<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สรรพสามิต&#039;โชว์จับไพ่เถื่อนล็อตใหญ่3.38 หมื่นสำรับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เมษายน 2564 นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตได้ดำเนินการจับกุมการลักลอบนำไพ่หนีภาษีจากชายแดน และพร้อมบุกทลายสถานที่จัดเก็บไพ่ผิดกฎหมาย ที่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด โดยพบไพ่หนีภาษี จำนวน 3.38 หมื่นสำรับ คิดเป็นมูลค่า 1.6 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าภาษี 5.27 แสนบาท และค่าปรับ 7.91 ล้านบาท ถือเป็นการจับไพ่หนีภาษีครั้งใหญ่ที่สุดของปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบันกรมฯ ได้ตรวจพบการจำหน่ายไพ่ผิดกฎหมายทางช่องทางออนไลน์จำนวนมาก จึงมอบหมายให้สำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปรามสืบสวนหาข่าว ล่อซื้อจากช่องทางผิดกฎหมายทางออนไลน์หลายครั้ง จนทราบแหล่งที่มาในการจับกุมครั้งนี้&amp;quot; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไพ่ของจริง กับของลักลอบผลิตนั้น จะมีข้อแตกต่างกันชัดเจน ในเรื่องของยี่ห้อ โดยในของจริงจะใช้ชื่อ V.G. GOLD111 มีการติดซีลพลาสติกเรียบ ตึง ชัดเจน สำรับแบบใส ขณะที่ของลักลอบผลิตก็ทำออกมาใกล้เคียงกัน มีการปลอมสแตมป์สรรพสามิต และมีการขายราคาต่ำกว่ามาก โดยราคาขายปลีกอยู่ที่สำรับละ 100 บาท ขณะที่หากเป็นราคาขายส่ง อยู่ที่สำรับละ 60-80 บาท ส่วนไพ่ของจริง อยู่ที่สำรับละ 495 บาท ทำให้คนนิยมซื้อไพ่ลักลอบผลิตเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการปราบปรามในปี 2564 ในรอบ 6 เดือน (ต.ค. 63-เม.ย.64) มีการกระทำผิดจำนวน 1.49 หมื่นคดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 270 ล้านบาท แยกเป็น สุรา จำนวน 8.45 พันคดี ค่าปรับ 74 ล้านบาทม, ยาสูบ จำนวน 4.39 พันคดี ค่าปรับ 96 ล้านบาท, ไพ่ จำนวน 334 คดี ค่าปรับ 4.41 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ กล่าวอีกว่า ในปีงบประมาณ 2564-2565 กรมฯ ได้รับงบประมาณ จำนวน 100 ล้านบาท สำหรับใช้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามออนไลน์ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มเครื่องมือการติดตามสินค้าสรรพสามิตที่ผิดกฎหมาย เช่น สุรา ยาสูบ ไพ่ โดยมีซอฟท์แวร์ที่ทันสมัยที่สุด ทำให้เห็นเครือข่ายผู้หนีภาษีทั้งหมด สามารถเชื่อมโยงผู้กระทำความผิดและสามารถเข้าทำการจับกุม โดยจะทำการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวอย่างเป็นทางการในปีนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98393</URL_LINK>
                <HASHTAG>อธิบดีกรมสรรพสามิต, ไพ่เถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606acbade9c33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาแล้วคลังจ่อเคาะภาษีบุหรี่ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เมษายน&amp;nbsp; 2564 นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า จะนำผลการศึกษาเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่หารือกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง เพื่อหาข้อสรุปโดยเร็วที่สุด ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากโครงสร้างภาษีใหม่จะต้องเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2564 จึงต้องการสรุปรายละเอียดเพื่อให้ผู้ประกอบการรับทราบและเตรียมปรับตัวในการดำเนินธุรกิจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่นั้น จะต้องตอบโจทย์ 4 เรื่อง คือ 1. ด้านสาธารณสุข 2. ด้านเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ จะต้องได้รับผลกระทบน้อยที่สุด 3. ด้านรายได้ของรัฐบาลจะต้องไม่ลดลง และ 4. ด้านการดูแล บริหารจัดการบุหรี่เถื่อน และบุหรี่ปลอม ภายใต้โจทย์ทั้ง 4 เรื่องนี้ โครงสร้างภาษีใหม่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่กลุ่มผู้ค้าบุหรี่บางกลุ่มต้องการ เพราะว่ามีข้อเสนอที่สุดโต่งเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ กล่าวอีกว่า โครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ ไม่จำเป็นต้องเป็นอัตราเดียวเหมือนต่างประเทศ หรือตามกฎหมายเดิมที่ใช้ในปัจจุบัน โดยจะมีการปรับให้มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและบริบทของผู้ประกอบการ รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้มากที่สุด จึงยังบอกไม่ได้ว่าโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่จะอัตราเป็นอย่างไร จะเป็นอัตราเดียว หรือหลายอัตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่จะมีการเสนอผลการศึกษาให้ รมว.การคลัง พิจารณาเห็นชอบมากกว่า 1 ทางเลือก ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เสนอว่าให้มีการจัดเก็บอัตราภาษีบุหรี่ 3 อัตรา โดยมีอัตราต่ำขึ้น เพื่อทำให้ ยสท. ขายบุหรี่ในราคาถูกได้นั้น ก็เป็นการเสนอได้ ส่วนการตัดสินใจทั้งหมดเป็นหน้าที่ของกรมสรรพสามิต&amp;quot; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันกรมสรรพสามิตสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีบุหรี่เฉลี่ยปีละ 60,000 ล้านบาท โดยกรมสรรพสามิตได้ให้ความสำคัญกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างภาษีบุหรี่ทั้งหมด ทั้งผู้ค้า และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอัตราภาษีบุหรี่ใหม่ที่เริ่มใช้เมื่อ 2 ปีก่อน ทำให้ขายใบยาสูบได้ลดลง ซึ่งทางกรมสรรพสามิตได้มีการจ่ายเงินเยียวยาให้มาเป็นเวลา 2 ปีก่อนเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยล่าสุดกรมสรรพสามิตได้เสนอสำนักงบประมาณ เพื่อขอใช้งบประมาณปี 2564 วงเงิน 159 ล้านบาท ในการจ่ายชดเชยให้ผู้ปลูกใบยาสูบในปีการผลิต 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98375</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.), นายลวรณ แสงสนิท, ภาษียาสูบ, อธิบดีกรมสรรพสามิต, โครงสร้างภาษีบุหรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606aabfae88ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิด-19 ไม่สะเทือนนักดื่มคลังยิ้มภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค. 2564 นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรมฯ ในช่วง 5 เดือนของปีงบประมาณ 2564 (ต.ค. 63-ก.พ.64) ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมั่นใจว่าสิ้นปีงบประมาณ 2564 จะสามารถจัดเก็บได้ตามเป้าหมาย หรือสูงกว่าเป้าหมายที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 5.5 แสนล้านบาทอย่างแน่นอน ส่วนเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ตามเอกสารงบประมาณ ที่ 6.34 แสนล้านบาทนั้น เป็นการประมาณการในช่วงที่ยังไม่มีการระบาดของโควิด-19 ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยเสริมสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการจัดเก็บรายได้ของกรมฯ ในปีงบประมาณ 2564 ได้แก่ การจัดเก็บภาษีรถยนต์ ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีมากตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2563 เป็นต้นมา ส่วนหนึ่งมาจากการจัดงานมหกรรม MOTOR EXPO รวมถึงภาษีสรรพสามิตจากเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ที่ขยายตัวดีกว่าที่คาดการณ์ แม้ว่าจะมีมาตรการควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 แต่ก็ส่งผลกระทบน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มองว่าจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น การเร่งกระจายวัคซีนของรัฐบาล จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ทำให้เริ่มมีการออกมาเดินทางท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ประชาชนเริ่มรู้สึกว่าเที่ยวได้แล้วปลอดภัย ก็จะออกจากบ้านมากขึ้น ซึ่งมองว่าปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลดีต่อภาพรวมการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน รวมถึงจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตได้เยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตในปีงบประมาณ 2564 จะไม่น้อยกว่าปีงบประมาณ 2563 อย่างแน่นอน อาจจะสูงกว่าด้วยซ้ำ หากครึ่งปีหลังปัจจัยเรื่องโควิด-19 คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี การเร่งกระจายวัคซีน จะช่วยสนับสนุนให้คนออกมาท่องเที่ยวมากขึ้น ก็จะส่งผลดีกับการจัดเก็บของกรมฯ ด้วย&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าการปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบนั้น เร่งดำเนินการไปมากแล้ว และเตรียมเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณา โดยมั่นใจว่าโครงสร้างภาษีใหม่จะทันใช้งานในวันที่ 1 ต.ค. 2564 อย่างแน่นอน ขณะที่การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการผลิตในอุตสาหกรรมนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและส่งเสริมอุตสาหกรรมไปด้วย โดยปัจจุบันอุตสาหกรรมรถยนต์อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้นหากในอนาคตมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น หลักการจัดเก็บภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจึงต้องพิจารณาให้ครอบคลุม โดยต้องจัดเก็บภาษีจากปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97772</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายลวรณ แสงสนิท, ภาษีสรรพสามิตจากเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์, อธิบดีกรมสรรพสามิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec13205a1788.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 19:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สรรพสามิต&#039;ยิ้มไม่หุบภาษีเหล้า-เบียร์พุ่ง!หนุนปิดหีบ63ทะลุเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.2563 นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตในปีงบประมาณ 2563 (ต.ค.62-ก.ย.63) จัดเก็บได้ 5.46 แสนล้านบาท แม้ว่าจะต่ำกว่าเป้าหมายที่ 5.8 แสนล้านบาท แต่จัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมาย หลังประเมินผลกระทบจากโควิด-19 ที่ 5.01 แสนล้านบาท โดยคาดว่าในปีงบประมาณ 2564 จะจัดเก็บได้เป้าหมายที่ 5.3 แสนล้านบาท ซึ่งปรับลดลงจากเดิมที่ 6.3 แสนล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ค่อนข้างงง แปลกใจกับตัวเลขจัดเก็บปีนี้ เพราะเดิมที่เห็นเป้าหมายจัดเก็บใหม่ที่ 5.01 แสนล้านบาท ยอมรับว่าหืดขึ้นคอ เพราะโควิด-19 ทำให้มีการล็อกดาวน์กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด แต่พอเริ่มเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ตัวเลขจัดเก็บก็เริ่มกลับมาช่วงไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2563&amp;rdquo; นายพชร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตัวเลขที่จัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมาย มาจากการจัดเก็บภาษีสุรา เบียร์ และเครื่องดื่มทั่วไปที่ทำได้ไม่ต่ำกว่าคาดการณ์มากเกินไป เนื่องจากมีการเก็บภาษีจากโรงงาน และของไปค้างที่สต็อก รวมทั้งช่วงโควิด-19 ประชาชนให้ความสนใจดื่มน้ำผสมวิตามินเป็นอย่างมาก โดยภาษีเบียร์ จัดเก็บได้ 8 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 6 พันล้านบาท ภาษีสุรา จัดเก็บได้ 6.12 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้า 300 ล้านบาท และภาษีเครื่องดื่มจัดเก็บได้ 2.5 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 2.67%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังสามารถจัดเก็บภาษีน้ำมันได้ 2.21 แสนล้านบาท &amp;nbsp;ต่ำกว่าเป้าหมาย 7% และภาษีรถยนต์ จัดเก็บได้ 8.4 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 5 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร กล่าวว่า ในส่วนของงานที่ยังค้างอยู่ ต้องฝากให้นายลวรณ แสงสนิท ว่าที่อธิบดีสรรพสามิต คนใหม่ มาผลักดันต่อไป คือการขยายฐานภาษี ปรับปรุงการจัดเก็บให้มีประสิทธิภาพ ส่วนภาษีตัวใหม่พิจารณาไว้หมดแล้ว ให้อธิบดีคนใหม่มาตัดสินใจต่อ ทั้งภาษีความเค็ม ภาษีเบียร์ 0% รวมทั้งภาษีที่น่าสนใจอื่น ๆ เช่น เครื่องดื่มผสมสารสกัดจากกัญชา (CBD) ที่มีแนวโน้มเป็นโอกาสในการขยายการจัดเก็บของกรมฯ ได้ในอนาคต แต่ก็ต้องหารือกับกระทรวงสาธารณสุขให้รอบด้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในปีหน้า จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้รัฐบริหารกระแสเงินสดให้เพียงพอ เดือนละ 40,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นคนละส่วนกับเงินคงคลัง &amp;nbsp;เพราะเป็นเงินสดที่ไหลเข้ารายวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78635</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดเก็บภาษีทะลุเป้า, พชร อนันตศิลป์, ภาษีสุรา, ภาษีเบียร์, อธิบดีกรมสรรพสามิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2b362dd2a06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สรรพสามิต&#039;ปัดโครงการติดอี-แสตมป์เบียร์8พันล.ไปตั้งพรรคการเมืองใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.2563 นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกสินค้า ผ่านระบบเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีบนบรรจุภัณฑ์ ( Direct coding) หรืออี-แสตมป์/คิวร์อาร์โค้ด สำหรับเบียร์ ซึ่งมีวงเงินดำเนินการ 8 พันล้านบาทนั้น เป็นการขอกรอบวงเงินสำหรับดำเนินโครงการจากรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งเป็นกรอบวงเงินที่ผูกพันการดำเนินงานในช่วง 7 ปี ส่วนการใช้จ่ายเงินจะมีการพิจารณาตามวงเงินที่ต้องจ่ายจริงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรอบวงเงินของโครงการ มาจากการนำประมาณการตัวเลขการผลิตที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4.5 พันล้านยูนิตต่อปี ซึ่งเป็นยอดผลิต 5 ปีย้อนหลังมาเป็นฐานในการคำนวณมูลค่าโครงการ จนออกมาเป็นวงเงิน 8 พันล้านบาท ซึ่งไม่เกี่ยวกับกระแสข่าวเกี่ยวกับการหาเงินเพื่อสนับสนุนการตั้งพรรคการเมืองใหม่แต่อย่างใด เพราะจริง ๆ โครงการนี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี และอุดการรั่วไหลของภาษี และโครงการก็เริ่มจากศูนย์ เริ่มจากไม่มีอะไรเลย โดยโครงการนี้จะช่วยให้สามารถจัดเก็บภาษีเบียร์เพิ่มขึ้นปีละ 8 พันล้านบาท&amp;quot; นายพชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร กล่าวอีกว่า การดำเนินการโครงการนี้ จะเริ่มนับหนึ่งของค่าใช้จ่ายเมื่อทุกสายการผลิตมีการติดตั้งเครื่องอี-แสตมป์เรียบร้อย พร้อมเดินเครื่องทดสอบระบบ จนกระทั่งผู้ประกอบการและกรมสรรพสามิตเห็นชอบพร้อมกัน จึงจะเริ่มคิดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากโครงการ โดยมีเป้าหมายเบื้องต้นว่าภายในต้นปี 2564 จะเริ่มดำเนินโครงการติดตั้งเครื่องอี-แสตมป์ได้กับ 9 โรงงาน ใน 42 สายการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเก็บภาษีเบียร์ที่ใช้ระบบโฟลว์มิเตอร์สอบทาน เป็นระบบเก่าซึ่งใช้มากกว่า 30 ปี ตั้งแต่ปี 2526 แล้ว ซึ่งขณะนั้นอุตสาหกรรมเบียร์ และการเก็บภาษีเบียร์ยังไม่โตขนาดนี้ โดยมีการเสียภาษีเพียงปีละ 2 พันล้านบาท แต่ปัจจุบันภาษีเบียร์เพิ่มเป็น 7-8 หมื่นล้านบาทแล้ว ประกอบการทุกวันนี้เทคโนโลยีต่าง ๆ ก็พัฒนาขึ้นมาก กระทรวงการคลังจึงกำหนดยุทธศาสตร์ตั้งแต่ปี 2560 ให้กรมฯ เร่งนำเทคโนโลยีมาช่วยเก็บภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมากรมฯ ได้นำระบบคิวอาร์โค้ดมาใช้กับภาษีบุหรี่ และสุราไปแล้ว และหลังจากนี้จะเริ่มปรับปรุงใช้กับเบียร์บ้าง&amp;rdquo; นายพชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเก็บภาษีด้วยระบบ Direct coding ในสินค้าเบียร์ กรมฯได้เปิดให้บริษัทเอกชนเข้าร่วมประมูล เพื่อรับบริหารจัดการพิมพ์รหัสการเสียภาษีบนกระป๋องและขวดเบียร์ โดยกรมสรรพสามิตไม่ต้องลงทุนเอง หรือใช้งบประมาณจากรัฐแต่อย่างใด ขอเพียงกรอบวงเงินเท่านั้น โดยในหลักการจะแบ่งค่าดำเนินการพิมพ์บนขวดหรือกระป๋องละ 25 สตางค์แทน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นต้นทุนพอ ๆ กับที่กรมฯ พิมพ์แสตมป์เอง ที่สำคัญระบบนี้ยังได้รับการเห็นด้วยจากโรงงานผลิตเบียร์ที่พร้อมปฏิบัติตาม และระหว่างที่ใช้ระบบใหม่นี้ ก็จะมีศึกษาถึงข้อดีข้อด้อยนำไปปรับปรุงแก้ไขควบคู่กันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิษณุ วิเชียรสรรค์ กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทฯ มีโรงงานผลิตเบียร์อยู่ 3 แห่ง มีกำลังการผลิต 1,540 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งทุกโรงงานพร้อมดำเนินการตาม แนวทางการจัดเก็บภาษีที่กรมสรรพสามิตพิจารณาแล้วว่าเหมาะสม เพื่อให้การเก็บภาษีตรงไปตรงมาที่สุด โดยเรื่องนี้บริษัทไม่ต้องลงทุนเอง แต่กรมสรรพสามิตจะเป็นผู้ดำเนินการให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรสิทธิ์ ทองจันทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักภาษีแลรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมที่จะให้โรงงานผลิตเบียร์ทั้ง 3 โรง ปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงการคลังเต็มที่ ในการปรับเปลี่ยนวิธีการเก็บภาษีใหม่ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71433</URL_LINK>
                <HASHTAG>พชร อนันตศิลป์, อธิบดีกรมสรรพสามิต, อี-แสตมป์, เบียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d8aeb1bd50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพสามิตรับมึนค่ายรถอ้อนหั่นภาษี50%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 พ.ค.2563 นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้ได้นัดผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการรถยนต์ มาหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของภาคเอกชนที่ขอลดภาษีรถยนต์ ซึ่งในเบื้องต้น เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2563 กรมสรรพสามิตได้ประชุมหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของทางผู้ประกอบการรถยนต์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร กล่าวว่า ได้เห็นข้อเสนอของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรถยนต์แล้ว แต่จะต้องมีการหารือรายละเอียดข้อเสนอต่าง ๆ ทั้งหมดก่อน ว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน และจะส่งผลกระทบอย่างไร ที่รับทราบตอนนี้ข้อเสนอทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวกับกรมสรรพสามิตทั้งหมด มีเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนข้อเสนอที่เกี่ยวกับกรมสรรพสามิตโดยตรง คือ การขอลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 50% ซึ่งยังต้องดูรายละเอียดว่าผู้ประกอบการขอมามากขนาดไหน กินเวลานานเท่าไหร่ และรถยนต์ประเภทอะไรบ้าง และจะกระทบกับรายได้รวมของกรมอย่างมีนัยยะสำคัญหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้กรมฯ ยังงง ๆ อยู่ เพราะเป็นการขอมาลอย ๆ ให้ลดภาษีรถยนต์ 50% ซึ่งไม่มีกรอบเวลา และประเภทรถยนต์ที่ขอมา จึงต้องเร่งประชุมหาข้อยุติ เพื่อได้รู้ว่าจะทำตามข้อเสนอได้มากขนาดไหน ทางกรมสรรพสามิตจะได้รายงานให้ฝ่ายนโยบายเห็นชอบต่อไป&amp;quot; นายพชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อเสนอให้เอารถเก่าและรถใหม่ และรัฐให้เงินอีก 1 แสนบาทนั้น ข้อเสนอนี้กรมสรรพสามิตต้องมาดูด้วยว่าการให้เงิน 1 แสนบาทนี้เกี่ยวข้องกับภาษีหรือไม่ ต้องมาดูถึงความเป็นไปได้ เมื่อได้ข้อสรุปของกรมแล้ว จะต้องนัดหารือกับสมาคมรถยนต์ซึ่งเป็นผู้เสนอเข้ามาหารือกัน จึงจะได้ข้อสรุปเพื่อส่งให้ฝ่ายนโยบายเห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;กรมสรรพสามิตพร้อมที่จะพิจารณาข้อเสนอต่าง ๆ ทั้งหมด แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะให้ได้ตามที่เสนอหรือไม่ จนกว่าจะมีการหารือภายใน และหารือกับผู้ประกอบการ รวมถึงข้อนโยบายจากกระทรวงการคลังด้วย&amp;rdquo; นายพชร กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66949</URL_LINK>
                <HASHTAG>พชร อนันตศิลป์, ลดภาษีรถยนต์, อธิบดีกรมสรรพสามิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2b362dd2a06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สรรพสามิต&quot; ยันปีหน้าเก็บแน่ภาษีเบียร์0%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค. 2562 นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมจะเริ่มจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 0% หรือ เบียร์ 0% ภายในปี 2563 นี้ โดยขณะนี้ได้จัดทำพิกัดภาษีและอัตราภาษีไว้ทั้งหมดแล้ว ในหลักการจะต้องจัดเก็บต่ำกว่าภาษีเบียร์ในปัจจุบันที่เก็บอยู่ 22% ของราคาขายบวกปริมาณแอลกอฮอล์ แต่จะสูงกว่าอัตราภาษีเครื่องดื่ม เช่น น้ำอัดลม ที่จัดเก็บอยู่ในปัจจุบันที่ 14% ซึ่งจะต้องมีการออกเป็นกฎกระทรวง เสนอ รมว.คลัง และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบก่อนที่จะประกาศมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะรวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องแต่เป็นนวัตกรรมของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เบียร-สุรา์อัดเม็ด ที่ยังไม่เคยมีพิกัดภาษีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร กล่าวว่า กรมสรรพสามิตไม่ต้องการให้มีนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งยอมรับว่าจากการสอบถามและหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข พบว่าเบียร์ 0% ในมุมมองของผู้บริโภค จัดว่าเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทหนึ่งแต่ยังไม่มีพิกัดภาษี ที่จะเข้าไปจัดเก็บให้ถูกต้อง และยังพบว่ามีการแจกตัวอย่างทดลองให้ดื่มในสถานศึกษา ขณะที่เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ปกติไม่สามารถทำได้ ทำให้ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะผู้ผลิตแจ้งว่าไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหาคือทั้งกรมสรรพสามิตและกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่สามารถให้คำจำกัดความของเบียร์ 0% ในการเข้าไปกำหนดอัตราภาษี หรือ ออกเกณฑ์ควบคุม เหมือนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปกติได้ ทั้งที่ข้อเท็จจริง ผู้บริโภคก็มองว่ามันคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง มีการทำตลาดเหมือนกับเบียร์ปกติ&amp;rdquo;นายพชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อมีการจัดเก็บภาษีเบียร์ 0% ก็จะไม่กระทบกับราคาขายปลีก เนื่องจากปัจจุบัน เบียร์ 0% มีการวางขายในราคาเดียว หรือ ใกล้เคียงกับเบียร์ปกติ ทั้งที่เสียภาษีต่ำกว่าเบียร์ปกติ คือเสียในอัตราเครื่องดื่มทั่วไป เช่น น้ำอัดลม ที่ 14% ทำให้มีกำไรมาก ดังนั้นถ้ามีการจัดเก็บภาษี ราคาขายจึงไม่มีเหตุผลให้ต้องปรับขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาษีความเค็ม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอองค์การอนามัยโลกและกระทรวงสาธารณสุข ประกาศค่ามาตรฐานปริมาณความต้องการบริโภคโซเดียมต่อวันอัตราที่เหมาะสม ซึ่งคาดว่าจะประกาศภายในปี 2563 ก่อนที่กรมสรรพสามิตจะมากำหนดพิกัดอัตราภาษีความเค็มที่เหมาะสม เบื้องต้น อัตราที่จัดเก็บจะไม่สูงมากเพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน และต้องมีช่วงเปลี่ยนผ่านให้กับผู้ประกอบการเหมือนกับภาษีความหวาน ที่ต้องให้เวลาไม่ปรับตัวไม่น้อยกว่า 2 ปี ซึ่งขณะนี้ แม้จะยังไม่มีการเก็บภาษี แต่เริ่มเห็นทิศทางผู้ประกอบการเริ่มปรับลดปริมาณโซเดียมในสินค้าบางรายการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2563 กรมมีเป้าหมายจัดเก็บภาษีที่ 6.42 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดเก็บได้ตามเป้าหมาย แม้ว่าจะไม่มีการออกภาษีใหม่ๆ โดยในเดือน พ.ย.2562 ซึ่งเป็นเดือนแรกสามารถจัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมาย จากภาษีสุรา เบียร์ ที่ช่วงใกล้เทศกาลที่คนเริ่มเฉลิมฉลอง และภาษีรถยนต์ ที่จัดเก็บได้เกินเป้า โดยเฉพาะจากรถยนต์อีโคคาร์ ซึ่งมีค่ายผลิตหลายแห่ง เริ่มมีการปรับรุ่นรถยนต์ให้เป็นอีโคคาร์มากขึ้น ทำให้เสียภาษีถูกลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53066</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพชร อนันตศิลป์, อธิบดีกรมสรรพสามิต, เก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 0%</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2b362dd2a06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
