<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลยกระดับคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.62- นายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ตามที่นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ได้แถลงนโยบายประธานศาลฎีกา โดยเน้นในเรื่องการยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาหรือจำเลย โดยกำหนดมาตรการในการขอปล่อยชั่วคราวที่มีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพความสะดวกรวดเร็วเพื่อการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิที่จะได้รับการปล่อยชั่วคราว รวมถึงกำหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมต่อผู้ต้องหาจำเลย เหยื่ออาชญากรรม ผู้เสียหายตลอดจนกลุ่มผู้เปราะบางในสังคมทุกขั้นตอนของกระบวนการทางศาลนั้น ตนในฐานะ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาจึงมีนโยบายเพื่ออนุมัติให้เป็นไปตามที่ประธานศาลฎีกาแถลง โดยได้จัดให้มี ห้องรอประกันบริเวณชั้น 1 อาคารศาลอาญา ที่มาและวัตถุประสงค์ของการจัดห้องดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก ศาลอาญาเป็นศาลที่มีขนาดใหญ่และมีคดีสำคัญที่เข้ามาจำนวนมาก โดยมีปริมาณเกือบ 9,000 คดีต่อปี ผลของคำพิพากษาในคดีอาญา จึงเกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาหรือจำเลย ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูชัยกล่าวว่า ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดและก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจำเลยให้กระทำได้เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี &amp;nbsp;การนำผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีความผิดเล็กน้อยไม่ร้ายแรง หรือคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องร้องกันเอง ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเป็นการฟ้องร้องเพื่อกลั่นแกล้งกันหรือไม่ และศาลยังไม่มีคำพิพากษาที่ถึงสุดว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นได้กระทำความผิด ไปควบคุมตัวรวมกับนักโทษที่มีอัตราโทษร้ายแรงหรือคดีอุกฉกรรจ์ ทำให้กระทบสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาหรือจำเลยดังกล่าวและทำให้ไม่ได้รับความสะดวก เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและยกระดับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา โดยคำนึงถึงความสะดวกและความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมจึงจัดห้องรอประกันสำหรับผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งอยู่ระหว่างการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว กำหนดหลักเกณฑ์ดังนี้ 1 .ต้องเป็นคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ยื่นฟ้องกันเอง 2.คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์และผู้ต้องหาหรือจำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวมาตั้งแต่ชั้นสอบสวน &amp;nbsp;3. คดีที่ศาลมีคำพิพากษาปรับสถานเดียว และจำเลยประสงค์ขอยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างชำระค่าปรับ หรืออยู่ระหว่างรอชำระค่าปรับในวันที่ศาลมีคำพิพากษาเท่านั้น ไม่ว่าใครที่เข้าหลักเกณฑ์ข้างต้นก็สามารถใช้ห้องดังกล่าวได้ โดยไม่มีการให้ถืออภิสิทธ์ เน้นหลักความเสมอภาค ซึ่งภายในห้องมีขนาดความจุคนได้ประมาณ 15-20 คน จะมีเจ้าพนักงานตำรวจศาล หรือหน่วยรักษาความปลอดภัยมาประจำจุดในห้อง 1 คน พร้อมกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้เพื่อรักษาความปลอดภัย โดยห้องประกันดังกล่าวจะเริ่มเปิดใช้งานจริงในวันที่ 1 ม.ค.63 นี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นโยบายการปรับการบริการของศาลอาญาเพื่อให้ความสะดวกแก่ประชาชน ผู้ต้องหาและจำเลยมากขึ้น ว่า คดีที่ศาลลงโทษปรับจำเลยเพียงสถานเดียวส่วนใหญ่เป็นคดีความผิดเล็กน้อย หรือคดีที่ศาลเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี ในอดีตระหว่างจำเลยรอการชำระค่าปรับ ตัวจำเลยต้องถูกย้ายไปที่ห้องควบคุมของราชทัณฑ์รวมกับนักโทษอื่นๆ &amp;nbsp;อาจทำให้จำเลยได้รับความอับอาย &amp;nbsp;อีกทั้งญาติของจำเลยต้องลงไปชำระค่าปรับที่ชั้น 2 ของศาลซึ่งใช้เวลานาน ทำให้จำเลยและญาติของจำเลยไม่ได้รับความสะดวก ศาลอาญาจึงเพิ่มช่องทางการบริการรับชำระค่าปรับแก่จำเลย บริเวณใกล้กับห้องพิจารณาคดี ที่ศูนย์นัดความชั้น 8 อาคารศาลอาญาสำหรับจำเลยในคดีที่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา มีคำพิพากษาลงโทษปรับจำเลยเพียงสถานเดียว จำเลยหรือญาติสามารถชำระค่าปรับที่ศูนย์นัดความดังกล่าว &amp;nbsp;โดยจำเลยสามารถรอการชำระค่าปรับในห้องพิจารณาคดีที่อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จนกว่าจะชำระค่าปรับแล้วเสร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลักไม่ได้ยึดตัวบุคคลไม่ว่าจะเป็นตาสีตาสาหรือนักการเมืองก็จะต้องเท่าเทียมกัน แต่ต่อไปก็จะมีการเร่งให้มีการประกันตัวได้เร็วขึ้นเท่าเทียม ในห้องควบคุมจะมีกล้องวงจรปิดคอยตรวจสอบพร้อมทั้งมีเจ้าพนักงานตำรวจศาลคอยควบคุมรักษาความปลอดภัยและความเรียบร้อยบริเวณถือว่าเป็นสิ่งที่เราต้องทำอยู่เเล้วเเละเป็นไปตาม นโยบาย ของประธาน ศาลฎีกาที่ให้กับประชาชนผู้มาติดต่อศาลทั่วประเทศปัญหาอันไหนที่เราพบและเราแก้ไขได้เราก็จะดำเนินการแก้ให้ก่อนได้เลย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53430</URL_LINK>
                <HASHTAG>การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา, นายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์, อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191228/image_big_5e070cb5d5d6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2019 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2019 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอะอะก็ด่ากันตามกระแส!&#039;ไพศาล&#039;ป้อง&#039;เพื่อนโชค&#039;ปล่อยให้คณะกรรมการตุลาการพิจารณาจะดีกว่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.62- นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ)โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า สังคมยังไม่ควรตำหนิติเตียนท่านอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาทุจริตภาค 8 ขอให้ปล่อยคณะกรรมการตุลาการท่านพิจารณาจะดีกว่า เพราะเรื่องนี้มีทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ยังไม่พูดกันอีกมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังเช่นตำรวจที่จะขอตรวจใบขับขี่ได้นั้นไม่ใช่ตำรวจทั่วไปจะทำได้กฎหมายให้อำนาจเฉพาะตำรวจจราจรเท่านั้น และตำรวจจราจรที่จะขอตรวจใบขับขี่ได้นั้นต้องประกอบด้วยการปฏิบัติตนและหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบ ไม่ใช่จู่ๆก็จะขอตรวจกันได้ง่ายๆ!ท่านอธิบดีท่านเป็นนักกฎหมาย จึงต้องรอฟังว่ากระบวนการดังกล่าวนี้เป็นอย่างไรเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมเราวันนี้ใจร้อนมาก เอะอะก็ด่ากันตามกระแส!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่รู้จักท่านอธิบดี แต่เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรให้กระแสนำพาไปชี้ขาดความถูกผิดหรือความควรไม่ควร จะเกิดความเสียหายทั้งแก่เจ้าหน้าที่และแก่ท่านอธิบดีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใจเย็นๆกันบ้างเถอะครับ ใช้เมตตาธรรมต่อกันให้มากสักหน่อย บ้านเมืองเราย่อมดีกว่านี้แน่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35625</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไพศาล พืชมงคล, ผมเพื่อนโชค, อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca2a455e5f2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2019 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2019 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศรีสุวรรณ” จี้ ก.ต. เร่งฟัน “อธิบดีศาลเพื่อนโชค”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 12 พ.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง &amp;ldquo;ขอเรียกร้องให้ ก.ต. สอบจริยธรรมและลงโทษเพื่อน ผกก.โชค อย่างเฉียบขาดไม่ใช่แค่ให้ชี้แจง&amp;rdquo; ระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับการเผยแพร่คลิปในสื่อโซเชียล เหตุการณ์มีบุคคลอ้างเป็นข้าราชการระดับสูงอธิบดีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 พูดคุยโต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อเรียกตรวจรถและขอตรวจดูใบขับขี่ บริเวณด่านตรวจ &amp;nbsp;โดยมีการกล่าวอ้างความรู้จักเป็นเพื่อนกับนายตำรวจระดับ ผกก.ในพื้นที่ ซึ่งปรากฏข้อมูลเหตุเกิดที่ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2562 และยังมีรายงานเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับปฏิบัติการนั้นถูกผู้บังคับบัญชาย้ายเข้ามาทำงานใน สภ.ทุ่งใหญ่ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแล้วนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
แต่ในส่วนที่มีการอ้างอิงถึงชายในคลิปที่ถูกเรียกตรวจว่า อาจเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 น้ัน หากเป็นจริงก็นับว่าเป็นกรณีที่ไม่เหมาะสมต่อสถานะของความเป็นตุลาการเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจเป็นเรื่องของการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ใช้อำนาจบารมี-เส้นสายในการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่มีสถานะที่เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลจากเหตุดังกล่าวนั้นไซร้ เป็นหน้าที่ของประธานศาลฎีกาและคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ที่จะต้องดำเนินการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง-สอบจริยธรรมเป็นการเร่งด่วน ไม่ใช่ทำเพียงแค่สั่งให้ชี้แจง &amp;nbsp;เพราะจะได้กำหนดบทลงโทษตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการตุลาการอย่างเฉียบขาดได้ ซึ่งบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งในข้อ 35 ความว่า &amp;ldquo;ผู้พิพากษาจักต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดอยู่ในกรอบของ ศีลธรรม และพึงมีความสันโดษครองตนอย่างเรียบง่าย สุภาพ สํารวมกิริยามารยาท มี อัธยาศัยดึ ถือจริยธรรมและประเพณีอันงดงามของตุลาการ ทั้งพึงวางตนให้เป็นที่เชื่อถือ ศรัทธาของบุคคลทั่วไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ดังนั้น หากผลของการตรวจสอบเป็นประจักษ์ชัดแล้วไซร้ ก.ต. จะต้องมีบทลงโทษตามครรลองอย่างรวดเร็ว ไม่ปล่อยให้เวลาเนิ่นผ่านไป เพราะจะกลายเป็นสนิมกัดกร่อนระบบตุลาการทั้งหมดให้เสียหายได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35619</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต. สอบจริยธรรมและลงโทษเพื่อน ผกก.โชค, ศรีสุวรรณ จรรยา, อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b18b637dbf7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
