<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณ ตามไล่บี้เอาผิดข้าราชการทุกคน หลังศาลปกครองเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างคอนโด&#039;แอซตัน อโศก&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
31 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;หลังจากที่ ศาลปกครองกลาง พิพากษาเพิกถอนใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร โดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตที่ออกให้แก่บริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด โดยให้มีผลย้อนหลังถึงวันที่ออกหนังสือทุกฉบับในกรณีดังกล่าว ซึ่งคดีนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวกรวม 16 คน ได้ยื่นฟ้องผู้อำนวยการเขตวัฒนา กับพวกรวม 5 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแลัว เห็นว่า ที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของอาคารโครงการแอชตัน อโศก ไม่มีด้านหนึ่งด้านใดของที่ดินยาวไม่น้อยกว่า 12 เมตร ติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร ยาวต่อเนื่องกันโดยตลอด จนไปเชื่อมต่อกับถนนสาธารณะอื่นที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2 วรรคสอง ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ผู้อำนวยการสำนักการโยธา ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อนุญาตให้บริษัท อนันดาฯ ทำการก่อสร้างและดัดแปลงอาคารโครงการแอชตัน อโศก ที่ถนนสุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงสมควรที่ศาลจะพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับแจ้งการก่อสร้างอาคารพิพาททุกฉบับ โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ออกคำสั่งดังกล่าว เพื่อมิให้คำสั่งดังกล่าวมีผลในระบบกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงาานว่า &amp;nbsp;ศาลปกครอง สั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการแอชตัน อโศก สุขุมวิท 21 &amp;nbsp;เป็นคำสั่งที่ &amp;nbsp;&amp;quot;มีผลย้อนหลัง&amp;quot; &amp;nbsp;ซึ่งคำสั่งนี้จะมีผลกระทบไปถึง ลูกบ้านที่โอนเข้าไปอยู่แล้ว &amp;nbsp;ลูกบ้านที่ซื้อรอขายต่อ &amp;nbsp;และรวมไปถึงเจ้าหน้าที่คนที่เซ็นใบอนุญาตแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ตามที่ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเพิกถอนใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร โดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ที่ออกให้แก่บริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด หรือบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ทู จำกัด โดยให้มีผลย้อนหลังถึงวันที่ออกหนังสือทุกฉบับในกรณีดังกล่าวนั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ถนนสุขุมวิท ซอย 19 แยก 2 เขตวัฒนา กทม. จำนวน 16 คน ได้ยื่นฟ้อง ผอ.สำนักงานเขตวัฒนา ผอ.สำนักการโยธา กทม. ผู้ว่าการ กทม. ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และคณะกรรมการผู้ชาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคาร การจัดสรรที่ดิน และบริการชุมชน เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-5 &amp;nbsp;ต่อศาลปกครองกลางมาตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.2559 &amp;nbsp;ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมายด้วยการอนุญาตให้ บจก.อนันดา เอ็มเอฟ เอเชียอโศก ดำเนินการก่อสร้างโครงการอาคารชุดที่พักอาศัยแอชตัน อโศก ซึ่งเป็นอาคารสูงขนาดใหญ่พิเศษ ขนาดความสูง 50 ชั้น ชั้นใต้ดิน 1 ชั้น ในพื้นที่ขนาด 2 ไร่ 3 งาน 47.6 ตร.ว. ในซอยสุขุมวิท 19 แยก2 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากที่ดินดังกล่าวมีด้านที่ดินถนนสาธารณะเพียง 6.40 เมตรเท่านั้น ไม่ถึง 12 เมตรตามที่กฎหมายกำหนด แม้จะขอเช่าจาก รฟม.เพิ่มอีก &amp;nbsp;6.60 เมตร แต่ก็หาใช่ที่สาธารณะไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศาลปกครองกลางได้วินิจฉัยว่า ที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของอาคารโครงการแอชตัน อโศก ไม่มีด้านหนึ่งด้านใดของที่ดินยาวไม่น้อยกว่า 12 เมตร ติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร ยาวต่อเนื่องกันโดยตลอดจนไปเชื่อมต่อกับถนนสาธารณะอื่นที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2 วรรคสอง ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ผู้อำนวยการสำนักการโยธา ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อนุญาตให้บริษัท อนันดาฯ ทำการก่อสร้างและดัดแปลงอาคารโครงการแอชตัน อโศก ที่ถนนสุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลจึงพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับแจ้งการก่อสร้างอาคารพิพาททุกฉบับโดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ออกคำสั่งดังกล่าว เพื่อมิให้คำสั่งดังกล่าวมีผลในระบบกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวแม้อาคารคอนโดแอชตัน อโศก จะก่อสร้างเสร็จไปนานแล้ว มีการขาย การโอนให้กับผู้จองซื้อ และมีคนย้ายเข้าไปอยู่อาศัยกันกว่า 83% แล้วก็ตาม แต่กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ผู้ซื้อจะต้องไปไล่เบี้ยเอากับผู้ขายกันเอาเอง ส่วนสมาคมฯจะต้องนำคำพิพากษาไปดำเนินการเอาผิดกับข้าราชการทุกคนที่ใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมายในกรณีนี้ต่อไป โดยเฉพาะฝ่ายโยธา กทม. และผู้บริหาร รฟม. นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111730</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศรีสุวรรณ จรรยา, ศาลปกคลอง, อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์, เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง, แอชตัน อโศก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6104dcbe76fd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำเลสีลม-สาทรบูม ดันราคาขายแตะ 2-3 แสนบาทต่อตร.ม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ชี้ทำเล&amp;rdquo;สีลม-สาทร&amp;rdquo;บูม ดันราคาขายพุ่ง 200,000-300,000 บาทต่อตร.ม. เผยอัตราการปล่อยเช่าคอนโดฯใจกลางเมือง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี ล่าสุดผุด&amp;rdquo;แอชตัน สีลม&amp;rdquo;มูลค่ากว่า 6,034 ล้านบาท พร้อมโชว์ปัจจุบันโกยยอดขายแล้วกว่า 70%

24 ต.ค. 61 นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในทำเลสีลม-สาทร ในปัจจุบบัน โดยพบว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูง แม้จะเป็นโซนที่มีที่ดินสำหรับพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างจำกัด ทั้งนี้พบว่าราคาขายคอนโดมิเนียมเฉลี่ยอยู่ในระดับสูง เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านที่ดินที่มีน้อยและมีราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการสูงขึ้นไปด้วย โดยโครงการใหม่ที่อยู่ใกล้ถนนหลัก หรือใกล้แนวรถไฟฟ้า มีราคาอยู่ในช่วง 200,000 &amp;ndash; 300,000 บาทต่อตารางเมตร

ในส่วนของนักลงทุนที่สนใจจะลงทุนปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมในโซนกลางเมืองหรือโซน ซีบีดี พบว่า จะเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่ทำงานในเมืองไทย ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและเป็นกลุ่มเป้าหมายของคนที่ซื้อคอนโดมิเนียมในใจกลางเมืองเพื่อปล่อยเช่า และการเลือกทำเลคอนโดมิเนียมเพื่อลงทุนปล่อยเช่าเป็นเรื่องสำคัญมากซึ่งจะเน้นในเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการเป็นหลัก โดยสามารถสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าได้ในอัตราสูง ซึ่งคอนโดมิเนียมราคาประมาณ 6.5 ล้านบาท สามารถปล่อยเช่าได้ในราคา 30,000 บาทต่อเดือน หากคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 5% ต่อปี

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทำเลสีลม บริษัทจึงได้พัฒนาโครงการ แอชตัน สีลม ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมโครงการแรกที่เกิดขึ้นในรอบทศวรรษบนถนนสีลมเส้นหลัก โดยมีความสูง 48 ชั้น จำนวน 428 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 6,034 ล้านบาท ราคาขายเริ่มต้น 8.9 ล้านบาท และสำหรับในช่วงเวลาที่ผ่านมาโครงการได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าไทยและต่างชาติ ทั้งที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและเพื่อการลงทุน ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 70%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20609</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดอสังหาฯ, สีลม, อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bd02f23b76e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอนโดฯไทยโดนใจผู้ซื้อจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มนักลงทุนต่างชาติได้หลั่งไหลมาในประเทศไทยเป็นจำนวน ซึ่งบางส่วนก็มาเพื่อท่องเที่ยวอย่างเดียว มาบ่อยเข้าก็เกิดสนใจหาซื้อคอนโดมิเนียมไว้เป็นที่พักเพื่อพักร้อนในปีถัดๆ ไป ขณะที่จีนแห่นำเงินมาลงทุนในการซื้ออสังหาริมทรัพย์มากยิ่งขึ้น แต่รัฐบาลจีนก็ยังคงใช้มาตรการคุมเข้มให้ประชาชนของตนนำเงินออกนอกประเทศได้ไม่เกินคนละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.6 ล้านบาทต่อปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่จากการสังเกตการณ์โดยบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล พบว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ชาวจีน จากแผ่นดินใหญ่ได้ขยับขึ้นมาเป็นผู้ซื้อชาวต่างชาติที่มีสัดส่วนการซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ มากที่สุด โดยประเมินว่าราว 50% ของชาวต่างชาติที่ซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ เป็นผู้ซื้อชาวจีน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ที่เข้ามาทำงานกับบริษัทจีนที่ดำเนินธุรกิจในกรุงเทพฯ ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่บริษัทจีนเข้ามาเปิดดำเนินธุรกิจมากที่สุดเป็นอันดับ 10 ของโลก และเช่าใช้พื้นที่สำนักงานมากที่สุดเป็นอันดับ 3&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันคอนโดมิเนียมที่ชาวจีนนิยมซื้อ คือจำนวนพวกห้องชุดในย่านรัชดาภิเษก-พระราม 9 มีราคาอยู่ในช่วงราคาระหว่าง 1.5 ล้าน ถึง 3 ล้านบาท โดยทั่วไปผู้ซื้อชาวจีนกลุ่มนี้มักไม่มีปัญหากับมาตรการควบคุมการนำเงินออกจากจีน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาไม่สูงเกินเพดานที่กำหนด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีธนาคารต่างชาติและสถาบันการเงินของไทยบางแห่งที่มีนโยบายปล่อยกู้ให้กับชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมในไทย นอกจากนี้จากการสำรวจยังพบว่า มีชาวจีนจำนวนมากที่ซื้อคอนโดฯ เพื่อเป็นการลงทุน เพื่อใช้เป็นที่พักในช่วงที่เข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในสิบเมืองของโลกที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับจีนมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ที่ชาวจีนนิยมซื้อ ส่วนใหญ่มีระดับราคาที่ประมาณ 6 ล้านบาทในย่านสุขุมวิท แต่ในขณะเดียวกัน ยังพบด้วยว่ามีเศรษฐีชาวจีนจำนวนมากขึ้นที่สนใจซื้อคอนโดมิเนียมกลุ่มลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรีในย่านศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ และทำเลริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งนักลงทุนเศรษฐีจีนเหล่านี้บางรายเลือกซื้อคอนโดมิเนียมหรูไว้เป็นสมบัติสะสมที่สร้างความภูมิใจให้กับผู้ที่ได้ครอบครอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของมาตรการของรัฐบาลจีนในการจำกัดปริมาณเงินที่ประชาชนของตนสามารถนำเงินออกไปซื้ออสังหาริมทรัพย์นอกประเทศได้ แม้มาตรการดังกล่าวจะเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ชาวจีนพบกับความยุ่งยากมากขึ้นในการซื้อคอนโดมิเนียมหรูในกรุงเทพฯ หรือเมืองอื่นๆ ทั่วโลก แต่ยังคงมีวิธีการต่างๆ ที่ผู้ซื้อชาวจีนสามารถใช้ได้ อาทิ การใช้เงินที่มีอยู่ในต่างประเทศเพื่อซื้อ โดยเฉพาะนักธุรกิจจีนที่มีธุรกิจที่สร้างรายได้ในต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2561 นี้คอนโดมิเนียมในโครงการที่สร้างเสร็จแล้วจำนวนรวมทั้งสิ้นราว 524,000 ยูนิต ในจำนวนนี้เป็นระดับบน 46,000 ยูนิต ซึ่งในไตรมาสที่ผ่านมา ราคาคอนโดมิเนียมมือหนึ่งเฉลี่ยทั่วกรุงเทพฯ มีราคาปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว แต่พบว่าคอนโดมิเนียมระดับบนมีราคาเฉลี่ยปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 0.4% เนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้นจากการที่มีผู้ประกอบการหันมาพัฒนาโครงการในตลาดบนมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ในไตรมาสแรกของปีนี้ มีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่ซื้อที่ดินแปลงสำคัญๆ จำนวนหนึ่งในทำเลใจกลางศูนย์กลางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายที่ดินของสถานทูตอังกฤษ โดยการร่วมทุนระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและฮ่องกงแลนด์ในราคาราว 18,700 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการซื้อขายที่ดินที่มีมูลค่าสูงสุดที่เคยมีมา การซื้อที่ดินที่ถนนหลังสวนโดยเอสซีแอสเสท ในราคาตารางวาละ 3.1 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นราคาซื้อขายที่ดินต่อตารางวาที่สูงสุดเท่าที่เคยมีมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีบริษัทพัฒนาคอนโดมิเนียมชั้นนำรายอื่นๆ อีกที่มีการซื้อที่ดินในทำเลชั้นดี ที่มีมูลค่าหรือราคาย่อมลงไป อาทิ ไรมอน แลนด์, แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น และอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ และในบรรดาที่ดินเหล่านี้ คาดว่าจะมีหลายแปลงที่ถูกใช้สำหรับพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรี และมีความเป็นไปได้ว่าบางโครงการอาจสร้างสถิติราคาเสนอขายสูงสุดครั้งใหม่ให้กับตลาดคอนโดมิเนียมของกรุงเทพฯ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ศรยุทธ เทียนสี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12010</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, คอนโดมิเนียม, ชาวจีน, นักลงทุนต่างชาติ, พระราม 9, รัชดาภิเษก, ศรยุทธ เทียนสี, สุขุมวิท, อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์, อสังหาริมทรัพย์, แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น, ไรมอน แลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
