<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชป.จับตา20อ่างเก็บน้ำ กทม.เตรียมรับฝนถล่ม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมอุตุฯ&amp;quot; ห่วง 16 ต.ค. &amp;quot;กทม.-ปริมณฑล&amp;quot; เจอฝนตกหนักเย็นยันค่ำ หวั่นเกิน 100 มิลลิเมตร เหตุร่องมรสุมมีกำลังแรง &amp;quot;อธิบดีกรมชลฯ&amp;quot; สั่งโครงการชลประทานทั่ว ปท.เฝ้าระวัง 20 อ่างขนาดใหญ่เสี่ยงน้ำล้น แถมอีก 16 จว.เผชิญน้ำล้นตลิ่ง &amp;quot;ขอนแก่น&amp;quot; เร่งระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ หลังปริมาณน้ำอยู่ระดับ 95% ของความจุ &amp;ldquo;แบงก์รัฐ&amp;rdquo; ลุยเข็นมาตรการช่วยเหลือลูกค้าประสบอุทกภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ต.ค. นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงอิทธิพลของคอมปาซุว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมาได้กลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ แล้วอิทธิพลที่มีผลต่อประเทศไทยน้อยมาก อย่างไรตาม สำหรับฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลเมื่อวันที่ 14 ต.ค. รวมถึงภาคตะวันออกนั้น เหตุหลักมาจากร่องมรสุม เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำอีกตัวอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ และหย่อมความกดอากาศต่ำตัวนี้ไปดึงความชื้นจากทะเลอันดามัน ทำให้ร่องมรสุมมีกำลังแรง ส่งผลฝนตกในแถบ กทม.และปริมณฑล รวมถึงอีสานตอนล่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันที่ 16 ต.ค.ก็ยังเป็นแนวร่องมรสุมเหมือนเดิม ภาคกลาง ปริมณฑล รวมทั้งอีสานตอนล่าง ก็อาจได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งในพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล มีความเป็นห่วงปริมาณฝนจะตกตั้งแต่เย็นยันค่ำลากยาว หวั่นเกิน 100 มิลลิเมตร&amp;quot; อธิบดีกรมอุตุฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์ฝนตกเพิ่มขึ้นว่า สั่งการให้โครงการชลประทานทั่วประเทศเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนที่จะเพิ่มขึ้นจากพายุโซนร้อนคมปาซุ ซึ่งกำลังแรง แม้กรมอุตุนิยมวิทยาระบุพายุอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว แต่จะมีผลให้มีฝนตกเพิ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับช่วงนี้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีกำลังแรง ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประพิศกล่าวว่า ได้กำชับให้ปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพน้ำในเขื่อน เพื่อลดผลกระทบจากน้ำล้นอ่างเก็บน้ำท่วมพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขื่อนที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% หรือเกณฑ์ควบคุมสูงสุด (Upper Rule Curve) ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) สั่งการไว้ โดย กอนช.ประเมินปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะได้รับอิทธิพลดังกล่าวในวันที่ 17 ต.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวังเสี่ยงน้ำล้นมี 20 แห่ง ประกอบด้วย ภาคเหนือ อ่างแม่มอก, อ่างแควน้อยบำรุงแดน, อ่างทับเสลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อ่างอุบลรัตน์, อ่างจุฬาภรณ์,อ่างลำตะคอง, อ่างลำพระเพลิง, อ่างมูลบน, อ่างลำแชะ, อ่างลำนางรอง, อ่างสิรินธร ภาคกลาง อ่างป่าสักชลสิทธิ์, อ่างกระเสียว ภาคตะวันออก อ่างขุนด่านปราการชล, อ่างหนองปลาไหล, อ่างนฤบดินทรจินดา ภาคตะวันตก อ่างศรีนครินทร์,อ่างวชิราลงกรณ, อ่างแก่งกระจาน และอ่างปราณบุรี
เร่งระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่งและดินถล่มจนถึงวันที่ 20 ต.ค. ซึ่ง กอนช.ประเมินและวิเคราะห์ว่ามีพื้นที่เสี่ยงคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณแม่น้ำมูล ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอประโคนชัย อำเภอสตึก และอำเภอคูเมือง, จังหวัดสุรินทร์ อำเภอชุมพลบุรี และอำเภอท่าตูม, จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ และอำเภอราษีไศล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง บริเวณแม่น้ำป่าสัก ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำเภอท่าเรือ, &amp;nbsp;จังหวัดสระบุรี อำเภอเมืองสระบุรี, แม่น้ำลพบุรี ได้แก่ จังหวัดลพบุรี อำเภอเมืองลพบุรี แม่น้ำท่าจีน &amp;nbsp;ได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอสองพี่น้อง ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด ภาคตะวันตก ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ภาคใต้ จังหวัดระนอง และพังงา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำที่เพิ่มขึ้น โครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยงได้เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ รวมทั้งสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตรในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ รวมถึงพิจารณาเร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำ รวมทั้งใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นแก้มลิงหน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อให้การระบายน้ำทำได้ดียิ่งขึ้น&amp;quot; อธิบดีกรมชลฯกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯ ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำเก็บกักของเขื่อนอุบลรัตน์ล่าสุดอยู่ที่ 2,298 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 95 ของความจุอ่าง ในขณะที่การระบายน้ำออกจากเขื่อนตามแนวทางการบริหารจัดการน้ำไม่ให้กระทบกับแม่น้ำชีอยู่ที่วันละ 10 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกเพียง 130 ล้าน ลบ.ม.ก็จะเต็มความจุอ่าง ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจึงมีมติในการปรับระดับการระบายน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์เป็น 15 ล้าน ลบ.ม. โดยมีผลทันที และให้เพิ่มระดับการระบายน้ำเป็น 18 ล้าน ลบ.ม.ในวันต่อไป และปรับการระบายน้ำทุกวันอย่างต่อเนื่องทุกวันแบบขั้นบันได และอาจจะสูงสุดที่วันละ 35 ล้าน ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การปรับเพิ่มการระบายน้ำนั้นจะต้องได้ข้อสรุปและขอมติจากที่ประชุมทุกครั้งเพื่อไม่ให้มวลน้ำได้ไหลเข้าปะทะกับแม่น้ำชีได้เร็วเกินไป หรือส่งผลกระทบต่อภาวะน้ำล้นตลิ่งใน 2 ฟากฝั่งแม่น้ำพองเพิ่มเติมในระยะนี้ โดยจังหวัดได้ประสานงานร่วมกันกรมชลประทาน ซึ่งล่าสุดพบว่า สำนักชลประทานที่ 6 ทำการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่เขื่อนมหาสารคาม เพิ่มเป็น 50 เครื่องเสร็จสิ้นแล้ว และจะทำการเดินเครื่องทันทีเพื่อเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำชีให้ไหลลงสู่แม่น้ำมูลและไหลลงสู่แม่น้ำโขงตามเส้นทางของน้ำ&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าวว่า ขณะนี้หัวน้ำก้อนใหญ่ที่ผ่าน จ.ขอนแก่นไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ไหลเข้าพื้นที่ร้อยเอ็ดแล้ว ทำให้พื้นที่สองฟากฝั่งแม่น้ำชีขณะนี้นั้นคือช่วงภาวะน้ำก้อนสุดท้าย ซึ่งจากการวัดระดับล่าสุดของแม่น้ำชีพบว่าที่สถานีตรวจวัดระดับน้ำกุดกว้าง ต.เมืองเก่า อ.เมืองฯ ระดับน้ำลดลง 9 ซม. และที่สถานีวัดระดับน้ำ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ระดับน้ำลดลง 7 ซม. ซึ่งหากไม่มีน้ำฝนเติมเข้ามาในระยะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำชีก็จะลดลงอย่างต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งจังหวัดเตรียมวางแผนในการสูบน้ำค้างทุ่ง และน้ำท่วมขังจากพื้นที่ต่างๆ ให้ไหลลงสู่แม่น้ำชี ซึ่งคาดว่าในอีก 3 วันข้างหน้าจะเริ่มดำเนินการได้
แบงก์รัฐผุดแผนช่วยน้ำท่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ นำข้าราชการกระทรวงตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการดำเนินการการก่อสร้างระบบระบายน้ำ ที่โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง ต.บางรัก อ.เมืองฯ จ.ตรัง โดยขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 60%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประตูระบายน้ำแห่งนี้เมื่อเสร็จสมบูรณ์จะสามารถระบายน้ำที่ท่วมทุกปีออกไปได้ นอกจากนี้ ยังกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งได้อีก 3 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยจะก่อสร้างเสร็จในปี 2565 ขณะนี้ถึงแม้โครงการจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่จากปี 2563 ก็สามารถจัดการระบายน้ำออกไปได้ และได้มีการเพิ่มเครื่องสูบน้ำมาเตรียมพร้อมไว้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไว้สำหรับการแก้ไขเฉพาะหน้าถ้าเกิดมีน้ำมาก&amp;quot; รมว.เกษตรและสหกรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจภายใต้สังกัดกระทรวงการคลังได้จัดทำมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและผู้ประกอบการผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยการพักชำระหนี้และสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 2564 ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จะสามารถช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบได้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่น ประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย เอสเอ็มอี เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้า ทำให้มีเงินหมุนเวียน ช่วยฟื้นฟูกิจการ รวมถึงปรับปรุงและซ่อมแซมอาคาร เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้&amp;quot; โฆษกกระทรวงการคลังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สิงห์บุรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งตัวแทนมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลบางกระบือ อำเภอเมืองฯ และบ้านน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วม จ.อุบลราชธานีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าขอให้ทำอะไรเป็นรูปธรรมบ้าง ไม่ใช่จะลงไปแค่แจกถุงยังชีพเพื่อสร้างภาพเพื่อไปหาเสียง หรือไปเพื่อวัดกระแสกันเองภายในพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปจังหวัดต่างๆ อ้างว่าไปตรวจราชการ แต่ในความเป็นจริงเป็นการเดินทางไปหาเสียงมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกมาตอบโต้พรรคฝ่ายค้านทันทีว่า การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ &amp;nbsp;ไม่ได้มุ่งหวังเพื่อหาเสียงหรือวัดกระแสภายในพรรค แต่ไปกำชับให้ทุกภาคส่วนเร่งช่วยเหลือประชาชนและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในยามวิกฤตเช่นนี้จุดยืนของพรรคเพื่อไทยคืออะไรกันแน่ หากนายกฯ ไม่พบปะประชาชนหรือไม่ลงพื้นที่ก็กล่าวหาว่าไม่สนใจประชาชน พอลงพื้นที่ก็บอกหาเสียงแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้ การแสดงความคิดเห็นเช่นนี้กลับไปกลับมา ไม่เอาผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง เพราะการลงพื้นที่ไปตามที่ต่างๆ ก็จะทำให้รัฐบาลทราบถึงปัญหามากขึ้น แล้วนำมาแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น&amp;quot; น.ส.ทิพานันกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119857</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;กทม.-ปริมณฑล&quot;, นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_60456703b1985.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 07:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 07:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯชี้พายุโซนร้อน‘เจิมปากา’ไม่ส่งผลต่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.2564 - นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;พายุโซนร้อน &amp;ldquo;เจิมปากา&amp;rdquo;&amp;quot; ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (21 ก.ค. 64) พายุโซนร้อนกำลังแรง &amp;ldquo;เจิมปากา&amp;rdquo; บริเวณประเทศจีนตอนใต้ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนแล้ว และมีศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองเหมาหมิ้ง มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 21.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.1 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางตะวันตกเฉียงเหนือเล็กน้อยอย่างช้าๆ คาดว่าจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเล อันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นไปมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือ ในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 เวลา 05.00 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110506</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์, พายุโซนร้อน, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา, เจิมปากา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f76528cadf4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 07:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 07:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯเตือน3-4มี.ค.เจอพายุฤดูร้อนทั้งฝนฟ้าคะนอง-ฟ้าผ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง&amp;nbsp;
&amp;quot;พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบถึงวันที่ 4 มีนาคม 2564)&amp;quot; ฉบับที่ 6 ลงวันที่ 03 มีนาคม 2564 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 3-4 มีนาคม 2564 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นบางพื้นที่ โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่าบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นโดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย &amp;nbsp;โดยจะมีผลกระทบดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 3 มีนาคม 2564 &amp;nbsp;ภาคเหนือ: จังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ และตาก&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย ชัยภูมิ และนครราชสีมา ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล &amp;nbsp;ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 4 มีนาคม 2564 ภาคเหนือ: จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ และตาก&amp;nbsp;ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2564 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2564 เวลา 17.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94827</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์, ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา, พายุฤดูร้อน, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603ed3309b1e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 06:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 06:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯเตือนมรสุมเข้า6จังหวัดใต้เสี่ยงฝนถล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;06 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 7 มกราคม 2564)&amp;quot; &amp;nbsp;ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 06 มกราคม 2564 ระบุว่า &amp;nbsp;มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมชายฝั่งประเทศมาเลเซีย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88937</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์, ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตกหนัก, ภาคใต้, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff4f8e788d21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 06:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 06:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯประกาศเตือน&#039;เหนือ-อีสาน&#039;อุณหภูมิลดวูบ6-16องศา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.2563 - นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2563 &amp;ndash; 3 มกราคม 2564)&amp;quot; &amp;nbsp;ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาประกาศระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามและลาวตอนบนแล้ว และจะแผ่เข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนในวันนี้ ทำให้ในช่วงวันที่ 30 ธันวาคม 2563 &amp;ndash; 3 มกราคม 2564 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส โดยพื้นราบของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 8-16 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 2-10 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออก อุณหภูมิต่ำสุด 15-22 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 &amp;ndash; 3 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88349</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์, ประกาศ, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา, อากาศหนาว, อุณหภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5febc26551503.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 07:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 07:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯประกาศเตือนภาคใต้ระวังฝนตกหนัก24-25ธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง&amp;nbsp;&amp;quot;ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 24 &amp;ndash; 25 ธ.ค. 2563)&amp;quot; &amp;nbsp;ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2563 ระบุว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างจะเคลื่อนผ่านบริเวณอ่าวไทย ภาคใต้ แล้วเคลื่อนออกไปทะเลอันดามัน ในช่วงวันที่ 24-25 ธันวาคม พ.ศ.2563 ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยในบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่าง ๆ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีดังนี้ วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ฝนตกหนักมาก จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ฝนตกหนัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง และพังงา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ฝนตกหนัก บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง และพังงา ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87743</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์, ฝนตกหนัก, ภาคใต้, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe288948e38f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯเตือนรัวๆภาคใต้ระวัง&#039;น้ำป่า-ฝนถล่ม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - น.ส.กรรวี สิทธิชีวภาค รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทน อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา
ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 4 ธ.ค. 2563)&amp;quot; &amp;nbsp;ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 02 ธันวาคม 2563 ระบุว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย และจะเคลื่อนตัวทางตะวันตกเข้าสู่ทะเลอันดามันต่อไป (วันที่ 3 ธ.ค. 63) ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยในบริเวณดังกล่าวโดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และพื้นที่ลุ่มต่าง ๆ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้ ในช่วงวันที่ 2 ธันวาคม 2563 มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 3 ธันวาคม 2563 มีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณ อ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 4 ธ.ค. 63 จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85710</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นลมแรง, น.ส.กรรวี สิทธิชีวภาค, ฝนตกหนัก, ภาคใต้, รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc6dbaacca43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
