<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอเกียรติภูมิ วงศ์รจิต&quot; อธิบดีกรมสุขภาพจิต ปาดหน้าตัวเต็งคว้า&quot;ปลัดสธ.คนใหม่&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 63- เวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมครม.มีการเสนอชื่อปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ โดยการแต่งตั้งเป็นไปตามวาระ เพื่อไม่ให้ขาดช่วงการบริหารงานราชการแผ่นดิน ซึ่งได้เสนอคนที่มีความพร้อมและมีความเหมาะสม เพื่อถ่ายทอดงานกันต่อไป และงานมีความต่อเนื่อง จากนี้ก็ต้องส่งไม้กันให้เรียบร้อย เพราะขณะนี้เรื่องสาธารณสุขเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะตอนนี้มีทั้งเรื่องโควิด-19 และวัคซีน รวมถึงการเฝ้าระวังต่างๆที่หลุดไมีได้ จึงต้องเสนอเพื่อให้เกิดความชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมครม.ว่า &amp;nbsp; คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้ง นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดี (นักบริหาร) ประเภทบริหาร ระดับสูง กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง (นักบริหาร) ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่า มี 4 อธิบดีที่เป็นตัวเต็ง ได้แก่ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ นพ. สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย และนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต ที่คว้าตำแหน่งไปในที่สุด&amp;nbsp; แทนที่นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ที่เกษียณอายุราชการในวันที่ &amp;nbsp;30 กันยายน 2563 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับประวัติ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข คนใหม่ เกิดวันที่ 13 ก.พ. 2505 เป็นแพทย์ด้านจิตเวช ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมสุขภาพจิต จบการศึกษาจากคณะแพทย์ศาสตร์รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2529 วุฒิบัตรจิตเวชศาสตร์ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา กรมการแพทย์ ปี 2533 ได้รับอนุมัติบัตรเวชศาสตร์ป้องกันแขนงสุขภาพจิตชุมชน ปี 2547 จบรัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปี 2533 จบ Mental Health Policy and Planning มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ปี 2538
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังจบหลักสูตรการบริหารรพ. คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ปี 2540 จบนักบริหารการแพทย์และสาธารณสุขระดับสูง กระทรวงสาธารณสุข ปี 2546 จบหลักสูตรนักบริหารระดับสูง รุ่น 46 สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน ปี 2548 จบนักบริหารระดับสูงผู้บริหารการสาธารณสุข (นบส 2) รุ่นที่ 1 ปี 2552 จบ Senior Executive Programme ณ London Business School ประเทศอังกฤษ ปี 2552 จบหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.รุ่นที่ 55) สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ปี พ.ศ. 2555-2556 จบหลักสูตรรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริหารระดับสูง (รอส.) รุ่นที่ 6 ปี 2562
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนประวัติการทำงาน เป็นนายแพทย์ประจำรพ.พระศรีมหาโพธิ์ จังหวัดอุบลราชธานี, นายแพทย์ประจำรพ.นิติจิตเวช, รองผอ.ฝ่ายการแพทย์ รพ.ศรีธัญญา ปี 2538-2539, ผู้ช่วยอธิบดีกรมสุขภาพจิต ปี 2539-2540, ผอ.รพ.นิติจิตเวช ปี 2540-2545, ผอ.สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ปี 2545-2547, ผอ.รพ.ศรีธัญญา ปี 2547-2551, รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. 2551 &amp;ndash; 30 ก.ย. 2556, ผู้ตรวจตราชการกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2556 &amp;ndash; 30 ก.ย. 2559, รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตั่งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2559 &amp;ndash; 30 ก.ย. 2560, อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 &amp;ndash; 30 ก.ย. 2561 และตำแหน่งอธิบดีกรมสุขภาพจิต ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 &amp;ndash; ถึงปัจจุบัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74335</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ปลัดสธ.คนใหม่, อธิบดีกรมสุขภาพจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f34ccdf69947.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. อนุมัติ &#039;อธิบดีกรมสุขภาพจิต&#039; ขึ้นเป็น &#039;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&#039; แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;ส.ค.63 - รายงานข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;(สธ.)&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล รองนายกฯ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รมว.สาธารณสุข&amp;nbsp;(สธ.)&amp;nbsp;จะนำรายชื่อนพ.เกียรติภูมิ&amp;nbsp;วงศ์รจิต&amp;nbsp;อธิบดีกรมสุขภาพจิต&amp;nbsp;เสนอต่อครม.เพื่อแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงสาธารณสุข แทน นพ.สุขุม&amp;nbsp;กาญจนพิมาย&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่จะเกษียณอายุในวันที่&amp;nbsp;30 ก.ย.นี้&amp;nbsp;ล่าสุด ครม.อนุมัติแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74293</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, อธิบดีกรมสุขภาพจิต, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f34ccdf69947.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้วซิ !อธิบดีกรมสุขภาพจิตชี้ &quot;คนเสพสื่อฆ่าคน ฆ่าสัตว์ &quot; ไม่ได้ป่วย หรือควบคุมตัวเองไม่ได้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ต.ค.61-อธิบดีกรมสุขภาพจิต ชี้ มนุษย์มีจิตสำนึกในการใช้ความรุนแรงในการดำรงเผ่าพันธุ์ แต่มีสมองส่วนหน้าที่คอยควบคุมไม่ให้แสดงความรุนแรงทางร่างกาย แต่หากได้รับแรงกระตุ้นจากสื่อ เสียง เหตุการณ์ต่างๆ ก็ทำให้เกิดการเลียนแบบได้ง่ายเผย คนที่ศึกษาวิธีทำร้ายคนอื่น เกิดจากความตั้งใจซึ่งแยกออกจาก ผู้ป่วยที่กระทำความรุนแรงซึ่งจะทำไปโดยไม่รู้ตัว ควบคุมตัวเองไม่ได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีคนที่ชอบเสพหรือศึกษาสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการใช้ความรุนแรง หรือวิธีฆ่าคน ฆ่าสัตว์ ว่า มนุษย์มีจิตสำนึกในการใช้ความรุนแรงในการดำรงเผ่าพันธุ์ แต่มีสมองส่วนหน้าที่คอยควบคุมไม่ให้แสดงความรุนแรงทางร่างกาย แต่หากได้รับการกระตุ้นจากสื่อ เสียง เหตุการณ์ต่างๆ ก็ทำให้เกิดการเลียนแบบได้ง่าย โดยเฉพาะเด็กๆ สำหรับกรณีที่มีการพกหนังสือสอนวิธีฆ่าหรือทำร้ายคนอื่นนั้น จะไปบอกว่าเขามีปัญหา มีความผิดปกติคงไม่ได้ ซึ่งน่าจะเป็นอีกหนึ่งสิ่งกระตุ้นที่อยากแสดงความรุนแรง บางคนดูภาพน่ากลัว ภาพแสดงความโหดร้ายแทนการลงมือกระทำจริงๆ แต่หากเป็นคนที่ควบคุมตัวเองไม่ดีก็จะเป็นผู้ลงมือกระทำ บางคนใช้วิธีการว่าจ้างคนอื่นกระทำความรุนแรงให้ดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เกียรติภูมิ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่เป็นข่าวนั้นไม่ได้ระบุว่าเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมรุนแรงหรือไม่ เพราะเราต้องดูวัตถุประสงค์ แรงจูงใจ ซึ่งมีตั้งแต่ระดับจิตใต้สำนึกคือแรงขับทางความรุนแรง แล้วมีแรงจูงใจบางอย่าง เช่น มีค่าตอบแทน เหมือนคนที่ฆ่าสัตว์ในโรงฆ่าสัตว์ เพราะเป็นอาชีพมีค่าตอบแทน ส่วนหนังสือวิธีฆ่านั้นอาจจะเป็นการศึกษาวิธีการเพื่อตอบสนองผู้ซื้อหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่ควรมีอยู่ในประเทศไทย ทั้งนี้คนที่ศึกษาวิธีทำร้ายคนอื่น เกิดจากความตั้งใจซึ่งแยกออกจาก ผู้ป่วยที่กระทำความรุนแรงซึ่งจะทำไปโดยไม่รู้ตัว ควบคุมตัวเองไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าพูดถึงสิ่งกระตุ้นแล้วในทางการแพทย์ก็ว่าไม่ดี ส่วนดีมีน้อยกว่าส่วนไม่ดี สิ่งยั่วยุกระตุ้นมีผลเสียมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนน้อยมากที่รู้สึกได้ระบายออกโดยการดูสื่อแต่ไม่ลงมือกระทำ ไม่อย่างนั้นเราคงไม่มีการประกาศจัดเรตความรุนแรงในหนัง ละคร สื่อต่างๆ เพราะสอดคล้องกับเรื่องทางจิตวิทยา&amp;rdquo; นพ.เกียรติภูมิ กล่าว และว่าเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องสั่งสอนลูกหลานให้มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์&amp;rdquo; &amp;nbsp;อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20777</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเสพสื่อฆ่าคน ฆ่าสัตว์, ดีเจสาวฆ่าแมว, อธิบดีกรมสุขภาพจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181026/image_big_5bd2e19c9da99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2018 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2018 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนวิตกจริตหายได้!แต่อย่าซื้อยากินเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2561 - &amp;nbsp;นาวาอากาศตรี นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า สาเหตุของโรควิตกกังวลทั่วไปเกิดมาจากความผิดปกติทางจิตใจหรือความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง เป็นโรคที่ประชาชนไทยมักเข้าใจผิดกันบ่อย คิดว่าผู้ป่วยแกล้งทำ หรือคิดว่าเกิดมาจากตัวเองคิดมากไปเอง ไม่ได้เจ็บป่วย จึงไม่ไปพบแพทย์หรือจิตแพทย์เพื่อรักษาแก้ไขที่ต้นเหตุ ซึ่งโรคนี้มียารักษา และต้องใช้วิธีการบำบัดทางจิตสังคมร่วมด้วยเพื่อปรับความคิดและพฤติกรรมควบคู่กัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่น่าเป็นห่วงก็คือการซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมากินเองเพื่อแก้ไขอาการที่ตัวเองเป็น เช่นนอนไม่หลับ ความกังวล ปวดศีรษะ เป็นต้น ซึ่งจะมีผลเสียมากกว่า นอกจากจะไม่ได้ผลหรือได้ผลเพียงชั่วขณะ ยังอาจทำให้อาการป่วยรุนแรงขึ้นไปอีก เพราะไม่ได้รับแก้ไขที่ต้นเหตุ จึงขอให้ผู้ที่มีปัญหาและอาการที่กล่าวมา เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรืออาจโทรขอรับคำปรึกษาทางสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ จ.นครพนมกล่าวว่า โรควิตกกังวลทั่วไป หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องจะทำให้อาการรุนแรงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคทางใจและทางกายตามมาอีกหลายโรคได้แก่ โรคซึมเศร้า นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ มีแนวโน้มใช้สารเสพติด เช่นดื่มเหล้า สูบบุหรี่ได้สูง รวมทั้งยังเสี่ยงเกิดโรคทางกายเช่นปวดหัวเรื้อรัง ลำไส้แปรปรวน มีรายงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าโรควิตกกังวล เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตสูง ร่างกายอ่อนแอติดเชื้อโรคได้ง่าย เนื่องจากภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่กำลังมีอาการวิตกกังวลในขณะนี้ มีวิธีช่วยควบคุมหรือบรรเทาอาการให้ทุเลาลงได้ดังนี้ 1. พักผ่อนให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงหรืองดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มชูกำลัง 2.รับประทานยาที่แพทย์สั่งอย่างครบถ้วนต่อเนื่อง หากจำเป็นต้องซื้อยารักษาโรคหรือสมุนไพรต่างๆตามร้านขายยาทั่วไปควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และ 3. ฝึกทำสมาธิ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย และรู้จักการปล่อยวาง ซึ่งจะช่วยให้จิตใจสงบขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่สำคัญญาติหรือคนรอบข้าง ควรทำความเข้าใจว่าอาการของผู้ป่วยไม่ได้เกิดจากการแกล้งทำหรือคิดมากไปเอง และสามารถรักษาได้และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีดังเดิมได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18211</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความผิดปกติทางจิตใจ  ความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง, นาวาอากาศตรี นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์, สายด่วนสุขภาพจิต, อธิบดีกรมสุขภาพจิต, โรควิตกกังวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b59a4f61957b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อย่าให้อะไรเด็กมากกินไป เพราะจะมีการแปลงเจตนารมณ์ผิด&quot;อธิบดีกรมสุขภาพจิตย้ำเตือนหลักการเยัียวยาจิตใจ&quot;หมูป่า&quot;ระยะยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมสุขภาพจิต ชี้การมอบสิ่งของให้แก่ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ สามารถทำได้ แต่ไม่จำเป็นต้องให้อะไรมากมาย เพราะจะมีการแปลงเจตนารมณ์ผิดไป ควรให้กำลังใจ อย่าตอกย้ำว่าผิด ทั้งนี้เพื่อให้เด็กใช้ชีวิตได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.ค.61-นาวาอากากาศตรี นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรรัตน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงการดูแลสภาพจิตใจและการมอบสิ่งของต่างๆให้แก่นักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี่และโค้ช ว่า ขณะนี้ทั้งหมดมีสุขภาพจิตที่ดี ร่าเริง &amp;nbsp;ซึ่งเด็กทั้ง 13คน และโค้ช อย่างที่บอกว่าคนเหล่านี้เป็นผู้ประสบภัยและได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งเมื่อได้ช่วยเหลือออกมาแล้วการที่จะมอบสิ่งของหรือทุนต่างๆเพื่อเป็นการปลอบขวัญ ปลอบใจนั้น และแสดงถึงน้ำใจสามารถให้ได้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของ เงินทองหรือทรัพย์สินต่างๆ สิ่งที่สังคมควรให้มากกว่าคือกำลังใจ ก็คือ สังคมควรให้โอกาสอย่าไปต่อว่าหรือตำหนิว่ามีความผิดที่ได้เข้าไปในถ้ำ อย่าถามซ้ำๆว่าเกิดอะไรขึ้น &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อให้เด็กเหล่านี้สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้ตามวิถีปกติ &amp;nbsp;ไปเรียนหนังสือได้ ไปทำงานได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องไปยกย่องว่าเป็นฮีโร่หรือวีรบุรุษ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;นอกจากนี้สิ่งควรจะต้องดูเด็ก ในเรื่องการประสบภัยมากกว่า ส่วนการถอดบทเรียน ก็ควรเน้นว่าในระหว่างที่อยู่ในภาวะวิกฤตนั้นมีการดูแลช่วยเหลือกันอย่างไร &amp;nbsp; และให้กำลังใจซึ่งกันและกันอย่างไรบ้าง จนสามารถรอดชีวิตออกมาได้และ การเข้าไปในสถานที่แห่งนี้ ในช่วงที่มีน้ำหลาก มีฝน &amp;nbsp; &amp;nbsp;จะต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ขอย้ำว่า สังคมไม่ต้องไปให้อะไรที่มากมายเกินไป เพราะจะมีการแปลงเจตนารมณ์ตรงนี้ผิดไป&amp;rdquo;นาวาอากากาศตรี นพ.บุญเรือง กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13334</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ทีมหมูป่าอะคาเดมี, การดูแลจิตใจทีมหมูป่า, น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรรัฒน์, อธิบดีกรมสุขภาพจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b431dd2db565.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
