<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แบงก์ชาติ’หวั่น ล็อกดาวน์ยืดเยื้อ ‘จีดีพี’เสี่ยงติดลบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แบงก์ชาติ&amp;rdquo; ผวาโควิดสายพันธุ์เดลตาอานุภาพรุนแรง ทำแพร่ระบาดยืดเยื้อ หวั่นลากล็อกดาวน์ยืดยาว กระทบเศรษฐกิจ 0.8-2% ทุบจีดีพีปีนี้เสี่ยงโตติดลบ ชี้ปัจจัยสำคัญเร่งจัดหาวัคซีนประสิทธิภาพสูงกระจายให้ประชาชน ลดระยะเวลาสร้างภูมิคุ้มกันหมู่กู้เศรษฐกิจฟื้น &amp;quot;กสิกรไทย&amp;quot; พร้อมปรับจีดีพีเหลือ 1% หากโควิดยืดเยื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตาที่กลายมาเป็นสายพันธุ์หลัก ทำให้การระบาดมีแนวโน้มรุนแรงและยืดเยื้อกว่าคาดการณ์ การระบาดเริ่มขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น ขณะที่ประสิทธิผลของวัคซีนหลายๆ ตัวสำหรับป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลตาก็อาจจะลดลง ส่งผลให้การบริหารจัดการทำได้ยากขึ้น ส่วนการประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดล่าสุด กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มถูกกระทบใกล้เคียงกับการล็อกดาวน์แบบเต็มรูปแบบทั้งประเทศ และมีโอกาสที่จะลงลึกอย่างต่อเนื่อง โดย ธปท.ได้มีการประเมินความเสียหายของกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากมาตรการล็อกดาวน์หากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี และสามารถผ่อนคลายมาตรการได้ภายในเดือน ส.ค.นี้ จะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ 0.8% แต่หากไม่สามารถควบคุมได้ เป็นกรณีต่ำ (โลเวอร์เคส) จะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจถึง 2%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ธปท.ได้มีการประเมินเป็น 2 กรณีคือ 1.มาตรการที่เข้มข้นสามารถควบคุมการแพร่ระบาดให้ลดลงไปได้ 40% ก็จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ในช่วงกลางเดือน ส.ค.นี้ และ 2.หากเป็นโลเวอร์เคส การควบคุมการแพร่ระบาดลดลงไปได้แค่ 20% นั่นอาจส่งผลให้การแพร่ระบาดยืดเยื้อถึงสิ้นปีนี้ และมีความเป็นไปได้ที่อาจจะต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่ยาวนานขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะไม่ได้สั่งล็อกดาวน์ แต่ประชาชนก็อาจจะล็อกดาวน์ตัวเอง โดยผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ 0.8-2% นั้น ยังไม่สามารถนำไปหักลบกับคาดการณ์จีดีพีได้เลย เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ เป็นตัวแปรที่อาจจะเข้ามาพยุงการเติบโตของเศรษฐกิจได้ อาทิ มาตรการทางการเงิน การคลัง มาตรการช่วยเหลือต่างๆ การปรับวิธีการใช้จ่ายเงินของภาครัฐ โดยเฉพาะ พ.ร.ก.กู้เพิ่มเติม 5 แสนล้านบาท หากใช้ทั้งหมดในปีนี้ หรือรัฐขยับเวลามาใช้ให้เร็วขึ้น รวมถึงมาตรการอื่นๆ ที่มีอยู่ก็อาจจะเพียงพอ&amp;rdquo; นางสาวชญาวดีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสริมในเรื่องการส่งออก แม้ว่าจะมีบางประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดในระลอกใหม่ๆ แต่ในแง่ความต้องการและเศรษฐกิจส่วนใหญ่ก็ยังเดินหน้าต่อไปได้ จึงยังไม่เห็นภาพผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับภาคการส่งออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวชญาวดีกล่าวอีกว่า ปัจจุบันยังพูดได้ค่อนข้างลำบากว่าตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้จะขยายตัวติดลบหรือไม่ จากคาดการณ์ปัจจุบันที่ 1.8% แต่ก็มีความเป็นไปได้ทั้งหมด เพราะเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยง และเสี่ยงมากขึ้นจากการคาดการณ์เมื่อเดือน มิ.ย. จากความยืดเยื้อของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นหากผลกระทบของเศรษฐกิจออกมาเป็นโลเวอร์เคส ที่เศรษฐกิจถูกกระทบค่อนข้างเยอะ ก็จะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะกลับมาเติบโตได้ ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจในครึ่งหลังของปี 2564 จะกลับมาได้เร็วแค่ไหน ยังขึ้นอยู่กับว่าสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้มีประสิทธิภาพเพียงใด ควบคุมได้เมื่อไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2565 ปัจจัยเรื่องการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งขึ้นอยู่กับวัคซีนที่ได้มาและการกระจายวัคซีนที่จะเป็นตัวสะท้อนระยะเวลาในการได้รับภูมิคุ้มกันหมู่ของประเทศไทย ซึ่งยังคงอีกไกล และเมื่อรวมปัจจัยเรื่องความร้ายแรงของสายพันธุ์ไวรัส ทำให้สัดส่วนประชากรที่ต้องได้รับวัคซีน ความเร็วในการกระจายวัคซีนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 19 ก.ค.2564 พบว่ามีประชากรได้รับวัคซีนเข็มแรก 15% และเข็ม 2 เพียง 5% เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวชญาวดีกล่าวด้วยว่า ยังมีปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในปีหน้า ได้แก่ นโยบายการเปิดประเทศของต่างชาติ นโยบายการคลังและการกระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานะทางการเงินและสภาพคล่องของภาคธุรกิจ ปัญหา Supply Disruption ทั้งการขาดแคลน Chip หรือตู้คอนเทนเนอร์ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญด้วย สำหรับประเด็นที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ในระยะสั้น ได้แก่ ความพร้อมด้านสาธารณสุขคือสิ่งสำคัญ ทั้งกำลังการตรวจและการรักษา, ภาคการผลิตอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดเพียงในระยะสั้น แต่กำลังซื้อที่อ่อนแอลงจะกระทบต่อยอดขายในระยะต่อไป ส่วนประเด็นในระยะยาว ควรเร่งกระจายวัคซีนที่มีประสิทธิภาพให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง แทนมาตรการควบคุมที่เข้มงวด ซึ่งอาจจำเป็นในระยะสั้น แต่ไม่ตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจ, ต้องจำกัดให้กระทบภาคท่องเที่ยวน้อยที่สุด หากโครงการนำร่องอย่างแซนด์บ็อกซ์ ถูกกระทบ จะยิ่งส่งผลต่อการฟื้นตัวในระยะยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เข้มงวดใน 13 จังหวัด ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนค่อนข้างมากกับเศรษฐกิจในประเทศหรือคิดเป็นสัดส่วน 49% ของ GDP ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และยังไม่มีความแน่นอนว่าทางการจะใช้มาตรการควบคุมเข้มงวดไปยาวนานแค่ไหน และจะมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นออกมาหรือไม่ และขยายวงไปในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติมอีกหรือไม่ หลังจากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตาทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้มีแนวโน้มที่จะกดดันเศรษฐกิจไทยตลอดช่วงไตรมาส 3/64 ค่อนข้างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับลดประมาณการจีดีพีของไทยลดลงไปแล้วเหลือขยายตัว 1% จากเดิมที่มองว่าขยายตัวได้ 1.8% เนื่องจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ลากยาวมาอย่างต่อเนื่อง และยังไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลกระทบต่อการบริโภคในประเทศ และภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยจากการที่แนวโน้มการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเดินเข้ามาได้มากขึ้นในหลายๆ จังหวัดอาจจะมีแนวโน้มที่ต้องเลื่อนออกไป ทำให้ภาคการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลังยังไม่เห็นการฟื้นตัวกลับมาดี โดยที่ภาคการท่องเที่ยวมีสัดส่วนในจีดีพีคิดเป็น 22% ของจีดีพี.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110771</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำแพร่ระบาดยืดเยื้อ, นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์, ผวาโควิดสายพันธุ์เดลตาอานุภาพรุนแรง, อนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bd9c574ed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
