<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DITP เปิดแคมเปญหนุนสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มและไลฟ์สไตล์สู่ตลาดส่งออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.63&amp;nbsp;นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่าจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว การแข่งขันทางการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ตลอดจนการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการค้าและการส่งออกของหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ทั้งนี้อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม (สะสม) ช่วง 4 เดือน (มกราคม - เมษายน 2563) พบว่า การส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม มีมูลค่า 2,032.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันในปี 2562 มูลค่าการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มลดลงร้อยละ 10.7 โดยแยกเป็นการส่งออกกลุ่มสิ่งทอ มีมูลค่า 1,280.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 13.4 และ การส่งออกกลุ่มเครื่องนุ่งห่ม มีมูลค่า 752.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 5.8 และเพื่อเป็นการส่งเสริมการค้าและการส่งออกของประเทศใน 2 ไตรมาสสุดท้ายของปีพ.ศ. 2563 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จึงมีแนวคิดในการพลิกฟื้นการค้าและการส่งออกของประเทศโดยการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการเพื่อรองรับธุรกิจตามวิถีใหม่ (New normal) สำหรับภาคธุรกิจภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
&amp;nbsp;
นายสมเด็จฯ กล่าวเสริมว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดโอกาสการเรียนรู้และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และไลฟ์สไตล์ โดยการดำเนินโครงการพัฒนาสินค้าผ้าไทยสู่ตลาดโลกด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มิติใหม่ของวงการอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มและไลฟ์สไตล์ของไทย โดยการมุ่งให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ในการต่อยอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ปราศจากของเสียและมลพิษตลอดทั้งกระบวนการผลิต และมีรูปแบบการค้าที่ทันสมัยตรงกับความต้องการของตลาดโลกผสมผสานกับเอกลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้พร้อมกับโอกาสการขยายในธุรกิจใหม่โดยการสร้างการค้าแบบยั่งยืน เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันควบคู่ไปกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นหนึ่งแรงที่มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน
&amp;nbsp;
ดร. ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า &amp;ldquo;สถาบันฯ เป็นอีกหน่วยงานที่มุ่งสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการผลิต สามารถพัฒนาสินค้าสนองต่อความต้องการของตลาดระดับบน (High-end Market) มุ่งเน้นการสร้างความแตกต่าง โดยในโครงการฯ มีแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Key Success factors for Circular Economy) ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ดังนี้
▪️ Sustainable materials: การเลือกใช้วัสดุและวัตถุดิบจากธรรมชาติ หรือกระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่/รักษาสิ่งแวดล้อม
▪️ Sustainable processes: การใช้กระบวนการผลิตและพัฒนาสินค้าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ที่เกิดผลกระทบต่อการผลิตน้อยสุด
▪️ Waste reduction: การจัดการของเสียให้เป็นศูนย์ รวมทั้งการรักษาประสิทธิภาพของระบบ ผ่านการออกแบบเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านลบ (Negative externalities)
▪️ Local production: การผลิตและพัฒนาสินค้าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยใช้ท้องถิ่นเป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งการผลิตและบริโภค เพื่อให้เกิดการผลิตในประเทศไทย
▪️ Crafts Community: การให้ความสำคัญกับวิสาหกิจชุมชนและสินค้าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เชิงพื้นเมือง เพื่อสร้างการจ้างงานและสร้างรายได้ในชุมชน
&amp;nbsp;
โดยสถาบันฯ จะเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น การสร้างความแตกต่างด้วยแนวคิดข้างต้น ขณะเดียวกันเมื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาแล้ว จะมีการนำไปทดสอบตลาดในงาน TEXWORLD PARIS ในเดือนกันยายน 2563 เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเพื่อนำกลับมาปรับปรุงอีกครั้ง ก่อนออกวางจำหน่ายจริง และจัดเจรจาธุรกิจเพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่าย
&amp;nbsp;
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กระทรวงอุตสาหกรรม มั่นใจว่าโครงการฯ จะช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และแฟชั่นไลฟ์สไตล์ สู่ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น ให้มีมูลค่า ความแตกต่าง และสู่สากล ซึ่งเป็นหนึ่งแรงที่มีส่วนช่วยกระตุ้นการค้า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยฝ่าวิกฤตอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68829</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมเด็จ สุสมบูรณ์, อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee846e05d22b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2018 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สค.โชว์ &#039;ไทยเฟค&#039; ดันยอดขายเอสเอ็มอีพุ่ง 20 เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สค.โชว์เคสความสำเร็จงานแฟร์ หลังรวมพลผู้ประกอบการพบนักลงทุนผ่าน THAIFEX &amp;ndash; World of Food Asia 2018 ดันเอสเอ็มอี ขนาดเล็กรับอานิสงค์เพิ่มมูลค้าซื้อขายจาก 2 แสนบาท สู่ 4 ล้านบาทต่อเดือน หรือเติบโตกว่า 20 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(สค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าการจัดแสดงสินค้าและจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าของไทยและสร้างเครือข่ายให้กับผู้ประกอบการ เชื่อมโยงนักลงทุนต่างชาติเข้าสู่สินค้าไทยอย่างเช่นงาน THAIFEX &amp;ndash; World of Food Asia 2018 ที่เพิ่งผ่านมานั้น เป็นอีหนึ่งช่องทางที่เพิ่มขีดความสามารถในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของประเทศ ขยายฐานการค้าออกสู่ตลาดต่างประเทศ เสริมสร้างผู้ประกอบการรายย่อย(เอสเอ็มอี) ให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพตอบโจทย์ผู้บริโภคในต่างประเทศได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเธียรภัทร รัศมีไพฑูรย์ กรรมการผู้จัดการบจก. สยาม ดิลิเชียส กล่าวว่าบริษัทเป็นผู้ผลิตอาหารไทยที่ได้มีการแปรรูปผ่านนวัตกรรมการทำให้แห้งผ่านจุดเยือกแข็งแบบสูญญากาศ และเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานไทยเฟค จึงได้พบนักธุรกิจจากต่างประเทศที่มาร่วมงาน ซึ่งหลายประเทศตอนนี้อยู่ในขั้นการเจรจาเรื่องการนำเข้าสินค้าของบริษัท จึงคาดว่าจะสามารถเพิ่มรายได้จากที่เคยอยู่ประมาณ 200,000 บาทต่อเดือน ให้กลายเป็น 4 ล้านบาทต่อเดือน หรือเติบโตกว่า 20 เท่าจากเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากได้เข้าร่วมกิจกรรมของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(สค.) เราได้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสด้านการส่งออกอย่างเป็นรูปธรรม จึงเชื่อมั่นว่าการเดินหน้าต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง โดยมีสค.เป็นพี่เลี้ยงช่วยเสริมและสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการของไทย&amp;quot;นายเธียรภัทร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12247</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, จับคู่ธุรกิจ, พาณิชย์, ภาพลักษณ์สินค้าไทย, อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, แสดงสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0a0dced25a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยจัดทัพอุตฯอาหาร-ชิ้นส่วนยานยนต์บุกตลาดเม็กซิโก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สนับสนุนไทยค้าขายกับ เม็กซิโก จัดสัมมนาเพิ่มความรู้ ให้ผู้ประกอบการ พร้อมจัดทีมอุตสาหกรรมอาหาร-ชิ้นส่วนยานยนต์ลุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่างานสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโกประจำประเทศไทย และหอการค้าเม็กซิกัน-ไทย เพื่อนำความรู้ เกี่ยวกับความต้องการในตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงประสบการณ์ในการทำการค้าและการลงทุนกับประเทศเม็กซิโก มาเผยแพร่ให้กับผู้ประกอบการและนักธุรกิจที่สนใจ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของไทย โดยเห็นว่าเม็กซิโกเป็นตลาดศักยภาพที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นลำดับที่ 2 ของภูมิภาคละตินอเมริกา และมีข้อตกลงทางการค้ากับ 50 กว่าประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ไทยกับเม็กซิโกยังมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นต่อกัน โดยเม็กซิโกเป็นคู่ค้าที่สำคัญลำดับที่ 2 ของไทยในลาตินอเมริกา ในขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าที่สำคัญลำดับ 2 ของเม็กซิโกในอาเซียน และยังมีโอกาสในการขยายความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมาก โดยกรมฯ มีกำหนดจัดคณะผู้แทนการค้าสินค้าอาหารและอุตสาหกรรมหนัก (เน้นกลุ่มสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์) จำนวน 20 บริษัท เดินทางไปเจรจาการค้า และสำรวจตลาดที่เอกวาดอร์ คอสตาริกาและปานามา ระหว่างวันที่ 13 - 23 กรกฎาคม 2561 นอกจากนี้หอการค้าเม็กซิกัน-ไทย มีกำหนดจัดคณะผู้แทนการค้า การลงทุนของไทย จำนวน 10 บริษัท เดินทางไปเจรจาการค้า และสำรวจตลาดในประเทศเม็กซิโก ในเดือนสิงหาคม 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2017 มูลค่าการส่งออกของไทยไปเม็กซิโกสูงขึ้น 6.16% สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์/โทรสาร และยาง โดยยังมีโอกาสอีกมากในการสร้างความร่วมมือระหว่างกันในสาขาศักยภาพ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ พลังงาน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องบิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10079</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์, ชิ้นส่วนยานยนต์, ละตินอเมริกา, สถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโก, สินค้าอาหาร, ส่งออก, หอการค้าเม็กซิกัน-ไทย, อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0a0dced25a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
