<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายอนันต์ชัย&#039; มอบเงิน 1 แสนบาทให้ &#039;น้องบาส&#039; ดำรงชีพ พร้อมช่วยคดี 4 โจ๋แก๊งวัดม่วงบุกบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>
&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 -&amp;nbsp;นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เดินทางมาที่บ้านของ นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา เพื่อนำเงินจำนวน 100,000 บาท ซึ่งเป็นเงินของ นายประเสริฐ ทองปลาเค้า&amp;nbsp; ประธานโรงพยาบาลบางนา 1,2,5&amp;nbsp; มามอบให้กับนายณัฐวุฒิ พึ่งฤกษ์ดี หรือ บาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนาย อนันต์ชัย&amp;nbsp; เปิดเผยว่า เงินจำนวน 100,000 บาท เป็นเงินที่พึงประสงค์ของ นายประเสริฐที่จะมอบให้กับบาส เอาเก็บไว้ใช้จ่าย&amp;nbsp;เพราะต้องการช่วยเหลือ&amp;nbsp;ซึ่งการมอบเงินครั้งนี้ บาส เดินทางมาจากโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี พร้อมครอบครัว เพื่อมารับเงินด้วยตัวเอง และมี นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความของบาส อยู่ด้วย&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดีนี้ฝั่งคู่กรณีนายบาส มีติดต่อมาเพื่อให้เป็นทนายความให้ แต่มองว่า ความชอบธรรมของกลุ่มวัยรุ่นหมดไปตั้งแต่ยกพวกไปล้อมบ้านนายบาส ซึ่งคดีนี้เหมือนคดี 7 โจ๋รุมนายสมเกียรติ คนพิการ แต่ต่างกันที่นายสมเกียรติเสียชีวิต แต่คดีนี้นายบาสตกเป็นผู้ต้องหา&amp;nbsp;วันนี้จึงนำเงิน 100,000 บาทจากประธานโรงพยาบาลบางนา สาขา 1&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สาขา 2 และสาขา 5 มามอบให้กับนายบาสไว้ใช้ส่วนตัว พร้อมกับนำคำพิพากษาคดี 7 โจ๋ มามอบให้ทีมทนายไพศาล ยึดเป็นแนวทางการต่อสู้คดี เนื่องจากเห็นคลิปหลักฐานคดีบาส จึงรู้สึกว่าเหมือนคดี นายสมเกียรติ คนพิการ ตรงที่เริ่มจากการกระทบกระทั่งและไม่พอใจกัน จนไปเคลียร์กันรอบหนึ่งแล้ว และนายบาสกลับเข้าบ้าน ถือว่า เหตุการณ์ควรจบลงเท่านั้น&amp;nbsp;เหมือนกรณีนายสมเกียรติ ก็เข้ากลับบ้าน แต่ฝั่งคู่กรณีตามมาหาเรื่องต่อถึงหน้าบ้าน จึงเกิดเหตุการณ์รุมทำร้ายเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการที่บาสพกมีดออกไปด้วย ทนายอนันต์ชัยมองว่า ไม่ได้เป็นการพกพาอาวุธมีดโดยไม่มีเหตุอันควร แต่พกออกไปเพื่อป้องกันตัว และแน่นอนว่า หากบาสไม่มีอาวุธออกไปด้วยจะต้องเป็นบาสที่เสียชีวิต ซึ่งแนวทางของบาส คิดว่าสู้ได้ในประเด็นบันดาลโทสะ ส่วนจะเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตำรวจต้องรีบสอบพยานให้เสร็จสิ้นไม่เกิน 1-2 สัปดาห์&amp;nbsp;สำหรับทีมทนายความที่เข้ามาช่วยคดีนายบาสตอนนี้ มีตัวหลักคือ ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์&amp;nbsp;ทนายกฤษดา โลหิตดี หรือ ทนายโนบิตะ&amp;nbsp;และทนายพิพัฒน์ รำจวน ส่วนทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เป็นที่ปรึกษาให้กับคดีนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120355</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, ตู้สล็อต, สล็อตเว็บตรง, หมอปลา, อนันต์ชัย ไชยเดช, เครดิตฟรี, แจกฟรี, โปรสล็อต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_61700798decfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนสติฮีโร่ &#039;ทนาย&#039; เขียนจากใจและประสบการณ์ของทนายผู้ชุมนุมทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.63 - &amp;nbsp;&amp;quot;ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช&amp;quot; ทนายความชื่อดังที่ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า เขียนจากใจและประสบการณ์ของทนายผู้ชุมนุมทางการเมือง!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประสบการณ์ที่ผมเป็นทนายความให้กับผู้ชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองท่านหนึ่งโดยเฉพาะผู้นำหรือผู้มีบทบาทในการเป็นตัวการ หรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;แกนนำ&amp;rdquo; ในการเรียกร้องทางการเมืองในอดีตที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครชนะรัฐบาล หรือกฎหมายเลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ผมเห็นและที่ตามมาก็คือ บุคลเหล่านั้นจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ขึ้นศาลเป็นว่าเล่น เป็นปี ๆ เกือบทุกวัน เหมือนศาลเป็นที่ทำงาน ไม่มีใครเหลียวแล ไม่มีงาน ไม่มีเงินจ้างทนายเก่งๆ เดินขึ้นศาลคนเดียว นั่งฟังการพิจารณาคดีเป็นวันๆ อย่างเบื่อหน่าย และเซ็งกับชีวิต กาลเวลาที่เนิ่นนาน จะทำให้ชีวิตไร้อนาคต ไร้ค่า และไร้จุดหมาย.....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไม่นับถึง พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติ น่ะครับที่คอยห่วงใยตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิตกกังวลที่สุด !!!!!!!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อตอนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษาคดี ต้องคอยลุ้นกันหัวใจแทบหล่นอยู่ใต้ฝ่าเท้าของตนเอง เทียบไม่ได้เลยกับตอนที่ขึ้นปราศรัยบนเวที เพราะข้าฯ คือ &amp;ldquo;ฮีโร่ ของประชาชน&amp;quot; ประชาชนตบมือให้กำลังใจ สุดยอด ??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สุดท้าย จบลงที่คุก..!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงอยากเล่าให้ฟัง &amp;nbsp;เป็นอุทาหรณ์ ครับเพื่อเตือนสติ สำหรับ &amp;ldquo; ฮีโร่ ของประชาชน&amp;quot; ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันนั้นมาถึง ท่านจะโดดเดี่ยว และเดียวดาย ไม่มีประชาชนเคียงค้างเลย และท่านจะนึกถึงบทความนี้ของผม !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และพูดกับตนเองว่า &amp;ldquo;ไม่น่าเลย....&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทความนี้ ไม่เหมาะกับประชาชนที่ไม่มีสติ แต่เหมาะกับสำหรับประชาชนทั่วไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน แล้วพิจารณาครับ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;?ด้วยความหวังดีครับ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช
(ทนายกระดูกเหล็ก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากเฟซบุ๊กเพจ&amp;nbsp;ทนาย อนันต์ชัย ไชยเดช&lt;/p&gt;


	เปิดรายชื่อ อดีตนายกฯ-อดีตประธานสภาฯ-อดีตประธานวุฒิสภา&amp;nbsp;
	ห้าวนักก็จัดให้! &amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; ฟาด &amp;#39;ธนาธร-แกนนำม็อบ&amp;#39;&amp;nbsp;
	เทม็อบ3นิ้ว! &amp;#39;แกนนำภาคีนศ.ศาลายา&amp;#39; ร่อนจดหมายประกาศลาออกยุติเคลื่อนไหวแล้ว
	&amp;#39;อุ๊ หฤทัย&amp;#39; ขำกลิ้ง! ม็อบ3นิ้วอ่อนหัดไม่รู้ข้อมูลลึกซึ้งมีต่างชาติบงการแก้ รธน.ไทย
	&amp;#39;พี่ศรี&amp;#39; จัดหนักม็อบร่าน&amp;nbsp;
	3 นิ้วมามุกใหม่ ถามมวลชน &amp;#39;เจ้าเซื่อเรื่องสุกรีบ่?&amp;#39; ลั่นเที่ยงนี้รู้กัน
	รู้ยัง 3 นิ้วจะ &amp;#39;ประกาศศักดา&amp;#39; แล้ว!นัด 17.00 ที่ศาลายา
	&amp;#39;ธนาธร-ปิยบตุร-ช่อ&amp;#39; พบพนักงานสอบสวน งงยุยงปลุกปั่นตรงไหน!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82879</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คณะราษฎร, ม็อบ5พย, อนันต์ชัย ไชยเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201105/image_big_5fa38e863c9ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายมั่นใจสืบพยานคดีแทง นศ.อุเทนถวาย ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องจนพ่อเสียใจโดดตึกตายตามลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความชื่อดัง พร้อมด้วยนางเรวดี ทัฬหสุนทร เดินทางมาศาลตามนัดสืบพยาน นายพีรวิชญ์ หรือตง ปุตตะจินารักษ์ ในคดีหมายเลขดำ อ.1089/2560 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 และนางเรวดี ทัฬหสุนทร ร่วมเป็นโจทก์ฟ้องนายณัฐพงษ์ หรือโจ้ เงินคีรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ กรณีนายณัฐพงษ์ จำเลย ใช้อาวุธมีดแทงนายธนิต หรือเต้ ทัฬหสุนทร อายุ23 ปี อดีต นศ.อุเทนถวาย จนถึงแก่ความตาย ช่วงสงกรานต์ปี 2559 ย่านดินแดง&amp;nbsp;และวันที่ 23 ก.ค. 2561 ศาลอาญาพิพากษายกฟ้องจำเลย จนนายศุภชัย พ่อนายธนิต เกิดความเครียดกระโดดจากชั้น 8 อาคารศาลอาญาเสียชีวิต โดยโจทก์ยื่นอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้สืบพยานโจทก์ประจักษ์พยานปากสำคัญเพิ่มเติมคือนายพีรวิชญ์ ที่ก่อนหน้านี้ระบุมีอาการทางจิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ชัย กล่าวว่า การสืบพยานวันนี้เป็นได้ 2 แนว แนวแรกนายตงเบิกความว่าเห็นเหตุการณ์ หรือแนวที่สองเบิกความว่าไม่เห็นเหตุการณ์ ไม่เห็นการใช้อาวุธมีด คำพิพากษาก็จะเปลี่ยนไป ซึ่งแนวคำพิพากษาฎีกาจะยึดถือคำให้การในชั้นสอบสวนเป็นคำให้การที่ปัจจุบันทันด่วน หรือไม่มีเวลาต่อเติมเสริมแต่ง ตอนหลังมากลับคำให้การ ศาลอาจจะไม่เชื่อ เป็นดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักของศาล ฉะนั้นถ้าเบิกความว่าไม่รู้เห็นไม่ทราบ ตนคิดว่าอัยการและตนต้องใช้ ป.วิ.แพ่ง มาตรา 117 วรรคหก คือถามแบบปรปักษ์ ปกติเราถามนำไม่ได้ว่าใช่ไม่ใช่ แต่ถ้าเขาเบิกความแตกต่างไปจากคำให้การชั้นสอบสวน เราจะต้องถามแบบปรปักษ์ ทำลายน้ำหนักพยานปากนี้ว่าให้การช่วยเหลือจำเลย หรือด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ แม้จะเป็นการกลับคำ ศาลก็สามารถยกขึ้นมาวินิจฉัยได้ ไม่ว่าจะออกมาแนวไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ชัย กล่าวด้วยว่า ทางตนปรึกษาอัยการแล้วก็ไม่ได้วิตกกังวล เพราะในใจตนก็มีธงอยู่แล้วว่าเขาจะพูดแบบไหน แต่ยังพูดไม่ได้ อยู่ในกระบวนการของศาล ตนไปเยี่ยมที่เรือนจำและพูดคุยกับเขาแล้ว แต่ไม่สามารถบอกได้ เราก็ทำหน้าที่เต็มที่ มาถึงจุดนี้ดีที่สุดแล้วที่ศาลอุทธรณ์เมตตาให้มีการย้อนสำนวนมาสืบใหม่ เป็นนิมิตหมายใหม่ ต่อไปกระบวนการยุติธรรมถ้าใครที่ไม่คิดจะเอาประจักษ์พยานมาเบิกความ โดยใช้กลเม็ดเด็ดพราย ข่มขู่ ซื้อตัวพยาน เอาไปเก็บ หลบหนี ก็จะใช้วิธีนี้ได้ในกระบวนการยุติธรรมของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ชัย ระบุถึงคำให้การของตงว่า เหตุเกิดวันที่ 15 เม.ย. 2559 เขาให้การ 16 เม.ย. 2559 และ 17 เม.ย. 2559 เขายืนยันคำให้การเดิม และมีการชี้ผู้ต้องหา เป็นการยืนยันอีกที คำให้การของเขาไม่เกินความคาดหมายตั้งแต่ตอนแรกที่เขาไม่มา แต่การมาในวันนี้มีผลต่อการชั่งน้ำหนักพยานของศาลอุทธรณ์ ไม่ได้วิตกกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางเรวดี เปิดเผยว่า มีความหวังมาก เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ขอบคุณทั้งท่านศาลอุทธรณ์และทนายความ ผู้สื่อข่าวทุกสำนักที่เมตตา รู้สึกดีใจขอบคุณทนายความที่ช่วยเหลือเราอย่างเต็มที่ การให้การของนายพีรวิชญ์สำคัญมาก อยากให้เขาพูดความจริงมาตามที่เขาบอกตนว่าเห็นนายณัฐพงษ์เอามีดมาแทงเต้ เราติดใจมาตลอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายโดดตึกศาล, ศาลอาญา, อนันต์ชัย ไชยเดช, แทง นศ.อุเทนถวาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeade3b0247d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาม่าฟ้อง ลูกสาวคืน 350ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทนายอนันต์ชัย&amp;quot; พา &amp;ldquo;อาม่าฮวย&amp;rdquo; ฟ้องลูกสาว สมคบกับพนักงานธนาคารดังยักยอกทรัพย์กว่า 250 ล้านระหว่างที่ตนเองป่วยนอนอยู่โรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ที่ศาลแพ่งพระโขนง นางฮวย ศรีวิรัตน์ อายุ 76 ปี มี น.ส.มินตรา ศรีวิรัตน์ อายุ 29 ปี หลานสาวเป็นผู้รับมอบอำนาจ พร้อมนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เดินทางมายื่นฟ้องธนาคารกสิกรไทย พนักงานธนาคาร 4 ราย และนางมาวดี ศรีวิรัตน์ อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาวแท้ๆ เป็นจำเลยที่ 1-6 ให้ชดใช้เงินที่สูญเสียไปพร้อมดอกเบี้ยรวมมูลค่ากว่า 350 ล้านบาท จากกรณีถูกทยอยถอนเงินในบัญชีหลายร้อยครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 253 ล้านบาท และถ่ายโอนทรัพย์สินอื่นๆ ไปจนหมดเกลี้ยง ขณะนางฮวยนอนพักฟื้นรักษาตัวด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยมีพนักงานธนาคารรวม 4 ราย คอยให้การสนับสนุนแอบเปลี่ยนเงื่อนไขการเบิก-ถอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤติกรรมของลูกสาวอาม่า เกิดขึ้นระหว่างอาม่านอนป่วยด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ต้องเจาะคอ มือเท้าอ่อนแรง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองที่โรงพยาบาล และเมื่อออกจากโรงพยาบาลเดินทางกลับบ้าน ถูกปล่อยปละละเลยจนได้รับกายภาพบำบัดไม่ดี เป็นเหตุให้อาม่าเริ่มตรวจสอบหาเงินในธนาคารที่ฝากไว้กับธนาคารกสิกรไทย 2 บัญชี และทรัพย์สินอื่นๆ ภายในตู้เซฟที่เก็บหอมรอมริบมากว่า 30 ปี ที่ประกอบธุรกิจเครื่องทำความเย็น มีอยู่กว่า 250 ล้านบาท แต่กลับไม่มีเหลือแล้ว และเมื่อติดตามถามลูกสาวและเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทย กลับถูกเพิกเฉยไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ จึงต้องออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมเพื่อนำเงินกลับคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มินตรา หลานสาว ในฐานะผู้รับมอบอำนาจ เปิดเผยว่า นางฮวยล้มป่วยด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบเมื่อต้นปี 2556 ต่อเนื่องถึง 2557 เข้า-ออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง ซึ่งมีนางมาวดี ผู้เป็นอา คอยดูแลเฝ้าอาการที่โรงพยาบาลเป็นประจำ แต่ระยะหลังเริ่มมีความผิดปกติ โดยกีดกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าเยี่ยม และไม่ให้นางฮวยทำกายภาพบำบัดตามที่แพทย์สั่ง เป็นเหตุให้นางฮวยอาการแย่ลงจนมือ ขา อ่อนแรง และสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ อาการแย่ลงต่อเนื่องจนพูดสื่อสารโดยใช้เสียงไม่ได้ และไม่สามารถเดินได้ เป็นเหตุให้ลูกชายคนโตนำนางฮวยออกมาดูแลเอง กระทั่งกลางปี 2560 นางฮวยตรวจสอบสถานะบัญชีเงินฝาก พบว่าเกิดความผิดปกติขึ้นในบัญชีเงินฝากที่มีกับธนาคารกสิกรไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นหลังนางฮวยล้มป่วย ตรวจสอบแล้วพบว่านางมาวดีร่วมกับพนักงานธนาคารกสิกรไทย จำเลยที่ 2-5 เปลี่ยนแปลง ปลอมแปลงลายมือชื่อนางฮวย เพื่อมอบอำนาจให้นางมาวดีมีสิทธิ์เบิก-ถอนเงินฝากกระแสรายวัน และกองทุนบัญชีของบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด พบมีการถอนเงินจากบัญชีเงินและสั่งจ่ายเช็ค รวมถึงถอนเงินจากหน่วยลงทุนเข้าไปที่บัญชีของตัวเอง รวมเป็นเงิน 350,375,168.92 บาท โดยวันนี้นางฮวยยื่นฟ้องจำเลยในความผิดละเมิด, ฝากทรัพย์, เรียกทรัพย์คืน, ตัวการตัวแทน เพื่อให้กลุ่มจำเลยชดใช้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ย ศาลประทับรับฟ้องและนัดสืบพยานในวันที่ 19 ม.ค.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านธนาคารกสิกรไทยชี้แจงว่า กรณีลูกค้าคือนางฮวย ศรีวิรัตน์ หรืออาม่าฮวย ได้ฟ้องคดีอาญาลูกสาวและพนักงานของธนาคาร ความผิดฐานลักทรัพย์ ทำเอกสารปลอม และใช้เอกสารปลอมเกี่ยวกับการเบิก-ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของลูกค้า และฟ้องคดีแพ่งกับธนาคารนั้น ธนาคารขอชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อปี 2557 พนักงานดำเนินการไปตามความประสงค์ลูกค้าผ่านทางญาติสนิทโดยไม่มีเจตนาทุจริต ทั้งนี้ ในชั้นนี้มีการฟ้องร้องเป็นคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ซึ่งจะต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งรายการที่เกิดในฝั่งธนาคาร ข้อมูลความสัมพันธ์ในทางครอบครัว และข้อมูลแวดล้อมอื่นๆ โดยธนาคารพร้อมให้ข้อเท็จจริงและนำเสนอพยานหลักฐานต่อศาล และยินดีปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลยุติธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50677</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาวดี ศรีวิรัตน์, มินตรา ศรีวิรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนันต์ชัย ไชยเดช, ฮวย ศรีวิรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3ed77da090.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
