<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 00:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปกปิด!ทำติดเชื้อพุ่ง ศบค.วอนคนไข้บอกความจริง/จ่อประเมินผล‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; จัดโครงสร้าง ศบค.ตั้ง 10 หน่วยงานแล้ว พร้อมรายงานตรงนายกฯ ทันที แนะคุมใจตัวเองให้ได้ ทำตามมาตรการตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง โฆษก ศบค.ระบุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ผลหรือไม่รอดูตัวเลขสะท้อน 5-7 วันหลังประกาศใช้ สธ.เผยผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 143 ราย เสียชีวิตรายที่ 7 โคม่า 17 ราย สะสม 1,388 บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อเพิ่ม 6 ราย จากผู้ป่วยที่ส่วนหนึ่งปกปิดข้อมูล ชี้กราฟผู้ป่วยในไทยเพิ่มขึ้นในแนวเส้นตรง วอนคนไทยให้ข้อมูลตามจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 29 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เรียก นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.), นายฉัตรชัย? พรหมเลิศ? ปลัดกระทรวงมหาดไทย,? นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์, นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) หรือ ศบค. เพื่อประชุมกลุ่มเล็กบนชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อแก้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เร่งด่วน? หลังมีผู้ติดเชื้อสะสม 1,245 ราย และมีผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่องรวมเป็นรายที่ 6 แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ลงนามแต่งตั้งแบ่งหน่วยงาน 10 แห่งภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 และขณะนี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยการปฏิบัติงานของศูนย์ดังกล่าวจะรายงานตรงสู่นายกฯ เพื่อติดตามสถานการณ์และสั่งการทันทีหากมีข้อติดขัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 13.00 น. นายกฯ ได้ลงจากตึกไทยคู่ฟ้า โดยก่อนเดินทางกลับ นายกฯ ได้วนรถยนต์ส่วนตัวมาที่ ศบค. ซึ่งตั้งอยู่ภายในตึกสันติไมตรี โดยนายกฯ ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่มาจากหลายภาคส่วน ซึ่งใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง &amp;nbsp;ก่อนเดินทางกลับ นายกฯ กล่าวว่า กำชับมาตรการไปหมดแล้ว โดยให้แต่ละส่วนชี้แจงข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน เป็นห่วงและจะมีมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรเพิ่ม ก็ให้ทำตามมาตรการจะได้ลดลง เมื่อถามย้ำว่าจะมีมาตรการที่เข้มข้นกว่านี้อีกหรือไม่ เพราะบางจังหวัดมีมาตรการที่เข้มข้นและปิดพื้นที่ไปแล้ว นายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;คุมใจตัวเองให้ได้แล้วกัน สื่อก็คุมตัวเองด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ขอบคุณประชาชน เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เจ้าหน้าที่ ศบค.ทุกคนที่ทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย สื่อมวลชนและประชาชนที่เผยแพร่ข้อความสร้างสรรค์ผ่านโซเชียลมีเดีย นายกฯสะท้อนว่าสิ่งสร้างสรรค์เหล่านี้คือสิ่งที่ประเทศชาติต้องการ ยังเน้นย้ำว่าขณะนี้อยู่ในช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใครปฏิบัติไม่ถูกต้องจะมีการลงโทษเด็ดขาด นอกจากนี้ ในการประชุมกลุ่มเล็กที่มี นายกฯ เป็นประธานวันเดียวกัน ให้ความสำคัญเรื่องตัวเลข ข้อมูล โดยให้ สธ.รายงานเป็นไทม์ไลน์ เพื่อจะได้วิเคราะห์ออกมาตรการแก้ปัญหา และให้แต่ละจังหวัดรวบรวมรายงานและข้อกำหนดที่ จังหวัดออกมา เพื่อจะนำมาสื่อสารให้ประชาชนปฏิบัติตาม รวมถึงกำชับเรื่องการหาหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ประชาชนมีใช้อย่างเพียงพอ
7 วันพิสูจน์ผล พ.ร.ก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 26 มี.ค.เป็นผลดีหรือไม่ ตัวเลขจะสะท้อนออกมาหลังประกาศไปแล้ว 5-7 วัน&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า นายกฯ ระบุว่าเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นแล้วยังมีความห่วงและกังวล ดังนั้นมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมจะต้องมีมาตรการที่เฉพาะเจาะจงลงไป โดยสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยแจ้งมาเลยว่าแต่ละแห่งมีมาตรการอย่างไร และให้รายงานต่อนายกฯ ทุกวัน ตอนนี้ทุกพื้นที่เข้มข้น รัฐบาลต้องทำแบบนี้เพื่อท่านเอง อาจเสียความสะดวกสบายไปบ้าง แต่อดทนสักนิด ทุกอย่างจะกลับคืนกลับมาเหมือนเดิม และขอย้ำว่ารวมกันติดหมู่ แยกกันอยู่เรารอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า วันนี้มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 11 ราย เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 143 ราย โดยสัดส่วนยังพบในพื้นที่ กทม.มากที่สุด ทั้งนี้ ในจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ มาจาก 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้รวม 70 ราย ได้แก่ กลุ่มสนามมวย 5 ราย, กลุ่มสถานบันเทิง 15 ราย, กลุ่มผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 49 ราย และผู้ร่วมพิธีทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ 43 ราย ได้แก่ กลุ่มที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงทั้งคนไทยและคนต่างชาติ 22 ราย, กลุ่มผู้ทำงาน/อาศัย และเดินทางไปในสถานที่แออัดต้องใกล้ชิดคนจำนวนมากหรือเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ 8 ราย กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ 8 ราย โดยติดจากผู้ป่วย 6 ราย ติดจากแหล่งอื่น 1 ราย อีก 1 รายอยู่ระหว่างการสอบสวน ส่วนตัวไม่อยากให้มีบุคลากรติดแม้แต่คนเดียว เพราะต้องดูแลผู้ป่วยอีกเยอะ, กลุ่มที่ 3 ผู้ที่ได้รับผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อ แต่อยู่ระหว่างรอประวัติและสอบสวนโรค 30 ราย สรุปวันนี้มีผู้ป่วยกลับบ้านแล้ว 111 ราย รักษาในโรงพยาบาล 1,270 ราย เสียชีวิต 7 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสม 1,388 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้เสียชีวิต 1 รายนั้น เป็นชายไทยอายุ 68 ปี มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูงและเบาหวาน มีอาการเหนื่อยหอบ เข้ารักษาที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ตรวจพบปอดอักเสบ และภาวะวิกฤติระบบทางเดินหายใจ จึงส่งต่อไปที่ รพ.พระนั่งเกล้า อาการไม่ดีขึ้น และเสียชีวิตวันที่ 26 มี.ค. ส่วนผู้ป่วยอาการหนัก 17 ราย โดย 50% เป็นผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 70 ปี และมีโรคเรื้อรังประจำตัว ใน &amp;nbsp;17 รายนี้มีอาการปอดอักเสบ ใส่เครื่องช่วยหายใจและเฝ้าระวังอาการใกล้ชิด ในจำนวนนี้ 1 ราย ใช้เครื่องพยุงการทำงานของปอด (ECMO) อาการอยู่ในภาวะวิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า ขณะนี้กราฟผู้ป่วยในไทยเพิ่มขึ้นในแนวเส้นตรง พบผู้ป่วยมากในกลุ่มอายุ 20-59 ปี ส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เจอน้อยแต่มีความสำคัญ เพราะเสี่ยงที่อาการรุนแรงและเสียชีวิต ในไทยตอนนี้มี 59 จังหวัดที่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อ แต่สถานการณ์แตกต่างกัน ดังนั้นลักษณะการดำเนินมาตรการควบคุมโรคจึงต่างกัน สำหรับเรื่องอุปกรณ์การแพทย์ไม่เพียงพอนั้น ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกัน ใช้อุปกรณ์อย่างเหมาะสม เพราะทั่วโลกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน หากสถานการณ์แบบนี้ไปเรื่อยๆ อุปกรณ์ทางการแพทย์หลายๆ อย่างจะค่อยๆ ขาดแคลน เพราะกำลังการผลิตทั้งในโลกเป็นไปตามสถานการณ์ปกติ ไม่ได้ทำไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
ติดเชื้อจากผู้ป่วยปกปิดข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามผลการสอบสวนโรคกรณีผู้เสียชีวิตรายที่ 7 เนื่องจากมีรายงานว่าไม่ใช่ผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 ตั้งแต่แรก จึงให้กลับบ้าน มีการสอบสวนผู้สัมผัสมากน้อยเพียงใด นพ.บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เคสนี้จัดเป็นปัญหาอย่างหนึ่ง เนื่องจากผู้ป่วยไม่ได้ให้ประวัติเรื่องการเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ตอนนี้อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม กรณีการไม่ยอมประวัติทำให้ยากต่อการควบคุมป้องกันโรคและการรักษา ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีปัญหาเยอะเหมือนกัน อย่างกรณีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อเพิ่มขึ้นก็มาจากการปกปิดข้อมูลเช่นกัน ดังนั้นต้องขอความร่วมมือประชาชนอย่าปกปิดข้อมูล ขอให้บอกทุกอย่างตามความจริงด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ตลิ่งชัน ได้ลงนามในหนังสือคำสั่งสถานีตำรวจนครบาลตลิ่งชัน ที่ 29/2563 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจกักบริเวณภายในบ้านพัก ระบุว่า ได้รับรายงานว่า &amp;quot;พ.ต.ท.&amp;quot; นายหนึ่งของ สน.ตลิ่งชัน เป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จึงได้มีคำสั่งให้ผู้ที่ใกล้ชิด &amp;quot;พ.ต.ท.&amp;quot; นายนี้ กักตัวอยู่ในบริเวณบ้านพักของตนเองเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.2563 ถึง 8 เม.ย.นี้ รวม 6 นาย ทั้งนี้ ให้ถือปฏิบัติตามคำสั่งนี้อย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ พ.ต.ท. ที่ติดเชื้อโควิด วันที่ 16-18 มีนาคม มาทำงานตามปกติ มีอาการไข้เล็กน้อย, วันที่ 19-25 มีนาคม มีอาการไข้เล็กน้อย นั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวเท่านั้น, วันที่ 26 มีนาคม ไปพบแพทย์ที่ รพ.ศิริราช และถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ตำรวจ, วันที่ 27 มีนาคม ถูกนำตัวเข้าห้องไอซียูที่ รพ.ตำรวจ โดยมีรายงานว่าสำหรับ พ.ต.ท.ที่ติดเชื้อโควิด-19 คาดว่าเกิดขึ้นหลังจากที่มีการตั้งด่านคัดกรองโรคโควิด-19 ตามพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า &amp;nbsp;พ.ต.ท.รายดังกล่าวคาดว่าน่าจะติดมาจากที่อื่น และยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจจุดตรวจคัดกรองควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 แต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า บริษัท เอ็มพี เมดกรุ๊ป จำกัด หนึ่งในบริษัทที่ยื่นประเมิน ได้แจ้งขอยกเลิกใบอนุญาตการนำเข้าสินค้า Rapid test สำหรับตรวจหาเชื้อชุดก่อโรค COVID-19 ยี่ห้อ Bioeasy ซึ่งผลิตโดยบริษัท Shenzhen Bioeasy Technology จำกัด ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา &amp;nbsp;(อย.) ไปแล้วนั้น เพราะรัฐบาลสเปนเพิ่งแถลงว่าใช้ไม่ได้ผล จึงขอยกเลิก และไม่นำเข้ามาจำหน่ายแล้ว ซึ่งได้สอบถามไปยังอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในฐานะผู้ตรวจสอบ และ อย.ในฐานะผู้ออกใบอนุญาต ว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นอย่างไร ซึ่งยังไม่ได้คำตอบ&amp;nbsp;
สั่งสอบภายใน 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ได้สั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และให้รายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน หากมีการดำเนินการไม่ถูกต้อง ทำให้ทางราชการเสียหาย มีการปฏิบัติหน้าที่ หรือ มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายไม่มีละเว้น&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ในไทยจะใช้วิธีการตรวจหาสารพันธุ์กรรมไวรัส ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานที่ทั่วโลกใช้ โดยใช้น้ำยาที่กรมวิทยาศาสตร์ฯ ทำขึ้นเอง กำลังการผลิต 100,000 เทสต์ ซึ่งเพียงพอในประเทศ และกำลังจะขยายกำลังการผลิตเพิ่ม กรมวิทย์และ อย.จึงตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ โดยมี ดร.บุศราวรรณ ศรีวรรธนะ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธาน ซึ่งต้องทำอย่างรวดเร็ว ต่างจากเวลาปกติ การอนุญาตผลิตภัณฑ์จะใช้เวลากว่า 3 เดือน เชื่อมั่นว่า ดร.บุศราวรรณท่านไม่กังวล กลัว หรือจะมีใครไปชี้นำท่านได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.บุศราวรรณกล่าวว่า เนื่องจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นเชื้อใหม่ที่ยังไม่มีใครตั้งเกณฑ์เอาไว้ ดังนั้นคณะกรรมการฯ จึงได้พิจารณาตามหลักวิชาการเทียบเคียงชุดตรวจไวรัสตัวอื่น เช่น ไข้หวัดใหญ่ โดยกำหนดเปอร์เซ็นต์ความไวในการตรวจและความจำเพาะเอาไว้สูง ซึ่งมีผู้ผลิตนำเข้ายื่นเรื่องมา 3 รอบ พิจารณาตามลำดับยื่นก่อนยื่นหลัง ใช้เวลาประมาณ 7 วัน รอบแรกพิจารณาวันที่ 20 มี.ค. มี 20 คำขอ ผ่านการรับรอง 6 ตัวอย่าง, &amp;nbsp;รอบ 2 วันที่ 25 มี.ค. มี 18 คำขอ ผ่านการพิจารณา 3 ตัวอย่าง และรอบ 3 วันที่ 27 มี.ค. มี 10 คำขอ แต่ไม่มีผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรอง ยืนยันว่าไม่มีผู้บริหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับการพิจารณารับรองหรือไม่รับรองผลิตภัณฑ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาฯ อย. กล่าวว่า แม้ว่าจะมีการอนุญาตให้มีการนำเข้าชุดตรวจหาแอนติเจนตัวที่มีปัญหา แต่ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้ามาในประเทศไทย และทาง อย.ได้ยกเลิกการอนุญาตนำเข้าแล้ว ส่วนอีกบริษัทกำลังหาข้อมูลเพิ่มเติมจากทางบริษัท และจะเรียกผลิตภัณฑ์มาตรวจสอบอีกครั้ง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61394</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนคนไทยให้ข้อมูลตามจริง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e80baef80037.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
