืองพลวง พื้นที่อำเภอภูเพียง ช่วงกม.ที่ 0 ระดับน้ำสูง 60 ซม. แนะนำเส้นทางเลี่ยงไปอำเภอสันติสุข ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 101 เลี้ยวชวาที่บ้านผาสิงห์ ไปบ้านหาดผาขน ออกไปบรรจบทางหลวงหมายเลข 1169 ที่ กม.11+625 บ้านเมืองจัง แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จังหวัดเชียงใหม่ ทางหลวงหมายเลข 118 ตอน เชียงใหม่ &amp;ndash; เชียงราย พื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด ช่วงกม.ที่ 45 &amp;ndash; 47 น้ำท่วมทางเบี่ยงขาด แนะนำเส้นทางเลี่ยง เส้นทางที่ 1 เชียงใหม่ (ทล.11) &amp;ndash; ลำพูน &amp;ndash; ลำปาง (ทล.1) &amp;ndash; พะเยา &amp;ndash; เชียงราย ระยะทางประมาณ 350 กม. &amp;nbsp;เส้นทางที่ 2 เชียงใหม่ (ทล.1001) พร้าว (ทล.1150) เวียงป่าเป้า แม่สรวย เชียงราย ระยะทางประมาณ 250 กม. &amp;nbsp;เส้นทางที่ 3 เชียงใหม่ (ทล.107) ฝาง &amp;ndash; (ทล.109) แม่สรวย (ทล.118) &amp;ndash; เชียงราย ระยะทางประมาณ 280 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าการซ่อมแซมทางเบี่ยงทางหลวงหมายเลข 118 ทั้ง 4 จุด ดังนี้ จุดที่ 1 ที่กม.43 แล้วเสร็จอยู่ระหว่างเก็บความเรียบร้อย &amp;nbsp;จุดที่ 2 ที่กม.45 อยู่ระหว่างดำเนินการซ่อมแซม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ &amp;nbsp;จุดที่ 3 ที่ กม.46 แล้วเสร็จ อยู่ระหว่างเก็บความเรียบร้อย &amp;nbsp;จุดที่ 4 ที่กม.47 อยู่ระหว่างดำเนินการซ่อมแซม คาดว่าจะเปิดการจราจรได้ในวันที่20 ส.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ดินสไลด์/ดินโคลนถล่ม พื้นที่ 2 จังหวัด &amp;nbsp;จำนวน 3 แห่ง จำนวน 2 สายทาง &amp;nbsp;(การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่ง) ดังนี้ จังหวัดน่าน ทางหลวงหมายเลข 1081 ตอนบ้านเวร &amp;ndash; ห้วยโก๋น พื้นที่อำเภอบ่อเกลือ ช่วงกม.ที่ 121 ใช้ ทล.101 เดินทางไปอำเภอเฉลิมพระเกียรติแทน และบริเวณที่ กม.36+025 &amp;nbsp;- กม.36+200 ซ้ายทาง ผิวทางเกิดการทรุดตัว เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงสันติสุข ได้ดำเนินการติดตั้งป้ายเตือน และอำนวยความปลอดภัยด้านการจราจร &amp;nbsp;อุดรอยแตกปัจจุบัน การจราจรผ่านได้ 1 ช่องทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางหลวงหมายเลข &amp;nbsp;1081 ตอนบ่อเกลือ - เฉลิมพระเกียรติ์ ช่วงกม.ที่121+250 - กม.121+350 บ.ง้อมเปา ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ์ จ.น่าน ดินสไลด์ปิดผิวทาง การจราจรผ่านไม่ได้ หมวดทางหลวงเฉลิมพระเกียรติ์กำลังดำเนินการนำเครื่องจักรเข้าแก้ไขเปิดการจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;และ3.จังหวัดระนอง ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนกระบุรี &amp;ndash; หงาว พื้นที่อำเภอเมือง ช่วงกม.ที่ 584+500 แนะนำเส้นทางเลี่ยงให้ใช้ทางหลวงชนบท 4010 ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 4004 &amp;ndash; บ้านน้ำตก แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ หน่วยงานส่วนภูมิภาคในสังกัดกรมทางหลวงได้เข้าช่วยเหลือโดยการแจกน้ำ อาหาร และช่วยอำนวยความสะดวกขนย้ายสิ่งของแก่ผู้ประสบภัย ของหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทางหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ทั่วประเทศ หรือ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15703</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดน่าน, ดินสไลด์ ดินโคลน, ทางหลวง, ธานินทร์  สมบูรณ์, อธิบดีกรมทางหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b79143c09878.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
