<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นแล้ว 1,776 รายชื่อผู้พิพากษา ถอดถอน&#039;ชำนาญ&#039; พ้นตำแหน่ง ก.ต.ศาลฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.61- ที่สำนักงานศาลยุติธรรม &amp;nbsp;นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 และคณะ เป็นผู้แทนยื่นคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ก.ต.ศาลฎีกาผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมรายชื่อข้าราชการตุลาการเข้าชื่อจำนวน 1,776 คน ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 42 โดยมีนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นผู้รับมอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสราวุธ กล่าวว่า เมื่อได้รับคำร้องขอแล้วจะดำเนินการตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร หากครบถ้วนแล้วจะจัดให้มีการปิดประกาศคำร้องและรายชื่อผู้เข้าชื่อทั้งหมดไว้ ณ ที่ทำการของสำนักงานศาลยุติธรรมและศาลยุติธรรมทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้มีชื่อมีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านหรือขอถอนการเข้าชื่อต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อให้ขีดฆ่าชื่อตนเองออกจากบัญชีรายชื่อผู้เข้าชื่อดังกล่าวภายใน 20 วันนับแต่วันปิดประกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาแล้วให้ถือว่ารายชื่อของผู้เข้าชื่อที่ไม่มีการคัดค้านเป็นรายชื่อที่ถูกต้อง ถ้ามีจำนวนไม่ครบถ้วน จะแจ้งให้ผู้แทนของผู้เข้าชื่อทราบเพื่อดำเนินการจัดให้มีการเข้าชื่อเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายใน 30 วัน หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้วมิได้เสนอการเข้าชื่อจนครบจำนวน ให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมจำหน่ายเรื่อง หากการเข้าชื่อถูกต้องตามระเบียบครบจำนวนแล้วให้ถือว่าการเข้าชื่อนั้นมีผลสมบูรณ์ เมื่อคำร้องครบถ้วนและพ้นกำหนดเวลาคัดค้านแล้วไม่มีการคัดค้าน ก็จะดำเนินการจัดส่งคำร้องไปให้ ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิผู้ที่ถูกร้องขอให้ถอดถอนภายใน 7 วัน เพื่อให้ก.ต.ผู้นั้นจัดทำคำชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมจัดให้มีการปิดประกาศคำชี้แจงเพื่อแก้ข้อกล่าวหา หรือประกาศว่าไม่มีการยื่นคำชี้แจงดังกล่าวแล้วแต่กรณี ณ ที่ทำการของสำนักงานศาลยุติธรรมและศาลยุติธรรมทั่วประเทศ
และดำเนินการจัดให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนต่อไป ตามระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการเข้าชื่อและการลงมติเพื่อถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ. 2544 ข้อ 5 และ ข้อ 6 ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16325</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต.ศาลฏีกาผู้ทรงคุณวุฒิ, ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, ยื่นถอดถอน, สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180828/image_big_5b84c95fd86c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สืบพงษ์&#039;ร่อนหนังสือล่าชื่อเสนอถอดถอน ก.ต. ถึงมือ 1,921 ผู้พิพากษาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค. 61- แหล่งข่าวผู้พิพากษาระดับสูงในศาลยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ได้เวียนหนังสือนำส่งขอให้เข้าชื่อกันถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) รายหนึ่งที่ถูกร้องพฤติการณ์ไม่เหมาะสมว่า ในศาลที่มีผู้ประสานงานทั้ง 17 ศาลนั้น ผู้ประสานงานจะไปพบกับผู้พิพากษาเพื่อส่งหนังสือ ส่วนที่มีการระบุว่าหนังสือยังไม่ถึงมือผู้พิพากษาบางส่วน เนื่องจากช่วงนี้ติดวันหยุดยาวหลายวัน จากที่มีเริ่มต้นเวียนหนังสือนำส่งเมื่อวันที่ 8 ส.ค. คาดว่าในสัปดาห์หน้าศาลที่มีผู้ประสานงานก็จะเริ่มส่งหนังสือถึงมีผู้พิพากษาที่ยังไม่ได้หนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีรายงานว่า นอกจากการส่งหนังสือไปยังศาลที่มีผู้ประสานงานแล้ว นายสืบพงษ์ยังได้มีการส่งหนังสือถึงผู้พิพากษาเป็นรายบุคคล 1,921 ชุด ซึ่งก็คาดว่าจากเดิมที่มีผู้ประสานงาน 17 ศาลทั่วประเทศ ในสัปดาห์หน้าอาจจะมีผู้พิพากษาที่มีความสนใจที่จะช่วยเหลือเข้ามาเป็นผู้ประสานงานเพิ่มมากขึ้นในสองร้อยกว่าศาลทั่วประเทศ และเชื่อว่าในสัปดาห์หน้าจะมีจดหมายตอบกลับหนังสือนำส่งจากผู้ประสานงานและผู้พิพากษาทั้ง 1,921 คนที่ได้มีการส่งหนังสือกลับมายังนายสืบพงษ์ เพื่อรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมในวันที่ 28 ส.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ส่วนจำนวนตัวเลขว่ามีผู้พิพากษาเข้าชื่อกี่คนนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ โดยคาดว่านายสืบพงษ์ จะมีการเปิดเผยในวันที่ 27 ส.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันนับรายชื่อก่อนเสนอ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการส่งหนังสือเวียนขอให้เข้าชื่อกันถอดถอน ก.ต.ศาลฎีกา ในกรณีดังกล่าวนี้ยังพบว่า ผู้พิพากษาหลายคนแม้จะทราบข่าว แต่ก็ยังไม่ได้รับหนังสือกันหลายคนด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15296</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, ถอดถอนก.ต., สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c28ff330e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2018 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2018 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาฯชื่นชม &#039;อธิบดีผู้พิพากษาภาค2&#039; นำล่ารายชื่อถอดถอนก.ต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.61 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า....รัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทยฉบับปัจจุบัน มาตรา ๑๘๘ วรรคสองบัญญัติว่า ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....หมายความว่า ผู้พิพากษาและตุลาการมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดีโดยไม่ว่าใครจะเป็นบุคคลภายนอกหรือบุคคลภายในศาลยุติธรรมจะเข้ามาก้าวก่ายหรือแซกแทรงการปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ว่าการพิจารณาพิพากษาคดีต้องเป็นตามรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติของกฎหมาย จะกระทำการโดยอิสระหรือตามอำเภอใจโดยไม่ยึดตามรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติของกฎหมายไม่ได้ ทั้งการพิจารณาพิพากษาคดีต้องให้เป็นโดยรวดเร็วที่มีความหมายชัดเจนอยู่แล้ว เป็นธรรมและปราศจากอคติทั้งปวงคือไม่มีความลำเอียงจากเหตุ ๔ ประการคือ ๑ ฉันทาคติ ความรักใคร่ชอบพอ ๒ โทสาคติ ความเกลียดชังไม่พอใจ ๓ ภยาคติ ความกลัวว่าตนเองจะได้รับความเดือดร้อน และ ๔ โมหาคติ ความโง่เขลาหลงผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าวนอกจากเพื่อคุ้มครองผู้พิพากษาและตุลาการให้ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ต้องหวั่นเกรงว่าผู้หนึ่งผู้ใดจะเข้ามาก่าวก่ายแทรกแซงแล้ว มีเหตุผลสำคัญที่สุดก็คือปกป้องคุ้มครองประชาชนผู้มีอรรถคดีขึ้นสู่ศาลให้ได้รับการพิจารณาและพิพากษาไปโดยรวดเร็วและได้รับความยุติธรรมตามบทบัญญัติของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....แม้การปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลยุติธรรมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แต่ในขณะเดียวกันตุลาการศาลยุติธรรมก็ต้องห้ามมิให้เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดีของตุลาการท่านอื่นตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๖๖ ซึ่งบัญญัติว่า ข้าราชการตุลาการต้องไม่เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณา พิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่น หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้การพิจารณาพิพากษาคดี ของข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....รวมทั้งตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ หมวด ๕ ว่าด้วยจริยธรรมเกี่ยวกับการดํารงตนและครอบครัวข้อ ๓๗ ที่กําหนดให้ผู้พิพากษาจักต้องไม่ก้าวก่ายหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ตุลาการศาลยุติธรรมมีหน้าที่ต้องยึดถือปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการและพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมโดยเคร่งครัด หากข้าราชการตุลาการท่านใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ย่อมเป็นการประพฤติผิดวินัย ส่วนจะร้ายแรงหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....มีข่าวว่าในการพิจารณาคดีของศาลจังหวัดแห่งหนึ่งมีผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ซึ่งเป็นคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิด้วย และมีความเกี่ยวพันเป็นสามีพี่สาวของโจทก์กับเป็นพี่ของทนายโจทก์ด้วย ได้การเข้าไปนั่งในห้องพิจารณาคดีตรงที่นั่งของทนายโจทก์และได้แนะนำการซักถามพยานให้แก่ทนายโจทก์ตลอดเวลา ทั้งมีการก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นให้บันทึกคำพยานตามที่ตนต้องการโดยมีการข่มขู่ว่าหากไม่ปฏิบัติตามจะร้องเรียนและจะตั้งกรรมการสอบสวนให้ถึงไล่ออก ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....การกระทำของผู้พิพากษาท่านนี้เป็นการกระทำฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘ วรรคสอง เพราะทำให้ผู้พิพากษาไม่มีอิสระในการพิจารณาคดีและก่อให้เกิดภยาคติหรือความเกรงกลัวแก่ผู้พิพากษาท่านนั้น เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมมาตรา ๖๖ และประมวลจริธรรมข้าราชการตุลาการข้อ ๓๕ ที่กําหนดให้ผู้พิพากษาต้องเคารพและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย อย่างเคร่งครัด อยู่ในกรอบศีลธรรม สุภาพ สํารวมกิริยามารยาท มีอัธยาศัยยึดถือจริยธรรมและ ประเพณีอันดีงามของตุลาการ ทั้งพึงวางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของบุคคลทั่วไป และข้อ ๓๗ ดังกล่าวข้างต้นอย่างชัดแจ้ง ทั้งยังเข้าข่ายเป็นการขัดขวางการพิจารณาคดีของศาลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๘ ด้วย ถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ศาลยุติธรรมของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....มีคณะผู้พิพากษาที่ใช้ชื่อว่ากลุ่มผู้พิพากษาผู้พิทักษ์ สถาบันศาลยุติธรรม โดยมีท่านสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค ๒ เป็นผู้นำ ท่านพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และท่านมณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ร่วมกันทำหนังสือถึงผู้พิพากษาทั่วประเทศขอให้ร่วมเข้าชื่อกันถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิท่านนี้ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ในฐานะอดีตผู้พิพากษาข้าราชการตุลาการบำนาญ ขอยกย่องชื่นชมท่านสืบพงษ์ ท่านพงษ์ศักดิ์และท่านมณีอย่างสูงยิ่งด้วยใจจริงและขอให้กำลังใจที่ท่านทั้งสามมีกล้าหาญเด็ดเดี่ยว กล้ากระทำในสิ่งที่เห็นว่าถูกต้อง ไม่เกรงกลัวว่าตนเองจะได้รับภัยพิบัติใดๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครแม้เป็นผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่และเป็น ก.ต. ด้วย เข้ามาก้าวก่ายแทรกแซงการปฎิบัติหน้าที่พิจารณาคดีของผู้พิพากษาเพราะถ้าขืนปล่อยให้มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นผู้พิพากษาย่อมไม่มีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อผู้พิพากษาไม่มีอิสระและต้องปฏิบัติตามความต้องการของผู้ที่เข้าก้าวก่ายสั่งการ ประชาชนผู้มีอรรถคดีขึ้นสู่ศาลก็ย่อมยากที่จะได้รับความยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ทั้งในขณะตนเองยังอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ราชการได้เคยต่อสู้เพื่อความถูกต้องในศาลยุติธรรมมาตลอด ไม่ว่าในส่วนที่เกี่ยวกับหน่วยงานหรือกลุ่มบุคคลภายนอกและในวงการศาลยุติธรรมเอง จึงใคร่ขอเรียกร้องท่านผู้พิพากษาทั้งหลายว่า โปรดแสดงความกล้าหาญโดยไม่ต้องหวั่นเกรงต่อสิ่งใดในการที่ท่านจะช่วยกันกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง ร่วมเข้าชื่อกันถอดถอน ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิ ตามหนังสือเชิญชวนของท่านสืบพงษ์กับพวก เพื่อรักษาสถาบันศาลยุติธรรมให้ดำรงความเป็นอิสระปราศจากการก้าวก่ายแทรกแซงของบุคคลหนึ่งบุคคลใดให้เป็นที่พึ่งของประชาชนตลอดไป โปรดอย่านิ่งดูดายหรือคิดว่าธุระไม่ใช่ขออยู่เฉยๆ ดีกว่า ถ้าคิดเช่นนั้นก็เท่ากับว่าท่านซึ่งเป็นผู้พิพากษาแต่กลับส่งเสริมสนับสนุนให้บุคคลอื่นเอาเยี่ยงอย่างกระทำการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ประพฤติผิดวินัยตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการกันเพิ่มขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....อยากให้ท่านผู้พิพากษาทุกท่านได้โปรดระลึกถึงคำถวายสัตย์ปฏิญาณต่อองค์พระมหากษัตริย์ ก่อนท่านเข้ารับหน้าที่ซึ่งทุกท่านควรต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามถ้อยคําที่ว่า &amp;ldquo;ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดี ต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยปราศจากอคติทั้งปวง เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ประชาชน และความสงบสุขแห่งราชอาณาจักร ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายทุกประการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15175</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., ชูชาติ ศรีแสง, ตุลาการ, ถอดถอนก.ต., สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
